4

บ้านขนมปังขิง

FULL REVIEW
 

บ้านขนมปังขิง

สัมผัสกลิ่นอายของบ้านไม้หลังเก่า ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2456 สู่การบูรณะใหม่ให้กลายเป็น บ้านขนมปังขิง ร้านกาแฟกึ่งพิพิธภัณฑ์ เรือนไทยสไตล์ฝรั่งที่มีอายุกว่าร้อยปี เรือนไม้หลังนี้สืบทอดความเป็นเจ้าของมาจากรุ่นสู่รุ่น จนมาถึงมือของ คุณธนัชพร คุณารัตนอังกูร ที่ตั้งใจจะบูรณะบ้านครั้งใหญ่ และรักษาเสน่ห์ของเรือนโบราณหลังนี้ไว้ให้มากที่สุด เพื่อเปิดโอกาสให้กับผู้ที่ชื่นชอบและสนใจในบ้านเรือนไทย ได้เข้ามาชมความงามทั้งภายนอก ภายในของบ้านขนมปังขิงแห่งนี้ 

FULL REVIEW
 

เฟอร์นิเจอร์สวย ๆ ภายในร้าน

เอกลักษณ์ของบ้านแห่งนี้คือลวดลายที่ฉลุสวยงามและละเอียดอ่อนในทุก ๆ มุมของบ้าน ซึ่งมีความคล้ายคลึงกับ ขนมปังขิง หรือคุกกี้ที่ชาวยุโรปนิยมทานในเทศกาล โดยบ้านหลังนี้ได้รับอิทธิพลมาจากชาวตะวันตกในช่วงรัชกาลที่ 4 นิยมสร้างในหมู่คหบดี ขุนนางและชาวชนชั้นกลาง ซึ่งหาชมได้ยากในปัจจุบัน เพราะนอกจากวังและสถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่เป็นของชนชั้นสูงแล้ว สถาปัตยกรรมเหล่านี้มักถูกรื้อทิ้งไปตามกาลเวลา

 

บ้านโบราณที่ถูกนำมาปรับปรุงใหม่ ให้คนรุ่นหลังได้ยลโฉมความสวยงาม

สำหรับเมนูต่าง ๆ ของทางร้าน เน้นการนำเสนอเครื่องดื่มและขนมหวาน ในคอนเซ็ปต์แบบไทย ๆ ที่ทั้งน่าสนใจและน่าทานไปในเวลาเดียวกัน สำหรับใครที่มากันเป็นกลุ่ม แนะนำให้ลองสั่ง ชุดบัวทอง (599 บาท) เซ็ตน้ำชาที่ประกอบไปด้วยขนมไทย 8 ชิ้น ไอศกรีม เค้ก 2 ชิ้น และชาร้อน 1 กา ความหอมละมุนของชานั้นจะช่วยตัดให้รสชาติของขนมกลมกล่อมขึ้น 

 

ชุดบัวทอง (599 บาท)

หรือใครที่เป็นสาวกขนมไทยตัวยงและนิยมชมชอบใน ขนมลอดช่อง ทางร้านยังมีเมนู ไอศกรีมกะทิ + ลอดช่อง (120 บาท) ขนมลอดช่องเสิร์ฟมาพร้อมกับน้ำตาลมะพร้าว ให้กลิ่นหอม ทานแล้วชื่นใจ 

 

ไอศกรีมกะทิ + ลอดช่อง (120 บาท)

บ้านขนมปังขิง
ซอยหลังโบสถ์พรามณ์ เขตพระนคร
เปิดทุกวัน (ปิดวันจันทร์) เวลา 11.00 - 20.00 น.
โทร. 097-229-7021
www.facebook.com/house2456

 

Rue De Mansri

Rue De Mansri คาเฟ่และสตูดิโอถ่ายภาพ ที่ตั้งอยู่บริเวณแยกแม้นศรี ถนนบำรุงเมือง อีกหนึ่งถนนสายเก่าแก่ที่สำคัญของกรุงเทพฯ โดดเด่นด้วยโครงสร้างอาคารอนุรักษ์ 3 ชั้น ซึ่งสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 6 และยังคงเสน่ห์ความคลาสสิกของตัวอาคารไว้ได้เป็นอย่างดี ก่อนจะรีโนเวทให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ด้วยแนวคิดและใจรักในการดื่มกาแฟของ คุณเเทน - ดุษฎี สุวณิชยากุล โดยนำเอาคำว่า 'Rue De Mansri' ซึ่งเป็นภาษาฝรั่งเศสที่แปลว่า ‘ถนนแม้นศรี’ มาใช้เป็นชื่อร้านให้ดูมีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น 

FULL REVIEW
 

มุมชิค ๆ ที่ Rue De Mansri

ตึกเก่าสไตล์ชิโนโปรตุกีสที่ตั้งเรียงรายกันอยู่ริมถนนแม้นศรี ล้วนสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 6 ซึ่งแต่เดิมเป็นบ้านเก่าของคนสมัยก่อนที่ทำกิจการ ‘ไทยการค้า’ มานานกว่า 10 ปี  ด้านในยังคงความคลาสสิกของโครงสร้างเดิมไว้ เพียงแต่มีการกะเทาะผนังเผยให้เห็นโครงสร้างอิฐเดิมที่ก่อขึ้นไปเป็นซุ้มสวยงามหลายจุด รวมถึงออกแบบช่องหน้าต่างในลักษณะของการฉลุลายด้านบน เพื่อให้ได้รับแสงธรรมชาติและสามารถมองเห็นวิวใจกลางเมืองบริเวณสี่แยกแม้นศรี

 

Rue De Mansri

ชั้น 2 ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้และของสะสมสไตล์วินเทจ ซึ่งคุณแทนตั้งใจให้พื้นที่แห่งนี้แฝงไปด้วยกลิ่นอายและบรรยากาศแบบฝรั่งเศสอีกทั้งยังมีอุปกรณ์ให้เช่าสำหรับถ่ายภาพในสตูดิโออีกด้วย


ใครที่หลบร้อนมาสัมผัสกลิ่นอายความคลาสสิกของที่นี่ แนะนำให้ลองสั่ง Black Cocoa Mint (75 บาท) โกโก้เข้มข้นที่ผสมมินต์ออกมาเป็นเลเยอร์สีสวย พร้อมกลิ่นหอมของมินต์ที่ช่วยเพิ่มความสดชื่น 

 

Black Cocoa Mint (75 บาท)

หรือจะลองเป็น Hot Marocchino  (60 บาท) กาแฟสูตรดั้งเดิมจากอิตาลีที่ผสมผสานความเข้มข้น กลมกล่อมของโกโก้ นม และ Espresso Shot จากเมล็ดกาแฟไทย ที่ดื่มง่าย ได้รสกลมกล่อม

 

Hot Marocchino (60 บาท)

Rue De Mansri Cafe & Studio
ถนนแม้นศรี บำรุงเมือง
เปิดทุกวัน เวลา 07.00 - 17.00 น.
โทร. 083-158-9999
www.facebook.com/ruedemansri