Published on March 09, 2017

Sweet Sensation

Shugaa เป็น Dessert Bar ของคุณโบ๊ท วชิรวิชญ์ ก้องภพจิรพัฒน์ เชฟขนมหวานที่คลุกคลีอยู่ในครัวตั้งแต่เด็กทำให้สั่งสมประสบการณ์ในการทำขนมจนเชี่ยวชาญและได้มาเปิดเป็น Dessert Bar สวยหวานให้ทุกคนที่ชอบขนมหวานได้มาลองทานกัน พร้อมยังมีหุ้นส่วนคนสำคัญ​อย่าง "น้ำตาลลิน" ผู้ผลิตน้ำตาลและความหวานหลากหลายประเภท รวมถึงผลิตฟองดองไอซิ่งเจ้าแรกในประเทศไทย ทำให้ทางร้านสามารถควบคุมคุณภาพการผลิตของน้ำตาลได้เองเพื่อให้มีคุณภาพที่ดีที่สุด

 

ร้าน Shugaa ตั้งอยู่ในอาคาร The Residence@61 ซอยสุขุมวิท 61 ภายในตกแต่งด้วยสีพาสเทลสวยหวาน โดยจะเห็นบาร์ขนมหวานขนาดใหญ่ที่ทำจากหินอ่อนสีขาวสะอาดตา มีของตกแต่งน่ารัก ๆ ที่ทำมาจากนำ้ตาลฟองดอง รวมไปถึงฟองดองเค้กสีสันสดใสในสไตล์สีพาสเทลที่เกิดขึ้นจากการร่วมกันออกแบบระหว่างคุณโบ้ท และ Cake Designer

 

ส่วนเฟอร์นิเจอร์และของประดับตกแต่งต่าง ๆ ก็ดีไซน์ออกมาคล้ายผลึกน้ำตาล ทั้งโคมไฟรูปร่างแปลกตา และบันไดที่ออกแบบมาเป็นผลึกใส ๆ เรียงต่อกัน ส่วนบริเวณชั้น 2 จะเป็นพื้นที่สำหรับจัดกิจกรรมทำเวิร์คช็อปและคลาส DIY สอนตกแต่งเค้กด้วยน้ำตาลฟองดองที่ทางร้านจัดขึ้นโดยเฉพาะ โดยมีพนักงานคอยให้คำแนะนำในทุก ๆ ขั้นตอนอย่างใกล้ชิด

 

Destination for Desserts

คุณโบ๊ท ได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์การทำขนมจากทางบ้านที่เป็นครอบครัวของนักทำขนม ก่อนจะออกมาสร้าง Dessert Bar ที่มีเมนูขนมหวานน่าทานได้เราได้ลองกัน โดยจะมีทั้ง Plated Dessert ที่คุณโบ๊ทจะทำแบบจานต่อจานเหมือนศิลปินที่บรรจงตกแต่งขนมโดยใช้เทคนิคแบบตะวันตกมาดัดแปลงและผสมผสานใส่ความเป็นไทยเข้าไป และมีขนมเค้กน่ารัก ๆ เป็นชิ้น ๆ ให้ได้ทานกันด้วย
 

ใครชอบขนมสไตล์ญี่ปุ่นต้องลอง Shugaa (255 บาท) เป็นเค้กชาเขียวนุ่ม ๆ มี Chestnut Molten, Grilled Kinako Coated Mochi, Mitarashi Sauce, Homemade Greentea Matcha Ice-cream, Red Bean Mont Blanc, Roasted Crispy Rice
 

Shugaa (255 บาท)

 

Kyotonite (190 บาท)

 

CrumpB' (160 บาท)

Shugaa's Toast 

ทางร้านได้ออกเมนูขนมใหม่ ซึ่งจะมี 2 ประเภท คือ Toast และ Luscious Croissant โดยเมนู Toast มาพร้อมกับตัวเลือกขนมปังสูตรพิเศษตามแบบต้นตำหรับถึง 3 ชนิดด้วยกัน ได้แก่ French Style Bread (Brioche) ขนมปังที่ทำจากไข่และเนยนำเข้าคุณภาพ หอมละมุนไปด้วยกลิ่นของเมเปิ้ลไซรัปที่ทาบนขนมปังก่อนอบ, Japanese Style Bread (Mochi Pan) ขนมปังซอฟท์เบรดจากนมฮอกไกโดที่เนื้อนุ่ม หวานหอมจากน้ำผึ้งป่า และ British Style Bread (Lady Arundel’s Manchet) ขนมปังสไตล์อังกฤษเนื้อแน่น ผลิตจากแป้งนำเข้าชั้นดี และเพิ่มความฉ่ำด้วย Rose Water Syrup สูตรดั้งเดิมต้นตำรับของคุณผู้หญิง Arundel ที่หาทานไม่ได้ในไทย

โดยจับคู่และดึงความอร่อยอย่างลงตัวด้วย Plated Dessert 3 เมนู อย่าง Chestnut Mont Blanc Toast (285 บาท) ทานคู่กับ Japanese Style Bread และไอศครีมรสชาเขียวมัทฉะเข้ม ๆ ตัดกับเกาลัคมองบลังก์เนื้อเนียนนุ่ม, Milky Strawberry Toast  (275 บาท) เมนูรสหวานอมเปรี้ยวที่สามารถเขียนชื่อลงบนหัวใจได้ ทานคู่กับ British Style Bread ราดครีมนมสดนุ่ม ๆ และไอศครีมรสสตรอเบอรี่ชีสเค้กรสหวานละมุน เสิร์ฟพร้อมเอิร์ลเกรย์ครัมเบิล และซอสสตรอเบอรี่รสหวานอมเปรี้ยวกำลังดี 

 

Milky Strawberry Toast (275 บาท)

ส่วนใครที่เลือกไม่ถูก ลองสั่งเมนูที่เชฟจับคู่มาให้อย่าง Banoffee Toast (275 บาท) ขนมปังสไตล์อังกฤษ ที่แนะนำให้ทานคู่กับ French Style Bread ไอศกรีมรส Sea Salt Caramel สุดกลมกล่อม พร้อมกับชาโคลครัมเบิล ตามมาด้วย Crunch Toffee Nut แสนกรุบกรอบ และบานอฟฟี่ซอสคาราเมลหอม ๆ ที่ให้ได้รสชาติของบานอฟฟี่เน้น ๆ อีกทั้งยังสามารถเลือกรสชาติของไอศกรีมโฮมเมดที่ทานคู่กับเมนูอื่น ๆ ได้อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นรส Hokkaido Milk, Matcha Green Tea, Strawberry Cheese Cake, Sea Salted Caramel และ Vanilla 
 

Banoffee Toast (275 บาท)

Luscious Croissant

ส่วนของ Luscious Croissant นั้น จะเป็นขนมหวานเสิร์ฟในกะทะร้อน และสามารถเปลี่ยนรสชาติไอศกรีมได้ ลองสั่ง Chocolate Hazelnut Luscious Croissant (225 บาท) ครัวซองต์พุดดิ้งเนื้อนุ่มวางมาบนกระทะร้อน เสิร์ฟมากับซอสช็อคโกแลตเฮเซลนัทให้ราดรอบ ๆ ตกแต่งด้วยบราวนี่ มาร์ชเมลโล และเอิร์ลเกรย์ครัมเบิล จับคู่มากับไอศกรีมรสนมฮอกไกโด 

 

Chocolate Hazelnut Luscious Croissant (225 บาท)

หรือจะลองสั่งเมนูที่เชฟครีเอทระหว่างเมนูคาวกับหวานเข้าด้วยกัน อย่าง Banilla Luscious Croissant (225 บาท) ครัวซองต์พุดดิ้งราดซอสเชดด้าชีส โรยคาราเมลเบคอนครั้นช์และสโมกเบคอนครัมเบิลให้เคี้ยวกรุบกรอบ จับคู่มากับไอศกรีมวานิลลาแล้วราดเมเปิลไซรัป

 

New Drinks To Try

มาถึงเครื่องดื่มที่เน้นส่วนผสมจากผลไม้และธรรมชาติ ทางร้านได้ออกเมนูใหม่หลายเมนู ลองสั่ง Summer Breeze (160 บาท) มะม่วงปั่นกับพีช ท็อปด้วยครีมชีสนุ่ม ๆ และเอิร์ลเกรย์ครัมเบิล ดื่มพร้อมกันจะได้รสชาติหวานหอมละมุน ส่วนเมนูที่ทางร้านแนะนำ Autumn bliss (145 บาท) น้ำชากลิ่นน้ำผึ้งโฮมเมดผสมกับน้ำพีช พร้อมยังใส่เนื้อพีชให้สัมผัสถึงรสชาติที่หอมสดชื่นไปพร้อม ๆ กัน และเครื่องดื่มที่เหมาะกับสาวชิค

 

Summer Breeze (160 บาท)

ส่วนเมนูที่ทางร้านแนะนำ เหมาะกับสาวชิค Lady Quinn (145 บาท) น้ำอัญชันที่ผสมระหว่างชาขาวกับน้ำมันดอกอัญชัน เสิร์ฟมากับน้ำแข็งรสน้ำผึ้งมะนาวทรงเหลี่ยม รสชาติหวานซ่อนเปรี้ยว

 

Lady Quinn (145 บาท)

นอกจากนี้ยังมีเครื่องดื่มที่ร้านยังคงเสิร์ฟอยู่ ได้แก่ A10 (130 บาท) น้ำลิ้นจี่โซดาผสมน้ำเชื่อมกุหลาบ และก้อนน้ำแข็งกลีบกุหลาบเพิ่มความสวยงาม ได้รสชาติหวานชื่นใจ เหมาะกับวันร้อน ๆ 

 

A10 (130 บาท)

หรือจะลอง Shugria (145 บาท/11 ออนซ์ 245 บาท/33 ออนซ์ ) ที่ได้ความสดชื่นจากกระเจี๊ยบ เลมอน และน้ำองุ่น

 

Shugria (145 บาท/11 ออนซ์ 245 บาท/33 ออนซ์ )

Info
Hours
Everyday : 10AM - 8PM
Price

฿฿฿ 301-500 บาทต่อคน

Address
The Residence@61 สุขุมวิท 61 เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร
Map
Mass Transit

BTS เอกมัย

Facilities
Suggest an Edit