Published on September 27, 2019

Modern-Thai Fine Dining

Sra Bua by Kiin Kiin ร้านอาหาร Fine Dining ระดับคุณภาพ ตั้งอยู่ภายในโรงแรมสยามเคมปินสกี้ กรุงเทพฯ หนึ่งในร้านอาหารไทยคุณภาพที่ได้รับรางวัลการันตี One Michelin Star จาก Michelin Guide และติดอันดับ 1 ใน 50 Asia’s 50 Best Restaurants ในปี 2014 ด้วยเอกลักษณ์การสร้างสรรค์อาหารที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร เพราะไม่ได้เป็นเพียงร้านอาหารที่เพียบพร้อมไปด้วยความหรูหราและการบริการที่ดีเยี่ยมเท่านั้น แต่ยังนำเสนอรสชาติอาหารไทยรูปแบบใหม่ ที่ใช้เทคนิคการปรุงสมัยใหม่ (Global Cooking Techniques) จากทั่วทุกมุมโลกมาผสมผสานเข้ากับวัตถุดิบไทยได้อย่างน่าสนใจ 

 

Sra Bua by Kiin Kiin

 

บริเวณโซนรับรองก่อนเข้าไปรับประทานอาหารด้านใน

ร้านอาหารแห่งนี้ได้รับแรงบันดาลใจและความร่วมมือกันระหว่าง มิชลินสตาร์เชฟ เฮนริค อูล แอนเดอร์เซน แห่งร้านอาหาร Kiin Kiin เมืองโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก ร้านอาหารไทยแห่งเดียวในโลกที่ได้รับรางวัล Michelin Star และมิชลินสตาร์เชฟ ชยวีร์ สุจริตจันทร์ จากห้องอาหาร Sra Bua by Kiin Kiin นำเอาวัตถุดิบท้องถิ่นประจำฤดูกาลมาสร้างสรรค์เป็นอาหารไทยแนวใหม่ที่เรียกว่า Modern Gastronomy สุดครีเอทีฟ เสิร์ฟให้ทุกท่านได้ร่วมรับประทานกันทั้งแบบ The Mini Journey Set Lunch ในช่วงกลางวัน The Journey Set Dinner ยามเย็น และเมนู A La Carte สุดพิเศษที่มอบประสบการณ์ความอร่อยทุกช่วงเวลา

 

สไตล์การตกแต่งแบบไทยร่วมสมัย

สไตล์การตกแต่งร้านเติมเต็มความเป็นไทยร่วมสมัยไว้ในทุกจุด จะสังเกตได้จากลวดลายไม้ฉลุและลายผ้าทอที่นำมาประดับตกแต่งร่วมไปกับผนังไม้ รวมถึงสระบัวที่ตั้งเป็นเอกลักษณ์อยู่กลางร้าน ชวนให้คุณผ่อนคลายไปพร้อมความสวยงามและกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกบัวที่ลอยไหวอยู่ในสายน้ำทั่วบริเวณ

 

สระบัวที่เป็นสัญลักษณ์โดดเด่นอยู่กลางร้าน

 

ประทับใจไปกับบรรยากาศหรูหรา โรแมนติก และรสชาติอาหารอันมีเอกลักษณ์

Global Cooking Techniques

Sra Bua by Kiin Kiin ตีความอาหารไทยในรูปแบบใหม่ เปลี่ยนโฉมหน้าตาอาหารที่ทุกคนคุ้นเคยและกรรมวิธีการปรุงโดยใช้ศาสตร์แห่ง Modern Gastronomy ที่แปลกใหม่ และยังคงรักษารสชาติจัดจ้านกลมกล่อมแบบฉบับอาหารไทยต้นตำรับไว้ได้อย่างครบถ้วน สำหรับเมนู A La Carte ที่เป็นซิกเนเจอร์ของร้าน ขอแนะนำที่เมนูแรกอย่าง Frozen Red Curry with Lobster Salad (900 บาท) เมนูที่นำ 'น้ำพริกแกงแดง' วัตถุดิบคู่ครัวไทยที่ทุกคนรู้จักกันดี มานำเสนอในรูปแบบของไอศกรีมและโฟมลิ้นจี่เนียนนุ่ม เสิร์ฟพร้อมความสดของ Maine Lobster จากอเมริกาที่นำไป Sous Vide จนได้เนื้อหวานนุ่ม และลำไยจากโครงการหลวง จังหวัดเชียงใหม่ ก่อนท็อปด้วยผักชี พริกแดง ดอกไม้นานาชนิดที่สามารถทานได้ เช่น Pancy, Garic, Tagete และ Viola ตามด้วยมะม่วงหิมพานต์โรยจนทั่ว ให้ตักทานพร้อมกันเพื่อลิ้มรสชาติจัดจ้านของพริกแกงไทยในแบบที่คุณคาดไม่ถึง

 

Frozen Red Curry with Lobster Salad (900 บาท)

Yellow Curry Crab with Corn Gratin and Pickled Cabbage (720 บาท) เมนูที่นำเสนอกลิ่นอายของ Southern Style โดยเฉพาะ 'น้ำยาปู' ที่เป็นอาหารพื้นเมืองของจังหวัดทางภาคใต้ ที่รสชาติกลมกล่อมจัดจ้านถึงเครื่อง และเลือกใช้เนื้อกรรเชียงปูชิ้นใหญ่จากสายพันธุ์ Blue Crab ทานตัดกับใบชะพลูเทมปุระที่ทอดจนกรอบสีเหลืองทอง และ Corn Gratin ข้าวโพดรสนุ่ม ท็อปด้วยเซเลอรีสไลซ์เข้ากัน

มาถึง Main Course กับเมนู Slow Cooked Beef Rib with Homemade Oyster Sauce (960 บาท) เนื้อ Australian Grain Fed ส่วน Short Rib ที่นำไป Slow Cooked 48 ชั่วโมงจนได้รสนุ่มชุ่มฉ่ำละลายในปาก ราดด้วยซอสหอยนางรมเข้มข้นสูตรโฮมเมดเฉพาะของร้าน ที่หอมกลิ่นหอยนางรมและพริกไทยอย่างชัดเจน เสิร์ฟพร้อมถั่วลันเตาพูเร ท็อปด้วยกะหล่ำปลีซาวอยทอดกรอบ ให้คุณทานคู่กับข้าวสวยร้อน ๆ

 

Yellow Curry Crab with Corn Gratin and Pickled Cabbage (720 บาท)

 

Slow Cooked Beef Rib with Homemade Oyster Sauce (960 บาท)

ต่อด้วยเมนู Cod Fish in Green Curry, Beetroot (960 บาท) เนื้อปลาค็อดนุ่ม เคียงด้วยชิ้นบีทรูท ที่เพิ่มความพิเศษด้วยการนำไปอบด้านในขนมปังเพื่อกักเก็บความชุ่มชื้น และมันม่วงทอดเพิ่มความกรุบกรอบ ราดด้วยไซรัปบีทรูทสีสันสดใส เสิร์ฟพร้อมแกงเขียวหวานรสชาติกลมกล่อมสไตล์ไทยแบบร้อน ๆ ให้ทานคู่กัน 

 

Cod Fish in Green Curry, Beetroot (960 บาท)

Banana Cake, Salted Ice Cream and Caramelised Milk (490 บาท) เชื่อว่าตั้งแต่เด็กจนถึงโตไอศกรีมกะทิต้องเป็นเมนูโปรดของใครหลายคน แต่วันนี้คุณจะได้ลองชิมเค้กกล้วยหอมสดคู่กับไอศกรีมนมสุดพิเศษที่ Reduction คาราเมลออกมาเป็นรสชาติที่หอมมันครบรส ทั้งกลิ่นเนย นม คาราเมลที่หวานกำลังดี  นอกจากนี้ยังเคี้ยวกรุบกรอบไปกับมะพร้าวสดขูดเป็นฝอย และเนื้อมะพร้าวที่ใช้เทคนิคไฮโดรเจนช่วยทำให้เเข็งติดกัน โรยด้วยอัลมอนด์สไลซ์เคลือบน้ำตาลและซอสคาราเมล เป็นอีกหนึ่งเมนูของหวานล้างปากที่ไม่ควรพลาด

ต่อด้วย Mango Sticky Rice (480 บาท) เปลี่ยนโฉมข้าวเหนียวมะม่วงที่คุ้นเคย ด้วยข้าวเหนียวมะม่วงหวานชื่นใจ และไอศกรีมมะม่วง Sorbet ท็อปด้วยสายไหมด้านบน ให้คุณค่อย ๆ ราดน้ำกะทิอุ่น ๆ ผ่านลงไป จนละลายและค่อยละเลียดรสชาติหวานมันของราชินีแห่งผลไม้ฤดูร้อนเป็นเมนูปิดท้าย

 

Banana Cake, Salted Ice Cream and Caramelised Milk (490 บาท)

 

Mango Sticky Rice (480 บาท)

ปิดท้ายประสบการณ์ทานอาหารให้สมบูรณ์แบบด้วยค็อกเทลดี ๆ สักแก้วที่เหมาะจะ Pairing คู่กัน ขอแนะนำ Sata-Bongkot (410 บาท) เครื่องดื่ม Mojito ที่ใส่วอดก้าอินฟิวส์เข้ากับชาดอกบัวหอมละมุน, Sambuca, Ginger Ale และเติมความสดชื่นด้วยน้ำตาลทรายแดง น้ำมะนาว และหอมกลิ่นใบมิ้นต์อันเป็นเอกลักษณ์ ด้านบนตกแต่งด้วยขิงฝานบาง และใบสะระแหน่ที่มาเพิ่มความหอมตามแบบฉบับสมุนไพรไทย ทำแก้วนี้ได้รับความนิยมเพราะเรียกความสดชื่นและเข้ากันได้ดีเมื่อทานคู่กับอาหาร

 

Sata-Bongkot (410 บาท)

มาร่วมเปิดประสบการณ์ทานอาหารไทยโมเดิร์นที่ Sra Bua by Kiin Kiin ได้ทุกวันในช่วงเวลา 12.00-15.00 น. พร้อมเสิร์ฟ The Mini Journey Set Lunch (4 Courses 1,850++  บาท) 

และช่วงเวลา 18.00-24.00 น.พร้อมเสิร์ฟ The Journey Set Dinner (8 Courses 3,200++ บาท) นอกจากนี้ยังสามารถสั่งเมนู A La Carte ได้ตลอดทุกช่วงเวลา สำรองที่นั่งล่วงหน้าและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.kempinski.com/en/bangkok/siam-hotel/dining/sra-bua-by-kiin-kiin และ  www.chope.co/bangkok-restaurants/restaurant/sra-bua-by-kiin-kiin

Reasons to Eat Here
ความอร่อยระดับ Michelin Star

ความอร่อยระดับ Michelin Star

ร้านอาหารไทยคุณภาพที่ได้รับรางวัลการันตี One Michelin Star จาก Michelin Guide และติดอันดับ 1 ใน 50 Asia’s 50 Best Restaurants ในปี 2014

Info
Hours
Everyday : 12PM - 12AM
6PM - 12AM
Price

฿฿฿฿฿฿ มากกว่า 2,000 บาทต่อคน

Address
Sra Bua by Kiin Kiin, โรงแรมสยามเคมปินสกี้ กรุงเทพฯ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร
Map
Mass Transit

BTS สยาม

BTS ชิดลม

Facilities
Suggest an Edit