ชวนกันมาฮอปที่ 6 คาเฟ่สไตล์เพื่อนบ้านในบรรยากาศบ้านเพื่อน

Published on January 22, 2020

เชื่อว่าใครหลายคนต่างมีเหตุผลมากมายที่ออกไป Hopping ยังคาเฟ่ต่าง ๆ จนกลายเป็นเสมือนบ้านอีกหลัง ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลที่ชื่นชอบในรสชาติของอาหารผสมผสานกับกลิ่นหอมของกาแฟ หรือจะด้วยบรรยากาศอันแสนอบอุ่น ร่มรื่น สบายตาก็ตาม BKK. จึงขอเอาใจเหล่า Cafe Hopper ตัวจริงที่หลงใหลในบรรยากาศอันแสนอบอุ่นผ่อนคลายด้วย 6 คาเฟ่หลากสไตล์ที่มาพร้อมบรรยากาศสบาย ๆ เหมือนได้ไปบ้านเพื่อน ส่วนจะมีร้านไหนบ้าง ลองตามไปดูกันได้เลย

 

H________dining บ้านหลังใหม่ของ Hands and Heart

หากเอ่ยถึงชื่อร้าน Hands and Heart หลายคนคงรู้จักในฐานะร้านกาแฟบรรยากาศเรียบง่ายที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์ของคนเมืองในย่านสุขุมวิทกันอย่างแน่นอน โดยล่าสุดนี้ได้ขยับขยายความอร่อยด้วยการเปิดบ้านหลังใหม่ภายใต้ชื่อ H________dining ที่ยังคงโดดเด่นด้วยกาแฟอันอัดแน่นไปด้วยคุณภาพไว้เช่นเดิม พร้อมเพิ่มเติมหลากหลายเมนูเครื่องดื่ม เบเกอรี และอาหารแนว All Day Breakfast สุดพิเศษ ให้คุณได้อิ่มอร่อยท่ามกลางบรรยากาศอันแสนอบอุ่นของโลเคชันใหม่ที่ไม่ไกลจากเดิมมากนัก

FULL REVIEW
 

การตกแต่งที่โดดเด่นด้วยโทนสีขาวสบายตา พร้อมเฟอร์นิเจอร์ไม้สีน้ำตาลอ่อน

ทางร้านพร้อมต้อนรับผู้มาเยือนด้วยความอบอุ่นแบบเป็นกันเอง โดยตัวร้านเกิดจากการรีโนเวทบ้านหลังเก่าสุดคลาสสิกให้กลายเป็นคาเฟ่และร้านอาหารสุดชิค ท่ามกลางบรรยากาศสบาย ๆ ด้วยการตกแต่งในสไตล์ Minimal & Functional ที่เน้นถึงความเรียบง่ายและการใช้งานไปพร้อม ๆ กัน อันโดดเด่นด้วยโทนสีขาวสบายตา รวมถึงการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ไม้สีน้ำตาลอ่อน ที่เราสัมผัสได้ถึงความ Homey เหมือนการนั่งทานอาหารที่บ้าน

 

มุมที่นั่งสบาย ๆ ให้ความรู้สึกเหมือนได้นั่งทานอาหารที่บ้าน

สำหรับอาหารของทางร้านมีความพิเศษอยู่ที่การนำเสนอความแปลกใหม่ ภายใต้คอนเซ็ปต์ Family Meal & Friendly Gatherings ซึ่งเกิดจากความตั้งใจอันดีที่อยากให้พื้นที่แห่งนี้ได้พร้อมต้อนรับทุกคนด้วยเมนูเครื่องดื่มและอาหาร ที่ผสมผสานรสชาติแบบไทย ๆ เข้ากับอิทธิพลของอาหารยุโรป ผ่านกรรมวิธีการทำแบบพิถีพิถัน พร้อมทั้งคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพดี มาการันตีความอร่อยจากเชฟมากฝีมือ ผู้มีประสบการณ์ในแวดวงการทำอาหารระดับมิชลินสตาร์มาอย่างยาวนาน โดยเชี่ยวชาญในเรื่องการนำวัตถุดิบมาทวิสต์ใหม่ให้มีกลิ่นอายและรสชาติอย่างเอเชีย

 

อิ่มอร่อยในบรรยากาศบ้านอันแสนอบอุ่น

สำหรับเมนูห้ามพลาดของทางร้าน แนะนำ Prawn Bisque Pasta (380 บาท) พาสต้าที่คลุกเคล้าความเข้มข้นด้วยส่วนผสมของซอสหัวกุ้ง อันโดดเด่นด้วยเส้น Linguine ที่ผัดจนเข้าที่กับน้ำสต๊อกหัวกุ้ง ก่อนจะราดด้วยน้ำซอสเสาวรส ที่เชฟบรรจงครีเอตขึ้นเพื่อตัดความเลี่ยนจากกุ้ง โดยเมนูนี้ให้รสชาติเข้มข้น กลมกล่อม หอมมันที่ไม่เหมือนใคร

 

Prawn Bisque Pasta (380 บาท)

ตามมาด้วยอีกหนึ่งเมนูขนมหวานที่อยากให้ลิ้มลองอย่าง ‘H’ Blend Parfait (240 บาท) ขนมหวานที่นำเอาคาแร็กเตอร์ของเมล็ดกาแฟจาก Hand and Heart มาครีเอตเป็นไอศกรีม White Coffee Parfait ที่มาพร้อมความพิเศษของท็อฟฟี่เค้กและ Salted Almond Praline โดยให้ความหอมกลมกล่อม พร้อมรสเค็มกำลังดีจากคาราเมลที่เข้ากันอย่างลงตัว

 

‘H’ Blend Parfait (240 บาท)

H________dining
ซอยสุขุมวิท 38 (BTS ทองหล่อ)
เปิดทุกวัน เวลา 07.00-24.00 น.
โทร. 08-7397-5508
www.facebook.com/hdiningbkk

 

Clay Bangkok

ถัดมาที่ร้าน Clay Bangkok ร้านอาหารบรรยากาศอบอุ่น อันมีแนวคิด Crafts of Nature ที่ต้องการสร้างพื้นที่ร้านให้มีบรรยากาศของบ้านอันแสนอบอุ่น โดยพร้อมเสิร์ฟความอร่อยด้วยหลากหลายเมนูโฮมเมด ท่ามกลางความสดชื่นที่รายล้อมไปด้วยวิวธรรมชาติแบบสบายตา

FULL REVIEW
 

อิ่มอร่อยด้วยเมนูโฮมเมดท่ามกลางบรรยากาศเรียบง่าย

ทางร้านให้ความใส่ใจในเรื่องของการตกแต่งร้านในแนวใกล้ชิดกับธรรมชาติ จึงเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ไม้เป็นส่วนใหญ่ ล้อมรอบด้วยกระจกใสที่เปิดรับแสงธรรมชาติ ทำให้บรรยากาศภายในร้านดูโปร่งโล่งสบาย นอกจากนี้ ภายในร้านยังประดับมุมต่าง ๆ ด้วยต้นไม้สไตล์ฮิป ๆ ที่มาเพิ่มความมีชีวิตชีวาให้กับตัวร้านได้เป็นอย่างดี สัมผัสได้ถึงบรรยากาศอบอุ่น ให้ผู้ที่เข้ามาทานอาหารรู้สึกเหมือนได้ทานข้าวที่บ้าน

 

ทานอาหารท่ามกลางความสดชื่นสบายตาของวิวสวนไผ่

ในส่วนของเมนูอาหาร ทางร้านครีเอตเมนูแบบเรียบง่าย เน้นการปรุงรสไม่จัดจ้าน เพื่อคงรสชาติของวัตถุดิบตามธรรมชาติไว้ให้มากที่สุด สำหรับเมนูแนะนำที่ห้ามพลาด ต้องลอง Blue Crab Risotto (400 บาท) รีซอตโต้รสเข้มข้นที่อัดแน่นไปด้วยเนื้อปูเต็มชาม โดยทางร้านได้นำเปลือกปูไปอบเป็นซอสก่อนที่จะทำออกมาเป็นรีซอตโต้ที่ให้กลิ่นอายของท้องทะเลในทุก ๆ คำที่ทานเข้าไป

 

Blue Crab Risotto (400 บาท)

หรือจะลองจานไฮไลต์อย่าง Wellington Duck Leg (380 บาท) สำหรับจานนี้ทางร้านได้ไอเดียมาจากเมนูของ Beef Wellington แต่เปลี่ยนวัตถุดิบหลักจากเนื้อวัวเป็นขาเป็ด แล้วใช้แป้งพายห่อขาเป็ดก่อนจะนำไปอบ ด้านนอกเป็นแป้งพายกรอบฟู ส่วนด้านในเป็นเนื้อเป็ดฉ่ำ ๆ เสิร์ฟพร้อมกับผักเคียง คู่ความอร่อยที่ลงตัว

 

Wellington Duck Leg (380 บาท)

Clay Bangkok
ซอยพหลโยธิน 2
เปิด วันพุธ-จันทร์ (ปิดวันอังคาร) เวลา 12.00-22.00 น.
โทร. 08-6996-9020
www.facebook.com/claybkk

 

Craft Bread

ชวนคนรักเบเกอรีมาสัมผัสความหอมกรุ่น พร้อมเติมเต็มความอบอุ่นระหว่างวันในบ้านขนมปัง Craft Bread ร้านขนมปังสุดน่ารักในหมู่บ้านสัมมากร ที่พร้อมเสิร์ฟขนมปังโฮลวีทออร์แกนิก 100% ที่ปราศจากน้ำตาล เนย และนมวัว อบสดใหม่ต่อวัน ทานแล้วอิ่มท้อง ดีต่อสุขภาพ โดยมีจุดเริ่มต้นของการเปิดร้านขนมปังเล็ก ๆ เพื่อเป็นการเยียวยารักษาตัวจากปัญหาเรื่องสุขภาพของเจ้าของร้าน ทำให้เธอตัดสินใจเปิดพื้นที่ส่วนหนึ่งของบ้านให้กลายมาเป็นร้านขนมปังขนาดกะทัดรัดในปัจจุบัน

FULL REVIEW
 

การตกแต่งร้านด้วยมู้ดแอนด์โทนสีอบอุ่น

เมื่อลองปราดสายตาสำรวจพื้นที่โดยรอบ จะพบว่าทางร้านถูกแบ่งพื้นที่อย่างเป็นสัดส่วน ประดับด้วยหน้าต่างไม้ทรงกลมบานใหญ่ที่เปิดรับแสงธรรมชาติ พร้อมเฟอร์นิเจอร์ไม้สีเข้มตัดกับสีนวล ๆ ของผนัง ระหว่างนั้นก็จะมีลูกค้าทั้งขาจรและขาประจำแวะเวียนเข้ามาเลือกซื้อขนมปังในรูปแบบ Take Away ไม่ขาดสาย โดยทางร้านมีที่นั่งริมหน้าต่างจัดวางไว้ เพื่อให้นั่งพักผ่อนสบาย ๆ หรือใครจะเข้าไปเล่นกับเจ้าเหมียวประจำร้านก็เพลินดีไม่น้อย

 

เจ้าเหมียว 'ม้าลาย (แครี่)' ที่ออกมาทักทายคุณลูกค้าอยู่เป็นประจำ

วัตถุดิบหลักที่ทางร้านนำมาใช้คือแป้งสาลีโฮลวีท 100% และวัตถุดิบที่ดีต่อสุขภาพอย่างน้ำผึ้งธรรมชาติ น้ำมันมะกอกเกรดดี ถั่ว ช็อกโกแลต แครนเบอร์รี ชาร์โคล และผลไม้อบแห้งคัดสรร ผ่านกระบวนการทำขนมปังที่พิถีพิถันทุกขั้นตอนเหมือนกับทำให้ครอบครัวและเพื่อน ๆ ทาน สำหรับเมนูที่แนะนำที่อยากให้ลิ้มลอง เริ่มกันที่ Dark Chocolate Almond Bun (75 บาท) ขนมปังโฮลวีท 100% ที่มีส่วนผสมของเมล็ดอัลมอนด์และเม็ดช็อกโกแลต เป็นการเพิ่มเนื้อสัมผัสและรสชาติความเข้มข้นให้กับตัวขนมปังมากยิ่งขึ้น

 

Dark Chocolate Almond Bun (75 บาท)

เอาใจคนรักสุขภาพด้วยขนมปังที่ทำมาจากพันธุ์ข้าวพื้นเมืองของ Local Farmer หรือกลุ่มเกษตรกรท้องถิ่นจากที่ต่าง ๆ โดยเฉพาะกลุ่มชาวนาไทอีสาน ซึ่งจะมีพันธุ์ข้าวใหม่ ๆ มากมายที่นำมาผสมเข้ากับแป้งขนมปังโฮลวีท อย่าง Sutabutre Round Loaf (155 บาท) ขนมปังโฮลวีทที่มีส่วนผสมของ ‘ข้าวสูตะบุตร’ ข้าวหอมดำสายพันธุ์ใหม่ที่ปลูกโดยกลุ่มชาวนาไทอีสาน ซึ่งความพิเศษที่ได้จากขนมปังชนิดนี้คือความหอมของข้าว มาพร้อมกับคุณสมบัติพิเศษ อุดมไปด้วยธาตุเหล็กและสารต้านอนุมูลอิสระ ทานแล้วดีต่อสุขภาพแน่นอน

 

Sutabutre Round Loaf (155 บาท)

ทางร้านเปิดให้บริการเฉพาะวันเสาร์และวันอาทิตย์ โดยบางสัปดาห์อาจมีการปิดให้บริการ คุณลูกค้าสามารถติดตามความเคลื่อนไหวได้ทางเพจ Facebook และ Instagram


Craft Bread
ซอยอีเมน หมู่บ้านสัมมากร ถนนรามคำแหง 112
เปิด วันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 10.00-18.00 น.
โทร. 08-9691-8242
www.facebook.com/craftbread

 

ขนมโบราณตำรับญี่ปุ่นของบ้าน Homu ホーム

ชวนมาสัมผัสความละมุนละไมของการทานขนมหวานสไตล์ญี่ปุ่นใจกลางย่านเจริญกรุง ที่รังสรรค์ความอร่อยให้เหล่าบรรดาคนรักขนมทั้งหลายได้ลิ้มลองโดย Homu ホーム ร้านขนมญี่ปุ่นโบราณ บรรยากาศบ้านแสนอบอุ่น ซึ่งตั้งอยู่ภายในห้องแถวตึกเก่าอายุนับร้อยปีกลางซอยเจริญกรุง 44 พร้อมเสิร์ฟเมนูขนมโบราณตำรับญี่ปุ่น ต้อนรับผู้มาเยือนทุกคนให้ได้ใช้ช่วงเวลาดี ๆ สบาย ๆ ภายใต้ชายคาบ้านหลังน้อยที่อบอวลไปด้วยมวลความสุขในทุกอณู

FULL REVIEW
 

บรรยากาศสบาย ๆ ให้กลิ่นอายของความคลาสสิก

จากความตั้งใจอันดีของ คุณหญิง-เปมิกา ธนล้ำเลิศกุล ในการลงมือทำขนมเพื่อให้ลูก ๆ และคนที่บ้านได้ลองทาน กลายมาเป็นจุดเริ่มต้นของการเปิดบ้าน Homu ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘กินขนมอารมณ์บ้าน ๆ’ หลังนี้ เป็นการทำขนมในบ้าน เพื่อคนที่รักด้วยหัวใจ โดยใช้ชื่อร้านว่า ‘Homu’ หรือที่อ่านออกเสียงว่า ‘โฮมุ’ ซึ่งในภาษาญี่ปุ่นหมายถึง ‘บ้าน’ เธอจึงตั้งชื่อร้านเพื่อสื่อถึงความเป็นบ้านนั่นเอง

 

มุมที่นั่งสบาย ๆ ที่เสริมสร้างบรรยากาศสุดร่มรื่นด้วยไม้ประดับสวย ๆ

Homu แห่งนี้เน้นเสิร์ฟขนมโบราณตำรับญี่ปุ่นหรือ วากาชิ (Wahashi) ซึ่งเป็นขนมสูตรดั้งเดิมของญี่ปุ่น ก่อนจะนำมาปรับรสชาติให้ถูกปากคนไทย แต่ยังคงกลิ่นอายของความเป็นขนมรสชาติญี่ปุ่นเช่นเคย สำหรับเมนูแนะนำ ต้องลอง วาราบิโมจิ (190 บาท) ขนมญี่ปุ่นที่ทำมาจากแป้งวาราบิโมจิล้วน ๆ ไม่มีแป้งชนิดอื่นมาผสม นำมากวนสดประมาณ 10-15 นาที แล้วตัดแบ่งเป็นชิ้นพอดีคำ ก่อนจะโรยตามด้วยผงถั่วคินาโกะคั่วกลาง และราดซอสคุโรมิสึที่ทำมาจากน้ำตาลทรายแดง ทางร้านจะเสิร์ฟให้ทานตอนร้อน ๆ วาราบิโมจิที่ได้จะนุ่มละลายในปาก ผสานเข้ากับกลิ่นหอมของผงถั่วคินาโกะที่ให้รสชาติที่ไม่เข้มขมจนเกินไป และรสหวานของซอสคุโรมิสึแบบลงตัว

 

วาราบิโมจิ (190 บาท)

ต่อกันที่เมนูไฮไลต์ของทางร้านกันบ้างอย่าง โมจิหยดน้ำซากุระน้ำแร่ฟูจิ (150 บาท) โมจิหยดน้ำสีชมพูใสที่ใช้น้ำแร่นำเข้าจากเมืองฮอกไกโดประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น ตัวขนมมีกลิ่นหอมของดอกซากุระดองเกลือที่ให้รสเค็มอ่อน ๆ เสิร์ฟมาพร้อมกับซอสที่มีส่วนผสมของเหล้าซากุระ ให้รสหวานอมเปรี้ยวนิด ๆ เมื่อตักทานพร้อมกันจะให้รสกลมกล่อมหอมหวาน มอบความรู้สึกสดชื่น เหมือนอยู่ท่ามกลางหมู่มวลดอกไม้

 

โมจิหยดน้ำซากุระน้ำแร่ฟูจิ (150 บาท)

Homu ホーム
ซอยเจริญกรุง 44
เปิดทุกวัน เวลา 08.00-18.00 น.
โทร. 08-9792-6496
www.facebook.com/Homuthai

 

Sweet Pista Bangkok

ต่อกันที่ร้าน Sweet Pista ที่ได้ขยับขยาสาขาจากโลเคชั่นเดิมอย่างสุขุมวิท 31 มาประจำการที่ Warehouse 30 คาเฟ่แสนอบอุ่นที่ขนความอร่อยมาเสิร์ฟให้ชาวเจริญกรุงได้ตามไปลอง โดยมาพร้อมกับบรรยากาศที่กว้างขวาง โปร่งสบาย และเน้นเสิร์ฟอาหารโฮมเมดที่ทางร้านทำเองด้วยความพิถีพิถันของเจ้าของร้าน ซึ่งให้ความรู้สึกเป็นกันเองเหมือนได้มาทานอาหารฝีมือของคนในครอบครัว

FULL REVIEW
 

บรรยากาศที่กว้างขวาง โปร่งสบาย

ตัวร้านตั้งอยู่ภายในโกดังสุดท้ายของ Warehouse 30 ทันทีที่เปิดประตูเข้าไปจะสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของร้านเดิม ที่เน้นปูนเปลือยให้ลุคแบบดิบเท่ ก่อนจะเบรคความเคร่งขรึมด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้สีอ่อนและการดีไซน์รอบตัวร้านด้วยกระจกใส เพื่อรับแสงสว่างจากภายนอกที่สาดส่องผ่านผ้าม่านเข้ามา ให้ความรู้สึกอบอุ่น เป็นโทนสีที่มองแล้วสบายตา เหมาะกับการพักผ่อนในวันสบาย ๆ

 

การตกแต่งที่เลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ไม้สีอ่อน

เมนูของทางร้านยังคงความอร่อยไว้ด้วยหลากเมนูยอดนิยม โดยเน้นนำเสนอรสชาติที่แท้จริงของวัตถุดิบหลัก เพราะฉะนั้นทางร้านจึงพยายามปรุงอาหารให้น้อยที่สุด แนะนำ Salmon Slow Life (320 บาท) ปลาแซลมอนที่นำไปซูวี 2 ชั่วโมง ให้ด้านนอกสุกแต่ด้านในยังคงความชุ่มฉ่ำ พร้อมราดซอส Honey Mustard Homemade รสหวานกลมกล่อม แล้วโรยไข่ปลาแซลมอน ทานคู่กับมันบดที่ทำพิเศษซึ่งมีกลิ่นของเนยอ่อน ๆ ไม่เหมือนใคร

 

Salmon Slow Life (320 บาท)

จากนั้นมาลิ้มลองความอร่อยของขนมหวานซิกเนเจอร์อย่าง Orange Cheese Brûlée (135 บาท) เครมบรูเลชีสใส่เนื้อส้ม เสิร์ฟในผลส้มทั้งลูก โดยจะสัมผัสได้ถึงรสชาติของส้มแท้ ๆ และเข้ากันได้ดีกับรสกลมกล่อมของครีมชีสนุ่มละมุน

 

Orange Cheese Brûlée (135 บาท)

Sweet Pista Bangkok
Warehouse 30 (โกดัง 9)
เปิด วันอังคาร-อาทิตย์ (ปิดวันจันทร์) เวลา 11.00-22.00 น.
โทร. 06-2335-2866
www.facebook.com/sweetpistabangkok

 

Neighbor Wood

ปิดท้ายด้วยคาเฟ่เพื่อนบ้านใจดีอย่าง Neighbor Wood ที่พร้อมเปิดบ้านหลังน้อยบรรยากาศแสนอบอุ่นเพื่อต้อนรับชาวลุมพินี โดยพร้อมเสิร์ฟความอร่อยด้วยเครื่องดื่มชั้นดีและสารพัดเมนูอาหารเช้านานาชาติที่ชวนให้ทุกคนมาลิ้มลอง

FULL REVIEW
 

บรรยากาศของความเรียบง่าย ดูมีสไตล์แบบมินิมอล

Neighbor Wood เลือกนำเสนอความเรียบง่าย ดูมีสไตล์แบบมินิมอล ผ่านการออกแบบตกแต่งภายในร้านที่เลือกใช้สีขาวและสีน้ำตาลของเฟอร์นิเจอร์ไม้เป็นหลัก ก่อนจะเพิ่มเติมความสดชื่นให้กับร้านด้วยสีเขียวของต้นไม้ ที่ถูกนำมาประดับตกแต่งทั้งภายในและภายนอกร้าน เรียกได้ว่าเป็นมุมซิกเนเจอร์ที่พร้อมต้อนรับทุกคนให้ได้แวะเข้ามาเช็กอิน

 

บ้านหลังน้อยบรรยากาศแสนอบอุ่น

สำหรับเมนูเครื่องดื่มและอาหาร ทางร้านเน้นเสิร์ฟแบบ All Day Brunch and Breakfast ตอบโจทย์สำหรับคนรักสุขภาพ แนะนำเมนูอาหารเช้าแบบจัดเต็มอย่าง Loco Moco (225 บาท) อาหารเช้าสไตล์ฮาวาย ที่พร้อมเสิร์ฟความอร่อยด้วยข้าวสวยร้อน ๆ ท็อปหน้ามาด้วยไข่ดาวและเห็ด จากนั้นราดตามด้วยซอสสูตรพิเศษของทางร้าน เป็นเมนูที่ทานง่าย เหมาะสำหรับคนรักสุขภาพ

 

Loco Moco (225 บาท)

หากใครชอบทานอาหารสไตล์อเมริกัน ทางร้านยังมี Neighbor Wood Breakfast (350 บาท) เมนูอาหารเช้าที่ทางร้านเสิร์ฟไข่คน ไส้กรอก เบคอนกรอบ ขนมปัง และผักสลัด เป็นเมนูที่ช่วยเติมพลังในยามเช้าได้เป็นอย่างดี

 

Neighbor Wood Breakfast (350 บาท)

Neighbor Wood
ถนนสารสิน
เปิด วันจันทร์-เสาร์ เวลา 08.00-17.00 น.
โทร. 08-3883-3864
www.facebook.com/Neighborwood