BKKMENU.com

11 บาร์เปิดใหม่ในกรุงเทพฯ

23 Dec 2016

สำหรับสายดริ๊งก์ทั้งหลายที่กำลังมองหาที่แฮงก์เอ้าท์ใหม่ ๆ ลองมาดูลิสต์ 11 บาร์เปิดใหม่ในกรุงเทพฯ ที่แต่ละร้านล้วนมาพร้อมคอนเซ็ปต์เก๋ ๆ ที่สำคัญยังมีดริ๊งก์ดี ๆ ให้ได้ตามไปนั่งจิบชิลล์ ๆ กัน จะมีร้านไหนบ้างมาดูกันเลย

 

 

 

3 Bears Craft Brewery

3 Bears Goldilocks Blonde (240 บาท)

3 Bears Goldilocks Blonde (240 บาท)

Fried Calamari (260 บาท)

Fried Calamari (260 บาท)

Wingy Wings (260 บาท)

Wingy Wings (260 บาท)

3 Bears Craft Brewery

3 Bears Craft Brewery

ใครที่ชอบดื่มคราฟท์เบียร์ ลองแวะมาที่ 3 Bears Craft Brewery ร้านแฮงก์เอ้าท์เปิดใหม่ในซอยสุขุมวิท 22 ที่มีจุดเด่นอยู่ที่ทางร้านมีแบรนด์คราฟท์เบียร์เป็นของตัวเอง และยังมีอาหารหลากหลายเมนูให้ได้ทานกันเพลิน ๆ อีกด้วย ภายในร้านตกแต่งด้วยอิฐแดง เพิ่มลูกเล่นเพดานด้วยหลอดไฟที่ห้อยลงมา มีพื้นที่นั่งสองชั้น และเวทีสำหรับวงดนตรีสดหลายแนวที่มีให้ฟังทุกวันตั้งแต่สองทุ่ม ส่วนเสาร์อาทิตย์มีตั้งแต่หกโมงเย็น สำหรับเมนูอาหารของที่นี่ ทางร้านได้เชฟที่เคยฝากผลงานไว้ที่ร้าน Seven Spoons โดยเน้นอาหารที่ทานแกล้มเบียร์ทั้งไทยและยุโรป เริ่มต้นด้วยของทานเล่นอย่าง Fried Calamari (260 บาท) ปลาหมึกชุบแป้งทอด ที่นี่ทอดในสไตล์เทมปุระที่เน้นความกรอบแบบไม่อมน้ำมัน โรยด้วยปาปริก้า ผงกระเทียม เกลือ และพริกไทย จะทานเปล่า ๆ หรือจิ้มกับเตกีล่าทาทาร์ดิปรสเปรี้ยว ๆ เค็ม ๆ ก็ดีไม่แพ้กัน หรือสั่ง Wingy Wings (260 บาท) เมนูของทานเล่นซิกเนเจอร์ของทางร้าน ไก่ส่วนปีกบนทอดกรอบ คลุกซอสบาร์บีคิวสูตรเฉพาะของร้าน มาพร้อมซอสพริกรสเปรี้ยวอมเผ็ด สำหรับเครื่องดื่ม แน่นอนว่าใครที่แวะมาร้านนี้ควรลองสั่งคราฟท์เบียร์แบรนด์ของทางร้าน โดยมีให้เลือก 3 ตัว คือ 3 Bears Goldilocks Blonde (240 บาท) เหมาะสำหรับคนที่เริ่มดื่มคราฟท์เบียร์ เพราะรสชาติเบาและหอมกลิ่นทรอปิคอลฟรุ้ต

 

ดูรีวิวร้านนี้ใน We Recommend

 

 

3 Bears Craft Brewery
1154 ซอยเศรษฐีทวีทรัพย์ สุขุมวิท 22
เปิด ทุกวัน 16.00 - 24.00 น.
โทร 095-456-8298
www.facebook.com/3BeaRsCB

 

 

Attitude Rooftop Bar & Restaurant

Smoking Caramel Duck (220 บาท)

Smoking Caramel Duck (220 บาท)

Blue Gin (380 บาท)

Blue Gin (380 บาท)

The Last Drink of Al Capone (350 บาท)

The Last Drink of Al Capone (350 บาท)

Attitude Rooftop Bar & Restaurant

Attitude Rooftop Bar & Restaurant

Attitude Rooftop Bar & Restaurant รูฟท็อปบาร์เปิดใหม่บนชั้น 26 ของโรงแรม AVANI Riverside Bangkok ย่านเจริญนคร โดยนอกจากจะเน้นเสิร์ฟอาหารสไตล์ฟิวชั่นแล้ว ยังมีโซนบาร์พร้อมเสิร์ฟค็อกเทล เพลิดเพลินและดื่มด่ำไปกับวิวสวย ๆ ของโค้งแม่น้ำเจ้าพระยาอีกด้วย โดยรูฟท็อปบาร์แห่งนี้ ด้านบนสามารถชมวิวเมือง รวมไปถึงวิวของโค้งแม่น้ำเจ้าพระยาที่สวยงามได้อย่างสุดลูกหูลูกตา แนะนำให้มาในช่วงก่อนพระอาทิตย์ตกจะได้ดื่มด่ำกับแสงทไวไลท์สวย ๆ และสนุกกับถ่ายรูปกันได้ สำหรับใครที่ชอบดูวิวแนะนำให้นั่งที่โซนเอ้าท์ดอร์ด้านนอก แต่ถ้ากลัวร้อนที่นี่ก็มีโซนอินดอร์ด้านในที่ตกแต่งไว้อย่างสวยงาม ได้บรรยากาศโรแมนติกไม่แพ้กัน เริ่มกันที่จานแรกเรียกน้ำย่อย Smoking Caramel Duck (220 บาท) เป็ดรมควันที่สไลด์มาเป็นชิ้นกำลังดี ทาด้วยน้ำปลาที่ทางร้านทำเป็นคาราเมลซอส เพิ่มรสชาติด้วยองุ่น ซอสชาเจล ซอสเจลรสชาติเผ็ดนิด ๆ และตกแต่งด้วยพริก จัดเสิร์ฟมาพร้อมฝาแก้วครอบที่อัดแน่นด้วยควันหอม ๆ นอกจากนี้ในโซนบาร์ยังมีค็อกเทลดี ๆ ให้เลือกดื่มกันได้หลากหลายเมนู แนะนำ Blue Gin (380 บาท) ค็อกเทลที่ฟ้าสวยที่เบสด้วยเหล้า 2 ชนิด เพิ่มรสชาติด้วย น้ำมะนาว และโทนิก หรือจะลอง The Last Drink of Al Capone (350 บาท) ค็อกเทลสีส้มที่รมควันด้วยลาเวนเดอร์หอม ๆ เทใส่แก้วที่ตกแต่งด้วยกลีบกุหลาบเก๋ ๆ ดื่มตามต้องการ

 

ดูรีวิวร้านนี้ใน We Recommend

 

 

Attitude Rooftop Bar & Restaurant
ชั้น 26 AVANI Riverside Bangkok
เปิด ทุกวัน 10.00 - 01.00 น.
โทร 02-431-9100
www.facebook.com/AttitudeRooftopBar

 

 

Brewski

Brewski

Brewski

ใกล้จะสิ้นปีแล้ว ใครที่กำลังหาสถานที่แฮงก์เอ้าท์ แนะนำให้ขึ้นมาที่ Brewski รูฟท็อปเบียร์บาร์ของโรงแรม Radisson Blu Plaza ที่โดดเด่นเรื่องเบียร์แท็ปและคราฟท์เบียร์กว่าร้อยชนิด ในบรรยากาศสบาย ๆ มองเห็นวิวในย่านสุขุมวิท เหมาะจะมาแฮงก์เอาท์ชิลล์ ๆ ในช่วงเย็น Brewski ตั้งอยู่บนชั้น 30 ตกแต่งด้วยไม้และโครงเหล็กสีดำเป็นหลัก โดดเด่นด้วย 12 เบียร์แท็ปตั้งยาวอยู่ด้านหน้าบาร์ ใครที่มากันเป็นกลุ่มหรือเป็นคู่ก็มีที่นั่งโซฟา แต่ถ้าใครมาคนเดียวหรือต้องการความเป็นส่วนตัวขึ้นมาหน่อยก็สามารถเลือกนั่งได้ที่โต๊ะยาวติดขอบระเบียงทั้งสองฝั่งเพื่อชมวิวสวย ๆ ไปพร้อมกับดื่มดริ๊งก์เย็น ๆ ได้ด้วยเช่นกัน สำหรับอาหารของทางร้านจะเน้นเสิร์ฟเมนูทานเล่นคู่กับเบียร์ ลองสั่งเมนูใหม่ที่เป็นซิกเนเจอร์ของทางร้านอย่าง Double Dog (680 บาท)​ ขนมปังไส้กรอกยาวสองรสชาติ ได้แก่ รสไก่กับรสกะเพรา ราดด้วยซอสมายองเนสผสมกับมัสตาร์ด แล้วท็อปด้านบนด้วยมะเขือเทศหั่นเต๋า ทานกับเบียร์เข้ากันเป็นอย่างดี สำหรับเครื่องดื่มที่ร้านจะเน้นเบียร์เป็นหลัก ซึ่งมี Tap Beer 12 ตัว พร้อมคราฟท์เบียร์กว่า 100 ชนิดให้คอเบียร์ได้ลองดื่มกัน เริ่มต้นที่ Deschutes Fresh Squeezed IPA (120/220/320) มีความเด่นคือคั้นจากฮอปส์สด ๆ ทำให้มีสีเบียร์เข้มและเท็กซ์เจอร์ชัดเจนกว่าตัวอื่น ๆ ส่วนใครที่เพิ่งเริ่มดื่มคราฟท์เบียร์ ทางร้านแนะนำ Ballast Point Longfin Lager (90/160/260) เบียร์จากโคโลราโดบอดี้ปานกลางแต่ชัดกว่าลาเกอร์ปกติทั่วไป มีความซ่าแต่ไม่บาดคอ หรือจะลอง Chouffe Soleil (100/180/280) ซัมเมอร์เบียร์จากเบลเยียมที่นิยมดื่มในช่วงฤดูร้อน แต่ด้วยสภาพอากาศของประเทศไทยทำให้เป็นเบียร์ที่เหมาะสำหรับดื่มได้ทั้งปี

 

ดูรีวิวร้านนี้ใน We Recommend

 

 

Brewski
ชั้น 30 Radisson Blu Plaza Bangkok
เปิด ทุกวัน 17.00 - 01.00 น.
โทร 02-304-3333
www.facebook.com/brewskiblu

 

 

Bronx Liquid Parlour

The Other Coco (360 บาท)

The Other Coco (360 บาท)

Scotsman’s Egg (360 บาท)

Scotsman’s Egg (360 บาท)

Gyoza with Chicken Broth (120 บาท)

Gyoza with Chicken Broth (120 บาท)

Bronx Liquid Parlour

Bronx Liquid Parlour

ในซอยทองหล่อ 25 เบื้องหลังประตูสีน้ำเงินเข้มปิดม่านมิดชิด หน้าตึกเล็กแห่งนี้เป็นที่ตั้งของ Bronx Liquid Parlour ค็อกเทลบาร์เปิดใหม่สุดเท่ที่ผสมผสานกลิ่นอายญี่ปุ่นเข้ากับค็อกเทลได้อย่างลงตัว บรรยากาศตั้งแต่นอกร้านค่อนข้างลึกลับเนื่องจากไม่มีป้ายชื่อร้าน เมื่อเข้ามาในร้าน ไฟสลัวสะท้อนกับผนังอิฐเปลือยเผยให้เห็นสภาพร้าน เพดานสูงโปร่ง มีโต๊ะเล็กและโต๊ะใหญ่ให้เลือกนั่ง หรือจะชมฝีมือบาร์เทนเดอร์ที่โต๊ะทรงสูงด้านหน้าบาร์ก็ได้ Hideyuki Saito เจ้าของและบาร์เทนเดอร์ประจำ Bronx Liquid Parlour ผ่านประสบการณ์จากการทำงานที่ค็อกเทลบาร์ในเมืองสำคัญทั่วโลก ส่วนชื่อร้าน Bronx นั้นมาจาก Bronx Terrace ค็อกเทลแก้วโปรดของ Hideyuki นั่นเอง Bronx เน้นเครื่องดื่มเป็นหลัก มีของทานเล่นให้เลือกไม่มาก Gyoza with Chicken Broth (120 บาท) เกี๊ยวซ่าในน้ำซุปไก่ร้อน ๆ ซดคล่องคอ เครื่องดื่ม เริ่มต้นด้วยคลาสสิกค็อกเทลอย่าง Scotsman’s Egg (360 บาทค็อกเทลสไตล์อังกฤษ เสิร์ฟในแก้วทรงไข่ที่ออกแบบมาเพื่อเมนูนี้โดยเฉพาะ เบส Calvados Père Magloire VSOP และ Tawny Port Wine เพิ่มความครีมมี่เล็กน้อยด้วยไข่นกกระทา ให้รสชาติค่อนข้างฟรุ๊ตตี้ ดื่มง่าย อีกหนึ่งดริ๊งก์ที่ทางร้านแนะนำ The Other Coco (360 บาท) เมนูที่ได้แรงบันดาลใจจาก Pina Colada แต่เปลี่ยนจากกะทิเป็นน้ำมะพร้าว และเพิ่มบรั่นดีพลัมเรียกรสเปรี้ยวหวาน เสิร์ฟในถ้วยกะลา เคียงด้วยสับปะรดอบแห้ง

 

ดูรีวิวร้านนี้ใน We Recommend

 

 

Bronx Liquid Parlour
ซอยทองหล่อ 25
เปิด อังคาร - อาทิตย์ 19.00 - 02.00 น.
โทร 02-036-6071
www.facebook.com/Bronxbkk

 

 

Malt & Salt

Old Fashion (260 บาท)

Old Fashion (260 บาท)

เนื้อย่างจิ้มแจ่ว (200 บาท)

เนื้อย่างจิ้มแจ่ว (200 บาท)

Malt & Salt (300 บาท)

Malt & Salt (300 บาท)

Malt & Salt

Malt & Salt

ใครที่กำลังหาร้านสำหรับแฮงก์เอ้าท์กับเพื่อนฝูงลองแวะไปที่โครงการเวิ้งโบราณ ปากซอยเอกมัย 10 มีร้านเปิดใหม่ที่ปรับปรุงจากร้านเบอร์เกอร์เดิมให้กลายเป็นร้านนั่งชิลล์บรรยากาศสบาย  Malt & Salt เกิดขึ้นจากความตั้งใจของคุณโบ๊ท - เจ้าของร้านที่เคยเปิดร้าน Burger Factory ได้ปรับปรุงร้านให้มีบรรยากาศเหมาะสำหรับแฮงก์เอ้าท์กับเพื่อน ตัวร้านยังคงโครงสร้างเดิมของ Burger Factory และยังคงมีครัวเปิด มีมุมที่นั่งให้เลือกมากมาย ภายในร้านตกแต่งสไตล์อินดัสเทรียลลอฟท์ เน้นใช้ไม้กับเหล็กเป็นหลัก เพิ่มความครึกครื้นด้วยดนตรีสดที่มีเล่นทุกวัน เริ่มด้วยของทานเล่น ทางร้านแนะนำ เมนูกับแกล้มแบบไทย  เนื้อย่างจิ้มแจ่ว (200 บาท) ที่ผ่านการหมักเครื่องปรุงเข้มข้น นำไปย่างไฟร้อน  จิ้มกับแจ่ว เรียกน้ำย่อยได้เป็นอย่างดี ส่วนของบาร์จะเน้นเสิร์ฟซิงเกิลมอลท์และวิสกี้เป็นหลัก แต่ก็มีเมนูค็อกเทลและเบียร์สดให้เป็นตัวเลือกเพิ่มเติมเช่นกัน โดยได้บาร์เทนเดอร์มากประสบการณ์มาเป็นผู้ครีเอทค็อกเทลและแนะนำเครื่องดื่มที่เหมาะกับอาหารแต่ละจาน ใครที่อยากได้ดริ๊งก์รสเข้ม ลองสั่ง Old Fashion (260 บาท) เบสด้วยเหล้า Bourbon ได้กลิ่นหอมของเปลือกส้ม ส่วนใครที่ชอบรสเบาลงมาหน่อย ทางร้านแนะนำ Malt & Salt (300 บาท) ซิกเนเจอร์ค็อกเทลของทางร้าน เบสวอดก้า น้ำผึ้ง และมะนาว เสิร์ฟพร้อมผลไม้ตามฤดูกาลและขนมแท่งขบเคี้ยว

 

ดูรีวิวร้านนี้ใน We Recommend

 

 

Malt & Salt
ซอยเอกมัย 10
เปิด อังคาร - อาทิตย์ 17.00 - 01.00 น.
โทร 02-714-4249
www.facebook.com/TheMaltandSalt

 

 

Mikys Cocktail Bar

Julie (340 บาท)

Julie (340 บาท)

In Pan Road (340 บาท)

In Pan Road (340 บาท)

Mixed Cheese (590 บาท)

Mixed Cheese (590 บาท)

MIKYS Cocktail Bar

MIKYS Cocktail Bar

MIKYS Cocktail Bar ค็อกเทลบาร์แห่งใหม่บนถนนปั้น ย่านสีลม - สาทร ดูแลโดย Michele Montauti เจ้าของร้านและมิกโซโลจิสต์ชื่อดังที่เคยฝากฝีไม้ลายมือไว้ที่ The House on Sathorn กับหุ้นส่วน ตัวร้านปรับปรุงมาจากแกลเลอรี่เดิม บรรยากาศภายในร้านค่อนข้างมืดสลัว มีกระจกรอบด้านให้เห็นความเคลื่อนไหวภายนอก เพดานค่อนข้างสูงจึงแก้ปัญหาด้วยการเพิ่มลูกเล่นห้อยหลอดไฟเพื่อไม่ให้รู้สึกว่าเพดานสูงเกินไป สำหรับพื้นที่นั่ง มีทั้งโต๊ะเก้าอี้ทรงสูง โซฟา และบาร์ยาวให้ลูกค้าได้พูดคุยกับมิกซ์โซโลจิสต์และชมฝีไม้ลายมือการทำเครื่องดื่มอย่างใกล้ชิด ใครที่แวะมาดื่ม ทางร้านแนะนำ Signature Cocktail ของทางร้านอย่าง In Pan Road (340 บาท) ค็อกเทลสีแดงอมชมพูสดใสที่ได้แรงบันดาลใจจากโลเคชั่นของร้าน รสเปรี้ยวอมหวาน เบสด้วยเตกีล่า ผสมน้ำทับทิม น้ำมะนาว โรสแมรี่ไซรัป เหล้า Elder Flowers และบิทเทอร์เล็กน้อย ประดับแก้วด้วย บัลซามิกคาเวียร์ แตงกวาฝานบางม้วน และใบโรสแมรี่ที่นำไปลนไฟเพื่อให้มีกลิ่นหอม สำหรับคนที่ชอบ Gin ลองสั่ง Julie (340 บาทที่มีส่วนผสมของเหล้าจิน เวอร์มุธ ชาเอิร์ลเกรย์ ไซรัปมะลิ และน้ำมะนาว ใส่เพิ่มไข่ขาวเพื่อให้มีความนุ่มและครีมมี่แล้วนำไปดรายเชค อย่าลืมสั่ง Mixed Cheese (590 บาท) แกล้มค็อกเทล โดยมีชีสหลากหลายแบบให้เลือก ไม่ว่าจะเป็น Brie, Carmembert, Gorgonzola และอื่น  อีกมากมาย เสิร์ฟมาพร้อมผลไม้สด น้ำผึ้ง และบัลซามิก

 

ดูรีวิวร้านนี้ใน We Recommend

 

 

MIKYS Cocktail Bar
ถนนปั้น
เปิด จันทร์ - เสาร์ 18.00 - 01.00 น.
โทร 02-637-8368
www.facebook.com/MIKYSCOCKTAILBAR

 

 

Orihara Shoten

Kaki-Pii (110 บาท) / Sake Toba (240 บาท)

Kaki-Pii (110 บาท) / Sake Toba (240 บาท)

ODEN Tamago (50 บาท) / Daikon (70 บาท) / Konnyaku (70 บาท) / Atsu Age (70 บาท)

ODEN Tamago (50 บาท) / Daikon (70 บาท) / Konnyaku (70 บาท) / Atsu Age (70 บาท)

Orihara Shoten

Orihara Shoten

Orihara Shoten

Orihara Shoten

ใครที่กำลังมองหาร้านเหล้าบรรยากาศดี ๆ ลองแวะเวียนไปที่ Orihara Shoten อยู่บริเวณด้านหน้า Park Lane Ekamai เป็นร้านขายเหล้าและสาเกบาร์สไตล์ญี่ปุ่นแท้ ๆ ที่มีประวัติยาวนานกว่า 90 ปี มีสาขาที่โตเกียว สิงคโปร์ และเพิ่งเปิดสาขาที่สามที่กรุงเทพ ฯ เมื่อไม่นานมานี้ ภายในร้านตกแต่งสไตล์ญี่ปุ่น เน้นไม้เป็นวัสดุหลัก มีตู้แช่สาเกพร้อมป้ายแขวนบรรยายข้อมูลเบื้องต้นของสาเกแต่ละขวด นอกจากนี้ยังมีเหล้าญี่ปุ่นชนิดอื่น ๆ วางขายด้วย หากใครที่สนใจเครื่องไม้เครื่องมือสำหรับการทานสาเก ทางร้านก็มีจัดจำหน่ายเช่นกัน วิธีการสั่งสาเกที่ร้าน จะเริ่มจากการเลือกสาเกจากตู้แช่ จากนั้นจึงนำไปดื่มที่โต๊ะ โดยคิดค่าเปิดขวดตามปริมาณสาเก หรือหากต้องการนำกลับบ้านก็ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมนอกเหนือจากราคาที่ระบุไว้ข้างขวด อาหารที่นี่จะเน้นกับแกล้มและของทานเล่นเป็นหลัก แนะนำ Kaki-Pii (110 บาท) ถั่วอบและแครกเกอร์ญี่ปุ่นกรุบ ๆ หากชอบอาหารทะเลลองสั่ง Sake Toba (240 บาท) ปลาแซลมอนตากแห้งหนึบ ๆ รสเค็ม หรือจะเป็น ODEN Tamago (50 บาท) ไข่ต้ม Daikon (70 บาท) หัวไชเท้าสไลซ์ Konnyaku (70 บาท) บุกคอนยัคกุ และ Atsu Age (70 บาท) เต้าหู้ทอด โดยเสิร์ฟมาในซุปพร้อมกับมัสตาร์ดญี่ปุ่นรสจัดจ้าน นอกจากสาเกแล้วที่นี่ยังมีเหล้าบ๊วย Umeshu และวิสกี้ Suntory ซึ่งจะเสิร์ฟแบบ Kaku High-ball (180 บาท) โดยผสมวิสกี้กับโซดาเข้าด้วยกัน แต่ความพิเศษของ Kakubin ที่นี่ก็คือเสิร์ฟจากตู้กดโดยตรง ทำให้ได้วิสกี้และโซดาในปริมาณที่พอเหมาะและโซดามีความซ่ามากกว่าปกติ

 

ดูรีวิวร้านนี้ใน We Recommend

 

 

Orihara Shoten
Park Lane Ekamai
เปิด อังคาร - อาทิตย์ 16.00 - 24.00 น.
โทร 02-382-0131
www.facebook.com/OriharaShotenBangkok

 

 

PrumPlum Umeshu Bar & Bistro

PrumPlum Umeshu Set (360 บาท)

PrumPlum Umeshu Set (360 บาท)

Komasa No Yuzushu (140 บาท / ช็อต)

Komasa No Yuzushu (140 บาท / ช็อต)

Chicken Kara-age (100 บาท)

Chicken Kara-age (100 บาท)

PrumPlum Umeshu Bar & Bistro

PrumPlum Umeshu Bar & Bistro

PrumPlum Umeshu Bar & Bistro บาร์เหล้าบ๊วยบรรยากาศสบาย ๆ ที่เกิดจากความหลงใหลในเหล้า Umeshu ของคุณแฮมและคุณเทพ เจ้าของร้าน โดยคุณแฮมได้เดินทางไปญี่ปุ่นเพื่อลองลิ้มชิมรสเหล้าบ๊วยหลายชนิดและได้นำประสบการณ์ที่เกิดระหว่างการเดินทางและการพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญด้านเหล้าบ๊วย มาเปิดเป็นบาร์เหล้าบ๊วยแห่งนี้ในที่สุด ตัวร้านตั้งอยู่ในตึกแถว ด้านล่างเป็นโซนที่นั่งและบาร์ยาว เรียงรายด้วยเหล้าบ๊วยหลายชนิดหลากยี่ห้อ ส่วนด้านบนเป็นแกลลอรี่และพื้นที่สำหรับลูกค้ากลุ่มใหญ่ ตลอดจนพื้นที่สำหรับจัดปาร์ตี้ส่วนตัว ซึ่งในอนาคตจะมีจัดเวิร์กช็อปสอนทำ Umeshu อีกด้วย อาหารของที่นี่จะเน้นกับแกล้มทานเล่นเป็นหลัก Chicken Kara-age (100 บาท) ไก่คาราอาเกะเนื้อนุ่ม รสกลมกล่อม มาพร้อมทาร์ทาร์ดิปและเลมอนให้บีบเพิ่มความเปรี้ยว สำหรับ Umeshu ทางร้านมีเสิร์ฟทั้งแบบช็อตและขวด หรือจะเป็นเซ็ตเหล้าบ๊วยที่มาพร้อมกัน 3 ช็อตก็มีให้เลือกชิม และใครที่ชื่นชอบค็อกเทลที่นี่ก็มีเมนูแบบ Umeshu-based เช่นกัน ใครที่ชอบ Yuzu แนะนำ Komasa No Yuzushu (140 บาท / ช็อต) รสชาติเบาและหอม เหมาะกับการดื่มทุกแบบ ไม่ว่าจะเป็นเพียว ๆ จะใส่น้ำแข็ง หรือจะผสมวิสกี้ก็เข้าท่า ผู้ที่เริ่มดื่มเหล้าบ๊วย ลองสั่ง PrumPlum Umeshu Set (360 บาท) เหล้า 3 ช็อต มีทั้งเหล้าบ๊วยพื้นฐาน เหล้าบ๊วยที่มีน้ำตาลทรายแดงเป็นส่วนผสม และเหล้าบ๊วยที่หมักในสาเก

 

ดูรีวิวร้านนี้ใน We Recommend

 

 

PrumPlum Umeshu Bar & Bistro
ซอยศรีบำเพ็ญ ถนนพระรามสี่
เปิด พุธ - อาทิตย์ 18.00 - 24.00 น.
โทร 02-249-3146
www.facebook.com/prumplum.umeshu

 

 

 

Taproom

Toffee Apple (200 บาท)

Toffee Apple (200 บาท)

Beer Flight เซ็ตเล็ก (6 แก้ว 726 บาท)

Beer Flight เซ็ตเล็ก (6 แก้ว 726 บาท)

Oneday Fried Away (140 บาท)

Oneday Fried Away (140 บาท)

Taproom

Taproom

One Day at a Time คาเฟ่และโฮสเทลในซอยสุขุมวิท 26 แบ่งพื้นที่ต้อนรับร้าน Taproom ที่รวบรวมคราฟท์เบียร์นำเข้าจากทั่วโลกถึง 26 แท็ป สลับสับเปลี่ยนยี่ห้อไปเรื่อย ๆ นอกจากเบียร์ที่มีให้เลือกมากมายแล้ว ยังมีอาหารให้ทานรองท้องและเป็นกับแกล้มด้วย เริ่มจาก Oneday Fried Away (140 บาท) มันฝรั่งทอดติดเปลือกหั่นชิ้นโต โรยเกลือและผักชีฝรั่ง ทานคู่กับซอสแอนโชวี่รสจัดและซอสครีมเปรี้ยว สำหรับคราฟท์เบียร์ใครที่เพิ่งจะลองดื่ม แท็ป 1 - 10 จะเหมาะที่สุด เพราะมีแอลกอฮอลล์เพียง 4 - 8% แต่ถ้าอยากเพิ่มระดับความเข้ม เลือกแท็ป 11 - 18 แอลกอฮอลล์อยู่ที่ 5 - 7.5% ส่วนแท็ป 19 - 24 เหมาะสำหรับคนดื่มหนักที่ระดับ 8% ขึ้นไป สำหรับเบียร์ Beer Flight (6 แก้ว 726 บาท) สามารถเลือกชนิดของเบียร์ได้เอง ทางร้านแนะนำ Grosse Bertha คราฟท์เบียร์สไตล์ Hefeweizen จากเบลเยี่ยม แอลกอฮอลล์ 7.0% รสชาตินุ่ม แต่ความเข้มไม่เบา, Lomaland คราฟท์เบียร์สไตล์ Saison จากอเมริกา มีแอลกอฮอลล์น้อยที่สุด 5.5% รสชาติคล้ายตัวแรกแต่ซ่ากว่า, Prohibition คราฟท์เบียร์ Red Ale จากอเมริกา แอลกอฮอลล์ 6.1% เน้นใส่มอลต์มากกว่าฮอปส์, Racer 5 คราฟท์เบียร์สไตล์ IPA จากอเมริกา แอลกอฮอลล์ 7.5% รสค่อนข้างขม, Bloodline คราฟท์เบียร์สไตล์ IPA แอลกอฮอลล์ 7.2% โดดเด่นด้วยกลิ่น Blood Orange รสชาติหวานนิด ๆ และแก้วสุดท้าย Hel & Verdoemenis คราฟท์เบียร์ดำสไตล์ Imperial Stout จากเนเธอร์แลนด์ แอลกอฮอลล์ 10% มากที่สุดของร้าน รสหวานน้อย หากไม่ถนัดดื่มคราฟท์เบียร์ ทางร้านแนะนำ Toffee Apple (200 บาท) แอลกอฮอลล์เพียง 4% ซึ่งจะมีกลิ่นเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว รสชาติออกหวาน

 

ดูรีวิวร้านนี้ใน We Recommend

 

 

Taproom
ซอยสุขุมวิท 26
เปิด ทุกวัน 17.00 - 01.00 น.
โทร 087-460-2626
www.facebook.com/taproombkk

 

 

The Owl Society Whiskey Saloon

The Barn (360 บาท)

The Barn (360 บาท)

The Horned (360 บาท)

The Horned (360 บาท)

Frog Leg Ginger Garlic (400 บาท)

Frog Leg Ginger Garlic (400 บาท)

The Owl Society Whisk(e)y Saloon

The Owl Society Whisk(e)y Saloon

The Owl Society Whisk(e)y Saloon วิสกี้บาร์แห่งใหม่ที่ซ่อนตัวอยู่ในบ้านสองชั้นหลังเมเจอร์เอกมัย เกิดจากความตั้งใจของคุณดารัน วิสุทธิผล ที่ต้องการให้ที่นี่เป็นร้านวิสกี้แบบจริงจังในประเทศไทย ภายในร้านสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายยุค Prohibition (1920-30s) ยุคที่เครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นสิ่งต้องห้าม ด้านในตกแต่งบรรยากาศแบบ Industrial Vintage Loft Charm และด้วยความชอบนกฮูกเป็นทุนเดิมของเจ้าของร้าน ทำให้ภายในร้านเต็มไปด้วยการตกแต่งที่เกี่ยวกับนกฮูก นอกจากบรรยากาศของร้านที่เป็นเอกลักษณ์ อาหารของที่นี่ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน มีเมนูฟิวชั่นน่าลอง Frog Leg Ginger Garlic (400 บาท) ขากบคั่วกระเทียม ขิง และพริกเกลือ รสเผ็ดร้อน บีบเลมอนเล็กน้อยเพื่อเพิ่มรสชาติ เรียกน้ำย่อยได้เป็นอย่างดี สำหรับเครื่องดื่มที่ร้านได้บาร์เทนเดอร์สาวมากฝีมืออย่าง คุณฝาเบียร์ มาช่วยรังสรรค์เมนูค็อกเทลซิกเนเจอร์แบบ Whisky-based เริ่มด้วย The Barn (360 บาทค็อกเทลสีเหลืองสดใสเสิร์ฟในแก้วขนฟู เบสด้วย Johnnie Walker Gold Label Reserve ที่ให้กลิ่นและรสน้ำผึ้งเล็กน้อย นำไปดรายเชคกับไข่ขาว ให้เกิดฟองนุ่ม  เสิร์ฟในแก้วที่ตกแต่งด้วยเลมอนฝานบาง และ Sage รสชาติโดยรวมออกฟรุตตี้ เปรี้ยวหวาน เหมาะกับคนที่ต้องการลองวิสกี้เป็นครั้งแรก หรือจะเป็น The Horned (360 บาทมาในถ้วยทองแดง เป็นค็อกเทลเบสด้วย Bourbon วิสกี้สัญชาติอเมริกา ผสม Pear Purée ที่ทางร้านทำขึ้นเอง ใส่ Ginger Ale เล็กน้อย ตกแต่งด้วยแพร์กับใบโรสแมรี่

 

ดูรีวิวร้านนี้ใน We Recommend

 

 

The Owl Society Whisk(e)y Saloon
ซอยสุขุมวิท 61
เปิด ทุกวัน 17.00 - 02.00 น.
โทร 02-046-3798
www.facebook.com/theowlsobkk

 

 

Wild & Co.

Irish Boy (250 บาท)

Irish Boy (250 บาท)

Rusty Nails (320 บาท)

Rusty Nails (320 บาท)

Smoked Beef Ribs (2,490 บาท)

Smoked Beef Ribs (2,490 บาท)

Wild & Co.

Wild & Co.

ใครที่ชอบทานเนื้อ แนะนำให้มาเปิดประสบการณ์ทานเนื้อแนวใหม่ที่ Wild & Co. ร้านอาหารป่าที่มีสไตล์เป็นของตัวเองโดยนำ Game Meat มาปรุงเป็นเมนูสูตรพิเศษ และยังโดดเด่นเรื่องค็อกเทลอีกด้วย รูปแบบของร้านมีความดิบและป่าอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นสัตว์สตัฟฟ์ต่าง ๆ ที่วางตกแต่งและแขวนทั่วร้าน เก้าอี้ที่รองด้วยผืนหนังสัตว์ หรือจะเป็นการตกแต่งโทนสีเข้มแซมด้วยพืชใบเขียวก็ยิ่งทำให้รู้สึกเหมือนนั่งทานอาหารกลางป่า ร้านแบ่งเป็น 3 โซน โซนแรก คือ Outdoor ถัดเข้ามาเป็น Cabin บาร์และโต๊ะยาว บรรยากาศค่อนข้างมืด เหมาะสำหรับมานั่งจิบค็อกเทลและฟังดีเจเปิดแผ่น และโซน Glasshouse โซนสุดท้ายของร้าน เรือนกระจกที่โดดเด่นด้วยหัวกวางกูดู ใครที่ชอบทานเนื้อ ลองสั่งเมนูซิกเนเจอร์ Smoked Beef Ribs (2,490 บาท) ซี่โครงเนื้อสกลนคร รมควันไม้ Hickory จนหอม รสสัมผัสนุ่มลิ้น ทานคู่กับแป้งตอติญ่า ผักดอง และโคลสลอว์ มาต่อที่โซนบาร์ใน Cabin ซึ่งเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของร้าน โดยทางร้านยังมีกฏพิเศษ ทุกครั้งเมื่อเสียงกระดิ่ง The Wild Bell ที่แขวนกลางร้านดังขึ้น ทุกคนที่อยู่ในโซนนี้จะต้องพร้อมใจกันดื่มวิสกี้คนละช็อต โดยผู้สั่นกระดิ่งจะเป็นเจ้าภาพเลี้ยงเอง สำหรับคอวิสกี้ห้ามพลาด Irish Boy (250 บาท) วิสกี้รสนุ่มตัดความขมด้วยความเปรี้ยวจากมะนาวและความหวานจากจิงเจอร์เอล หากชอบเหล้าเข้ม ๆ แบบ Spirit Forward คงต้องเป็น Rusty Nails (320 บาท) วิสกี้กับเหล้าหวานที่ทำจากวิสกี้กับน้ำผึ้งและสมุนไพร รสออกหวานแต่ยังคงความเข้มข้น หอมกลิ่นธัญพืชจากวิสกี้และเปลือกเลมอน

 

ดูรีวิวร้านนี้ใน We Recommend

 

 

Wild & Co.
ซอยฟาร์มวัฒนา
เปิด อังคาร - อาทิตย์ 17.30 - 01.00 น.
โทร 087-999-9948
www.facebook.com/wildncobkk

Faster access

touch    and select "Add to Home Screen"