Hibiki Omakase and Bar

Published on March 29, 2021

The Perfect Combination between Omakase & Bar

ในย่านเอกมัยที่เต็มไปด้วยร้านอาหารดีมากมาย ๆ ยังเป็นที่ตั้งของ Hibiki Omakase and Bar อีกหนึ่งร้านอาหารญี่ปุ่นระดับพรีเมียมที่พร้อมเสิร์ฟเมนูโอมากาเสะจากเชฟชาวญี่ปุ่นฝีมือดี และเครื่องดื่มหลากหลายเมนูจากบาร์เทนเดอร์มากฝีมือ ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายสไตล์ญี่ปุ่นดั้งเดิมผสมผสานกับความหรูหราในสไตล์โมเดิร์น แต่ยังคงคอนเซ็ปต์ให้รู้สึกสบาย ๆ ไม่เคร่งขรึมจนเกินไป โดยสามารถนั่งทานคอร์สโอมากาเสะและสัมผัสบรรยากาศของบาร์ค็อกเทลไปพร้อมกัน

คำว่า "Hibiki" มาจากภาษาญี่ปุ่นที่แปลว่า Resonance หรือ Echo อย่างเช่น การโยนหินลงแม่น้ำและเกิดการสะท้อนกระจายออกไป
 

ด้านหน้าร้าน

Contemporary Japanese Style

ด้านการออกแบบตกแต่งร้าน ถูกผสมผสานระหว่างสไตล์ Contemporary เข้ากับสไตล์ญี่ปุ่นดั้งเดิม โดยเลือกใช้องค์ประกอบที่ให้กลิ่นอายความเป็นญี่ปุ่นอย่างเฟอร์นิเจอร์และเพดานไม้ ร่วมกับองค์ประกอบสไตล์ตะวันตกที่เพิ่มความโมเดิร์นเข้าไปได้อย่างกลมกลืน

เมื่อเดินเข้ามาในบริเวณร้าน จะสะดุดตากับเคาน์เตอร์ไม้ขนาดใหญ่ที่ล้อมรอบทั้งบาร์เครื่องดื่มและครัวเปิด โดยสามารถรองรับที่นั่งได้ถึง 12 ที่นั่ง ภายในตกแต่งอย่างสวยงามและยังแฝงไปด้วยรายละเอียดสุดประณีต ไม่ว่าจะเป็นเพดานที่ประดับด้วยระแนงไม้สีเข้ม พร้อมส่องไฟสีส้มสร้างบรรยากาศสุดอบอุ่นให้ภายในร้าน รวมถึงมุมสวนสไตล์ญี่ปุ่นที่ถูกจัดแสดงภายในห้องกระจกเล็ก ๆ ช่วยดึงดูดสายตาได้เป็นอย่างดี 

 

บรรยากาศภายในร้าน

 

ตกแต่งด้วยองค์ประกอบจากไม้สีเข้ม เพิ่มความอบอุ่น

Contemporary and Edomae Style Omakase

สำหรับอาหารของทางร้านได้เชฟชาวญี่ปุ่นมากประสบการณ์ที่เคยฝากฝีมือไว้ที่ร้านอาหารระดับมิชลินสตาร์ 2 ดาว มาเป็นผู้ดูแลเมนูอาหารทั้งหมด ซึ่งเชฟได้คัดสรรวัตถุดิบชั้นเลิศที่ถูกส่งตรงแบบสดใหม่จากญี่ปุ่น และยังได้ครีเอตเมนูที่เข้ากับฤดูกาลต่าง ๆ โดยเน้นการผสมผสานสไตล์คอมเทมโพรารีในส่วนของเมนูเรียกน้ำย่อย ร่วมกับการนำเสนอซูชิสไตล์ Edomae ดั้งเดิม เพื่อสร้างประสบการณ์การทานคอร์สโอมากาเสะแบบเต็มอิ่ม

ทางร้านให้บริการทั้งในรูปแบบ a la carte และรูปแบบคอร์สโอมากาเสะ สำหรับครั้งนี้ ทางร้านนำเสนอ Hibiki Omakase Course (6,500 บาท++ สำหรับ 21 คอร์ส) เป็นเมนูสำหรับฤดูร้อนในประเทศญี่ปุ่น

 

Chef Tsukasa Kaneko เชฟชาวญี่ปุ่นมากประสบการณ์ระดับมิชลินสตาร์

เริ่มจากเมนูเรียกน้ำย่อยจานแรก Homemade Corn tofu, Bafun uni and dashi เต้าหู้ข้าวโพดโฮมเมดเนื้อนุ่ม ทานคู่กับน้ำซุปดาชิเย็น เพิ่มรสชาติด้วยไข่หอยเม่นคุณภาพดีจากญี่ปุ่น ให้รสชาตินุ่มนวลกลมกล่อมเต็มคำ 

ตามด้วย Smoked Sawara เนื้อปลาซาวาระ (ปลาในตระกูล Mackerel) รมควันกับฟางออร์แกนิกที่ได้จากการปลูกข้าวหอมมะลิของไทยจนได้กลิ่นหอม ราดด้วย Apple Ponzu Sauce ซอสแอปเปิ้ลพอนสึสูตรของทางร้านที่มีส่วนผสมของขิงและต้นหอม เพิ่มรสชาติเปรี้ยวหวานเข้ากับเนื้อปลาได้ดี

จานที่สาม Aka Awabi เนื้อหอยเป๋าฮื้อแดงญี่ปุ่นนึ่งกับสาหร่ายคอมบุประมาณ 8 - 10 ชั่วโมง จนได้เนื้อที่นุ่มไม่เหนียว เนื้อหอยมีรสชาติหวาน เสิร์ฟคู่กับซอสจากตับหอยเป๋าฮื้อที่มีรสออกมันนิด ๆ สามารถขอข้าวสวยมาคลุกกับซอสทานได้เช่นกัน

 

Homemade Corn tofu, Bafun uni and dashi

 

Smoked Sawara

 

Aka Awabi

จานถัดมา Komochi yari ika หรือปลาหมึกกล้วยที่มีไข่อยู่เต็มท้อง เมนูนี้ทางเชฟนำปลาหมึกไปต้มกับซอสสูตรพิเศษของทางร้านอย่างช้า ๆ ประมาณ 3 - 5 ชั่วโมง จนซอสซึมเข้าเนื้่อ และยังราดด้านบนด้วยซอสเข้มข้นที่ได้จากการเคี่ยวกระดูกปลา ก่อนทานแนะนำให้ตัดรสชาติด้วยวาซาบิเล็กน้อย 

ต่อด้วย Kegani เนื้อปูขนยอดนิยมจากเกาะฮอกไกโดซึ่งนิยมทานในช่วงฤดูร้อน ซึ่งเป็นช่วงที่ปูชนิดนี้มีรสชาติที่ดีที่สุด เพราะได้ความหวานกำลังดี ท็อปหน้าด้วยคาเวียร์ เสิร์ฟคู่กับซอสรสเข้มข้นที่ทำจากมันของปูขน

และ Shirako Tempura เป็นเมนูที่มีเท็กซ์เจอร์นุ่มนวลและมีรสชาติมัน เชฟนำไปทอดเทมปุระให้ด้านนอกกรอบแต่ด้านในนุ่ม เสิร์ฟคู่กับซอสครีมไวน์ขาวและท็อปหน้าด้วยเห็ดทรัฟเฟิลสด ๆ 

 

Komochi yari ika

 

Kegani

 

Shirako Tempura

ตามด้วย Ankimo เนื้อส่วนตับของปลามังค์ฟิช หรือฟัวกราส์แห่งท้องทะเล ต้มกับซอสไวน์แดง ตัดความมันด้วยแตงโมญี่ปุ่นจิ๋วที่นำไปดอง ให้รสชาติออกเปรี้ยวกำลังดี

ล้างปากจากเมนูอาหารเรียกน้ำย่อยด้วย Shiso Granita หรือเกล็ดน้ำแข็งใบชิโสะ ช่วยปรับรสชาติให้ปากได้เป็นอย่างดี

 

Ankimo

 

Shiso Granita

มาถึงเมนูซูชิที่ทางร้านเน้นเสิร์ฟเมนูสไตล์ Edomae หรือแบบดั้งเดิม โดยนำเสนอรสชาติจากวัตถุดิบชั้นเยี่ยม เริ่มจาก Madai ซูชิหน้าปลามาได ท็อปด้วยซอสพอนสึที่มีส่วนผสมของแอปเปิ้ล ตามด้วยซูชิปลา Aji ที่มีเนื้อแน่นและรสเข้มข้น และ Sakura Masu ซูชิปลา Sea Trout สีส้มสวยที่ทางเชฟนำไปหมักกับซอสไวน์แดง 

 

Madai

 

Aji

 

Sakura Masu

ตามด้วย Otoro ซูชิเนื้อส่วนท้องของปลาทูน่าที่ทางเชฟนำไปเบิร์นเล็กน้อยเพื่อเพิ่มความหอม ถัดมาเป็น Kasugodai ซูชิลูกปลากระพงที่ทางเชฟได้นำไปหมักกับไข่แดงและน้ำส้มสายชู เพื่อดึงความหวานตามธรรมชาติออกมาและเพิ่มความละมุนให้กับเนื้อปลา และ Iwashi ซูชิเนื้อปลาในตระกูลซาร์ดีนให้รสออกมัน เชฟได้นำไป Aging ถึง 1 สัปดาห์ ก่อนจะนำไป aburi หรือการนำถ่าน Binchotan มานาบ เพื่อเพิ่มกลิ่นหอม

 

Otoro

 

Kasugodai

 

ขั้นตอนการ Aburi หรือการนำถ่านมานาบกับเนื้อปลาที่มีไขมันสูง เพื่อให้ไขมันแตกตัว

 

Iwashi

ต่อด้วย Nodoguro ซูชิปลากระพงคอดำ ซึ่งทางเชฟก็ได้ใช้วิธี Aburi ในเมนูนี้เช่นกัน เพื่อให้ไขมันแตกตัวและหอมอร่อยยิ่งขึ้น และนอกจากซูชิเนื้อปลาแล้ว ทางร้านยังเสิร์ฟ Hokkigai ซูชิหอยปีกนก ซึ่งเชฟจะใช้วิธีตบเนื้อหอยเพื่อกระตุ้นเซลล์ให้ตื่นตัว ทำให้ได้รสชาติอร่อยยิ่งขึ้น และ  Shima Ebi ซูชิกุ้งตัวโตจากญี่ปุ่นแบบสด ๆ ซึ่งจะจับได้เฉพาะฤดูกาลนี้เท่านั้น มีรสหวานและกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ ท็อปด้วยเกลือและมะนาว Tsudaji เสิร์ฟมาคู่กับหัวกุ้งที่นำไปทอดจนกรอบ ทานได้ทั้งคำ

 

Nodoguro

 

Hokkigai

 

Shima Ebi

มาถึงเมนู Uni Rice ตัวข้าวคลุกเคล้ากับไข่หอยเม่นสายพันธุ์ Bafun จากฮอกไกโดและท็อปด้วย Ensui Uni หรือไข่หอยเม่นพันธุ์ Bafun ที่แช่ในน้ำทะเล ทำให้ได้รสชาติจากท้องทะเลแบบเต็ม ๆ  สามารถห่อด้วยแผ่นสาหร่ายก่อนทานก็ได้เช่นกัน ถัดมาเป็นเมนู ข้าวห่อสาหร่ายไส้เนื้อปลาหลากชนิดและผักดอง ก่อนจะปิดท้ายอาหารคาวด้วย Amadai Ochazuke หรือข้าวต้มสไตล์ญี่ปุ่น โดยเชฟได้นำปลา Amadai ไปราดด้วยน้ำมันไร้แคลอรี่จนส่วนเกล็ดกรอบ แต่ยังคงความหวานด้านในไว้เต็ม ๆ ทานกับซุปใสร้อน ๆ เข้ากันได้ดี

ปิดท้ายมื้อด้วย 2 เมนูขนมหวาน อย่าง Strawberry Daifuku ขนมไดฟูกุเนื้อนุ่มสอดไส้ถั่วแดงญี่ปุ่นและสตรอเบอรี่ลูกโต โดยเชฟได้นำข้าวเหนียวของไทยมาผสมจนได้เนื้อสัมผัสที่นุ่มกำลังดี และ Wasabi Ice Cream ไอศกรีมวาซาบิรสจัดจ้านสูตรของทางร้าน เสิร์ฟใน Monaka ขนมปังอบกรอบสไตล์ญี่ปุ่น ทางเชฟได้ประยุกต์นำมาสอดไส้ด้วยไอศกรีมแทนถั่วแดงแบบสูตรดั้งเดิม

 

Uni Rice

 

ข้าวห่อสาหร่ายไส้เนื้อปลาหลากชนิดและผักดอง

 

Amadai Ochazuke

 

Strawberry Daifuku แและ Wasabi Ice cream

Let' Have a Good Drink!

แน่นอนว่าในส่วนของบาร์ค็อกเทลที่นี่ก็น่าสนใจไม่แพ้อาหาร ทางร้านได้บาร์เทนเดอร์มากฝีมือที่เคยฝากฝีมือไว้ที่หลายบาร์ดังสไตล์ญี่ปุ่นและยังได้ผ่านการเรียนโดยตรงจากปรมาจารย์ด้านค็อกเทลชาวญี่ปุ่นมาเป็นผู้ครีเอตเครื่องดื่มให้ที่นี่ โดยมีให้เลือกทั้งแบบในเมนูและยังสามารถรีเควสทางบาร์เทนเดอร์ครีเอตเมนูพิเศษให้โดยเฉพาะอีกด้วย 

เมนูเครื่องดื่มของทางร้านจะเน้นพรีเซนต์เทชันที่เรียบง่ายสไตล์ญี่ปุ่นและเลือกใช้วัตถุดิบชั้นดีจากทั่วโลก รวมถึงเทคนิคพิเศษในการแกะสลักน้ำแข็งเป็นรูปทรงต่าง ๆ ที่เหมาะกับเครื่องดื่มแต่ละประเภท

นอกจากนี้สำหรับแก้วเครื่องดื่ม ทางร้านยังเลือกใช้แก้วค็อกเทลคุณภาพดีจาก Kimura Glass ประเทศญี่ปุ่น ที่มีจุดเด่นอยู่ที่น้ำหนักที่เบาและตัวแก้วยังบางพิเศษ ทำให้สามารถถ่ายทอดรสชาติของเครื่องดื่มออกมาได้อย่างชัดเจน ไม่ทำให้เสียอรรถรสในการดื่ม ใครที่มาที่นี่แล้ว อย่าลืมรีเควสทางร้านให้ครีเอตเครื่องดื่มสุดพิเศษมาดื่มคู่กับคอร์สโอมากาเสะ เพราะจะทำให้มื้อโอมากาเสะในครั้งนี้สนุกกว่าที่เคยทาน

 

บาร์เทนเดอร์กำลังครีเอตค็อกเทลแก้วพิเศษ

 

แก้วเครื่องดื่มสุดพิเศษจาก Kimura Glass

 

Double Head หนึ่งในค็อกเทลของทางร้าน

 

อีกหนึ่งเสน่ห์ของส่วนบาร์ของที่นี่ คือรูปทรงน้ำแข็งที่ถูกแกะสลักมาเป็นอย่างดีให้เข้ากับเครื่องดื่มต่าง ๆ

Must Read!
  • แนะนำให้จองล่วงหน้า
  • มีที่จอดรถหน้าร้าน
  • มีห้อง Private ไว้ให้บริการ
Info
Hours
Open : 12PM - 8PM
Fri : 12PM - 8PM
Sat : 12PM - 8PM
Sun : 12PM - 8PM
Mon : Closed
Tue : 12PM - 8PM
Wed : 12PM - 8PM
Thu : 12PM - 8PM
Price

฿฿฿฿฿฿ มากกว่า 2,000 บาทต่อคน

Address
30/3 ซอยเจริญใจ (เอกมัย 12) เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร
Map
Facilities
Suggest an Edit