The Bar Upstairs

หากใครที่ยังคงหลงใหลในเสน่ห์ของความเก๋แบบฝรั่งเศส ลองแวะมาที่ The Bar Upstairs บาร์ไวน์สุดเก๋บนชั้น 3 ของร้าน Brasserie Cordonnier ที่มอบบรรยากาศบ้านร้างสไตล์โพรวองซ์ในมุมที่เก๋ เท่ แต่ลึกลับ ในยามค่ำคืน ภายในเน้นการใช้ผนังปูนเปลือย และตกแต่งด้วยพันธุ์ไม้นานาชนิด รายล้อมด้วยต้นไม้ใหญ่ทั้งภายในและภายนอก เข้ากันเป็นอย่างดีกับเฟอร์นิเจอร์ไม้สีเข้ม และตู้เก็บไวน์ชั้นยอดกว่า 150 ชนิดจากทั่วโลก เหมาะสำหรับทุกความต้องการในเรื่องของไวน์ สำหรับมือใหม่หัดดื่มไปจนถึงมาสเตอร์ผู้คร่ำหวอดในวงการไวน์ 

FULL REVIEW
 

บรรยากาศสุดลึกลับและน่าค้นหา บนชั้น 3 ของร้าน Brasserie Cordonnier

แน่นอนว่าที่นี่เน้นการนำเสนอเมนูสไตล์ฝรั่งเศสเป็นหลัก แต่จะแตกต่างไปจากที่อื่นด้วยคอนเซ็ปต์การ Sharing ที่เน้นให้กลุ่มเพื่อน ครอบครัวหรือคนรัก ได้มีปฎิสัมพันธ์กันในยามดินเนอร์ ภายใต้บรรยากาศสุดชิลล์และเสียงดนตรีคลาสสิกที่เคล้าคลอไปตลอดคืน

สำหรับเมนูรองท้องเมนูแรก เริ่มต้นกันที่ Burgandy Snails (390 บาท) ของเด็ดของดีจากแคว้นเบอร์กันดี แคว้นที่ได้ชื่อว่าเป็นแหล่งผลิตหอยทากคุณภาพดีที่สุดของประเทศฝรั่งเศส ทางร้านนำมานึ่งกับน้ำสต๊อก จากนั้นนำไปอบกระเทียม เนย พาสลีย์และเหล้าพาสติส เพื่อเพิ่มรสชาติและความชุ่มฉ่ำให้กับเนื้อหอยทาก 

 

Burgandy Snails (390 บาท)

จากนั้นไปจัดเต็มกับชุด The Chef’s Picnic (1,700 บาท) ชุดปิกนิกที่เหมาะสำหรับลูกค้าตั้งแต่ 2 ท่านขึ้นไป ที่ทางร้านได้ไอเดียมาจากวัฒนธรรมการแชร์อาหารของคนเกือบทุกประเทศ โดยทางร้านจะเสิร์ฟเป็นตะกร้าปิกนิกขนาดใหญ่พร้อมผ้าปูโต๊ะสวยงาม ให้บรรยากาศราวกับเข้าไปนั่งปิกนิกอยู่ในสวนสาธารณะกับกลุ่มเพื่อน ซึงเมนูในตะกร้านั้นจะผลัดเปลี่ยนกันไปเรื่อย ๆ ในแต่ละวัน ซึ่งจะประกอบไปด้วยเมนูรองท้องทานง่าย และเมนูที่หนักท้องขึ้นมาหน่อย ปิดท้ายกันด้วยของหวานตบท้ายมื้อ 

 

The Chef’s Picnic (1,700 บาท)

สำหรับใครที่เป็นชีสเลิฟเวอร์อย่าลืมลอง Croque Monsieur (330 บาท) เมนูทานง่ายที่ใคร ๆ ก็ชื่นชอบ แซนด์วิชอบร้อนชิ้นโตสอดไส้ชีสเยิ้ม ๆ เบค่อนกรอบและคลาสสิกซอสสูตรพิเศษของฝรั่งเศษ เสิร์ฟพร้อมกับสลัดผัก 

 

Croque Monsieur (330 บาท)

The Bar Upstairs
ชั้น 3 Brasserie Cordonnier สุขุมวิท 11
เปิดทุกวัน เวลา 17.00 - 02.00 น.
โทร. 02-821-5110
www.facebook.com/upstairsbkk

 

KIKA

สัมผัสเสน่ห์ของความเป็น Spanish ในร้าน KIKA ร้านอาหาสเปนสไตล์ทาปาส ที่นำเสนอหลากหลายเมนูความอร่อยภายใต้คอนเซ็ปต์ Small Plate Big Flavors ที่คัดสรรเชฟมากฝีมือมารังสรรค์อาหารที่มีกลิ่นอายของความเป็นเมดิเตอร์เรเนียนแท้ ๆ แต่ยังคงสนับสนุนเลือกใช้วัตถุดิบของไทยให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ 

ตัวร้านตกแต่งในสไตล์อินดัสเทรียลลอฟต์ ที่ดูเท่แต่เรียบง่าย โดยทางร้านแบ่งออก 2 ชั้นด้วยกัน ที่ชั้นแรกเปิดเป็น Open Kitchen ให้ลูกค้าและเชฟได้ใกล้ชิดกันมากขึ้น สามารถปาร์ตี้สังสรรค์กับกลุ่มเพื่อได้อย่างสนุกสนาน ในส่วนของชั้นสองมีบาร์เครื่องดื่มไว้คอยรองรับและครีเอทเมนูค็อกเทลน่าลิ้มลอง ให้ได้จิบกันเพลิน ๆ ตลอดค่ำคืน

FULL REVIEW
 

บาร์เท่ ๆ บนชั้น 2 ของร้าน

เริ่มต้นกันด้วยเมนูอาหารยอดฮิตสไตล์สเปน อย่าง Spanish Cold Cuts (690 บาท) ที่คัดสรรแฮมคุณภาพดีไม่ว่าจะเป็น Morcon lberico Jamon Serrano Chorizo lberico จากประเทศสเปน มาเสิร์ฟพร้อมกันกับชีส Manchego กับ ldiazabal และไอโอรี่ซอส 

 

Spanish Cold Cuts (690 บาท)

ต่อกันที่เมนูอาหารจานหลักน่าลองอย่าง Soccarat Rice (290 บาท) หรือที่หลายคนรู้จักกันในชื่อของ Paella ข้าวผัดสเปน ที่ผัดด้วยเครื่องและซอสสูตรพิเศษ ราดด้วยมายองเนส ท็อปด้านบนด้วยกุ้งย่างพอดีคำ 

 

Soccarat Rice (290 บาท)

ปิดท้ายกันด้วยเมนูที่คนรักเนื้อไม่ควรพลาดอย่าง Beef Striploin (320 บาท) สเต๊กเนื้อย่างแบบมีเดียมแรร์ ให้ความนุ่ม ฉุ่มช่ำของเนื้อ เสิร์ฟมาคู่กับซอสเกรวี่

 

Beef Striploin (320 บาท)

KIKA
ซอยคอนแวนต์ สีลม
เปิดทุกวัน เวลา 17.00 - 01.00 น.
โทร. 095-592-0510
www.kika-bangkok.com

5

House on Sathorn

 

House on Sathorn

ปิดท้ายกันด้วย House on Sathorn ร้านอาหารสไตล์ฟิวชั่น บนอาคารหลังเก่า สมัยรัชกาลที่ 5 และอดีตสถานทูตรัสเซียประจำประเทศไทย ซึ่งอาคารหลังนี้เป็นส่วนหนึ่งของโรงแรม W Bangkok และอดีตบ้านของหลวงสาทรราชายุกต์ ภายในร้านนำเสนอหลากหลายเมนูอาหารที่ถูกครีเอทจากเรื่องราวการเดินทางของ Chef Faith Tutak เชฟชาวตุรกีผู้มากความสามารถและมีประสบการณ์จากร้านอาหารชื่อดังในหลายประเทศ 

 

บรรยากาศภายในร้าน ที่ถูกรีโนเวทขึ้นใหม่จากอาคารโบราณหลังเก่าในสมัยรัชกาลที่ 5

แนะนำให้เปิดมื้ออร่อยมื้อนี้ ด้วยเมนู Pier 9 (1,950 บาท) กุ้งแม่น้ำไซส์ใหญ่ เนื้อแน่น ในส่วนหัวทางร้านนำมันกุ้งมาผสมกับเครื่องเทศที่ให้รสชาติคล้ายต้มยำ จากนั้นจึงเอาไปย่างบนเตาถ่านให้สุกน่าทาน เสิร์ฟพร้อมกับเพียวเร่ฟักทองญี่ปุ่น

 

Pier 9 (1,950 บาท)

หรือจะลองเป็น Deep & Shallow (680 บาท) เมนูซีฟู้ดที่ให้กลิ่นอายของความเป็นญี่ปุ่น ทางร้านคัดสรรหอยแมลงภู่คุณภาพดีเสิร์ฟมาบนหมึกที่เชฟเลือกปรุงเบา ๆ ด้วยเกลือและพริกไทยเพื่อคงรสชาติเอาไว้ เสิร์ฟมาพร้อมกับ Horshradish Snow และ Salty Fingers 

 

Deep & Shallow (680 บาท)

ปิดท้ายกันด้วยขนมน่าลองอย่าง On The Way to Silom (350 บาท) ที่เชฟนำกล้วยปิ้งแบบไทย ๆ มาเสิร์ฟในใบหัวปลี ท็อปด้านบนด้วยซอสคาราเมลและเนยถั่ว และใช้มูสกล้วยผสมกับลิควิดไนโตรเจนตกแต่งให้เป็นหิมะสีขาวน่าทาน

 

On The Way to Silom (350 บาท)

The House On Sathorn
สาทรเหนือ
เปิดทุกวัน เวลา 12.00 - 00.00 น.
โทร. 02-344-4000
www.thehouseonsathorn.com