Published on August 27, 2018

Wine Not ?

The Bar Upstairs ไวน์บาร์สุดเก๋บนชั้น 3 ของร้าน Brasserie Cordonnier ในซอยสุขุมวิท 11 ที่จะเนรมิตบ้านน้อยในสไตล์ฝรั่งเศสมาให้สัมผัสกันง่าย ๆ พร้อมทั้งรวบรวมไวน์ชั้นยอดมาไว้ที่นี่มากกว่า 150 ชนิดจากทั่วโลก เป็นอีกหนึ่งพื้นที่ดี ๆ ที่เหมาะกับทุกความต้องการในเรื่องไวน์ ไม่ว่าจะการดื่ม การเรียนรู้หรือเลือกซื้อไวน์ เหมาะทั้งผู้ที่เป็นมือใหม่หัดดื่ม รวมไปถึงผู้ที่คร่ำหวอดในวงการไวน์ 

 

The Bar Upstiars

Inspired from An Abandoned House in France

ตัวร้านนั้นได้รับแรงบันดาลใจจากความลึกลับของบ้านร้างในเมืองโพรวองซ์ ทางตอนใต้ของประเทศฝรั่งเศส ตกแต่งด้วยพันธุ์ไม้นานาชนิด รายล้อมไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ทั้งภายในและภายนอก ประกอบกับผนังปูนเปลือย และเฟอร์นิเจอร์ไม้ ต่าง ๆ ช่วยทำให้ดูลึกลับและน่าค้นหามากยิ่งขึ้น 

 

ภายในร้านนั้นแบ่งออกเป็นสองชั้น ด้านล่างเป็นเคาน์เตอร์บาร์ และชั้นวางไวน์ ส่วนชั้นสองหรือชั้นลอยนั้นมีห้องเก็บไวน์ขนาดย่อมที่อัดแน่นไปด้วยไวน์เกรดพรีเมียมหลากหลายชนิด โดยมีให้เลือกตั้งแต่ราคาหลักร้อยไปจนถึงหลักพัน  รวมไปถึงสามารถเนรมิตพื้นที่ให้กลายเป็นพื้นที่ส่วนตัวสำหรับจัดงานได้อีกด้วย 

 

มุมนั่งชิลล์หลากหลายมุมให้เลือก

 

ตัวร้านแบ่งออกเป็นสองชั้น

Recommended Menu

ในส่วนของเมนูอาหารของทางร้านเน้นเสิร์ฟอาหารสไตล์ฝรั่งเศสเป็นหลัก เริ่มต้นกันที่เมนูรองท้องเบา ๆ อย่าง Burgandy Snails (390 บาท) หอยทากคุณภาพดีส่งตรงจากแคว้นเบอร์กันดี แคว้นที่ถูกขนานนามว่าเป็นแหล่งผลิตหอยทากที่ดีที่สุดของฝรั่งเศส นำเนื้อหายทากมานึ่งกับน้ำสต๊อก จากนั้นนำไปอบกับกระเทียม เนย พาร์สลีย์และเหล้าพาสติส เพิ่มรสชาติและความชุ่มฉ่ำให้กับเนื้อหอยทาก 

 

Burgandy Snails (390 บาท)

หรือจะลองเป็น Croque Monsieur (330 บาท) เมนูทานง่ายที่ใคร ๆ ก็ชื่นชอบ แซนด์วิชอบร้อนชิ้นโตสอดไส้ชีสเยิ้ม ๆ เบค่อนกรอบ ๆ และคลาสสิกซอสสูตรพิเศษของฝรั่งเศส  เสิร์ฟพร้อมกับผักสลัดสดใหม่ ให้ความหอมนุ่มจากขนมปังและชีส 

 

Croque Monsieur (330 บาท)

ก่อนจะไปจัดเต็มกันที่ชุด The Chef’s Picnic (1,700 บาท) ชุดปิกนิกที่เหมาะสำหรับกลุ่มเพื่อนตั้งแต่ 2 ท่านขึ้นไป ที่ทางร้านได้ไอเดียมาจากวัฒนธรรมการแชร์อาหารของคนเกือบทุกประเทศที่นิยมแบ่งปันอาหารซึ่งกันและกัน โดยจะเสิร์ฟเป็นตะกร้าปิกนิกขนาดใหญ่พร้อมผ้าปูโต๊ะ  ได้บรรยากาศราวกับไเข้าไปนั่งพักผ่อนอยู่ในสวนจริง ๆ

ซึ่งสำหรับเมนูในตะกร้านั้นจะผลัดเปลี่ยนกันไปเรื่อย ๆ ไม่ตายตัว สำหรับวันนี้ทางร้านเริ่มต้นด้วยโคลด์คัท อาหารยอดนิยมของฝรั่งเศส ที่ทางร้านเลือกนำซาลามี่มาทำในรูปแบบสติ๊ก เพื่อให้ทานง่ายเหมาะสำหรับปิกนิก ชีสคุณภาพดีนำเข้าอย่าง Camembert Cheese หรืออยากจะเลือกเป็นชีสชนิดอื่น ๆ ก็ได้เช่นกัน นอกจากนี้ยังมีขนมปัง Baguette ชิ้นโต สลัดอะโวคาโด รวมไปถึงของหวานปิดท้าย 

 

The Chef’s Picnic (1,700 บาท)

ปิดท้ายเมนูอาหารคาวด้วยเมนูสุดคลาสสิกอย่าง Beef Tartare (230 บาท) ที่ทางร้านเลือกใช้เนื้อวัวคุณภาพดีผสมผสานกับเครื่องปรุงหลากหลายชนิดจนได้รสชาติที่ดี เสิร์ฟคู่กับขนมปังบิสกิต

 

Beef Tartare (230 บาท)

สำหรับเครื่องดื่มของทางร้านนอกจากไวน์ที่มีให้เลือกกว่า 170 ชนิดแล้วนั้น ยังมีเมนูค็อกเทลที่ลูกค้าสามารถครีเอทรสชาติที่ใช่ในสไตล์ที่ตัวเองชอบได้โดยจะมีเบสหลักเป็นจินจากหลากหลายประเทศทั้งอังกฤษ สเปน อิตาลี ฝรั่งเศส ไทย ญี่ปุ่น พม่าและออสเตรเลีย เลือกมิกเซอร์รวมไปถึงไซรัปรสชาติต่าง ๆ ได้อีกด้วย

แต่สำหรับใครที่มากันกับกลุ่มเพื่อน ทางร้านแนะนำให้สั่ง Picnic in Provence (1100 บาท/1ลิตร หรือ 600 บาท/500 มิลลิลิตร) เครื่องดื่มชุดใหญ่ที่เหมาะสำหรับแชร์กับกลุ่มเพื่อน มีส่วนประกอบของโรเซ่ไวน์ เวอร์มุธ ให้กลิ่นหอมด้วยไซรัปดอกเอลเดอร์และเติมความสดชื่นให้แก้วนี้ด้วยฟอเรสฟรุตทีและผลไม้สีแดงสด 4 ชนิด

 

Picnic in Provence (1100 บาท/1ลิตร หรือ 600 บาท/500 มิลลิลิตร)

Info
Hours
Everyday : 5PM - 2AM
Price

฿฿฿ 301-500 บาทต่อคน

Address
สุขุมวิทซอย 11 เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร
Map
Mass Transit

BTS นานา

Suggest an Edit