ลิ้มรสค็อกเทลสัญชาติไทยกับ 11 บาร์ที่ร่วมถ่ายทอดเอกลักษณ์สุราไทยสู่สายตาชาวโลก

Published on October 12, 2018

ปลุกสปิริตความเป็นไทยและร่วมสัมผัสเอกลักษณ์ของสุราไทยไปกับ 11 บาร์ทั่วประเทศที่เข้าร่วมแคมเปญ Mekhong Thai Spirit Cocktails 2018 การเฟ้นหาสุดยอดค็อกเทลสัญชาติไทยที่รังสรรค์จากวัตถุดิบท้องถิ่นและสุราไทยที่อยู่คู่คนไทยมากว่า 8 ทศวรรษอย่างแบรนด์ Mekhong The spirit of Thailand โดดเด่นด้วยรสชาติจากส่วนผสมอันมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เพื่อเป็นตัวแทนนำเสนอเอกลักษณ์ความเป็นไทยให้บุคคลในวงการอาหารและเครื่องดื่มจากทั่วโลกได้สัมผัสรสชาติความเป็นไทยอย่างแท้จริงที่งาน MICHELIN Guide Bangkok 2019 Award Ceremony and Gala Dinner ซึ่งกำลังจะเกิดขึ้นในเดือนพฤศจิกายนนี้ ส่วนจะเป็นบาร์หรือร้านอาหารอะไร รวมถึงค็อกเทลแต่ละแก้วจะมีความพิเศษอย่างไรบ้างนั้น ตาม BKK. ไปฮอปปิ้งพร้อม ๆ กันเลย

1

เขียวไข่กา

 

นั่งจิบเครื่องดื่มชิลล์ ๆ รับลมธรรมชาติ

มาเริ่มกันที่ร้านแรก เขียวไข่กา ร้านอาหารไทยสมัยใหม่ที่เน้นเสิร์ฟอาหารท้องถิ่นอันเป็นเอกลักษณ์ของภูมิภาคต่าง ๆ โดยทางร้านนั้นแยกโซนร้านอาหารกับคาเฟ่ออกอย่างชัดเจน แต่ยังคงตกแต่งในธีมเดียวกันให้เป็นกลาสเฮ้าส์สุดเก๋ตัดกับโครงเหล็กสีดำที่ตกแต่งด้วยต้นไม้นานาชนิดและของกระจุกกระจิกภายในร้าน อีกทั้งยังโดดเด่นด้วยต้นไม้ปกคลุมกลาสเฮ้าส์ทั้งหลังอย่างร่มรื่น 

 

โซนคาเฟ่ของร้านเขียวไข่กาก็ให้ความสงบร่มรื่นไม่แพ้กัน

 

รับลมเย็น ๆ ในยามค่ำคืนได้ที่ด้านนอก

เพราะเอกลักษณ์ของเขียวไข่กาที่มักจะนำเสนอเสน่ห์ของวัตถุดิบแบบไทย ๆ ในครั้งนี้บาเทนเดอร์ของทางร้านจึงถือโอกาสสร้างสรรค์เมนู น้ำดอกไม้ (180++ บาท) ค็อกเทลที่เลือกใช้ส่วนผสมที่สื่อถึงความเป็นไทยอย่างมะม่วงน้ำดอกไม้สุก ผลไม้ไทยอันโด่งดังที่หลายคนรู้จัก มาจับคู่กับมะละกอสุก นำไปบดให้หยาบและคั้นน้ำออกมาเชคกับพระเอกของแก้วอย่าง Mekhong เติมรสชาติของมะนาวสดเล็กน้อย ทำให้ได้ค็อกเทลรสชาติหวานละมุนของผลไม้เปรี้ยวเล็ก ๆ จากมะนาวผสมผสานอย่างลงตัวกับ Mekhong ให้ความหอมด้วยดอกมะลิหรือดอกส้มที่ตกแต่งอยู่ด้านบน 

 

สารพัดส่วนผสมจากผลไม้ไ้ทย

 

น้ำดอกไม้ (180++ บาท)

เขียวไข่กา
33 ซอยนาคนิวาส 3 ถนนลาดพร้าว เขตลาดพร้าว
เปิดทุกวัน เวลา 11.00-22.00 น.
โทร. 0-2102-6388
www.facebook.com/kiewkaika

2

เทพบาร์

 

มุมเคาน์เตอร์บาร์สำหรับนั่งจิบค็อกเทลไทยแบบสบาย ๆ

มาต่อกันที่ เทพบาร์ บาร์ลับที่ตั้งอยู่ในซอยนานา-เยาวราช แห่งย่านเจริญกรุง เต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์แห่งความเป็นไทย ยากที่จะมีใครเหมือน สร้างความประทับใจให้กับลูกค้าทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติมานักต่อนัก ด้วยการนำเอาความสามารถและวัฒนธรรมของคนไทยในอดีต สิ่งที่ควรนำมาสืบทอดต่อและเผยแพร่ให้คนรุ่นใหม่รวมถึงชาวต่างชาติได้เข้าใจและซึมซับวัฒนธรรมของไทยมากขึ้น ภายใต้คอนเซ็ปต์ 'ยุคทองของไทย' มาสร้างเป็น Cultural Bar ซึ่งไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็สัมผัสได้ถึงความเป็นไทยอันเป็นเอกลักษณ์หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นอาหาร หรือเครื่องดื่ม เหมือนทรัพย์ในดิน สินในน้ำ ที่หาได้ทุกที่

 

บริเวณชั้น 2 ของบาร์โดดเด่นด้วยมุมไฮไลท์กำแพีงสีทอง

ภายในบาร์ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์และวัสดุต่าง ๆ ที่สื่อถึงความเป็นไทยทั้งสิ้น เช่น โต๊ะไม้ กลองยาว และบาร์ที่เลือกใช้กระจกสีทองมาตกแต่งแทนกระเบื้องโมเสก บนผนังปูนด้านหลังบาร์ก็มีการทาสีทองและปิดด้วยทองคำเปลว ส่วนบนชั้นสองมีโต๊ะกลมตัวเตี้ยและหมอนอิงแบบไทย ๆ ให้นั่งพิงกันได้สบาย ๆ นอกจากการตกแต่งแบบไทย ๆ แล้ว ดนตรีไทยก็กลายเป็นส่วนสำคัญของเทพบาร์ ใครที่แวะเข้ามาในวันศุกร์-อาทิตย์ จะได้ฟังเพลงไทยหลากหลายวงมาร่วมบรรเลงเพลงแบบโหมโรงให้ฟังกันตั้งแต่ 1 ทุ่มเป็นต้นไปอีกด้วย

 

บรรยากาศภายในบาร์เมื่อมองลงมายังบริเวณชั้นล่างของเทพบาร์

ในส่วนของเมนูค็อกเทล ส่วนใหญ่ทางเทพบาร์จะเบสรสชาติด้วยสุราไทย Mekhong The spirit of Thailand พร้อมด้วยส่วนผสมที่เป็นพืชสมุนไพร ผลไม้หรือวัตถุดิบที่ถ่ายทอดรสชาติของความเป็นไทยทุกรสสัมผัส ล่าสุดกับค็อกเทล นวล-Nuan (350 บาท) ที่มาในธีมของข้าว นำเสนอความเป็นไทยผ่านเรื่องราวของข้าว ธัญพืชศักดิ์สิทธิ์ที่ผูกพันกับวิถีชีวิตของคนไทย หล่อเลี้ยงชีวิตชาวไทยทุกยุคสมัยมาอย่างยาวนาน โดยที่ 'นวล' คือสีของเมล็ดข้าวที่ต้องการจะสื่อผ่านเครื่องดื่มแก้วนี้นั่นเอง

 

บาร์เทนเดอร์ตั้งใจครีเอทเมนูค็อกเทล 'นวล' อย่างสุดฝีมือ

ค็อกเทล 'นวล' จึงมีส่วนผสมของ น้ำข้าวขาวดอกมะลิ พันธุ์ 105 พันธุ์พระราชทาน เป็นสายพันธุ์ทีมีกลิ่นหอม เข้ากันได้ดีกับ Mekhong ที่มีปลายข้าวเหนียวเป็นวัตถุดิบ ทำให้สัมผัสแรกมีความหอมละมุนลิ้นจากน้ำนมข้าวที่ได้จากเมล็ดข้าวที่จะต้องเก็บเกี่ยวในช่วงหลังจากดอกข้าวจะร่วง มีความหวานที่ปลายลิ้นจากน้ำหญ้าหวานซึ่งมีความหวานจากธรรมชาติ รสเปรี้ยวบาง ๆ จากน้ำส้มสายชูหมักจากข้าวหอมมะลิสูตรลับของครัวเทพ และยังมีความหอมอร่อยของข้าวเกรียบว่าวและข้าวตังสูตรชาววัง ที่เคลือบบนปากแก้ว ให้ได้สัมผัสรสของข้าวที่ต่างบริบทกัน

 

นวล-Nuan (350 บาท)

เทพบาร์
69-71 ซอยนานา ถนนไมตรีจิตร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย
เปิดทุกวัน วันจันทร์-วันพฤหัสบดี, วันอาทิตย์ เวลา 17.00-00.00 น.
วันศุกร์-วันเสาร์ เวลา 17.00-01.00 น.
โทร. 098-467-2944
www.facebook.com/TEPBARBKK