New Stylish Rooftop Grill & Bar

Hotel Indigo Bangkok โรงแรมสุดเก๋บนถนนวิทยุ ได้เปิดบ้านต้อนรับห้องอาหาร Char Bangkok บนชั้น 25 สาขาแรกในประเทศไทย หลังจากประสบความสำเร็จจากสาขาแรกที่เซี่ยงไฮ้ สำหรับสาขาที่นี่ จะเน้นเสิร์ฟอาหารสไตล์ Contemporary Grill ภายใต้บรรยากาศเรียบหรูที่สามารถนั่งทานอาหารไปพร้อมกับชมวิวเมืองกรุงเทพฯ ได้ด้วย

The Great Combination

สำหรับการตกแต่งทั้งหมด Char Bangkok ก็ได้ใช้คอนเซ็ปต์การตกแต่งเช่นเดียวกับสาขาที่เซี่ยงไฮ้ โดยเน้นการเชื่อมโลกยุคเก่าให้เข้ากับโลกยุคใหม่ พร้อมกับผสมสานสไตล์ Industrial เข้าไป เลือกใช้ไม้สีเข้มและโครงเหล็กสีทองเป็นหลัก เพื่อเพิ่มความหรูหรา ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์สีโทนน้ำตาลและน้ำเงินเข้ม พร้อมกับติดภาพวาดสไตล์ไทยยุคเก่าไว้ สัมผัสได้ถึงบรรยากาศร่วมสมัยได้เป็นอย่างดี

ห้อง Char Private

ห้อง Char Private

หากใครที่มากัน 12-14 คน แนะนำให้จองห้อง Char Private ห้องส่วนตัวที่ตกแต่งอย่างสวยงาม เหมาะกับสังสรรค์กับเพื่อน ๆ แต่ถ้าอยากดื่มด่ำบรรยากาศพร้อมดริ๊งก์ไปด้วย ลองเดินขึ้นไปบนชั้น 26 บริเวณ Char Rooftop Bar สามารถสั่งดริ๊งก์ดี ๆ มาจิบ ท่ามกลางลมเย็น ๆ บนดาดฟ้าของโรงแรม และวิวสวย ๆ ของถนนวิทยุ บ้านท่านทูตสหรัฐอเมริกา และแสงไฟจากตึกสูงต่าง ๆ นอกจากนี้ ยังสามารถชมวิวพระอาทิตย์ตกดินได้อย่างโรแมนติก

Foie Gras Perfait Crumble (730 บาท)

Recommended Dishes : Foie Gras Perfait Crumble (730 บาท)

Char Food Experience

สำหรับอาหารของที่นี่ ได้เชฟ Lionel Vinatier ชาวฝรั่งเศส ที่มีประสบการณ์กว่า 20 ปี ทั้งในยุโรปและเอเชีย มาเป็นผู้ครีเอทเมนูให้ โดยเชฟจะใช้เทคนิคแบบคลาสสิคเข้ามาผสมผสานกับความเป็นสากลเพื่อนำเสนอเมนูอาหารที่เป็นศิลปะ พร้อมทั้งยังได้รสชาติที่แปลกใหม่ด้วย เริ่มต้นที่จานเบา ๆ อย่าง Foie Gras Perfait Crumble (730 บาท) ตับห่านที่หมักทั้งหมด 4 วัน  เริ่มจากนำตับห่านไปผสมกับน้ำตาล พริกไทย และเกลือ นำไปแช่เย็น แล้วนำออกมาหมักกับรัมและไวน์ก่อนนำไปแช่เย็นอีกครั้ง ก่อนที่จะเสิร์ฟกับผักสลัด ซอสสูตรพิเศษ และขนมปัง ได้กลิ่นหอมอ่อน ๆ จากรัมและไวน์หรือจะสั่ง Tuna Tartare (280 บาท) ใช้ปลา Yellow Fin Tuna คลุกเคล้ากับซอสสูตรพิเศษจากน้ำบีทรูท เสิร์ฟมาพร้อมกับซอสกัวคาโมเล่ที่ผสมแตงกวาดอง ทานคู่กับขนมปังกรอบ เป็นจานที่เรียกน้ำย่อยได้ดี

Seared Hokkaido Scallops (560 บาท)

Recommended Dishes : Seared Hokkaido Scallops (560 บาท)

Lobster Ravioli (1,020 บาท)

Recommended Dishes : Lobster Ravioli (1,020 บาท)

อีกหนึ่งจานที่มีรสชาติกลมกล่อม Seared Hokkaido Scallops (560 บาท) หอยเชลล์ฮอกไกโดย่างมาสุกกำลังดี ราดซอสมะเขือเทศที่ผสมกับมะม่วง รสชาติเปรี้ยวหวาน ทานพร้อมกับแคร็กเกอร์กรุบกรอบ เข้ากันได้ดี สำหรับจานหลัก ทางร้านแนะนำ Lobster Ravioli (1,020 บาท) เมนูนี้ต่างจากที่อื่นเพราะใช้แผ่นเกี๊ยววางเรียงชั้นสลับกับล็อบสเตอร์ ทานกับซอสสูตรพิเศษที่นำเห็ดทรัฟเฟิลไปผัดกับมะเขือเทศและเครื่องเทศ ทานพร้อมกันแล้วได้เนื้อสัมผัสฉ่ำกำลังดี

North Pacific Black Cod Steak (710 บาท)

Recommended Dishes : North Pacific Black Cod Steak (710 บาท)

ส่วนใครที่กำลังมองหาจานเพื่อสุขภาพ แนะนำ North Pacific Black Cod Steak (710 บาท) เนื้อปลาคอดย่างมาสุกกำลังดี ด้านในยังนุ่ม ไม่แห้งเกินไป เสิร์ฟมากับซอสที่มีส่วนผสมของมะม่วงและมะเขือเทศ ก่อนทานให้บีบเลมอนซักนิดให้ได้รสชาติเปรี้ยวตัดกัน
Tomohawk Wagyu (560 บาท/100 กรัม)

Recommended Dishes : Tomohawk Wagyu (560 บาท/100 กรัม)

Signature Steak Menu

อีกจานซิกเนเจอร์ของที่นี่ Tomohawk Wagyu (560 บาท/100 กรัม) ใช้เนื้อจากออสเตรเลียช่วงระหว่างส่วนสะโพกไปย่าง ได้เนื้อที่นุ่ม ไม่เหนียว สามารถเลือกระดับความสุกได้ แนะนำให้สั่ง Side Dish มาทานด้วยกัน แนะนำ Creamed Spinach (120 บาท) ผักโขมอบชีส และ Truffle Mashed Potatoes (120 บาท) มันบดผสมเห็ดทรัฟเฟิล จะช่วยให้มื้อนี้อร่อยยิ่งขึ้นอีก

Banana Cheese Cake (310 บาท)

Banana Cheese Cake (310 บาท)

Char Dessert

ปิดท้ายมื้อนี้ด้วยขนมหวาน ทางร้านแนะนำเมนูที่ขึ้นชื่อจากสาขาเซี่ยงไฮ้ อย่าง Banana Cheese Cake (310 บาท) ชีสเค้กสูตรดั้งเดิมกลิ่นกล้วย ด้านล่างเป็นแคร็กเกอร์บดผสมเนย ส่วนด้านบนเป็นชีสเค้กนุ่ม ๆ ทานคู่กับซอสเลมอน และซอสเบอร์รี่