The Second Robuchon

หลังจากที่ L’Atelier de Jöel Robuchon ร้านอาหารฝรั่งเศสระดับโลกของเชฟ Jöel Robuchon ที่รู้จักกันในฐานะเชฟที่ครอบครองมิชลินสตาร์มากที่สุดในโลก ได้มาเปิดสาขาในประเทศไทยเมื่อปลายปี 2557 ที่ MahaNakhon CUBE ตอนนี้ก็ได้เปิดสาขาที่สองพร้อมคอนเซ็ปต์ใหม่ ในชื่อ LE SALON DE L’Atelier de Jöel Robuchon ที่ Central Embassy

LE SALON DE L'Atelier

บรรยากาศของร้านเป็นแบบเปิดโล่งทั้งตัวร้านและครัว หรือที่เรียกว่า Atelier ซึ่งถือเป็นซิกเนเจอร์ประจำร้าน ตกแต่งโทนสีดำและแดงตามแบบฉบับ Jöel Robuchon และมีพื้นที่นั่งรับประทานอาหารทั้งแบบโซฟา โต๊ะเหลี่ยม และเก้าอี้ล้อมรอบเคาน์เตอร์ให้ได้สังเกตทุกขั้นตอนการทำอาหารได้อย่างใกล้ชิด

Executive Chef Olivier Limousin

Executive Chef Olivier Limousin

สำหรับสาขานี้ยังคงมาตรฐานเช่นเดียวกับร้านอื่น ๆ ในเครือ Jöel Robuchon โดยเน้นคุณภาพของวัตถุดิบ กรรมวิธีประกอบอาหาร ความพิถีพิถันในการนำเสนอและใส่ใจทุกรายละเอียด อาหารที่ LE SALON DE L’Atelier de Jöel Robuchon เป็นสไตล์ All-day dining เน้นอาหารเบา ๆ ทานได้ตลอดทั้งวันมากกว่าที่จะเป็น Full Course Dining และยังคงมีเมนูคลาสสิกที่เสิร์ฟที่สาขา MahaNakhon CUBE ให้ได้ลิ้มลองเช่นกัน

Executive Chef Olivier Limousin

Executive Chef Olivier Limousin

Award-Winning Chef from London

เชฟใหญ่ผู้ดูแลคอนเซปต์อาหารและควบคุมคุณภาพสาขานี้ คือ เชฟ Olivier Limousin คนเดียวกับที่สาขา MahaNakhon CUBE โดยเชฟเคยทำงานที่ L’Atelier de Jöel Robuchon สาขา London มาก่อน

Joël Robuchon's Classics

Le Caviar Imperial de Sologne (2,800 บาท)

Le Caviar Imperial de Sologne (2,800 บาท)

LE SALON DE L'Atelier Bakery

LE SALON DE L'Atelier Bakery

เมนูคลาสสิกและซิกเนเจอร์ของ Jöel Robuchon - Le Caviar Imperial de Sologne (2,800 บาท) อิมพีเรียลคาเวียร์จากฝรั่งเศส มาเป็นเลเยอร์ 3 ชั้น ชั้นล่างสุดเป็นครีมปูยักษ์ ชั้นกลางเป็นซุปใสล็อบสเตอร์ และชั้นบนเป็นคาเวียร์ แนะนำให้ทานคู่กับ Escargot Bread ขนมปังอบเนยคราฟท์เมดสูตรพิเศษที่ทำใหม่ทุกวัน

La Betterave (380 บาท)

La Betterave (380 บาท)

La Betterave (380 บาท) ทาทาร์ผักและผลไม้ แอปเปิลเขียวและบีทรูทลูกเต๋า ท็อปด้วยสลัดผักไมโครกรีน เสิร์ฟพร้อม Guacamole และ Green Mustard Sherbet ไอศกรีมมัสตาร์ดเขียวเชอร์เบท รสเปรี้ยวหวาน เรียกความสดชื่นได้ดี

Les Gourmandises

Les Gourmandises

Les Gourmandises เมนูแซนด์วิช (ซ้ายไปขวา) แนะนำ La Quiche Lorraine คีชเบคอนและหัวหอมอบกรูแยร์ชีส เสิร์ฟพร้อมเฟนเนลและกรูตอง,  Le Homard แซนด์วิชกุ้งมังกรและค็อกเทลซอส ท็อปด้วยอโวคาโด, Le Saumon Fume แซนด์วิชแซลมอนรมควัน ปรุงรสด้วยเฟนเนล ผักชีลาว และซาวครีม, Le Poulet แซนด์วิชไก่และไข่ต้มแบบมิโมซ่า ท็อปด้วยคีนัว และ Le King Crab แซนด์วิชปูยักษ์ที่มาในสไตล์เวเฟอร์ร้อน ๆ 

Le Caipirinha (450 บาท)

Le Caipirinha (450 บาท)

ต่อด้วยของหวานหน้าตาสวยงามที่ทำขึ้นอย่างประณีตทีละจานอย่าง Le Caipirinha (450 บาท) ของหวานที่ได้แรงบันดาลใจจากค็อกเทลบราซิล เป็นมูส Caipirinha โรยด้วยเกล็ดรัม Cachaça เสิร์ฟกับครีมกล้วย ส่วนฐานล่างเป็นเจลลี่มะพร้าว

Le Chocolat Tainori (500 บาท)

Le Chocolat Tainori (500 บาท)

La Pistache de Sicile (650 บาท)

La Pistache de Sicile (650 บาท)

นอกจากนี้ยังมีเมนูวาฟเฟิล ซึ่งที่ร้านจะเป็นวาฟเฟิลสไตล์บรัซเซลส์ ด้านนอกมีความกรอบ ด้านในมีความเบา เข้ากันได้ดีกับมูสครีม ไม่ว่าจะเป็น Le Chocolat Tainori (500 บาท) วาฟเฟิลเสิร์ฟกับซอลท์คาราเมล ถั่วแมคคาเดเมีย และครีมช็อคโกแลต หรือจะเป็น La Pistache de Sicile (650 บาท) วาฟเฟิลเสิร์ฟพร้อมครีมพิสตาชิโอจาก Sicily ช็อคโกแลตนมและเชอร์รี

La Vanille Grand Cru (750 บาท)

La Vanille Grand Cru (750 บาท)

La Vanille Grand Cru (750 บาท) วาฟเฟิลเสิร์ฟพร้อมวานิลลาจากทาฮิติ ตกแต่งด้วย Crispy Meringue และ Sablé
Le Mont Blanc (800 บาท)

Le Mont Blanc (800 บาท)

Le Mont Blanc (800 บาท) ขนมดีไซน์แปลกตาที่เสิร์ฟในชามครึ่งวงกลม เป็นทรัฟเฟิลครีมท็อปด้วยเห็ดทรัฟเฟิล ทานคู่กับส้มและ Chantilly