๑๔ เมนูอาหารไทยโบราณหาทานยากที่เราอยากแนะนำให้คุณลอง

Published on March 29, 2018

เรียกได้ว่ากระแสของอาหารไทยรสชาติต้นตำรับยังคงความนิยมอยู่เสมอ ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ยุคกี่สมัย หรืออยู่ในสถานการณ์ใดก็ตาม ซึ่งปัจจุบันร้านอาหารไทยหลาย ๆ ร้านก็ได้เลือกนำเสนอหลากหลายเมนูที่ถ่ายทอดความอร่อยตามสูตรไทยโบราณให้ได้ทานกันอย่างต่อเนื่อง BKK. จึงขอเอาใจคนรักอาหารไทยด้วยการรวบรวมเมนูอาหารไทยหาทานยากมาให้เหล่านักชิมตัวจริงได้ตามไปลิ้มลอง ส่วนจะมีเมนูอะไรบ้างนั้น ออเจ้าทั้งหลาย! เตรียมลิสต์กันไว้แล้วตามไปพิสูจน์ความอร่อยได้เลย

1

ม้าฮ่อ

 

ม้าฮ่อ

ม้าฮ่อ เป็นอาหารว่างไทยโบราณที่ใช้ผลไม้รสเปรี้ยวจัด เช่น สับปะรด ส้มเขียวหวาน ส้มโอ ส้มเช้ง ปอกเปลือกแบ่งเป็นชิ้น แล้วทับด้วยเครื่องคล้ายข้าวเกรียบปากหม้อหรือไส้สาคูไส้หมู เพียงแต่จะไม่ใส่หัวผักกาดแห้งหรือไชโป๊ว แต่งหน้าด้วยพริกชี้ฟ้าซอยหรือผักชี

ตามไปกินได้ที่

ต้นเครื่อง : ม้าฮ่อ (100 บาท) ของร้านต้นเครื่องเสิร์ฟมาเป็นชิ้นพอดีคำ ส่วนเครื่องมีส่วนผสมของถั่วลิสงคั่วบด หอมแดงซอย กระเทียม ซีอิ๊วดำให้รสหวานนำ แต่งด้วยผักชีได้อย่างสวยงามน่าทาน

2

แสร้งว่า

 

แสร้งว่า

แสร้งว่า จัดเป็นหนึ่งในอาหารชาววังในประเภทยำหรือเครื่องจิ้ม โดยมีหน้าตาคล้ายกับพล่ากุ้ง แต่มักใช้กุ้งที่ย่างหรือลวกจนสุก ส่วนน้ำยำควรมีกลิ่นหอมของมะกรูดและตะไคร้นำ บางสูตรสามารถใส่น้ำเคยกุ้งหรือกะปิเพิ่มความหอมได้ จานนี้มักเสิร์ฟคู่กับเครื่องเคียงอย่างปลาดุกฟู

ตามไปกินได้ที่

Paste : แสร้งว่ากุ้งเผา (550 บาท) ของร้าน Paste ใช้กุ้งแม่น้ำเผาและน้ำยำที่ใส่สมุนไพรหลากชนิด แต่ที่แตกต่างคือใช้น้ำมะกรูดและน้ำส้มจี๊ด แทนน้ำมะนาวจึงให้รสเปรี้ยวที่ละมุนละไมกว่า

ทับขวัญ : แสร้งว่ากลับบัว (250 บาท) ทางร้านเลือกใช้กุ้งแม่น้ำย่างจนสุกทั้งเปลือกด้วยเตาถ่าน หั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ พอดีคำ ก่อนจะนำมาคลุกเคล้าเข้ากับเครื่องยำรสชาติกลมกล่อม เสิร์ฟพร้อมกลีบบัวหลวงสดและทานคู่กันกับผักสด 

Patara : แสร้งว่าหอยเชลล์ (230 บาท) หรือ แสร้งว่ากุ้งใหญ่ (390 บาท) ที่ทางร้านใช้กุ้งแม่น้ำย่างหนึ่งตัวหั่นครึ่ง และเนื้อกุ้งลายเสือหั่นเป็นชิ้นเล็กคลุกกับน้ำยำที่เพิ่มส่วนผสมอย่าง กะปิ ที่ผ่านการย่างบนใบตองลงไปด้วยเพื่อกลิ่นหอมและรสกลมกล่อมยิ่งขึ้น 

ต้นเครื่อง : แสร้งว่าผักรวม (140 บาท) ทางร้านเลือกใช้เฉพาะกุ้งทะเลสดยำมาในรสจัดจ้านครบเครื่องตามสูตรต้นตำรับ เสิร์ฟมาพร้อมกับปลาดุกฟูและชุดผักสดเป็นเครื่องเคียง

3

หมี่กรอบส้มซ่า

 

หมี่กรอบส้มซ่า

หมี่กรอบส้มซ่า อาหารโบราณที่มีมานานกว่าร้อยปี เป็นการผสมผสานอาหารสองสัญชาติระหว่างไทยกับจีน ผ่านวัตถุดิบปรุงรสที่มีมาแต่อดีต อาทิ น้ำปลา น้ำตาลปี๊บ น้ำมะขามเปียก น้ำมะนาว และส้มซ่า ที่นำมาใช้ทั้งน้ำปรุงและเปลือกที่นำมาหั่นฝอยแล้วโรยหน้าหมี่กรอบ เพื่อให้ได้กลิ่นหอมสดชื่นยามที่ทานเข้าไป 

ตามไปกินได้ที่

ทับขวัญ : หมี่กรอบส้มซ่า (140 บาท) ทางร้านเลือกใช้เส้นหมี่และเทคนิคการทอดแบบจีน แต่ปรุงรสชาติให้ได้รสเปรี้ยวอมหวานแบบไทย ๆ พร้อมชูรสด้วยวัตถุดิบหลักอย่างส้มซ่า ที่นำมาใช้ในการปรุงรสและหั่นฝอยเพื่อ โรยหน้าหมี่กรอบ 

บ้านสุริยาศัย : หมี่กรอบชาววัง (390 บาท) หมี่กรอบตำรับการทอดของหม่อมหลวงเนื่อง ให้รสเปรี้ยวโด่ง หวานนำ ต่างจากหมี่กรอบทั่วไปเพราะไม่อมน้ำมัน มีวัตถุดิบที่สำคัญคือ มะขามเปียก น้ำมะนาว น้ำตาลปีบ และโดดเด่นด้วยกลิ่นหอมสดชื่นของส้มซ่าเป็นหลัก ใช้เครื่องสดแบบจานต่อจาน ให้รสชาติเปรี้ยวอมหวานอย่างลงตัว

4

หมูสร่ง

 

หมูโสร่ง

หมูสร่ง เป็นจานที่ต้องใช้ความใจเย็นและพิถีพิถันค่อนข้างมาก เพราะใช้เนื้อหมูสับบดละเอียด ปรุงรสด้วยเครื่องเทศเพิ่มความหอมได้ตามใจชอบ นำมาปั้นเป็นก้อนกลมขนาดประมาณหัวนิ้วโป้ง พันด้วยเส้นหมี่ซั่วแล้วจึงทอดจนเส้นกรอบน่ารับประทาน

ตามไปกินได้ที่

ต้นเครื่อง : หมูสร่ง (120 บาท) ทางร้านใช้เนื้อหมูสับยัดไส้ไข่เค็มเล็กน้อยเพิ่มรสชาติเค็ม ๆ มัน ๆ ก่อนห่อด้วยเส้นหมี่ซั่วแล้วทอดจนกรอบ เสิร์ฟมาพร้อมกับอาจาดและน้ำจิ้มรสหวานคล้ายน้ำจิ้มไก่

5

แกงรัญจวน

 

แกงรัญจวน

แกงรัญจวน เป็นแกงโบราณที่มีชื่อมาจากกลิ่นหอมรัญจวนของน้ำซุปที่ใส่น้ำพริกกะปิลงไปด้วยเพื่อเพิ่มความหอม และรสจัดจ้านทั้งเปรี้ยว เผ็ดและเค็มนิด ๆ สามารถใส่เนื้อวัวหรือเนื้อหมูต้มจนเนื้อเปื่อยนุ่ม ก่อนตักเสิร์ฟและแต่งด้วยใบโหระพาหรือพริกชี้ฟ้าแดง

ตามไปกินได้ที่

Praya Dining : แกงรัญจวน (350 บาท) สูตรเฉพาะของทางห้องอาหารได้มีการนำเนื้อหมูมาผัดกับพริกอ่อน แล้วนำไปต้มในน้ำซุปที่ผสมกับน้ำพริกกะปิ เกิดเป็นกลิ่นหอมรัญจวนใจ ชวนให้มาลิ้มลอง ซึ่งความหอมและรสชาติที่ลงตัวของส่วนผสมทั้งหมดนี้ เป็นที่มาของความ 'รัญจวน' นั่นเอง

Simmer by Praha : แกงกะทิรัญจวน (135 บาท) เป็นสูตรที่คุณทอรุ้งเจ้าของร้านเลือกใช้ส่วนผสมของแกงหลายชนิดมาปรุงจนได้รสชาติคล้ายแกงรัญจวนให้รสเปรี้ยวนำ แล้วเติมกะทิเพิ่มความเข้มข้นหอมมัน ถูกปากใครหลายคน

ทับขวัญ : แกงรัญจวน (250 บาท) ความโดดเด่นของเมนูนี้ อยู่ที่การนำน้ำพริกกะปิก้นถ้วยมาเสริมความหอมหวนรัญจวนใจด้วยเนื้อหมูเคี่ยวไฟอ่อน ๆ ปรุงรสให้ได้ความเปรี้ยว เค็ม หวาน แล้วโรยด้วยใบโหระพา เสิร์ฟพร้อมข้าวสวย ร้อน ๆ ได้กลิ่นหอมรัญจวนใจ

6

แกงเหลืองต้นคูน

 

แกงเหลืองต้นคูน

ต้นคูนหรืออ้อดิบ มักนำมาทำแกงเหลืองหรือแกงส้มใต้ โดยมีชื่อเรียกหลากหลาย อาทิ แกงเหลืองฝักคูน แกงก้านคูน หรือ แกงส้มอ้อดิบ เป็นแกงที่ใช้เครื่องแกงเหลือง ใส่เนื้อปลาทูหรือปลากะพง แกงกับก้านของต้นคูน เป็นแกงรสจัดตามแบบฉบับอาหารใต้ สามารถใส่หน่อไม้ดอง หรือยอดมะพร้าว เติมกะปิหรือน้ำเคยกุ้งเพิ่มความกลมกล่อมตามเคล็ดลับและความชอบของแต่ละคนได้

ตามไปกินได้ที่

ปรุง : แกงเหลืองต้นคูน (150 บาท) เป็นแกงเหลืองที่ใส่เนื้อปลากระพงและต้นคูนซึ่งช่วยลดความเผ็ดได้ดี จานนี้ทางร้านมีเสิร์ฟตลอดทั้งปี สามารถเปลี่ยนจากเนื้อปลาเป็นเนื้อกุ้งได้ ส่วนใครที่ชอบจานรสจัดทั้งเปรี้ยวและเค็ม สามารถสั่งเป็นแกงเหลืองหน่อไม้ดอง หรือแกงเหลืองผักรวมและมะลอกอได้

7

เนื้อเค็มต้มกะทิ

 

เนื้อเค็มต้มกะทิ

เป็นอาหารพื้นบ้านไทย ๆ ที่หาทานยาก มักใช้เนื้อแดดเดียวหรือเนื้อเค็มมาต้มกับน้ำกะทิจนเข้าเนื้อและเปื่อยนุ่ม ปรุงให้มีรสออกเปรี้ยว เค็มและหวาน ใส่ตะไคร้ ใบมะกรูด หอมแดงซอยหรือพริกขี้หนูเพิ่มความจัดจ้าน

ตามไปกินได้ที่

Patara : เนื้อต้มกะทิทรงเครื่อง (350 บาท) ทางร้านใช้เนื้อน่องลายหมักสมุนไพรก่อนเคี่ยวกับกะทิจนเข้าเนื้อ ใส่ตะไคร้ น้ำมะนาว พริกขี้หนูซอยลงไปจนได้รสจัดจ้าน

8

ยำทวาย

 

ยำทวาย

อาจจะหาทานกันได้ไม่ยากนักแต่เป็นยำไทยแบบโบราณที่คนรุ่นใหม่มักไม่ค่อยรู้จักกัน ยำทวาย เป็นยำออกรสเปรี้ยวหวานรสไม่จัด ราดน้ำยำคล้ายน้ำจิ้มหมูสะเต๊ะหรือน้ำราดข้าวพระรามลงสรงโดยมีรสชาติออกเปรี้ยวและหวานนำ มีส่วนผสมหลายอย่าง อาทิ ต้นผักบุ้งซอย ถั่วงอก ถั่วฝักยาว นำมาลวกในน้ำร้อนหรือหางกะทิ ผสมกับเนื้อไก่ฉีก ราดด้วยน้ำยำที่มีส่วนผสมของเนื้อปลาช่อนบดละเอียด และเครื่องเทศหลายชนิด อาทิ พริกไทยเม็ด กระเทียม ข่าและราดผักชี แล้วจึงโรยด้วยหอมเจียวปิดท้าย

ตามไปกินได้ที่

ต้นเครื่อง : ยำทวาย (120 บาท) ของที่นี่เป็นสูตรดั้งเดิมที่มีส่วนผสมครบถ้วน และยังมีส่วนผสมของหัวปลีที่ร้านอาหารไทยหลายร้านไม่ค่อยได้นำมาใช้กันแล้ว โดยยำทวายของร้านต้นเครื่องมีรสชาติไม่จัดนัก แถมยังโรยงาขาวคั่วเพิ่มความหอมของน้ำยำได้อย่างลงตัว

9

ข้าวกระยาคู

 

ข้าวกระยาคู

ข้าวกระยาคู ถือได้ว่าเป็นขนมไทยโบราณที่ใช้ข้าวอ่อนที่ยังเป็นระยะน้ำนมและเปลือกมีสีเขียวอ่อน คั้นออกมาเป็นน้ำ หรือใช้แป้งข้าวเจ้าเคี่ยวกับน้ำใบเตยคั้นสดจนเนื้อเหนียวข้นสีเขียวอ่อน ราดด้วยหัวกะทิรสเค็มเล็กน้อย และใส่เครื่องธัญพืชหรือมะพร้าวอ่อนเพิ่มได้

ตามไปกินได้ที่

Metro on Wireless : เมนูของที่นี่โฟกัสที่อาหารไทยที่สามารถหาทานได้ริมทางในแต่ละภาค แต่นำมาจัดให้เก๋ไก๋ขึ้น ที่นี่ยังจริงจังกับ Dessert Bar ที่เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 14.00 - 23.00 น. สำหรับ ข้าวกระยาคู (190 บาท) จัดเสิร์ฟมาอย่างสวยงาม ราดด้วยน้ำกะทิข้นและท็อปด้วยแปะก๊วย ลูกเดือย และมะพร้าวอ่อน

10

ขนมพระพาย

 

ขนมพระพาย

ขนมพระพาย ขนมไทยดั้งเดิมที่ปัจจุบันหาทานได้ยาก นิยมใช้สำหรับงานแต่งงานมานับตั้งแต่สมัยโบราณ เพื่อสื่อถึงความรักอันเหนียวแน่นของคู่บ่าวสาวที่มีให้แก่กันดังเช่นเนื้อขนม โดยตัวขนมนั้นจะทำมาจากแป้งข้าวเหนียว ห่อด้วยไส้ถั่วทองกวน แล้วราดด้วยน้ำกะทิ ได้รสชาติหวานมันเค็มอย่างลงตัว 

ตามไปกินได้ที่

Baannai : ขนมพระพาย (120 บาท) ขนมหวานที่นิยมทานกันในงานมงคลสมัยโบราณ โดยสูตรของทางร้านนั้นจะเป็นการใช้แป้งข้าวเหนียวสอดไส้ถั่วแล้วราดด้วยน้ำกะทิสดรสมันเค็ม

11

แกงระแวงเนื้อ

 

แกงรัญจวนเนื้อ

แกงระแวงเนื้อ เป็นแกงต้นตำรับของทางชวา รสชาติคล้ายแกงเขียวหวาน แต่ต่างกันตรงที่ใช้พริกแกงเขียวหวานใส่ขมิ้น และใช้น้ำตะไคร้เพื่อเพิ่มกลิ่นหอมให้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

ตามไปกินได้ที่

เฬอรส : แกงระแวงเนื้อ (255 บาท) ของทางร้านเลือกใช้เนื้อน่องลายที่ให้ความนุ่มเป็นพิเศษกับเครื่องแกงที่มีความคล้ายคลึงกับแกงเขียวหวาน แต่จะแตกต่างกันตรงที่แกงระแวงเนื้อนั้นจะมีน้ำขลุกขลิก อีกทั้งเพิ่มความพิเศษด้วยการใส่ขมิ้นลงไป พร้อมใช้น้ำตะไคร้หอม เพื่อให้รสชาติของแกงมีความกลมกล่อม และหอมสมุนไพรไทยมากขึ้น

12

ยำขมิ้นขาว

 

ยำขมิ้นขาว

ยำขมิ้นขาว เป็นอาหารโบราณที่ใช้ขมิ้นขาวเป็นส่วนประกอบหลัก นำไปยำกับเนื้อสัตว์ เช่น กุ้ง หมูสับ มีประโยชน์ในเรื่องช่วยเจริญอาหาร ขับเสมหะ รักษาโรคผิวหนัง เป็นยาบำรุงธาตุ ขับปัสสาวะ บรรเทาอาการท้องขึ้นอืด ท้องเฟ้อ

ตามไปกินได้ที่

Khaoยำขมิ้นขาว (320 บาท) เมนูจานยำที่หาทานไม่ได้ง่ายนักในกรุงเทพฯ​ ทางเชฟนำขมิ้นขาวสด ๆ มาซอยและนำไปยำกับกุ้งตัวโตจนได้รสแซ่บแบบไทย ๆ

13

ผัดสามฉุน

 

ผัดสามฉุน

ผัดสามฉุนหรือผัดสามเหม็น คือการที่นำผักสามชนิดที่มีกลิ่นฉุนมาผัดรวมกัน ได้แก่ กระเทียมโทนดอง สะตอ และชะอม

ตามไปกินได้ที่

Bo.lan : ผัดสามฉุน หนึ่งในเมนูแนะนำจากคอร์ส Bo.Lan Feast (3,280 บาท / ท่าน) กลิ่นของสะตอ ชะอม และกระเทียมโทนผัดคลุกเคล้ากับกุ้งเนื้อแน่นจากอ่าวพังงา

Churn Eateryผัดสามเหม็น (160 บาท) ผัดไข่ใส่วุ้นเส้นถั่วเขียวที่คลุกเคล้าด้วยน้ำกะทิและผักที่มีกลิ่นฉุน 3 อย่าง ได้แก่ ชะอม สะตอ และกระเทียมโทนดอง ให้รสเข้มข้นจัดจ้านถึงใจ

14

ปลาแห้งแตงโม

 

ปลาแห้งแตงโม

ปลาแห้งแตงโม เมนูของว่างที่คนโบราณนิยมทานในฤดูร้อน ช่วยดับร้อน ทำให้สดชื่น ด้วยน้ำอันชุ่มฉ่ำจากแตงโม เข้ากันกับรสชาติเค็มนิด ๆ ของปลาแห้ง เป็นของว่างที่หาทานยากในยุคสมัยนี้

ตามไปกินได้ที่

เขียวไข่กา : ปลาแห้งแตงโม (95 บาท) เนื้อแตงโมหั่นเต๋า โรยปลาแห้งเนื้ออ่อนกับหอมเจียวที่โขลกเป็นเนื้อเดียวกัน ปรุงรสด้วยน้ำตาลทรายเล็กน้อย

Baannai : ปลาแห้งแตงโม (150 บาท) แตงโมฉ่ำ ๆ ทานกับปลาแห้งและหอมเจียว ทางร้านนิยมเสิร์ฟเป็นเมนูเรียกน้ำย่อยและเพิ่มความสดชื่น