Rue De Mansri

Rue De Mansri ตึกแแถวสีเหลืองอ่อนคุ้นตาที่ตั้งอยู่บริเวณแยกแม้นศรี ถนนบำรุงเมือง อีกหนึ่งถนนสายเก่าแก่ที่สำคัญของกรุงเทพฯ โดดเด่นด้วยโครงสร้างอาคารอนุรักษ์ 3 ชั้น ที่สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 และยังคงเสน่ห์ความคลาสสิกของตัวอาคารไว้ได้เป็นอย่างดี ก่อนจะรีโนเวทให้กลับมาครึกครื้น ด้วยใจรักในการดื่มกาแฟของ คุณเเทน - ดุษฎี สุวณิชยากุล เป็นคาเฟ่และสตูดิโอถ่ายภาพ โดยนำเอาคำว่า 'Rue De Mansri' ซึ่งเป็นภาษาฝรั่งเศสที่แปลว่า ‘ถนนแม้นศรี’ มาใช้เป็นชื่อร้านให้ดูมีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น

FULL REVIEW
 

โดดเด่นด้วยประตูหมุนสีเทอร์ควอยซ์บานใหญ่

ตึกเก่าสไตล์ชิโนโปรตุกีสที่ตั้งเรียงรายกันอยู่ริมถนนแม้นศรี ล้วนสร้างขึ้นปลายสมัยรัชกาลที่ 5 ซึ่งแต่เดิมเป็นบ้านเก่าของคนสมัยก่อนที่ทำกิจการ ‘ไทยการค้า’ มานานกว่า 60 ปี  ด้านในยังคงสถาปัตยกรรมและโครงสร้างเดิมไว้ เพียงแต่มีการกะเทาะผนังเผยให้เห็นโครงสร้างอิฐเดิมที่ก่อขึ้นไปเป็นซุ้มสวยงามหลายจุด รวมถึงออกแบบช่องหน้าต่างด้วยลวดลายฉลุด้านบน เพื่อให้ได้รับแสงธรรมชาติและสามารถมองเห็นวิวใจกลางเมืองบริเวณสี่แยกแม้นศรี

 

ตกแต่งด้วยของเก่าสะสม

ชั้นล่างของคาเฟ่โดดเด่นด้วยประตูหมุนสีเทอร์ควอยซ์บานใหญ่ และเก้าอี้บุหนังสีน้ำตาลดีไซน์เก๋ ส่วนโซนบาร์เล็กที่ซ่อนอยู่ด้านหลังประตู ก็ส่งกลิ่นหอมของเมล็ดกาแฟคั่วและเครื่องดื่มกาแฟที่ชงโดยบาริสต้ามากฝีมือ


ชั้น 2 ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้และของสะสมสไตล์วินเทจ ซึ่งคุณแทนตั้งใจให้พื้นที่แห่งนี้แฝงไปด้วยกลิ่นอายและบรรยากาศแบบฝรั่งเศส จึงไม่แปลกนักหากชื่อร้านของที่นี่จะเลือกใช้ภาษาฝรั่งเศส อีกทั้งยังมีอุปกรณ์ให้เช่าสำหรับถ่ายภาพในสตูดิโออีกด้วย เช่น ไฟสตูดิโอ ฉากพื้นหลัง ขาตั้งกล้อง ฯลฯ สำหรับผู้ที่สนใจใช้บริการ

 

โครงสร้างตึกและร่องรอยประวัติศาสตร์ที่ยังคงไว้

คนที่หลบร้อนมามาแวะพักที่ตึกเก่าแห่งนี้ แนะนำให้ลองสั่ง Hot Marocchino (60 บาท) กาแฟสูตรดั้งเดิมจากอิตาลีที่ผสมผสานความเข้มข้น กลมกล่อมของโกโก้ นม และ Espresso Shot จากเมล็ดกาแฟไทย  ต่อด้วย Black Cocoa Mint (75 บาท) โกโก้เข้มข้นที่ผสมมิ้นต์ออกมาเป็นเลเยอร์สีสวย พร้อมกลิ่นหอมของมิ้นต์ที่ช่วยเพิ่มความสดชื่น เป็นหนึ่งในเมนูซิกเนเจอร์ยอดนิยมของทางร้าน

 

Hot Marocchino (60 บาท)

 

Black Cocoa Mint (75 บาท)

Rue De Mansri Cafe & Studio
แยกแม้นศรี เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย
เปิดทุกวัน 07.00 - 17.00 น.
โทร. 08-3158-9999
www.facebook.com/ruedemansri 

5

บ้านขนมปังขิง

FULL REVIEW
 

บ้านขนมปังขิง

หากใครผ่านมาแถวเสาชิงช้า คงต้องสังเกตเห็นบ้านหลังเก่าผ่านรั้วไม้ฉลุ บรรยากาศร่มรื่นที่เงียบสงบราวกับไม่มีคนอยู่กันมาบ้าง แต่ครั้งนี้อยากชวนมาแวะทานขนมอร่อย ๆ กันที่ บ้านขนมปังขิง บ้านไม้เก่าตั้งแต่ปี พ.ศ.2456 พร้อมสัมผัสเสน่ห์ของลวดลายและวัสดุหาชมยาก หรือที่เรียกว่า 'เรือนไทย สไตล์ฝรั่ง' ปัจจุบันบ้านไม้เก่าถูกบูรณะสู่ร้านกาแฟกึ่งพิพิธภัณฑ์ที่มีอายุกว่าร้อยปี

FULL REVIEW
 

ความเก่าของตัวบ้านที่คงไว้ตั้งแต่ประตูทางเข้า

บ้านขนมปังขิงได้รับอิทธิพลมาจากชาวตะวันตกในช่วงรัชกาลที่ 4 มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่น คือ ลวดลายฉลุที่สวยงามละเอียดอ่อนบนตัวบ้าน มีความคล้ายคลึงกับ 'ขนมปังขิง' หรือคุกกี้ที่ชาวยุโรปนิยมทานในเทศกาลคริสต์มาส ซึ่งหาชมได้ยากในปัจจุบัน  โดยสืบทอดความเป็นเจ้าของมาตั้งแต่ครั้ง อำแดงหน่าย (สกุลเดิม คือ สกุลพราหมณ์) ภรรยาของรองอำมาตย์โท 'ขุนประเสริฐทะเบียน (ขัน)'  ได้ซื้อที่ดินเปล่าขนาด 47 ตารางวา และสร้างเรือนขนมปังขิงขึ้นพร้อมแกะสลักลายไม้วงกลมเขียนว่า ”ขัน” เหนือช่องลมประตูและหน้าต่างของตัวบ้าน

 

มุมคลาสสิกที่เหมาะแก่การถ่ายรูป

ผ่านการบูรณะซ่อมแซมมาหลายรุ่น ก่อนจะมาเป็นของ คุณธนัชพร คุณารัตนอังกูร (ลูกสาวท่านผู้หญิงเพ็ชรา เตชะกัมพุช ลูกสาวของขุนประเสริฐทะเบียน) จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการรีโนเวทบ้านครั้งใหญ่เพื่อรักษาสภาพของบ้านเอาไว้ให้มากที่สุด ตั้งแต่เนื้อไม้ บานประตูหน้าต่าง และบานกระทุ้ง ล้วนแต่เป็นของเดิมตั้งแต่อดีต รวมถึงผนัง ช่องลม ลายฉลุ ก็ไม่มีการเคลือบสีและขัดสีใด ๆ เพียงแต่ยกฝ้าเพดานให้สูงขึ้นเพื่อให้บรรยากาศปลอดโปร่ง

 

ประตูหน้าต่าง บานพับ และบานกระทุ้งตั้งแต่ในอดีต

นอกจากชมความงามของบ้านเรือนไทยสไตล์ฝรั่งแห่งนี้ ที่นี่ยังเน้นเสิร์ฟเมนูขนมไทย ขนมเค้ก และเครื่องดื่มเติมความสดชื่น ขอแนะนำ ชุดบัวทอง (599 บาท) ประกอบไปด้วย ไอศกรีม ขนมไทย 8 ชิ้น เค้ก 2 ชิ้น และชาร้อน 1 กา หรือจะสั่งเป็น ไอศกรีมกะทิ + ลอดช่อง (120 บาท) เสิร์ฟกับน้ำตาลมะพร้าว ก็ทานแล้วหอมชื่นใจไม่แพ้กัน

 

ชุดบัวทอง (599 บาท)

 

ไอศกรีมกะทิ + ลอดช่อง (120 บาท)

บ้านขนมปังขิง
ซอยหลังโบสถ์พราหมณ์
เปิดทุกวันอังคาร - อาทิตย์ เวลา 11.00 - 20.00 น.
โทร. 09-7229-7021
www.facebook.com/house2456