Published on October 07, 2020

Welcome to the Enzo's

ภายในอาคาร WRU หลังสวน เป็นที่ตั้งของ Enzo's ร้านอาหารที่พร้อมเสิร์ฟทั้งเมนูอาหารและเครื่องดื่มตลอดวัน โดยมีทั้งเมนูบรันช์ ดินเนอร์ กาแฟ และค็อกเทลให้เลือกสั่ง ในช่วงกลางคืนยังมีการแสดงสดจากศิลปินต่าง ๆ มาร้องเล่นดนตรีสร้างบรรยากาศสนุก ๆ ให้กับที่นี่อีกด้วย 

สำหรับร้านแห่งนี้ ดูแลเมนูอาหารทั้งหมดโดยเชฟหนุ่มชาวฟิลิปปินส์ Lorenzo dela Cruz ผู้ที่เคยฝากฝีมือไว้ที่ร้านชื่อดังอย่าง The Meat Chop และ Bitterman โดยเชฟได้นำความหลงใหลในเมนูประเภทเนื้อสัตว์ รวมถึงอาหารสไตล์นานาชาติมาผสมผสานกันและถ่ายทอดออกมาเป็นอาหารสำหรับที่นี่

 

ด้านหน้าอาคาร WRU หลังสวน ซึ่งเป็นทางเข้าร้าน

 

เชฟ Lorenzo dela Cruz

Vintage Building Get Freshen Up

ตัวอาคารแห่งนี้ถูกรีโนเวทจากร้านตัดสูทที่เต็มไปด้วยสไตล์วินเทจ ทางร้านนำมาปรับปรุงใหม่โดยยังคงโครงสร้างเก่าไว้ทั้งหมด รวมถึงลวดลายสไตล์วินเทจที่ยังหลงเหลืออยู่บางส่วนด้วย เพิ่มเติมด้วยสไตล์ลอฟต์ที่เผยให้เห็นโครงสร้างอาคารชัดเจน ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์สไตล์ Contemporary และยังเพิ่มกิมมิกด้วยป้ายไฟนีออนแสดงคำพูดเก๋ ๆ เพื่อเสริมมู้ดสนุกสนานให้กับร้าน 

ตัวร้านแบ่งออกเป็น 2 ชั้น ด้านล่าง จะเป็นโซนบาร์ที่พร้อมเสิร์ฟทั้งเมนูกาแฟและค็อกเทล ถัดมาเป็นโซนที่นั่งที่ดูอบอุ่นด้วยไฟโทนส้ม และโซนครัวเปิดที่สามารถมองเห็นเหล่าเชฟกำลังทำอาหารได้อย่างชัดเจน สำหรับ ด้านบน ยังคงเป็นโซนที่นั่งสบาย ๆ เหมาะสำหรับใครที่อยากได้บรรยากาศที่เป็นส่วนตัวมากขึ้นอีกนิด

 

มุมที่นั่งชั้นล่างของร้าน

 

บริเวณชั้น 2 ของทางร้าน

International Comfort Food & Meat Specialty

ตามที่เชฟได้บอกไว้ สำหรับอาหารของที่นี่ไม่ได้มีกฎตายตัวว่าต้องเป็นสัญชาติไหน แต่เน้นเป็นเมนูสไตล์ Comfort Food ที่ผสมผสานองค์ประกอบของอาหารหลากหลายชาติเอาไว้ด้วยกัน 

สำหรับใครที่แวะมาแล้ว ลองเริ่มสั่งเมนูสลัดที่ได้แรงบันดาลใจมาจากอาหารสเปนอย่าง Baby Octopus (280 บาท) สลัดจานใหญ่ที่เต็มไปด้วยผักใบเขียวสด ๆ คลุกเคล้ากับไส้กรอก Chorizo จาก Joe Sloanes, พริกดอง, ปลาหมึกยักษ์ขนาดเล็ก, ซอส Smoked Romesco รสเข้มข้น ราดด้วยเดรสซิ่งน้ำมะนาวและน้ำผึ้ง เหมาะกับสั่งมาแบ่งกันทาน

ต่อด้วย Beef Tongue Sandwich (285 บาท) แซนด์วิชขนมปัง Ciabatta เนื้อนุ่ม ๆ สอดไส้ด้วยลิ้นวัวชั้นดีที่ผ่านการตุ๋นและกริลล์จนสุกกำลังดี ไม่เหนียว ซ้อนด้วยแยมหัวหอม พริก และชีส เพิ่มรสชาติด้วยซอสบาร์บีคิวสูตรของทางร้านและแตงกวาดอง

 

Baby Octopus (280 บาท)

 

Beef Tongue Sandwich (285 บาท)

สำหรับคนรักเนื้อ แนะนำให้สั่ง Wagyu Hunger Steak MBS 6+ (780 บาท) สเต๊กเนื้อ Wagyu Hunger ระดับ MBS 6+ จากออสเตรเลียที่มันแทรกกำลังดี เนื้อนุ่มชุ่มฉ่ำไม่เหนียว เคียงด้วยสลัดผักสด ๆ และซอสที่มีส่วนผสมของสมุนไพรต่าง ๆ และพริก ซึ่งมีให้เลือกทานถึง 3 ชนิดด้วยกัน

ส่วนใครที่ไม่ทานเนื้อ ทางร้านยังมีเมนูปลาอย่าง Line Caught Indonesian Barramundi (550 บาท) โดยเลือกใช้ปลากะพงขาวที่ตกด้วยเบ็ดตกปลาจากอินโดนีเซีย นำมาย่างบนกระทะ ทานกับซอสครีมสาหร่ายผสมด้วยสมุนไพร, เนย, Apple Cider และหน่อไม้ฝรั่ง เพิ่มรสชาติและสีสันด้วยไข่ปลาแซลมอน ก่อนจะปิดท้ายด้วย Green Oil เป็นจานที่ผสมความเป็นอาหารญี่ปุ่นด้วยการใส่สาหร่ายวากาเมะลงไปด้วย

 

Wagyu Hunger Steak MBS 6+ (780 บาท)

 

Line Caught Indonesian Barramundi (550 บาท)

อีกหนึ่งเมนูแนะนำสำหรับใครที่มองหาจานพาสต้ากั Duck Egg Carbonara (280 บาท) พาสต้าคาโบนาร่าสูตรดั้งเดิม เส้นพาสต้าสดที่ทางร้านทำเอง ได้เนื้อที่นุ่มไม่เหนียว ผัดคลุกเคล้ากับไข่เป็ดสีเหลืองสวย เบคอนที่ทำจากเนื้อส่วนหลังของหมู และท็อปด้วยชีสพาร์เมซาน คนที่ชอบทานพาสต้าต้องลองสั่ง

ปิดท้ายด้วยเมนูขนมหวานที่ทำออกมาได้ดีไม่แพ้กันอย่าง White Choc Mousse (220 บาท) มูสไวท์ช็อกโกแลตจากเบลเยียม เนื้อฟูเบา ท็อปด้วยถั่วพิสตาชิโอ, เกล็ดขนมบิสกิต และราสพ์เบอร์รีสด ๆ เป็นเมนูที่ทานได้เพลิน ๆ เนื้อมูสนุ่ม ๆ ได้รสหวานจากไวท์ช็อกโกแลต เพิ่มความมันและกรุบกรอบด้วยถั่วและบิสกิต ก่อนจะตัดด้วยรสเปรี้ยวของราสพ์เบอร์รีสด

 

Duck Egg Carbonara (280 บาท)

 

White Choc Mousse (220 บาท)

Drink Zone

และเมื่อตกกลางคืน ทางร้านก็จะเปลี่ยนบรรยากาศร้านให้กลายเป็นบาร์ที่พร้อมเสิร์ฟค็อกเทลดี ๆ ทางร้านแนะนำค็อกเทลซิกเนเจอร์อย่าง Enzo's (330 บาท) เบสด้วย Gin เพิ่มด้วย Sweet & Sour และโซดา และ Bitter is Better Jr. (330 บาท) เบสด้วย Gin, Elder Flower Syrup ท็อปด้วยโฟมไข่ขาว 

 

โซนบาร์เครื่องดื่ม

 

Enzo's (330 บาท)

 

Bitter is Better Jr. (330 บาท)

ส่วนใครที่อยากดื่มกาแฟ ทางร้านยังมีเมนูกาแฟให้เลือกหลากหลายเมนู แนะนำ Piccolo (95 บาท) เมนูกาแฟแก้วเล็กแต่เข้มข้น ท็อปด้วยฟองนมนุ่ม ๆ ทางร้านมีกาแฟเบลนด์พิเศษของทางร้านโดยเฉพาะ ผ่านการคัดสรรเมล็ดกาแฟชั้นดีจากทั้งในไทยและต่างประเทศ

 

Piccolo (95 บาท)

Info
Hours
Open : 11AM - 10PM
Sun : 11AM - 10PM
Mon : 10:30AM - 10PM
Tue : 10:30AM - 10PM
Wed : 11:30AM - 10PM
Thu : 10:30AM - 10PM
Fri : 10:30AM - 10:30PM
Sat : 11AM - 10:30PM
Price

฿฿฿฿ 501-1,000 บาทต่อคน

Address
94/1-2 ซอยหลังสวน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร
Map
Mass Transit

BTS ชิดลม

Suggest an Edit