| |

คุยกับ "Bakerzin"
คุณจอม กรรมการผู้จัดการร้าน Bakerzin ปลีกเวลาจากการต้อนรับแขกที่แวะเวียนมาที่ร้านอย่างไม่ขาดสาย เพื่อมาจิบน้ำชาคุยกับ BKKMENU.com และเล่าถึงความเป็นมาของร้านว่า จริงๆแล้วร้านนี้มีต้นกำเนิดในประเทศสิงคโปร์ และเพิ่งมาเปิดสาขาในเมืองไทยก็เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2547 นี้เอง ร้าน Bakerzin ถือว่าเป็น Salon de The หรือจะเรียกว่าเป็น Tea House ก็ได้ ภายใต้คอนเซ็บต์ Boutique Bakery Caf? ที่อยากให้คนที่มาเยี่ยมร้าน Bakerzin รู้สึกว่า "Where Dessert is Your Main Course" หรือเกิดเกิดความรู้สึกอยากทานขนมหวานเป็นอาหารจานหลัก เพราะด้วยสีสันและหน้าตาน่าทานของเค้ก ที่วางเรียงรายอยู่หน้าตู้แช่เค้กสวยเก๋ จะทำให้คุณๆทั้งหลายอดใจไม่ไหว แต่ Bakerzin ก็ไม่ได้จำกัดตัวเองอยู่เพียงแค่ร้านขายขนมและของหวาน แต่ยังให้บริการอาหารสไตล์ Fusion European Food ซึ่งเสริมด้วยแกงต่างๆของไทยเรา และนี่คงเป็นสิ่งดึงดูดให้ใครต่อใครพูดถึง Bakerzin ว่าทั้งอร่อยและบรรยากาศน่านั่ง หากมีเวลาว่าง คุณจอมฝากคำชวนพร้อมใบหน้ายิ้มแย้มให้ลองแวะมาเยี่ยม Bakerzin บ้างนะคะ มีขนมและอาหารอร่อยๆที่เตรียมพร้อมไว้เสิร์ฟเสมอค่ะ |
|
ที่ตั้ง : เอราวัณ บางกอก , ชั้นใต้ดิน ยูนิต L12 & L15 เลขที่ 494 ถนนราชดำริ กรุงเทพฯ 10330
โทร : 0 -2250 -7818
เวลาเปิด : วันจันทร์ วันพฤหัสบดี 9.00 21.30 น.
วันศุกร์ วันอาทิตย์ 9.00 22.00 น.
เว็บไซต์ :
www.bakerzin.com
อีเมล์ : bakerzinthai@bakerzin.com
เมื่อได้มาเทียบท่า Urban Kitchen ที่โรงแรมเอราวัณ ก็เห็นร้าน Bakerzin เด่นสะดุดตามาแต่ไกล ด้วยดีไซน์ของร้านที่สวยเก๋ แบบฮิพโดนใจเรา ตกแต่งด้วยโทนสีชมพูบานเย็น และเบรคด้วยเก้าอี้สีใส ประดับเพดานด้วยชันดะเลียร์ ให้ได้อารมณ์วินเทจนิดๆ ที่เสริมให้บรรยากาศร้านดูเรียบโก้ และชวนให้เข้าไปนั่ง พอได้ก้าวเข้ามาบริเวณร้านเท่านั่นแหละค่ะ ดั่งเหมือนถูกมนต์สะกด ให้เดินตรงไปที่ตู้โชว์เค้กที่รูปร่างหน้าตาคล้ายกับตู้แสดงจิวเวลรี่.... ซึ่งเป็นจิวเวลรี่ที่ชวนให้ต่อมน้ำลายทำงานได้ดีมาก
หลังจากหามุมลงแลนด์ดิ้ง เอนหลังพักจากอากาศร้อนด้านนอกได้ซักพัก ก็ได้กลิ่นหอมโชยมาแต่ไกล ซึ่งจะเป็นอะไรไปได้ล่ะคะ นอกจากอาหารจานเด็ดของ Bakerzin ที่ค่อยๆถูกนำมาวางเรียงรายตรงหน้า ประเดิมด้วย Ham, Bacon & Mushroom Flaky Pizza ที่มีทีเด็ดอยู่ที่ซอสรสชาติเข้มข้น บวกกับแป้งพายที่ถูกใช้แทนแป้งพิซซ่าอย่างครีเอทีฟสุดๆ หน้าแป้งถูกเรียงรายด้วยเห็ด, แฮมและชีสหนานุ่ม เมื่อได้ทานคำแรกก็เม็มใส่สมองทันที ว่ามาคราวหน้าต้องสั่งจานนี้อีกอย่างแน่นอน ตามมาด้วยจานที่สอง คือ Croque Monsieur ขนมปังหอมที่กรอบนุ่มชุ่มเนย วางเรียงกันสามชั้นโดยสลับด้วยแฮมและมะเขือเทศ พร้อมเสิร์ฟกับผักสลัดสดๆ แอบได้กลิ่นของ Blue Cheese นิดๆ ที่รับรองว่า Cheese Lovers ต้องถูกใจอย่างแรง! และก็แน่นอนค่ะ....ได้ถูกเม็มใส่สมองเป็นที่เรียบร้อยอีกเช่นกัน รีบต่อกันตอนร้อนๆกับ Roast Duck Salad เลยดีกว่าค่ะ จานนี้ได้อารมณ์ของอาหารฟิวชั่นฟู๊ดเต็มๆ กับผักสลัดสดจัดเรียงอย่างสวยงาม รับประทานกับเป็ดชิ้นนุ่ม และมะม่วงสุกหวานหอม ที่โรยหน้าด้วยงาดำกับงาขาว เพิ่มรสชาติด้วย Dressing ทำจากน้ำซอสเป็ดที่ปรุงรสอย่างกลมกล่อม ออกแนวโอเรียนทัลนิดๆ
หลังจากอิ่มหมีพีมันกับอาหารกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ของหวานที่เราทำตาเยิ้มใส่ไว้ตั้งแต่ตู้โชว์ ก็ถูกนำมาเสิร์ฟ จานแรกเป็น Signature Dish ของที่นี่ คือ Warm Chocolate Cake เค้กเนื้อนุ่ม ชุ่มช็อคโกแลต ที่อบใหม่ๆเสริ์ฟคู่กันกับไอศครีมวานิลลาโฮมเมด และผลไม้เมืองหนาวอย่างราสเบอร์รี่, สตอร์เบอร์รี่และบลูเบอร์รี่ เมื่อได้ลองชิม ความอุ่นของเค้กกับความเย็นของไอศกรีม มันช่างเป็นความอร่อยที่บรรยายไม่ถูก จานต่อมาเป็น Crepe Soufflé ที่ราดด้วยซอสส้มหอมหวาน บวกกับ แป้งบางเบาหอมเนยรสเลิศ พอตักเข้าปากก็แทบจะละลาย โดยไม่ต้องเคี้ยวเลยค่ะ
ยังไม่หมดค่ะ Strawberry Shortcake เป็นรายต่อไปที่จะโดนชิม และก็ไม่ผิดหวังค่ะ เค้กเนื้อเบาที่ตกแต่งด้วยสตรอเบอร์รี่ และครีมสดที่ไม่หวานเกินไปทานกับ New York Cheesecake ที่ขอบอกว่าถูกเม็มไปอีกหนึ่งราย เพราะเนื้อชีสเค้กนั้นเนียนนุ่มชุ่มลิ้นเหลือเกิน แถมยังมีรสชาติหวานซ่อนเปรี้ยวของ Strawberry Glaze ที่เคลือบอยู่ด้วยแล้ว ทำให้จานนี้ได้รับการยกนิ้วจากเราไปอย่างง่ายดาย และตบท้ายมื้ออร่อยแบบครบสูตรนี้ด้วย Sumatra เค้กชิ้นกลมที่ผสมผสานระหว่างมูสของ White Chocolate, Dark Chocolate และ Sumatra Coffee รสชาติคมเข้ม เหมาะกับคนชอบทานช็อคโกแล็ตที่ออกขมนิดๆค่ะ
พูดได้เต็มปากค่ะ ว่า Bakerzin เป็นทั้งร้านอาหารและร้านบูติคเบเกอร์รี่คาเฟ่ที่เป็นทางเลือกใหม่ให้เราได้ไป Hang Out กับเพื่อนๆ หรือจะหามุมส่วนตัวทาน Afternoon Tea กับคนพิเศษก็ไม่ว่ากัน แล้วคุณจะต้องเก็บ Bakerzin ใส่ในลิสต์ร้านที่คุณจะต้องกลับไปอีก
(Updated:
25/06/05)
|