Color :
Off
On
BKKMENU.com

รวมคาเฟ่สวยหลากสไตล์ที่ควรรีบไปเช็คอินกัน

3 Apr 2017

จะเห็นได้ว่าช่วงหลัง 3 - 4 ปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน กรุงเทพมีคาเฟ่เปิดใหม่เป็นจำนวนมาก เมื่อปลายปี 2015 BKKMENU.com ได้นำเสนอสกู๊ป Beautiful Cafes of 2015 รวบรวมลิสต์คาเฟ่บรรยากาศดีน่าถ่ายรูปกว่า 20 ร้าน และสำหรับสกู๊ปนี้ก็จะพาทุกคนไปดูว่ามีคาเฟ่ใหม่ ๆ ที่ไหนบ้างที่น่าไปจิบกาแฟถ่ายรูปกัน

 

 

1. Magpie Cafe

Magpie Café

Magpie Café

Magpie Café

Magpie Café

Magpie Café

Magpie Café

Magpie Café

Magpie Café

Magpie Café

Magpie Café

Magpie Café

Magpie Café

Magpie Cafe คาเฟ่เก๋ ๆ เปิดใหม่ในย่านอ่อนนุช โดยคุณนพปฎล พหลโยธิน - ดีไซเนอร์ของจิม ทอมป์สัน ที่ออกแบบคาเฟ่แห่งนี้โดยผสมผสานความโมเดิร์นและความวินเทจเข้าด้วยกันได้อย่างลงตัว บรรยากาศภายในร้านเน้นตกแต่งโดยผสมผสานความโมเดิร์นและความวินเทจเข้าด้วยกันได้อย่างลงตัว ให้กลิ่นอายของความเป็นตะวันออกที่ดูคลาสสิกจากลวดลายเพ้นท์มือบริเวณผนัง พร้อมของตกแต่งที่มาจากของสะสมเก่าแก่และหายาก สัมผัสถึงความรู้สึกอบอุ่น สบายตาจากโทนสีขาว และต้นไม้สีเขียวหลากหลายชนิดที่ประดับรอบร้าน สามารถเลือกนั่งที่บริเวณเอ้าท์ดอร์ด้านนอก หรือบริเวณชั้นลอยที่ตกแต่งอย่างสวยงาม ด้วยเฟอร์นิเจอร์เก๋ ๆ หลากหลายสี ในส่วนของอาหารทางร้านเน้นเสิร์ฟเมนูสไตล์โฮมมี่ฟิวชั่นด้วยสูตรเฉพาะจากต้นตระกูล ลองเมนูเพื่อสุขภาพอย่าง Tuna Tataki (185 บาท) แซนด์วิชเปิดหน้าท็อปด้านบนด้วยทูน่าที่คลุกเคล้ารอบ ๆ โดยงาขาวและงาดำ ก่อนนำไปย่างรอบ ๆ ให้สุกเพียงเล็กน้อยและสไลซ์บาง เสิร์ฟมาพร้อมซอสอะโวคาโดและสลัด Spaghetti Kaosoi (195 บาท) สปาเก็ตตี้ข้าวซอย นำเส้นไปคลุกเคล้ากับเครื่องเทศจนเข้ากัน เสิร์ฟมาแบบพอมีน้ำขลุกขลิก รสชาติเข้มข้น ในส่วนของเมนูขนมหวานและเบเกอรี่โฮมเมดทางร้านทำสดใหม่ทุกวัน แนะนำเมนูซิกเนเจอร์ Best Ever Banoffee Pie (125 บาท) บานอฟฟี่สูตรดั้งเดิม รสหวานน้อยกำลังดี

 

 

ดูรีวิวร้านนี้ใน We Recommend

 

 

Magpie Cafe
ซอยอ่อนนุช 28
เปิด ทุกวัน จันทร์ - เสาร์ 8.00 - 20.00 น., อาทิตย์ 8.00 - 17.00 น.
โทร 02-116-1670
www.facebook.com/magpiecafebkk

 

 

2. Lady L Garden Bistro

Lady L Garden Bistro

Lady L Garden Bistro

Lady L Garden Bistro

Lady L Garden Bistro

Lady L Garden Bistro

Lady L Garden Bistro

Lady L Garden Bistro

Lady L Garden Bistro

Lady L Garden Bistro

Lady L Garden Bistro

Lady L Garden Bistro

Lady L Garden Bistro

หลีกหนีจากความวุ่นวาย มานั่งทานอาหารสไตล์ตะวันตก พร้อมเครื่องดื่ม และของหวานมากมาย ในกลาสเฮ้าส์สวย ๆ ท่ามกลางบรรยากาศที่ร่มรื่น ที่ Lady L Garden Bistro ร้านอาหารเปิดใหม่จาก บ้านปาร์ค นายเลิศ ในย่านใจกลางกรุงเทพอย่างถนนเพลินจิต ตัวร้านแบ่งเป็น 2 โซน โซนแรกเป็นกลาสเฮ้าส์ เมื่อเดินเข้าไปในร้านจะพบต้นไม้ต้นใหญ่ข้างใน เพดานสูงโปร่ง ได้รับแสงสว่างจากธรรมชาติ เพิ่มความร่มรื่นด้วยต้นไม้เล็ก ๆ ประดับตามมุมต่าง ๆ ของร้าน บนผนังยังมีภาพปักและรูปปั้นลวดลายนกพันธุ์ต่าง ๆ เข้ากับบรรยากาศสวนสวยธรรมชาติของร้าน เดินถัดมาอีกจะเป็นส่วนของห้องอาหาร ที่นี่จะเน้นเสิร์ฟอาหารสไตล์ตะวันตกค่อนไปทางฝรั่งเศสหลากหลายเมนู โดยจะเป็นเมนูที่ท่านผู้หญิงเลอศักดิ์ชื่นชอบ ลองสั่งเมนูที่หาทานได้ยากอย่าง Beef Wellington Red Wine Sauce (1,250 บาท) แป้งพายอบสอดไส้เนื้อสันในจากนิวซีแลนด์ พร้อมเห็ด ตับบด เสิร์ฟคู่กับซอสไวน์แดง พร้อมเครื่องเคียงอย่าง เบบี้แครอท มัน และหน่อไม้ฝรั่งชิ้นพอดีคำ หรือจะเป็น Slow Cooked Lamb Shank, Mashed Potatoes Shallots in Red Wine Sauce (780 บาท) ขาแกะนำเข้าจากนิวซีแลนด์ชิ้นใหญ่ ตุ๋นกับซอสไวน์แดง ทำให้ได้เนื้อที่นุ่ม เสิร์ฟคู่กับมันบด และอีกเมนูกับ Baked Alaska (280 บาท) ด้านนอกเป็นครีมเมอแรงก์ เบิร์นไฟมานิด ๆ ด้านในเป็นไอศกรีมโฮมเมด 3 รสชาติ ทานคู่กับผลไม้ตระกูลเบอร์รี่หลากหลายที่จัดวางมาอย่างสวยงาม

 

ดูรีวิวร้านนี้ใน We Recommend

 

 

Lady L Garden Bistro
Nailert Park Heritage Home ซอยสมคิด 4
เปิด ทุกวัน 9.00 - 22.00 น.
โทร 02-655-4446, 095-425-1424
www.facebook.com/nailertparkheritagehome

 

 

3. Coffee Craftsman x Yarden

Coffee Craftsman x Yarden

Coffee Craftsman x Yarden

Coffee Craftsman x Yarden

Coffee Craftsman x Yarden

Coffee Craftsman x Yarden

Coffee Craftsman x Yarden

Coffee Craftsman x Yarden

Coffee Craftsman x Yarden

Coffee Craftsman x Yarden

Coffee Craftsman x Yarden

Coffee Craftsman x Yarden

Coffee Craftsman x Yarden

Coffee Craftsman x Yarden คาเฟ่ร่วมสมัยในบ้านเก่าอันแสนเงียบสงบ เกิดขึ้นจากความคิดของคุณเก๋และคุณแวว ที่อยากชุบชีวิตให้เรือนไม้เก่าแก่หลังนี้กลายเป็นแหล่งพบปะสังสรรค์ของผู้คนในละแวกใกล้เคียง กาแฟที่นี่เน้นเมล็ดกาแฟของไทยเป็นหลัก และมีสเปเชียลเบลนด์เป็นของตัวเอง ในส่วนของอาหาร จะเป็นสไตล์คอมฟอร์ตฟู้ดที่ทำขึ้นและปรุงอย่างพิถีพิถันแบบ Slow-cooked เน้นวัตถุดิบออร์แกนิกและความสดใหม่ รวมถึงการแบบวันต่อวัน Portobello on Toast (250 บาท) ขนมปังอบร้อนกรอบนอกนุ่มในทาซอส Garlic Mayo รสเปรี้ยว ๆ เค็ม ๆ ท็อปด้วยเห็ดพอร์โตเบลโลผัดน้ำมันมะกอก ปรุงรสด้วยเกลือและพริกไทย โรยหน้าด้วยผักร็อคเก็ตที่ช่วยตัดรสชาติได้ดี หรือจะเป็นซิกเนเจอร์ Fettuccini Pesto “KARNA” (190 บาท) เฟตตูชินีเส้นสีเหลืองจากฟักทองผัดซอสเพสโต้สูตรพิเศษที่ใช้คะน้าแทนโหระพา เพิ่มรสชาติด้วยชีสขูดโรยหน้า มาถึงกาแฟ ลองสั่งซิกเนเจอร์ Craftsman Iced Coffee (120 บาท) กาแฟเย็นบอดี้เข้มเต็มรส หอมกลิ่นกาแฟเน้น ๆ ใช้เมล็ดกาแฟเบลนด์จากไทย โคลอมเบีย และกัวเตมาลา เพิ่มความหวานด้วยนมข้น สำหรับกาแฟร้อนต้อง Latte (95 บาท) ที่นำเสนอความนุ่มและหอมที่ผสมผสานระหว่างกาแฟกับนมเป็นอย่างดี สมกับการเป็นงานคราฟต์เหมือนชื่อร้าน Coffee Craftsman

 

ดูรีวิวร้านนี้ใน We Recommend

 

 

Coffee Craftsman x Yarden
Yarden Yenakart ซอยเย็นอากาศ
เปิด ทุกวัน 7.00 - 19.00 น.
โทร 02-249-0180
www.facebook.com/CoffeeCraftsmanxYarden

 

 

4. Authors' Lounge

Authors' Lounge

Authors' Lounge

Authors' Lounge

Authors' Lounge

Authors' Lounge

Authors' Lounge

Authors' Lounge

Authors' Lounge

Authors' Lounge

Authors' Lounge

Authors' Lounge

Authors' Lounge

หากพูดถึง Afternoon Tea ในโรมแรม Authors’ Lounge ของโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล ย่อมเป็นหนึ่งในลิสต์ร้านที่ต้องไปของผู้ที่พิถีพิถันกับการกินหรือชื่นชอบการดื่มชาอย่างแน่นอน ซึ่งเลานจ์แห่งนี้ตั้งอยู่ในโซน Authors Wing หันหน้าออกริมแม่น้ำเจ้าพระยา เพิ่งจะได้รับการปรับปรุงใหม่เมื่อปี 2016 ในโอกาสเฉลิมฉลองครบรอบ 140 ปี โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล ความโดดเด่นของ Authors’ Lounge คือการมีเพดานที่สูงโปร่ง หลังคากระจกให้แสงธรรมชาติส่องเข้าทั่วถึง พื้นที่ใช้สอยค่อนข้างโอ่โถง บรรยากาศโดยรวมมีกลิ่นอายสถาปัตยกรรมสไตล์โคโลเนียลที่เน้นสีงาช้างและเขียวอ่อนนวลสบายตา สำหรับเซ็ตน้ำชายามบ่ายที่ Authors’ Lounge จะมี 3 เซ็ต คือ Western Afternoon Tea Set (1,450 บาท) พร้อมขนมและเพสตรีสไตล์ฝรั่งเศส, The Oriental Afternoon Tea Set (1,450 บาท) เซ็ตน้ำชาที่มาพร้อมขนมและของทานเล่นแบบไทย และ Vegetarian Set (1,450 บาท) สำหรับผู้ที่เป็นมังสวิรัติ ทุกเซ็ตมาพร้อมชา Mariage Frères Classic & Special Tea Blends แนะนำ Oriental ชาดำที่ทาง Mariage Frères เบลนด์พิเศษให้กับโรงแรมโดยเฉพาะ มีกลิ่นมะลิและส้มแมนดาริน ดื่มแล้วจะช่วยผ่อนคลายไปในตัว หรือจะเป็น Le Grande Dame ชาเบลนด์พิเศษเนื่องในโอกาสครบรอบ 140 ปีของโรงแรม เป็นชาเขียวกลิ่นซิตรัส ส้มแมนดาริน ส้มคลีเมนไทน์ และยูสุ ให้ความสดชื่นได้ดี

 

ดูรีวิวเพิ่มเติมใน We Recommend

 

 

Authors' Lounge
โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล
เปิด ทุกวัน 12.00 - 18.00 น.
โทร 02-659-9000 ต่อ 7390 - 7394
www.mandarinoriental.com/bangkok/fine-dining/authors-lounge

 

 

5. Patom

Patom

Patom

Patom

Patom

Patom

Patom

Patom

Patom

Patom

Patom

Patom

Patom

Patom ออร์แกนิคคาเฟ่เปิดใหม่ใจกลางทองหล่อ กลาสเฮ้าส์แสนอบอุ่นที่รายล้อมด้วยพื้นที่สีเขียวสุดร่มรื่น ภายใต้คอนเซ็ปต์ Organic Living เน้นเสิร์ฟเมนูสุขภาพ ผัก และผลไม้ ด้วยวัตถุดิบออร์แกนิคมาตรฐานสากลจากกลุ่มเกษตรกรในมูลนิธิสังคมสุขใจ โครงสร้างของตัวร้านใช้ไม้เก่าจากแพสวนสามพราน เพดานถูกยกสูง ล้อมรอบด้วยกระจกใส ที่ดูโปร่ง ให้ความรู้สึกอบอุ่นด้วยแสงธรรมชาติจากด้านนอกที่ส่องเข้ามา ที่สำคัญยังสบายตา เพราะมองเห็นวิวสวนที่โอบล้อมอยู่โดยรอบร้านอีกด้วย ที่นี่เสิร์ฟอาหารเมนูเพื่อสุขภาพทานง่าย ปรุงสดใหม่ทุกวัน ด้วยวัตถุดิบออร์แกนิคมาตรฐานสากลจากกลุ่มเกษตรกร แนะนำ ข้าวเหนียวกับหมูแดดเดียว (130 บาท) ข้าวเหนียวที่มาพร้อมหมูแดดเดียว และน้ำจิ้มแจ่วรสชาติกลมกล่อม และเครื่องเคียงอย่างผักออร์แกนิคสดหลากหลายชนิด หรือจะลอง ข้าวกับพริกขิง (130 บาท) ข้าวกล้องร้อน ๆ เสิร์ฟพร้อมไข่ต้ม และพริกขิงรสชาติเข้มข้น ทานคู่กับเครื่องเคียงอย่างผักออร์แกนิคสด และผักออร์แกนิคลวก ในส่วนของเครื่องดื่มทางร้านแนะนำให้ลอง น้ำฝรั่งออร์แกนิค (85 บาท) น้ำฝรั่งจากสวนฝรั่งในสามพราน ที่นำมาสกัดเย็น ไม่ผสมน้ำตาล หรือจะลอง น้ำมะขามออร์แกนิค (85 บาท) น้ำมะขามจากสวนในจังหวัดนครปฐม และอีกเมนูเครื่องดื่มชุ่มคออย่าง น้ำมะนาวน้ำผึ้ง (85 บาท) สดจากพื้นที่ป่าละอู วิตามินซีสูง

 

ดูรีวิวร้านนี้ใน We Recommend

 

 

Patom
ซอยสุขุมวิท 49
เปิด อังคาร - อาทิตย์ 9.30 - 19.00 น.
โทร 02-084-8649
www.facebook.com/patom.organics

 

 

6. Hazel’s Ice Cream Parlor and Fine Drinks

Hazel’s Ice Cream Parlor and Fine Drinks

Hazel’s Ice Cream Parlor and Fine Drinks

Hazel’s Ice Cream Parlor and Fine Drinks

Hazel’s Ice Cream Parlor and Fine Drinks

Hazel’s Ice Cream Parlor and Fine Drinks

Hazel’s Ice Cream Parlor and Fine Drinks

Hazel’s Ice Cream Parlor and Fine Drinks

Hazel’s Ice Cream Parlor and Fine Drinks

Hazel’s Ice Cream Parlor and Fine Drinks

Hazel’s Ice Cream Parlor and Fine Drinks

Hazel’s Ice Cream Parlor and Fine Drinks

Hazel’s Ice Cream Parlor and Fine Drinks

Hazel's ร้านไอศกรีมเท่ ๆ เปิดใหม่บนถนนจักรพรรดิพงษ์ ที่ได้รีโนเวทโรงพิมพ์เก่าแก่ในย่านกรุงเก่าแห่งนี้ให้กลายเป็นคาเฟ่ไอศกรีมและบาร์สไตล์วินเทจ บรรยากาศภายในร้านถูกตกแต่งในสไตล์อินดัสเทรียล โดยเน้นโชว์โครงสร้างของเหล็กและผนังปูนเปลือย เมื่อเข้ามาในร้านจะพบกับเครื่อง พิมพ์โบราณที่ตั้งเด่นอยู่ด้านหน้า พร้อมของสะสมเก่า ๆ สไตล์วินเทจที่ประดับตกแต่งอยู่โดยรอบ นอกจากนี้ยังมีโซนชั้น 2 ที่ตกแต่งเท่ ๆ คล้ายกับที่นั่งบนรถไฟให้เลือกนั่งกันได้อีกด้วย ที่นี่นอกจากจะมีไอศกรีมรสชาติคลาสสิกแล้ว ยังมีไอศกรีมที่มีส่วนของแอลกอฮอลล์ที่ทางร้านตั้งใจครีเอทให้ได้ลิ้มลองอีกด้วย เริ่มที่เมนูแรก ทางร้านแนะนำ All American Apple Pie Sundae (240 บาท) แอปเปิ้ลพายที่ทางร้านเลือกใช้แอปเปิ้ลเขียวในการทำ เพิ่มเชอร์รี่อบแห้ง และเพิ่มกลิ่นอ่อน ๆ ของโป๊ยกั๊ก เสิร์ฟมาพร้อมไอศกรีมวานิลลา และวิปปิ้งครีม หรือจะลอง The Green Fairy Sundae (290 บาท) ไอศกรีม Absinthe ที่ให้รสสัมผัสเย็นแต่แฝงความแรงของแอลกอฮอลล์ไว้ ทานคู่กับคาราเมลซอส วิปปิ้งครีม เชอร์รี่ และอีกไฮไลท์เด็ดของแก้วอย่างเปลือกส้มโอ ใครอยากดื่มอะไรเย็น ๆ ลอง Very Berry Strawberry and Cherry Ice cream Float (180 บาท) สตรอเบอร์รี่และเชอร์รี่ไซรัปที่เพิ่มรสซ่าสดชื่นจากโซดา ท็อปด้านบนแก้วด้วยไอศกรีมเบอร์รี่สีแดงสวยน่าทานนอกจากนี้ที่นี่ยังมีเครื่องดื่มค็อกเทลให้ได้มาดริ๊งก์ชิลล์ ๆ กันอีกด้วย

 

ดูรีวิวร้านนี้ใน We Recommend

 

 

Hazel's Ice Cream Parlour and Fine Drinks
ถนนจักรพรรดิพงษ์
เปิด อังคาร - อาทิตย์ 17.00 - 23.00 น.
โทร 095-918-9898
www.facebook.com/HazelsParlor

 

 

7. DishCovery

DishCovery

DishCovery

DishCovery

DishCovery

DishCovery

DishCovery

DishCovery

DishCovery

DishCovery

DishCovery

DishCovery

DishCovery

DishCovery คาเฟ่สีขาวย่านราชพฤกษ์ ที่เสิร์ฟเมนูอาหารไทยฟิวชั่น พร้อมขนมโฮมเมดน่าทานหลากหลายเมนู ในบรรยากาศร้านสีขาวสวยที่รายล้อมด้วยต้นไม้ ภายในร้านคุมโทนด้วยสีขาวสะอาดตา พร้อมสีเขียวจากต้นไม้นานาชนิดที่ประดับตกแต่งโดยรอบ นอกจากนี้บริเวณผนังยังเลือกใช้กระจกใสเพื่อให้สามารถรับแสงธรรมชาติจากด้านนอกได้อย่างเต็มที่อีกด้วย ที่นี่จะเน้นเสิร์ฟอาหารไทยฟิวชั่นที่เลือกใช้วัตถุดิบที่ดีต่อสุขภาพ เมนูฟิวชั่นสุดครีเอทอย่าง Watercress Spicy Salad (180 บาท) ผักวอเตอร์เครสจากแปลงผักออร์แกนิกที่ทางร้านปลูกเอง นำมาชุปแป้งบาง ๆ และทอดกรอบ ทานคู่กับน้ำยำหมูสับและกุ้ง ล้างปากด้วยเมนูของหวาน Yoghurt Cheese Cake (100 บาท) โยเกิร์ตชีสเค้กสไตล์โฮมเมดที่อบนานถึง 2 ชั่วโมง เสิร์ฟมาพร้อมผลไม้สดอย่างสตรอเบอร์รี่และกีวี่ ส่วนใครที่กำลังมองหาเมนูเครื่องดื่มเพิ่มความสดชื่น แนะนำ Cream Melon (80 บาท) สมูธตี้ปั่นเนื้อเนียนละเอียดที่นำเมลอนสด ๆ ไปปั่นเข้ากับนม ได้รสหวานหอมธรรมชาติจากเมลอนแบบเต็ม ๆ

 

ดูรีวิวร้านนี้ใน We Recommend

 

 

DishCovery Bangkok
ถนนราชพฤกษ์
เปิด ทุกวัน 11.00 - 22.00 น.
โทร 02-408-1698
www.facebook.com/dishcovery.bkk

 

 

8. SA-TI

SA-TI

SA-TI

SA-TI

SA-TI

SA-TI

SA-TI

SA-TI

SA-TI

SA-TI

SA-TI

SA-TI

SA-TI

Made Here on Earth - ห้องเวิร์กช็อปปฏิบัติการงานไม้ Made Here on Earth คาเฟ่ SA-TI Handcraft Coffee และโยเกิร์ตบาร์ Yo Frozen Yogurt ครบครันในที่เดียว ตั้งอยู่บริเวณซอยอารีย์สัมพันธ์ 5 กับ 6 ด้านหลัง MHOE จะพบเรือนกระจกที่เป็นพื้นที่คาเฟ่ บรรยากาศโล่งโปร่ง เน้นใช้เหล็ก ไม้ สแตนเลส แก้ว และกระจกใส เพื่อสื่อถึงความเป็นวัสดุพื้นฐาน โดยใช้วัสดุไม้จาก MHOE ทั้งหมด ทางร้านใช้กาแฟเบลนด์สองแบบ ระหว่างไทย - เอธิโอเปีย กับ ไทย - อินเดีย - อินโดนีเซีย เพื่อให้รสชาติแตกต่างกันไปและให้เข้ากับคอนเซ็ปต์ของกาแฟ แนะนำ Masala Chai Latte (120 บาท) กาแฟผสมชา เครื่องเทศอินเดีย และนมในอัตราส่วนพอดีจนได้มาเป็นกาแฟกลิ่นเครื่องเทศหอมอ่อน ๆ ส่วนใครชอบความมันของเนยถั่ว ลองสั่ง Iced Peanut Butter Latte (120 บาท) กาแฟเย็นคั่วเข้ม ผสมพีนัทบัตเตอร์เพื่อเน้นความเป็นถั่วให้เด่นชัดยิ่งขึ้น รสชาติหวานสลับมันจากเนยถั่ว นอกจากนี้ยังมี Salted Yogurt Soda (100 บาท) โซดาผสมเบอร์รี่เข้มข้นและโยเกิร์ต ท็อปด้วยสตรอเบอร์รี่ ใบมิ้นต์ ปิดท้ายด้วยเกลือทะเลโรยปิดหน้าเล็กน้อย ได้รสเปรี้ยว ซ่า และหวาน ผสมกลมกลืนกันได้ดี

 

ดูรีวิวร้านนี้ใน We Recommend

 

 

SA-TI
ระหว่างซอยอารีย์สัมพันธ์ 5 กับ 6
เปิด ทุกวัน 8.00 - 24.00 น.
โทร 090-090-9050
www.facebook.com/MADEHEREONEARTH.BKK

 

 

9. The Blooming Gallery

The Blooming Gallery

The Blooming Gallery

The Blooming Gallery

The Blooming Gallery

The Blooming Gallery

The Blooming Gallery

The Blooming Gallery

The Blooming Gallery

The Blooming Gallery

The Blooming Gallery

The Blooming Gallery

The Blooming Gallery

 The Blooming Gallery Tea Cafe and Bar คาเฟ่ชาแห่งใหม่ในย่านทองหล่อ ที่มาพร้อมบรรยากาศของเรือนดอกไม้แสนสวยสไตล์ยุโรป โดยคุณเจิน-ศศิ ดิลกชวนิศ และ วี-สุวีรา เติมรุ่งเรืองเลิศ สองสาวที่รักธรรมชาติ ชื่นชอบดอกไม้ วัฒนธรรมการดื่มชา และหลงใหลในงานศิลปะแบบเดียวกัน ทั้งสองตั้งใจให้ร้านนี้เป็นสถานที่เพื่อให้คนกรุงฯ ได้แวะเข้ามาจิบชา รีชาร์จความสุข
ความสดชื่นกับพื้นที่นี้อย่างเต็มที่  บรรยากาศภายในคาเฟ่อบอวลไปด้วยความสวยงามและความร่มรื่นของสวนดอกไม้ ประดับด้วยดอกไม้และต้นไม้ตามมุมต่าง ๆ เน้นแสง Day Light ที่ให้
ความอบอุ่นอย่างเป็นธรรมชาติ แต่ในขณะเดียวกันก็ดึงเสน่ห์ ความดิบเท่สไตล์ Rustic ไม่ว่าจะเป็นกำแพงอิฐ กระจก เฟอร์นิเจอร์เหล็กสีดำ มามิกซ์แอนด์แมตช์กันไว้ได้อย่างลงตัว ส่วนอาหารทุกเมนูของ The Blooming Gallery ล้วนพิถีพิถัน ใส่ใจในทุกรายละเอียด โดยเฉพาะวัตถุดิบที่สอดแทรกดีเทลของชาและดอกไม้ลงไปในตัวอาหารด้วย เมนูแนะนำ ได้แก่ TBG Signature Crispy Tea Leaf Salad (220 บาท) ซีซาร์สลัดใบชาทอดกรอบ ที่เพิ่มความกรุบกรอบให้กับสลัดด้วยใบชาทอด แล้วตกแต่งจานสลัดด้วยดอกไม้นานาชนิด ตามมาด้วยเมนูโฮมเมดเบเกอรี่ที่ครีเอทออกมาได้หน้าตาน่าทานอย่าง A Path in the Forest (380 บาท) มัทฉะมูสที่แบ่งเลเยอร์ออกเป็นหลายชั้น เพื่อเพิ่มรสสัมผัสให้กับตัวขนม ซึ่งรสชาติที่ได้ก็คือความนุ่มละมุนของเนื้อมูส ผสานความกรุบกรอบของครัมเบิล และที่พลาดไม่ได้กับเมนูเครื่องดื่มที่ถือเป็นซิกเนเจอร์ของร้านก็คือ My Last Blue Valentine (แก้วเดี่ยว 180 บาท พร้อมเซ็ตขนม 350 บาท) ชามิกซ์เบอร์รี่ กรุ่นกลิ่นผลไม้ตระกูล
เบอร์รี่ รสเปรี้ยวอมหวาน จิบแล้วเรียกความสดชื่นระหว่างวันได้เป็นอย่างดี 

 

ดูรีวิวเพิ่มเติมใน We Recommend

 

The Blooming Gallery
ชั้น LG The Ei8th Thonglor Plaza 
เปิด ทุกวัน 10.00 - 22.00 น.
โทร 02-063-5508
www.facebook.com/thebloominggallery

 

 

10. Blue Whale

Blue Whale

Blue Whale

Blue Whale

Blue Whale

Blue Whale

Blue Whale

Blue Whale

Blue Whale

Blue Whale

Blue Whale

Blue Whale

Blue Whale

Blue Whale คาเฟ่โทนสีฟ้าที่พร้อมเสิร์ฟกาแฟอุ่น ๆ และอาหารทานง่าย ในบรรยากาศสบาย ๆ บนถนนมหาราช กับคอนเซ็ปต์ใต้ทะเลที่เน้นโทนสีฟ้าเป็นหลัก เมื่อเข้ามาจะเจอกับเคาน์เตอร์บาร์ที่สามารถนั่งชมวิธีการชงกาแฟของบาริสต้าไปด้วยได้ ผนังกระเบื้องสีฟ้าที่ไล่ระดับจากโทนเข้ม ขึ้นไปเป็นโทนอ่อน ให้บรรยากาศคล้ายกับใต้ทะเล เดินขึ้นบันได้สีฟ้ามาที่ชั้นสอง จะเจอกับโต๊ะและเก้าอี้ไม้นั่งสบาย ตอนเย็นสามารถเปิดประตูระเบียงออกไปนั่งด้านนอกรับลมธรรมชาติได้ ชั้นสามเป็นโต๊ะและเบาะนั่งพื้น ถูกใจคนที่ชอบนั่งชิลล์ อ่านหนังสือพร้อมจิบกาแฟเพลิน ๆ หลังคากระจกใสช่วยให้แสงธรรมชาติลอดเข้ามาเพิ่มความสว่างแทนแสงไฟนีออนได้เป็นอย่างดี เมนูอาหารของทางร้านเน้นเครื่องดื่มและอาหารทานง่ายและดีต่อสุขภาพ เริ่มกันที่ Smoked Salmon Scrambled Eggs (240 บาท) ครัวซองต์โฮลวีทประกบกับแซลมอนรมควันและไข่คนเนื้อเนียนนุ่มสไตล์อเมริกันราดด้วยซอสครีมผสมเลม่อน เสิร์ฟพร้อมผักสลัด สำหรับเมนูข้าวลอง Hamburg Rice (210 บาท) ที่เป็นเนื้อหมูผสมกุ้ง ราดด้วยซอสเทริยากิ ท็อปด้วยเชดดาร์ชีสและไข่ดาว เสิร์ฟมาบนข้าวสวยร้อน ๆ ทานคู่กับผักสลัดและซอสบัลซามิก สำหรับเครื่องดื่มแนะนำ Butterfly Pea Latte (ร้อน 90 บาท/เย็น 120 บาท) ลาเต้อัญชัญ หอมกลิ่นชินนาม่อน และไซรัปวานิลลา

 

ดูรีวิวร้านนี้ใน We Recommend

 

Blue Whale
ถนนมหาราช
เปิด จันทร์ - พุธ 10.00 - 22.00 น., ศุกร์ - อาทิตย์ 10.00 - 22.00 น.
โทร 096-997-4962
www.facebook.com/bluewhalebkk

 

 

11. Butterfly Organic Place

Butterfly Organic Place

Butterfly Organic Place

Butterfly Organic Place

Butterfly Organic Place

Butterfly Organic Place

Butterfly Organic Place

Butterfly Organic Place

Butterfly Organic Place

Butterfly Organic Place

Butterfly Organic Place

Butterfly Organic Place

Butterfly Organic Place

Butterfly Organic Place ร้านใหม่ในย่านสุขุมวิท โทนสีขาว เรียบง่าย คลีน ๆ มองแล้วสบายตา ผนังและพื้นกระเบื้องสีขาว เข้ากันได้ดีกับเฟอร์นิเจอร์เนื้อไม้สีอ่อน ชั้นระแนงลายตารางสีขาวเพิ่มลูกเล่นด้วยบล็อกไม้ มีที่นั่งให้เลือกหลากหลายมุม ไม่ว่าจะเป็นที่นั่งชิลล์ริมหน้าต่างมองออกไปเป็นวิวสวนด้านหลัง ที่นั่งกลางร้านที่เป็นโต๊ะและเก้าอี้ไม้เล็ก ๆ น่ารัก ที่นั่งแบบส่วนตัวมีเบาะและหมอนอิงนุ่ม ๆ นั่งดื่มนมไป อ่านหนังสือไป เพลิน ๆ หรือใครที่มาดื่มกาแฟชิลล์ ๆ คนเดียวก็สามารถนั่งดื่มได้ที่บาร์กระเบื้องสีขาวด้านข้าง นอกจากนี้ยังมีที่นั่งในสวนด้านนอกไว้ให้ใครที่มาเยือนได้ผ่อนคลายกับเครื่องดื่มอร่อย ๆ ในบรรยากาศร่มรื่นอีกด้วย สำหรับผลิตภัณฑ์ของที่นี่จะเป็นผลิตภัณฑ์ออร์แกนิคทั้งหมด Organic Milk (58 บาท) ผ่านกรรมวิธีพาสเจอร์ไรส์ด้วยอุณหภูมิต่ำเพื่อรักษาคุณภาพของสารอาหารไว้ให้มากที่สุด ใครชอบทานโยเกิร์ตลอง Probiotic Yogurt (38 บาท) โยเกิร์ตพร้อมดื่มแบบเข้มข้นไม่ผสมน้ำ มีโพรไบโอติก ช่วยปรับสมดุลระบบทางเดินอาหาร

 

ดูรีวิวร้านนี้ใน We Recommend

 

 

Butterfly Organic Place
ซอยนภาศัพท์ 2 ถนนสุขุมวิท 36
เปิด จันทร์ - เสาร์ 9.00 - 17.30 น.
โทร 089-894-3316
www.facebook.com/butterflyorganicmilk

 

 

12. Peace - Oriental Teahouse (Sukhumvit 49)

Peace - Oriental Teahouse

Peace - Oriental Teahouse

Peace - Oriental Teahouse

Peace - Oriental Teahouse

Peace - Oriental Teahouse

Peace - Oriental Teahouse

Peace - Oriental Teahouse

Peace - Oriental Teahouse

Peace - Oriental Teahouse (Sukhumvit 49)

Peace - Oriental Teahouse (Sukhumvit 49)

Peace - Oriental Teahouse (Sukhumvit 49)

Peace - Oriental Teahouse (Sukhumvit 49)

Peace - Oriental Teahouse ห้องน้ำชาสไตล์ตะวันออกย่านเอกมัยมาเปิดสาขาใหม่ที่ซอยสุขุมวิท 49 โดดเด่นเรื่องการชงชาจีนและญี่ปุ่น ใช้แนวคิดมินิมอลและไม้เป็นวัสดุหลักในการตกแต่งร้าน ด้านในแบ่งพื้นที่เป็นสามส่วน โซนติดเคาน์เตอร์เป็นโต๊ะไม้ยาว พื้นยกระดับให้อยู่ในระนาบเดียวกับผู้ชงชา มีเก้าอี้หันเข้าหาเคาน์เตอร์เพื่อให้เห็นและใกล้ชิดวัฒนธรรมการชงชาแบบวิถี Zen แท้  ผนังด้านข้างทำเป็นดิสเพลย์เพื่อวางอุปกรณ์ชงชา มุมถัดไปเป็นโต๊ะยาวติดกระจกสำหรับลูกค้าที่มาคนเดียว และโซนสุดท้าย โซนริมกระจกเน้นแสงธรรมชาติ มีโต๊ะกลมและเบาะนั่งพื้นสไตล์ญี่ปุ่น ชาของที่ร้านจะเปลี่ยนคอลเลคชั่นทุกสามเดือน Gyokuro (450 บาท / เซ็ต) ได้รับสมญานามว่าเป็นราชาแห่งชาเขียวญี่ปุ่น มีคุณภาพดีที่สุดและหายากที่สุด โดยจะเสิร์ฟ 2 คอร์ส คอร์สแรกเสิร์ฟแบบเย็น ส่วนคอร์สที่สองจะเสิร์ฟชาแบบอุ่น แกล้มด้วยใบชาให้เคี้ยวสัมผัสรสชาติอูมามิ ที่ร้านยังมีมัทฉะ Ceremonial Grade Matcha (690 บาท / เซ็ต) หนึ่งในใบชาที่ดีที่สุดในโลก โดยหนึ่งเซ็ตจะชงสองครั้ง นอกจากนี้ยังมีของหวานที่ใช้ชาเขียวเป็นส่วนประกอบ Houjicha Cream (235 บาท) ไอศกรีมออร์แกนิกรสชาเขียวคั่วเนื้อเนียนนุ่ม มาพร้อมข้าวเหนียวดำก้อนกลมให้ทานสลับกันไป ส่วนใครที่ยังติดใจชาเขียวรสเข้มข้นอย่าง Koicha ก็อาจจะลองเป็น Koicha Cream (285 บาท) ชาเขียวเข้มข้นในถ้วย ท๊อปด้วยไอศกรีมนมโฮมเมด

 

ดูรีวิวร้านนี้ใน We Recommend

 

 

Peace - Oriental Teahouse
ซอย สุขุมวิท 49
เปิด ทุกวัน จันทร์ - ศุกร์ 7.00 - 21.00 น., เสาร์ - อาทิตย์ 10.00 - 21.00 น.
โทร 097-267-2626
www.facebook.com/peace.t.house

 

 

13. หูกระจงคาเฟ่

หูกระจงคาเฟ่

หูกระจงคาเฟ่

หูกระจงคาเฟ่

หูกระจงคาเฟ่

หูกระจงคาเฟ่

หูกระจงคาเฟ่

หูกระจงคาเฟ่

หูกระจงคาเฟ่

หูกระจงคาเฟ่

หูกระจงคาเฟ่

หูกระจงคาเฟ่

หูกระจงคาเฟ่

หูกระจงคาเฟ คาเฟ่เปิดใหม่ในย่านยานนาวา กลาสเฮ้าส์สีขาวน่ารัก ๆที่รายล้อมไปด้วยพื้นที่สีเขียวสุดร่มรื่น โดยเฉพาะต้นหูกระจงซึ่งถือเป็นต้นไม้สัญลักษณ์ของคาเฟ่แห่งนี้ ที่นี่เกิดจากความตั้งใจของ คุณเกรซ-ณัฏฐนันท์ เกียรติรดาฐนิตที่ต้องการให้ที่นี่เป็นพื้นที่นี้สำหรับคนเมืองได้มาชาร์จความสุขผ่านการจิบเครื่องดื่ม ทานขนมในบรรยากาศสวนสวย กับตัวคาเฟ่ล้อมรอบด้วยกระจกใส
ให้ความรู้สึกอบอุ่น นวลตาด้วยแสงธรรมชาติจากด้านนอกที่ส่องเข้ามา มองเห็นวิวสวนและต้นหูกระจงที่โอบล้อมอยู่รอบร้าน เน้นใช้โทนสีขาวเป็นหลัก มิกซ์แอนด์แมตช์ด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้
สีอ่อน แบ่งที่นั่งออกเป็น 2 โซน ทั้งโซนด้านในและโซนด้านนอก นอกจากนี้ยังเปิดพื้นที่ด้านบนให้เป็นอีกหนึ่งมุมพักผ่อน ต้อนรับลูกค้าที่อยากถ่ายรูปเล่น อ่านหนังสือ หรือจิบเครื่องดื่มเบา ๆ ในแบบส่วนตัวอีกด้วย คาเฟแห่งนี้เน้นเสิร์ฟโฮมเมดเบเกอรี่ที่ทางคุณเกรซเป็นผู้คิดค้นสูตร พร้อมลงมือทำเองทั้งหมดโดยทุกเมนูที่ทำนั้นจะมีรสชาติหวานน้อย ส่วนเมนูแนะนำนั้น ได้แก่ Macadamia Brownie with Ice Cream (145 บาท) บราวนี่เนื้อนุ่ม เคี้ยวหนึบ เพิ่มความกรุบกรอบด้วยเมล็ดแมคคาเดเมียที่ผสมลงไปในเนื้อเค้ก แล้วท็อป ด้วยไอศกรีมวานิลลา ได้รสชาติที่เข้ากันอย่างลงตัว ในส่วนของเครื่องดื่ม ต้องลองเมนู D.I.Y. สไตล์หูกระจงคาเฟ่อย่าง Autumn Coffee (135 บาท) เมนูชาไทยผสมกาแฟที่ดัดแปลงมาจาก Affogato โดยทางร้านเปลี่ยนจากตัวไอศกรีมให้เป็นชาไทย มาในลักษณะของก้อนน้ำแข็งรูปใบไม้ เสิร์ฟมาพร้อมกับนมสดและกาแฟ Espresso ช็อต ที่ให้เราค่อย ๆ เทส่วนผสมแต่ละแก้วลงไปตามความชอบ และซิกเนเจอร์เมนู Coco Matcha (125 บาท) น้ำมะพร้าวหอมผสมชาเขียว ซึ่งให้รสชาติที่เข้ากันได้อย่างไม่น่าเชื่อ โดยทางร้านเลือกใช้น้ำมะพร้าวหอมแท้เพื่อนำมาผสมกับน้ำชาเขียวเข้มข้นที่เสิร์ฟมาในถ้วยกาใสต่างหาก เพื่อให้ผู้ดื่มเทชาเขียวลงไปในน้ำมะพร้าวได้ตามปริมาณที่ต้องการ เรียกความสดชื่นได้เป็นอย่างดี

 

ดูรีวิวร้านนี้ใน We Recommend

 

หูกระจงคาเฟ่
45 ถนนยานนาวา เขตยานนาวา
เปิด ทุกวัน 9.00 - 20.00 น. 
โทร. 065-145-6456
www.facebook.com/hookrajongcafe

 

 

14. Some Time Blue

Some Time Blue

Some Time Blue

Some Time Blue

Some Time Blue

Some Time Blue

Some Time Blue

Some Time Blue

Some Time Blue

Some Time Blue

Some Time Blue

Some Time Blue

Some Time Blue

Some Time Blue คาเฟ่เปิดใหม่ที่ตั้งอยู่บริเวณด้านล่างของบริษัท สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล ในซอยพหลโยธิน 2 โดยคุณแนน สุธิดา ศรีรุ่งธรรม ผู้ชนะตำแหน่งแชมป์คนแรกของรายการ National Thailand Brewers Cup 2016 หรือที่หลายคนคุ้นหน้าคุ้นตากับการรับหน้าที่เป็นเจ้าของร้าน Sutdrip และร้าน ข้าวบ้าน ที่ตั้งอยู่ในละแวกเดียวกัน โดยร้านแห่งนี้นอกจากจะมีเมนูกาแฟดริปดี ๆ ให้ได้ลองกันแล้ว ยังเพิ่มเติมในส่วนของเบเกอรี่ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ด้วยความตั้งใจที่อยากให้ทุกคนได้มาใช้เวลาว่างนั่งพักผ่อนกันตลอดทั้งวัน ภายในร้านเน้นตกแต่งอย่างเรียบง่าย แฝงกลิ่นอายความวินเทจด้วยเฟอร์นิเจอร์เก่าหลากหลายแบบที่คุณแนนได้คัดเลือกมาจากร้านเฟอร์นิเจอร์ของคุณพ่อที่มีชื่อว่า Some Time ตัวร้านให้ความรู้สึกอบอุ่นและสบายตา เหมาะแก่การนั่งจิบกาแฟเพลิน ๆ อย่างมาก สำหรับใครที่มาถึงร้านกันแล้วแนะนำ เมนูเครื่องดื่ม Colombia 10 Hours Cold Drip (150 บาท) กาแฟดริปเย็นที่ทางร้านเลือกใช้เมล็ดจากโคลัมเบีย ใช้เวลานานถึง 10 ชั่วโมง มีกลิ่นหอม ให้ความสดชื่น และอีกเมนูที่ทางร้านได้สูตรมาจาก Asama Cafe คาเฟ่ดังในเมืองเชียงใหม่อย่าง Gravity Latte by Asama (70 บาท) กาแฟแก้วที่ผสมเอสเปรสโซ่เข้ากับนมและครีมเย็น โดยตัวกาแฟจะค่อย ๆ ละลายผสมเข้ากับนมและครีมอย่างช้า ๆ นอกจากนี้ยังมีเบเกอรี่สไตล์โฮมเมดให้ได้ลิ้มลองเช่นกันอย่าง Blueberry Muffin (100 บาท) มัฟฟินบลูเบอร์รี่นุ่ม ๆ อบสดใหม่เสิร์ฟมาร้อน ๆ ที่ใครได้ทานเป็นต้องติดใจ

 

ดูรีวิวร้านนี้ใน We Recommend

 

Some Time Blue
บริษัท สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล ซอยพหลโยธิน 2 
เปิด จันทร์ - ศุกร์ 9.30 - 21.00 น., ศุกร์ 8.00 - 19.00 น., และ เสาร์ - อาทิตย์ 11.00 - 17.00 น.
โทร. 087-907-0099
www.facebook.com/sometimebluecafe

 

 

15. Wanderlust Coffee and Eatery

Wanderlust Coffee and Eatery

Wanderlust Coffee and Eatery

Wanderlust Coffee and Eatery

Wanderlust Coffee and Eatery

Wanderlust Coffee and Eatery

Wanderlust Coffee and Eatery

Wanderlust Coffee and Eatery

Wanderlust Coffee and Eatery

Wanderlust Coffee and Eatery

Wanderlust Coffee and Eatery

Wanderlust Coffee and Eatery

Wanderlust Coffee and Eatery

Wanderlust Coffee and Eatery บรั๊นช์คาเฟ่และโฮสเทลใหม่ล่าสุดที่แฝงตัวอยู่ในตึกแถวย่านเยาวราช ร้านนี้เกิดจากความร่วมมือของหุ้นส่วนที่มาจากหลากหลายสาขาอาชีพ ชื่อร้าน Wanderlust หมายถึงคนที่มี passion ในการเดินทาง สอดคล้องกับคอนเซ็ปต์ 2W Hostel ที่อยู่ด้านบนของตัวอาคาร สำหรับตัวคาเฟ่มีความกลมกลืนไปกับตึกแถวเก่า ยังคงคาแรกเตอร์และโครงสร้างตึกแบบเดิม บรรยากาศของร้านมีความเป็นกันเอง ใช้โมโนโทนสีเทาผสมการตกแต่งสไตล์ Modern Industrial Loft สไตล์อาหารของทางร้าน จะเน้นเป็นเมนูบรั๊นซ์สไตล์เมลเบิร์น โดยได้ เชฟเอ ที่สั่งสมประสบการณ์การทำอาหารในออสเตรเลียมาหลายปีมาเป็นเชฟใหญ่ของที่นี่ อาหารทุกจานจะมีความผสมผสานหลากหลายเชื้อชาติ แต่ยังคงกลิ่นอายความเป็นอังกฤษ ใครที่มองหาจานหลัก แนะนำ 4 HRS Roasted Pork Belly (320 บาท) เนื้อหมูสามชั้น อบนานกว่า 4 ชั่วโมงจนเนื้อนุ่มแล้วราดซอส ทานคู่กับมันหวานบด ข้าวโพดซัลซ่าและแตงกวาดอง เพิ่มความกรุบกรอบด้วยหนังหมูกรอบ ส่วนของหวาน ลองสั่ง Banana Fig Loaf (190 บาท) ขนมปังกล้วยกับมะเดื่อโฮมเมด เสิร์ฟมาพร้อมช็อคโกแลตคัสตาร์ดครีมและผลไม้สด โรยหน้าด้วยวอลนัท ส่วนเมนูกาแฟที่นี่ Drip Coffee (150 บาท) ได้รสอ่อน ๆ ของเฮเซลนัท บลูเบอร์รี่ และผลไม้ตระกูลซิตรัส ให้รสกลาง ๆ ไม่เข้มหรือเปรี้ยวจนเกินไป

 

ดูรีวิวร้านนี้ใน We Recommend

 

 

Wanderlust Coffee and Eatery
149 - 151 ถนน พระรามสี่
เปิด ทุกวัน 8.00 - 19.30 น.
โทร 02-063-1554083-056-8647
www.facebook.com/onederlust

 

 

16. Pacamara Coffee Roasters x Specialty Coffee Lab

Pacamara Coffee Roasters x Specialty Coffee Lab

Pacamara Coffee Roasters x Specialty Coffee Lab

Pacamara Coffee Roasters x Specialty Coffee Lab

Pacamara Coffee Roasters x Specialty Coffee Lab

Pacamara Coffee Roasters x Specialty Coffee Lab

Pacamara Coffee Roasters x Specialty Coffee Lab

Pacamara Coffee Roasters x Specialty Coffee Lab

Pacamara Coffee Roasters x Specialty Coffee Lab

Pacamara Coffee Roasters x Specialty Coffee Lab

Pacamara Coffee Roasters x Specialty Coffee Lab

Pacamara Coffee Roasters x Specialty Coffee Lab

Pacamara Coffee Roasters x Specialty Coffee Lab

คอกาแฟคงจะรู้จัก Pacamara หนึ่งในร้านกาแฟชื่อดังที่ล่าสุดได้เปิดตัว Specialty Coffee Lab สถานที่สำหรับสอนทำกาแฟแบบครบวงจร และยังมีโซนคาเฟ่ที่พร้อมเสิร์ฟทั้งเมนูกาแฟดี ๆ และอาหารตลอดทั้งวัน ในซอยทองหล่อ 25 สาขานี้ตั้งใจให้เป็นสถานที่สำหรับเผยแพร่ความรู้ทางด้านกาแฟตั้งแต่ระดับพื้นฐานไปจนถึงขั้นสูง และยังเป็น Flagship store จึงมีทั้งส่วนที่เป็นแล็บ คาเฟ่ และมีบริเวณชั้นบนเป็นโซนพื้นที่อเนกประสงค์ไว้รองรับลูกค้าที่เพิ่มจำนวนขึ้นหรือใช้สำหรับจัดงาน และยังมีห้องประชุมให้เช่าอีกด้วย โซนคาเฟ่จะเน้นให้ได้รับแสงธรรมชาติจากหน้าต่างบานใหญ่ เลือกใช้โทนสีอ่อน ปูน และโต๊ะหินแทนที่ไม้เพื่อเปลี่ยนแนวบรรยากาศความเป็นร้านกาแฟ และยังมีอิตาเลียนบาร์ โต๊ะยาวแบบไม่มีเก้าอี้สำหรับคนที่มีเวลาไม่มากได้แวะเข้ามาดื่มกาแฟหรือทานของรองท้องเล็กน้อย สำหรับเมนูกาแฟ ที่นี่มีให้เลือกหลากหลายเมนู เริ่มจากเมนูพื้นฐานอย่าง Piccolo Latte (100 บาท) Double Ristretto ให้รสเข้มข้นตามแบบฉบับ Pacamara สำหรับอาหารเริ่มด้วย Pomelo Salad (220 บาท) ส้มโอเนื้อฉ่ำ ๆ คลุกเคล้ากับน้ำยำรสเปรี้ยวหวาน มาพร้อมหอยเชลล์ย่าง ปิดท้ายด้วยของหวาน Vary Berry Green Tea Pancake (220 บาท) แพนเค้กชาเขียวเนื้อนุ่มเบา โรยหน้าด้วยไอซิ่ง ท็อปด้วยผลเบอร์รี่หลายชนิดและมาร์ชเมลโลย่างแต่ละชั้นของแพนเค้กสอดไส้ในด้วยกล้วยและสตรอเบอร์รี่ ก่อนทานให้ราดซอสชาเขียวสูตรเข้มข้น

 

ดูรีวิวร้านนี้ใน We Recommend

 

 

Pacamara Coffee Roasters x Specialty Coffee Lab
ซอยทองหล่อ 25
เปิด ทุกวัน 8.00 - 21.00 น.
โทร 02-048-5900
www.facebook.com/pacamaracoffee

 

 

17. Wie Immer

Wie Immer

Wie Immer

Wie Immer

Wie Immer

Wie Immer

Wie Immer

Wie Immer

Wie Immer

Wie Immer

Wie Immer

Wie Immer

Wie Immer

Wie Immer คาเฟ่เล็ก ๆ เปิดใหม่ในซอยทองหล่อ 14 บรรยากาศน่ารัก อบอุ่นและเป็นกันเอง ภายในร้านตกแต่งในสไตล์มินิมอล เรียบง่าย แต่แฝงลูกเล่นน่ารัก ๆ เอาไว้ เน้นโทนสีขาวสะอาดตาเป็นหลัก ตัวร้านสูงโปร่ง บริเวณหลังคาเลือกใช้เป็นกระจกใส ทำให้แสงธรรมชาติจากด้านนอกสามารถส่องลงมาได้อย่างเต็มที่ ในส่วนเมนูของทางร้านนั้น จะเน้นเสิร์ฟขนมทานง่าย เริ่มที่เมนูแรกอย่าง Scone (70 บาท) สโคนนุ่ม ๆ ที่เสิร์ฟมาพร้อมครีมและแยมสตรอเบอร์รี่ เหมาะกับการสั่งมาทานคู่กับกาแฟร้อนสักแก้วหรือชาร้อนสักถ้วย ที่มีให้เลือกทั้งชานำเข้าจากต่างประเทศ และชาสมุนไพรไทย และ Choco Lava (95 บาท) ใช้ดาร์กช็อคโกแลตล้วน รสชาติเข้มข้น สอดไส้ช็อคโกแลตด้านในเยิ้ม ๆ ทานคู่กับวิปปิ้งครีม หรือจะเป็นเมนูขนมไทยโบราณอย่าง Kha-Nom-Thom (70 บาท) ขนมต้มไส้มะพร้าวที่ทำสดใหม่ทุกวัน หอมกลิ่นมะพร้าว รสชาติหวานนุ่มกำลังดี ในส่วนของเมนูเครื่องดื่มนั้นทางร้านแนะนำ Wie Immer Hot Matcha Latte (80 บาท) ชาเขียวร้อนฟองนุ่ม ๆ ที่เลือกใช้ชาเขียวคุณภาพดีจากประเทศญี่ปุ่น รสชาติเข้มข้น เสิร์ฟมาในแก้วสไตล์ไทย ๆ

 

ดูรีวิวร้านนี้ใน We Recommend

 


Wie Immer
ซอย ทองหล่อ 14
เปิดทุกวัน 10.00 - 18.00 น. (จันทร์ - ศุกร์) 09.00 - 19.30 น. (เสาร์ - อาทิตย์)
www.facebook.com/Wieimmerbangkok

 

 

18. Sundays

Sundays

Sundays

Sundays

Sundays

Sundays

Sundays

Sundays

Sundays

Sundays

Sundays

Sundays

Sundays

Sundays คาเฟ่เรือนกระจกท่ามกลางต้นไม้ใหญ่ในย่านพระราม 9 ที่เกิดจากความรักในงานศิลปะของเพื่อนสนิท 4 คน โดยตั้งใจอยากให้คาเฟ่แห่งนี้เป็นเหมือนงานศิลปะหนึ่งชิ้นที่ต้องใช้เวลาสร้าง สามารถมาดื่มด่ำกับงานศิลปะในรูปแบบร้านอาหารคาเฟ่ ส่วนเรื่องของอาหารจะเน้นเป็นอาหารทานง่าย แต่ใส่ใจเรื่องวัตถุดิบและรสชาติให้ถูกปากคนไทย ลองสั่งเมนูขายดีที่ครีเอทขึ้นมาใหม่ แอนเจิ้ลแฮร์น้ำพริกนรกมันกุ้ง (220 บาทพาสต้าเส้นบางผัดกับมันกุ้ง น้ำพริกนรกกุ้งและเนื้อกุ้ง เพิ่มรสเค็มนิด  ด้วยไข่กุ้ง เป็นจานที่มีรสเข้มข้นผสมกับความเผ็ดร้อนนิด  และยังได้รสสัมผัสกรุบ  จากกุ้งแห้งในน้ำพริกนรกกุ้งอีกด้วย หรือจะลองเมนู ข้าวผัดกะเพรามีทบอล (160 บาทข้าวผัดคลุกกับซอสกะเพราเข้มข้น ทานคู่กับมีทบอลหอมเครื่องพริกไทย และใบกะเพรากรอบ ตามด้วยไข่ดาวน้ำที่โปะมาด้านบน เป็นจานที่เพิ่มลูกเล่นให้ข้าวกะเพราแบบเดิม  สำหรับเครื่องดื่ม แนะนำเมนูซิกเนเจอร์ของร้าน Sea Salt Hot Chocolate (135 บาทก่อนดื่มอย่าลืมคนให้ Rich Chocolate เข้ากันดีเสียก่อน จะได้รสหวานนำ เค็มนิด  มีความละมุนเข้ากันดีจนหลายคนติดใจ

 

ดูรีวิวร้านนี้ใน We Recommend

 

 

Sundays 
พระราม 9 ซอย 62
เปิด พุธ - อาทิตย์ 10.00 - 21.00 .
โทร. 061-928-2664
www.facebook.com/sundays.bkk

 

 

19. Mocking Tales

Mocking Tales

Mocking Tales

Mocking Tales

Mocking Tales

Mocking Tales

Mocking Tales

Mocking Tales

Mocking Tales

Mocking Tales

Mocking Tales

Mocking Tales

Mocking Tales

Mocking Tales ร้านขนมหวานและบาร์ในบรรยากาศราวกับเทพนิยายในโครงการ The Maze Thonglor โดยในช่วงกลางวันจะเสิร์ฟของหวานและเครื่องดื่มเบา ๆ และตั้งแต่ 18.00 น. ขึ้นไป จะเปลี่ยนเป็นบาร์ค็อกเทลให้นั่งดริ๊งก์ชิลล์ ๆ กัน ด้านหน้าร้านถูกตกแต่งด้วยประตูเหล็กยืดแบบโบราณและหุ่นอัศวินเหล็กที่ยืนต้อนรับอยู่หน้าร้าน ส่วนภายในร้านถูกตกแต่งให้คล้ายวังเก่าที่มีกลิ่นอายโกธิค ใช้โครงเหล็กดัดสีดำตกแต่งตามมุมต่าง ๆ เพิ่มความเคร่งขรึมและยังเลือกใช้ไฟสีส้มให้บรรยากาศสลัว ๆ เหมือนปราสาทโบราณ เมนูขนมหวานได้แรงบันดาลใจจากภาพยนตร์ชื่อดังหลายเรื่อง และทุกเมนูจะมีไอศกรีมโฮมเมดเป็นส่วนประกอบ ทางร้านแนะนำ Inferno Moutain (480 บาท) ช็อกโกแลตภูเขาไฟจากเรื่อง The Lord of The Ring ราดด้วยเหล้าส้มแล้วจุดไฟจนช็อกโกแลตละลายจนถึงด้านในที่มีไอศกรีม หรือจะเป็น Cookie Monster Blood Moon Rabbit (180 บาท) ไอศกรีมรสนม ตกแต่งด้วยหูกระต่ายจากเรื่อง Alice in the Wonderland เสิร์ฟมาบนแป้งพายกรอบโบลูวอง ราดด้วยซอสสตรอเบอร์รี่ หรือจะสั่งไอศกรีมโคนที่มีให้เลือกถึง 12 รสชาติ  (1 สกู๊ป 98 บาท / 2 สกู๊ป 179 บาท)

 

ดูรีวิวร้านนี้ใน We Recommend

 

 

Mocking Tales
The Maze Thonglor
เปิด ทุกวัน 11.00 - 1.00 น.
โทร 083-386-6992
www.facebook.com/mockingtales

 

 

20. Cafe Now

Cafe Now

Cafe Now

Cafe Now

Cafe Now

Cafe Now

Cafe Now

Cafe Now

Cafe Now

Cafe Now

Cafe Now

Cafe Now

Cafe Now

Cafe Now คาเฟ่จาก Propaganda ที่น่าจับตามอง เพราะนอกจากจะมีดีไซน์ที่เท่ ๆ แล้ว ที่นี่ยังมีกาแฟดี ๆ และอาหารไทยสุดเซอร์ไพรส์ให้ได้มาลองทานกัน Cafe Now กินพื้นที่ชั้น 1 ของออฟฟิศ Propaganda โดยมีโซนเคาน์เตอร์บาร์ที่ปูด้วยกระเบื้องสีขาวสะดุดตาคอยต้อนรับทุกคนที่ก้าวเข้ามา ด้านในตกแต่งแบบเท่ ๆ ด้วยเฟอร์นิเจอร์หลากหลายแบบ ที่มีกลิ่นอายแบบวินเทจผสมกับอินดีสเทรียลเล็ก ๆ และยังมีของแต่งบ้านและของสะสมสไตล์วินเทจสุดเท่ ส่วนเมนูอาหารของที่นี่จะเน้นอาหารไทย และอาหารถิ่นหลายรายการ โดยได้ Bo.lan มาเป็นที่ปรึกษาด้านอาหาร ทางร้านจึงคัดเลือกวัตถุดิบชั้นดี ทั้งผักปลอดสารพิษและเนื้อสัตว์จากฟาร์มที่เลี้ยงตามธรรมชาติ ลองสั่ง นำ้พริกกะปิ ผักแนม ไข่ (180 บาท) เสิร์ฟแบบซาชิมิ ทานกับไข่ต้ม ผักตามฤดูกาล และผลไม้ เช่น ฝรั่ง ชมพู่ มะม่วง สร้างความแปลกใหม่ที่ลงตัว เครื่องดื่มของที่นี่ก็มีความหลากหลาย เพราะมีทั้งกาแฟ ชา และเครื่องดื่มสมุนไพรที่สลับสับเปลี่ยนกันไปมาส่วนเครื่องดื่มที่ทางร้านภูมิใจเสนอจะเป็นกาแฟ เพราะที่นี่เลือกใช้กาแฟจากโรงคั่วชื่อดังอย่าง Brave RoastersRoots และ Ristr8to ที่เชียงใหม่ แนะนำให้ลอง อำพัน Piccolo (120 บาท) ดริ๊งก์ใหม่ชื่อไทย ๆ ที่มีน้ำผึ้งจากดอกลำไยผสมอยู่ ทำให้มีกลิ่นหวานหอม ส่วนใครที่ไม่ใช่คอกาแฟ เราแนะนำม็อกเทลอย่าง Wildberry (100 บาท) มีไซรัปไวลด์เบอร์รี่ เอลเดอร์ฟลาวเวอร์ และเพิ่มกลิ่นหอมสดชื่นด้วยโรสแมรี่

 

ดูรีวิวร้านนี้ใน We Recommend

 

 

Cafe Now
ทาวน์อินทาวน์ ซอย 11
เปิด ทุกวัน 10.00 - 20.00 น.
โทร 098-308-8210
www.facebook.com/cafenowbypropaganda

 

 

21. (UN) Fashion Dining

(UN) Fashion Dining

(UN) Fashion Dining

(UN) Fashion Dining

(UN) Fashion Dining

(UN) Fashion Dining

(UN) Fashion Dining

(UN) Fashion Dining

(UN) Fashion Dining

(UN) Fashion Dining

(UN) Fashion Dining

(UN) Fashion Dining

(UN) Fashion Dining

(UN) Fashion Dining ร้านที่สองของ (UN) Fashion Cafe ตั้งอยู่ที่เวิ้งโบราณ เอกมัยซอย 10 ซึ่งร้านนี้ก็ยังคงความเป็นแฟชั่นที่มีสไตล์ไว้เช่นเคย แต่แตกต่างตรงที่มีที่นั่งเพื่อรองรับคนได้มากขึ้นและเพิ่มเมนูอาหารอีกหลายเมนู นอกจากนี้ยังมีมุมให้เลือกซื้อสินค้าแฟชั่นมากมายที่ คุณสุชาดา ภาวิไล และ คุณ Yoshino Yuichiro ได้คัดสรรสินค้ามีสไตล์ให้ใครที่แวะมาได้ช็อปปิ้งกัน ทางร้านออกแบบตกแต่งด้านในให้คล้ายบ้านในเมืองพอร์ตแลนด์ ใช้ประตูไม้ที่ทางเข้า อุโมงทรงโค้ง และพื้นที่ปูด้วยหินสีเทาเล็ก ๆ ทั่วทั้งร้าน มีโซนเคาน์เตอร์ที่เปรียบเสมือนครัวเล็ก ๆ ให้ได้สั่งอาหารพร้อมดูการปรุงวัตถุดิบอย่างใกล้ชิด ส่วนด้านหลังตกแต่งโดยยกบรรยากาศริมชายหาดมาไว้ที่นี่ อาหารและขนมหวานของที่นี่จะทำเองทั้งหมด เริ่มจากเมนูกินเล่น อย่าง ปลาหมึกชุบแป้งทอด (185 บาท) ปลาหมึกเนื้อเด้งชุบแป้งสูตรเฉพาะของทางร้าน แล้วนำไปทอดจนฟูกรอบ โรยกระเทียมเจียว พริกแห้ง และพาร์สลีย์ตบท้าย ทานคู่กับทาร์ทาร์ซอส อย่าลืมบีบเลมอนเพื่อให้กลิ่นและรสชาติดียิ่งขึ้น อีกเมนูทานเล่นได้โดยไม่เบื่อ ลาบหมู (230 บาท) ถึงรสถึงเครื่องด้วยสมุนไพรนานาชนิดจากโครงการแม่ฟ้าหลวง ทั้งตะไคร้ หอมแดง พริก และต้นหอมซอย จากนั้นคลุกเคล้าให้เข้าเนื้อ ตักใส่พริกหยวกที่คว้านเมล็ดออกแล้วนำไปอบให้สุกพร้อมกิน ได้กลิ่นหอมของพริกหยวก รสชาติไม่เผ็ดมาก

 

ดูรีวิวร้านนี้ใน We Recommend

 

 

(UN) Fashion Dining
เวิ้งโบราณ ซอยเอกมัย 10
เปิด ทุกวัน 11.30 - 22.30 น.
โทร 02-714-2169
www.facebook.com/Unfashion-Dining-309432862743994

 

 

22. Chuanpisamai Cafe

Chuanpisamai Cafe

Chuanpisamai Cafe

Chuanpisamai Cafe

Chuanpisamai Cafe

Chuanpisamai Cafe

Chuanpisamai Cafe

Chuanpisamai Cafe

Chuanpisamai Cafe

Chuanpisamai Cafe

Chuanpisamai Cafe

Chuanpisamai Cafe

Chuanpisamai Cafe

Chuanpisamai Cafe คาเฟ่สไตล์วินเทจหวาน  ที่ต่อยอดจากแบรนด์เสื้อผ้า Chuanpisamai โดยเจ้าของร้านได้ใส่ใจการตกแต่งในทุกรายละเอียดตั้งแต่บริเวณหน้าร้านจัดเป็นสวนหย่อมขนาดเล็กที่รายล้อมไปด้วยไม้ดอกและนกกระยาง ตัวกระจกเพ้นท์ให้เป็นรูปกระต่ายในเรื่อง Alice in the Wonderland ให้อารมณ์เหมือนประตูต้อนรับเข้าสู่ป่าแห่งนวนิยาย ในส่วนของเมนูของที่นี่จะเน้นขนมโฮมเมดและเครื่องดื่มเป็นหลัก แนะนำ วาฟเฟิล (228 บาทแป้งวานิลลาเหนียวนุ่มที่ผสมผงโกโก้กับผงกาแฟนิด  เพิ่มกลิ่นหอม เสิร์ฟมาพร้อมกับไอศกรีมวานิลลา โรยหน้าด้วยผลไม้สดทั้งสตรอเบอร์รี่ บลูเบอร์รี่ อัลมอนด์ ช็อคโกแลตชิพ และไวท์ช็อคโกแลต เพิ่มความหวานด้วยน้ำผึ้งจากโครงการหลวง หรือจะลอง แพนเค้ก (158 บาทแป้งแพนเค้กเนื้อนุ่มวางซ้อนกันมา 3 แผ่น ทานพร้อมสตรอเบอร์รี่และบลูเบอร์รี่สด ก่อนจะราดด้วยน้ำผึ้งเพื่อเพิ่มกลิ่นและรสชาติ และเสิร์ฟมากับวิปปิ้งครีม หอม นุ่ม ละมุนในปากแบบกลมกล่อม เมนูเครื่องดื่มต้องสั่งซิกเนเจอร์ของทางร้านอย่าง Mix Fruit Soda (118 บาทเบอร์รี่มิกซ์ผสมกับโซดา มีกิมมิคอยู่ที่ก้อนน้ำแข็งสตรอเบอร์รี่และใบ Thyme แช่แข็ง และผสมกลิ่นกุหลาบลงไปด้วย 

 

ดูรีวิวใน We Recommend

 

 

Chuanpisamai Cafe
อารีย์สัมพันธ์ 3
เปิด
 อังคาร -อาทิตย์ 10.30 - 20.00 .
โทร. 095-554-0638
www.facebook.com/Chuanpisamaicafe

 

 

23. Soufflé And Me

Soufflé And Me

Soufflé And Me

Soufflé And Me

Soufflé And Me

Soufflé And Me

Soufflé And Me

Soufflé And Me

Soufflé And Me

Soufflé And Me

Soufflé And Me

Soufflé And Me

Soufflé And Me

บ้านสีขาวแสนอบอุ่นหลังนี้ เป็นที่ตั้งของ Soufflé And Me ร้านอาหารร้านใหม่ที่เกิดจากความรักของเชฟไก่ ธนัญญา ไข่แก้ว เชฟสาวดีกรีกระทะเหล็ก โดยหยิบเมนูซิกเนเจอร์อย่าง Soufflé มาเป็นจุดขายของร้านร้านออกแบบให้มีความรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน ตั้งแต่การออกแบบสวนหน้าบ้านเพื่อให้มีภูมิทัศน์ที่ดี ไปจนถึงการออกแบบไฟในร้านให้ออกมาโรแมนติกนิด ๆ แล้วปูพื้นหินอ่อนเป็นลายก้างปลา ถ้าสังเกตดี ๆ จะเห็นว่าร้านมีจุดเด่นที่ผนังที่ทำให้เหมือนเป็นถ้วยใส่ Soufflé โดยรอบ เมื่อมาที่ร้านนี้แล้วต้องลองเมนู Souffle ของคาว อย่าง Lobster Soufflé (980 บาท) ที่ใช้แคนาเดียนล็อบสเตอร์สด ๆ ตัวใหญ่กริลล์มากำลังดี ไม่แห้งจนเกินไป เนื้อแน่น ๆ ของล็อบสเตอร์เข้ากันดีกับซูเฟลนุ่ม ๆ ราดด้วยซอส Bisque ที่มีส่วนผสมของมันกุ้ง รสชาติมัน ๆ ก็เข้ากันเป็นอย่างดี นอกจาก Soufflé แล้วยังแนะนำเซ็ตทำขนม DIY สำหรับใครที่มากันเป็นกลุ่มอีกด้วย เพราะเมนู Mille-Feuille Set (320 บาท) ขนมสไตล์ฝรั่งเศสของที่นี่เสิร์ฟแป้งกรอบ ๆ และท็อปปิ้ง ครีมรสกลมกล่อม ผลไม้สด และซอส แยกมาให้ได้เพลิดเพลินกับการครีเอทขนมหวานในแบบของตัวเอง ถ้าใครมองหาค็อกเทลสไตล์ไทย ๆ แนะนำ Summer Fairy (260 บาท) ใช้ Infused Gin จากดอกอัญชัน ผสมผสานความหวานอมเปรี้ยวจากไซรัปลิ้นจี่ น้ำแครนเบอร์รี่ น้ำส้ม Yuzu และใบมินต์

 

ดูรีวิวร้านนี้ใน We Recommend

 

 

Soufflé And Me
ซอยนราธิวาสราชนครินทร์ 24
เปิด ทุกวัน จันทร์ - ศุกร์ 11.00 - 22.00 น., เสาร์ - อาทิตย์ 8.00 - 22.00 น.
โทร 02-674-0442
www.facebook.com/souffleandme

 

 

24. Sugar House Cafe

Sugar House Cafe

Sugar House Cafe

Sugar House Cafe

Sugar House Cafe

Sugar House Cafe

Sugar House Cafe

Sugar House Cafe

Sugar House Cafe

Sugar House Cafe

Sugar House Cafe

Sugar House Cafe

Sugar House Cafe

Sugar House Cafe คาเฟ่ย่านลาดพร้าว 101 ที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการสำหรับใครที่แวะมา ไม่ว่าจะชอบของหวานสไตล์คาเฟ่ มื้อกลางวันหนักท้อง หรือที่แฮงก์เอาท์ในช่วงค่ำ ตัวร้านออกแบบมาในสไตล์วินเทจแฝงกลิ่นอายสไตล์คันทรี่แบบหนังคาวบอย เมื่อเปิดประตูร้านเข้ามาจะพบเคาน์เตอร์บาร์ไม้สีเข้มยาวตลอดแนวร้าน เฟอร์นิเจอร์ส่วนใหญ่ในร้าน ทำจากไม้เก่าที่นำมาดัดแปลงใหม่ เลือกใช้ผนังก่ออิฐสีส้ม เหล็ก ไม้ และหน้าต่างบานโค้งให้ลุคแบบโรงนาในหนังย้อนยุคเท่ ๆ สำหรับอาหาร ถ้ามากันหลายคนต้องสั่ง Heavy Weight (499 บาท) สปาเก็ตตี้ผัดขี้เมาทะเล จานใหญ่สำหรับ 4-5 คน ที่ใช้กุ้งแม่น้ำ หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์และปลาหมึก รสชาติจัดจ้านแบบไทย ๆ สำหรับของหวานที่ร้านมีให้เลือกหลายเมนูเลยทีเดียว ถ้าชอบเป็นเมนูขนมปังหวาน ๆ หอมเนย ลองสั่ง Japanese Mixed Toasted (125 บาท) ขนมปัง French Toast ฉ่ำเนย เสิร์ฟมาในชิ้นขนาดพอดีคำ กินคู่กับไอศกรีมวานิลลา ผลไม้สด ราดด้วยเมเปิ้ลไซรัป เครื่องดื่มของที่นี่มีหลายตัวเลือกที่น่าสนใจ อย่าง Lychee Mojito (85 บาท) อิตาเลี่ยนโซดาสีน่ารักหวานอมเปรี้ยว ได้กลิ่นหอมลิ้นจี่

 

ดูรีวิวร้านนี้ใน We Recommend

 

 

Sugar House Cafe
ซอยลาดพร้าว 101
เปิด ทุกวัน 12.00 - 24.00 น.
โทร 082-333-2323
www.facebook.com/sugarhousecafe101

 

 

25. Freeze Frozen Yogurt

Freeze Frozen Yogurt

Freeze Frozen Yogurt

Freeze Frozen Yogurt

Freeze Frozen Yogurt

Freeze Frozen Yogurt

Freeze Frozen Yogurt

Freeze Frozen Yogurt

Freeze Frozen Yogurt

Freeze Frozen Yogurt

Freeze Frozen Yogurt

Freeze Frozen Yogurt

Freeze Frozen Yogurt

Freeze Frozen Yogurt ร้านสีชมพูที่เพิ่มรสชาติความหวานด้วยไอศกรีมโยเกิร์ตในซอยลาดพร้าว 71 ข้างร้าน Organic Supply ที่เกิดจากกลุ่มเพื่อนสนิทที่รักการทานไอศกรีมโยเกิร์ต จนได้คิดค้นสูตรและเมนูร่วมกัน และเปิดพร้อมกับร้านเสื้อผ้ามือสองในชื่อ Thieves เสื้อผ้าแบรนด์เนมที่สภาพยังใช้งานได้ดี เพื่อให้คนที่แวะมาได้กินและช้อปปิ้งไปด้วย ภายในร้านตกแต่งด้วยคอนเซ็ปต์สนุกสนาน โดยฝั่งไอศกรีมจะทาด้วยสีชมพู และฝั่งเสื้อผ้าจะทาสีน้ำเงินเข้ม ไอศกรีมโยเกิร์ตของร้านนำเข้าจากนิวซีแลนด์แล้วนำมาปรับสูตรเองในแบบ Low Fat Low Sugar สามารถเลือกใส่ท็อปปิ้งได้ตามชอบ ส่วนใครที่ยังคิดไม่ออก ทางร้านก็ได้คิดเมนูไว้ให้แล้ว ลองสั่งแบบถ้วยเล็ก No.007 (140 บาทไอศกรีมโยเกิร์ตรสธรรมชาติที่ใส่กล้วยคุกกี้ ครัมพ์ซอลท์ คาราเมล และบราวนี่ แต่ถ้าชอบแบบจัดเต็มและถ่ายรูปสวย ลองสั่งพาร์เฟ่พรีเมี่ยมอย่าง Rose Velvet (189 บาทไอศกรีมโยเกิร์ตรสธรรมชาติ เพิ่มรสชาติด้วยสตรอเบอร์รี่สตรอเบอร์รี่อบแห้งเจลลี่กุหลาบข้าวพองเรด เวลเวท บราวนี่และไวท์ ช็อคโกครีม เติมเปรี้ยวนิด  ด้วยซอสสตรอเบอร์รี่ เพิ่มกิมมิคที่ไม่เหมือนใครด้วยกลีบกุหลาบให้ได้กลิ่นอายหอมหวาน กินพร้อมกันแล้วรู้สึกอารมณ์ดี และยังสามารถเรียกความสดชื่นได้ในช่วงบ่าย

 

ดูรีวิวร้านนี้ใน We Recommend

 

 

Freeze Frozen Yogurt
ซอยลาดพร้าว 71
เปิด
 อังคาร - อาทิตย์ 11.00 - 20.00 .
โทร. 095-164-6551
www.facebook.com/freezefroyo

 

 

26. GISMO Coffee & Roasters 

GISMO Coffee & Roasters

GISMO Coffee & Roasters

GISMO Coffee & Roasters

GISMO Coffee & Roasters

GISMO Coffee & Roasters

GISMO Coffee & Roasters

GISMO Coffee & Roasters

GISMO Coffee & Roasters

GISMO Coffee & Roasters

GISMO Coffee & Roasters

GISMO Coffee & Roasters

GISMO Coffee & Roasters

ภายในสุขุมวิท 39 แห่งนี้ เต็มไปด้วยความวุ่นวายอันเนื่องมาจากรถติดและอยู่ใจกลางเมือง แต่ยังมีอีกหนึ่งสถานที่ที่เหมาะจะมาพักผ่อนและหลบหลีกความวุ่นวายเหล่านี้ กับร้าน GISMO Coffee & Roasters คาเฟ่ที่มาพร้อมอาหารกึ่งเวสเทิร์นและเมดิเตอร์เรเนียนหลากหลายเมนูให้ลิ้มลอง ท่ามกลางสวนธรรมชาติที่พร้อมจะให้ทุกคนได้รีแล็กซ์และอิ่มท้องไปกับเมนูจากเชฟที่มากประสบการณ์ ส่วนเมนูขายดีที่เชฟแนะนำให้ลอง ได้แก่ Fettuecini Salmon Cream Gorgonzola (360 บาท) สปาเก็ตตี้เส้น Fettuecini กับซอสที่ทำจากน้ำซุปกระดูกแซลมอน ครีม และชีสกอร์กอนโซลา ทานกับแซลมอนกริลไฟอ่อน ๆ เป็นจานที่ไม่เลี่ยนจนเกินไป หรือจะลอง Grilled USA Scallop (480 บาท) ที่ทางร้านใช้ Scallop ไซส์โตจากอเมริกา ทานกับซอสคาราเมล พร้อมกับฟักทองญี่ปุ่นนึ่ง โรยด้วยข้าวบาร์เลย์ ได้ทั้งความนุ่ม กรุบกรอบ มีรสชาติกลาง ๆ ใครที่รักสุขภาพต้องลอง

 

ดูรีวิวร้านนี้ใน We Recommend

 

GISMO Coffee & Roasters
41 โครงการ 39 Boulevard ซอยสุขุมวิท 39 
เปิด จันทร์ - ศุกร์ 10.30 - 15.00 น., 17.00 - 22.00 น. เสาร์ - อาทิตย์ 10.30 -22.00 น.
โทร 02-160-0311
www.facebook.com/gismobkk

 

 

27. Into The Woods

Into The Woods

Into The Woods

Into The Woods

Into The Woods

Into The Woods

Into The Woods

Into The Woods

Into The Woods

Into The Woods

Into The Woods

Into The Woods

Into The Woods

Into The Woods คาเฟ่ชื่อดังจากเชียงใหม่ที่มาพร้อมคอนเซ็ปต์ชวนฝันจากป่าในเทพนิยาย ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากละครเวทีและภาพยนตร์เรื่อง Into the Woods มาเปิดสาขาในกรุงเทพฯ ใกล้กับ BTS พญาไท บรรยากาศในร้านทำให้รู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในโลกนิทานแฟนตาซี สำหรับอาหารของที่นี่จะเน้นเป็นอาหารจานเดียวทานง่าย เช่น สปาเกตตี้ซอสครีมคาโบนาร่า (160 บาท) สปาเกตตี้ซอสครีมผัดกับเบคอนรสกลมกล่อม เครื่องดื่มลองสั่ง Caramel Popcorn Macchiato (110 บาท) เป็นกาแฟนมรสเข้มกลาง ๆ แล้ว ยังมีป็อบคอร์นท็อปมาให้เคี้ยวกรุบกรอบด้วย ถือว่าเป็นเมนูแปลกใหม่ที่ครีเอทออกมาให้เข้ากันได้ดีเลยทีเดียว

 

ดูรีวิวร้านนี้ใน We Recommend

 

 

Into The Woods
ทางเข้าปทุมวันรีสอร์ท 
เปิด ทุกวัน 9.00 - 22.00 น.
โทร 096-551-6636

www.facebook.com/intothewoodscafebkk

 

 

28. Cafe Reverie

Cafe Reverie

Cafe Reverie

Cafe Reverie

Cafe Reverie

Cafe Reverie

Cafe Reverie

Cafe Reverie

Cafe Reverie

Cafe Reverie

Cafe Reverie

Cafe Reverie

Cafe Reverie

คาเฟ่สีขาวสไตล์โมเดิร์นเอเลแกนซ์ นี้ เกิดจากความตั้งใจของคุณลิเดีย ศรันย์รัชต์ และน้องสาว ดั๊กกี้ ศรัณย์พร ที่อยากเปิดร้านที่เป็นเหมือนห้องนั่งเล่นของเจ้าหญิงในเทพนิยาย ไว้สำหรับสังสรรค์กับกลุ่มเพื่อน ให้มาทานอาหารหรือนั่งเล่นสบาย ๆ ทานขนมกันได้ตลอดทั้งวัน ร้านตกแต่งด้วยของสะสมของเจ้าของร้านเอง ซ่อนรายละเอียดน่ารัก ๆ ไม่ว่าจะเป็น ตะเกียงจากอาละดิน ตู้เค้กมาจากเรื่องโฉมงามกับเจ้าชายอสูร และกระจกห้องน้ำเป็น กระจกวิเศษจากสโนไวท์ เชฟที่เรียนมาจากฝรั่งเศสได้ครีเอทเมนูด้วยการเลือกวัตถุดิบดีที่สุด ใส่ใจในแต่ละองค์ประกอบ เช่น สลัดสูตรพิเศษ Reverie Salad (185 บาท) ใช้เป็นผักปลอดสารพิษ ราด Red Wine Vinegar เพิ่มสีสันด้วยดอกแพนซี ให้รสชาติไลท์ ๆ ที่น่าจะถูกใจสาว ๆ ส่วนใครที่อยากลองเมนูไทย ๆ ที่ทางร้านได้เพิ่มเติมเข้ามาอย่าง Shrimp Tom Yum Spaghetti (220 บาท) ของที่นี่ก็มีรสชาติกลมกล่อมกำลังดี ไม่เผ็ดมาก ส่วนขนมหวานที่นี่ก็ได้รับแรงบันดาลใจจากเทพนิยายอย่าง Peter Pandan (160 บาท) สัมผัสนุ่มเนียน แต่แฝงด้วยรสชาติของสังขยา ตะไคร้ และมะพร้าว

 

ดูรีวิวร้านนี้ใน We Recommend

 

 

Cafe Reverie
ถนนสุคนธสวัสดิ์ 
โทร 02-065-7032
เปิด อังคาร - อาทิตย์ 10.30 - 21.30 น. 
www.facebook.com/cafereverie

 

 

29. Warm Wood Cafe

Warm Wood Cafe

Warm Wood Cafe

Warm Wood Cafe

Warm Wood Cafe

Warm Wood Cafe

Warm Wood Cafe

Warm Wood Cafe

Warm Wood Cafe

Warm Wood Cafe

Warm Wood Cafe

Warm Wood Cafe

Warm Wood Cafe

Warm Wood Café คาเฟ่ที่เรียบง่าย ไม่ซับซ้อน ภายใต้การตกแต่งแบบ “From Our Warm Heart and Crafty Hands” สำหรับคนที่อยากมาใช้ช่วงเวลาดี ๆ กับเพื่อน ครอบครัว หรือคนรักอาหารทุกจานเน้นความสดใหม่ มีทั้งบรั๊นซ์ สลัด ขนม สเต็ก พาสต้า อาหารจานหลัก หรือแม้แต่ขนมหวานสไตล์ฝรั่งเศส เพื่อตอบโจทย์ของลูกค้าหลากหลายสไตล์ สำหรับเมนู Brunch ที่ทางร้านแนะนำคือ BBQ Pulled Pork Eggs Benedict (240 บาท) ขนมปัง Sour Dough หอมกรุ่นจากเตา ท็อปด้วยผักโขม และเนื้อหมูที่ Sous-vide จนได้ที่ คลุกกับซอส BBQ กับ Poach Eggs ร้อน ๆ ราดด้วยซอสฮอลแลนเดส ทานคู่กับผักสลัด นอกจากนี้ทางร้านก็มี Tuna Salad (240 บาท) เมนูเพื่อคนรักสุขภาพ โดยใช้ทูน่าสดและนำไป Grill จนได้ที่ เสิร์ฟคู่กับผักโอ๊ค มะกอกดำ และซอส Thousand Island ส่วนเมนูขนมหวานที่มาแล้วต้องสั่งคือ Pavlova ซึ่งมีถึง 2 ขนาดสำหรับทานกัน 1 - 3 คน (250 บาท) และสำหรับมากันเป็นกลุ่ม (480 บาท) โดยจะเป็นวานิลาเมอแรงก์กรอบนอกนุ่มใน ด้านในเป็นวนิลาครีมสด ท็อปด้วยผลไม้รสหวานอมเปรี้ยว ทานคู่กับราสเบอรี่ซอสรสเข้มข้นรสไม่หวานจัดและเลี่ยนจนเกินไป หรือ Churros (180 บาท) แป้งชูว์ทอดร้อน ๆ เคลือบด้วยน้ำตาลซินนามอน เสิร์ฟพร้อมกับ Yuzu Dip ที่มีรสเปรี้ยวอมหวานจากผลส้มยูสุ

 

ดูรีวิวร้านนี้ใน We Recommend

 

 

ซอยทองหล่อ 10
เปิด ทุกวัน 8.00 - 18.00 น.
โทร 02-714-9974
www.facebook.com/warmwoodcafe

 

 

และพิเศษสำหรับแฟน ๆ BKKMENU.com ที่ต้องการใช้บริการรถ Uber เพียงใส่โค้ด BKKMENU2017 ก่อนเรียกรถ นั่งฟรี 100 บาท 2 ครั้ง (เฉพาะผู้ใช้ใหม่) โดยสามารถเรียกรถ Uber ผ่านไลน์ได้แล้ววันนี้ ทาง http://t.uber.com/oabkkmenu​​​

Faster access

touch    and select "Add to Home Screen"