เปิดแผนกลยุทธ์ ORIGIN Portfolio Evolution 2026 สร้างโอกาสเติบโตในทุกวัฏจักรอย่างยั่งยืน

Published on February 22, 2026

5 ผู้บริหารบริษัทในเครือ ORIGIN Group ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของไทย ประกาศกลยุทธ์ปี 2026 ‘ORIGIN Portfolio Evolution 2026กระจายพอร์ตธุรกิจสร้างการเติบโตที่ยั่งยืน โดยวางเป้ายอดขาย 25,000 ล้านบาท และรายได้รวม 10,000 ล้านบาท พร้อมวางแผนเปิดตัวโครงการมูลค่ารวมทั้งหมด 19,400 ล้านบาท ประกอบไปด้วยธุรกิจที่อยู่อาศัย บ้านและคอนโด 6 โครงการ มูลค่ารวม 7,400 ล้านบาท ธุรกิจโรงแรม 4 โรงแรม มูลค่ารวม 5,900 ล้านบาท ธุรกิจอาคารสำนักงานและพื้นที่เชิงพาณิชย์ รวม 4 แห่ง มูลค่ารวม 3,100 ล้านบาท* และธุรกิจคลังสินค้าและโรงงานให้เช่าอีก 5 โครงการ กว่า 150,000 ตารางเมตร มูลค่ารวม 3,000 ล้านบาท* ด้วยความมั่นใจผลการดำเนินงานทั้งปีต้องเป็นไปตามกลยุทธ์ที่วางไว้

 

(Photo by ORIGIN)

วิสัยทัศน์ปี 2026 ภายใต้กลยุทธ์ ORIGIN Portfolio Evolution 2026 

วิสัยทัศน์การกระจายธุรกิจอย่างมีกลยุทธ์ของ ORIGIN Group เพื่อบริหารความเสี่ยงและคว้าโอกาสในโลกที่เปลี่ยนแปลง อาณาจักรธุรกิจของออริจิ้น  เลือกดำเนินธุรกิจโดยใช้กลยุทธ์แบบ Diversify ครอบคลุมถึงธุรกิจใหม่   เดินหน้าแผนธุรกิจปี 2026 วางกลยุทธ์ ‘ORIGIN Portfolio Evolution 2026’ สร้างการเติบโตในหลากหลายธุรกิจ เพื่อสร้างความมั่นคงและพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลง  ขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตในทุกมิติ ผ่าน 5 กลุ่มธุรกิจหลัก

 

(Photo by ORIGIN)

เป้าหมายและแผนการดำเนินงาน 5 กลุ่มธุรกิจ ORIGIN Group ปี 2026

01 โครงการคอนโดมิเนียมของ บริษัท ออริจิ้น เวอร์ติเคิล คอร์ปอเรชั่น จำกัด หรือ ORIGIN Vertical

ปี 2026 มีแผนเปิดตัวโครงการใหม่ 3 โครงการ ทำเลกรุงเทพฯ พัทยา และภูเก็ต มูลค่ารวม 4,200 ล้านบาท ตั้งเป้ายอดขาย 20,000 ล้านบาท รายได้ 4,500 ล้านบาท และยอดโอนกรรมสิทธิ์ 12,000 ล้านบาท (รวมโครงการที่บริษัทฯพัฒนาและโครงการร่วมทุน) ปัจจุบันมี Backlog จากโครงการคอนโดมิเนียมที่แล้วเสร็จใหม่ ที่พร้อมโอนกรรมสิทธิ์ให้กับลูกค้าในปี 2026 รวมมูลค่ากว่า 10,000 ล้านบาท คิดเป็น 70% ของมูลค่าโครงการรวมจาก 7 โครงการ 


พร้อมทั้งตอกย้ำความสำเร็จ ในฐานะผู้นำ No.1 ตลาดคอนโดฯ Pet-Friendly ที่พัฒนาโครงการเลี้ยงสัตว์ได้มากถึง 25 โครงการ จำนวน 4,966 ยูนิต และยังเป็นผู้นำด้านอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน (Investment Property หรือ IP Program) ตอบโจทย์นักลงทุนที่ต้องการรายได้สม่ำเสมอ ไม่ต้องบริหารเอง เปลี่ยนคอนโดฯ เป็นสินทรัพย์ทำเงิน บริหารและดูแลโดยทีมงานมืออาชีพจาก HHR (Hampton Hotel & Residence Management) มีจำนวน 1,737 ยูนิต จาก 14 โครงการ พร้อมทั้งมีพอร์ตต่างชาติรอโอนรับรู้รายได้มูลค่ารวม 6,300 ล้านบาท

 

(Photo by ORIGIN)

02 โครงการบ้านจัดสรรของ บริษัท บริทาเนีย จำกัด (มหาชน) หรือ BRI 

ปี 2026 จะเปิดตัวใหม่ 3 โครงการ มูลค่ารวม 3,200 ล้านบาท ตั้งเป้ายอดขาย 5,000 ล้านบาท รายได้ 3,400 ล้านบาท และยอดโอนกรรมสิทธิ์ 4,000 ล้านบาท (รวมโครงการที่บริษัทฯ พัฒนาและโครงการร่วมทุน) โดยยังคงจุดเด่นในเรื่องของทำเลศักยภาพ ที่ถือเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาโครงการ ล่าสุดได้เปิดตัวโปรเจ็กต์ Brilliant Business Park พื้นที่ธุรกิจอัจฉริยะที่ตอบโจทย์ทุกวัตถุประสงค์ในการบริหารธุรกิจแบบมัลติฟังก์ชั่น (Multi-functional) ที่ผสานโชว์รูม สตูดิโอ ออฟฟิศ และที่อยู่อาศัย เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัวในพื้นที่เดียวกัน นำร่อง 5 ทำเลยุทธศาสตร์สำคัญ : พระราม 2, บางนา-ตราด, อมตะซิตี้, แหลมฉบัง และระยอง รวมมูลค่า 1,200 ล้านบาท พร้อมจับตาเตรียมเปิดตัวโปรเจ็กต์จับกลุ่ม Lifestyle ของการใช้ชีวิตแบบเต็มรูปแบบเร็ว นี้

 

(Photo by ORIGIN)

03 กลุ่มธุรกิจบริการอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจรสมัยใหม่ ภายใต้ บริษัท พรีโม เซอร์วิส โซลูชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ PRI 

เปิดศักราชใหม่ เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าทุก Generation ตลอดทุกช่วงชีวิต ด้วย PRIMO Tranformation Era ก้าวสู่ยุคใหม่แห่งการเปลี่ยนอย่างยั่งยืน นำโดย 5 กลยุทธ์หลัก ดังนี้ 


  • Elevating Service Standards to Premium Level (ยกระดับมาตรฐานบริการสู่ระดับพรีเมียม) 
  • Expanding into High-Value Segments ขยายตลาดสู่กลุ่มศักยภาพสูง
  • Building Community Ecosystem สร้าง Lifestyle & Community Ecosystem ผ่านแพลตฟอร์ม Happy Maker 
  • Technology & Data Integration วางเทคโนโลยีเป็นศูนย์กลางการทรานส์ฟอร์มองค์กร ผ่าน Primo Plus Application
  • ESG as a Strategic Driver ผลักดัน ESG เป็นแกนหลักขององค์กร ผ่านแนวคิด PRIMO CARE ครอบคลุม People, Pet และ Planet สร้างความยั่งยืนทั้งมิติบุคคล ชุมชน และสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้าง Sustainable Organization ที่พร้อมรับอนาคต

 

(Photo by ORIGIN)

04 บริษัท ออริจิ้น โฮเทล จำกัด (มหาชน) หรือ ORIGIN Hotel

กลุ่มธุรกิจที่สร้างรายได้ประจำอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมทั้งกลุ่มธุรกิจโรงแรม กลุ่มธุรกิจอาคารสำนักงานให้เช่า และกลุ่มธุรกิจการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์    เดินหน้าขยายพอร์ตโฟลิโอควบคู่การบริหารสินทรัพย์ตามโมเดล Build–Operate–Exit–Reinvest เพื่อสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยภายในปี 2026 เป้าหมายธุรกิจ มีแผนเริ่มเปิดดำเนินการโรงแรมใหม่ จำนวน 4 โรงแรม มูลค่า 5,915 ล้านบาท*, อาคารสำนักงานและโครงการพื้นที่เชิงพาณิชย์ 4 แห่ง มูลค่ารวม 3,100 ล้านบาท* ทั้งนี้ ยังมีแผน Divestment ในปีนี้อีก 4 โรงแรม รวม 1,011 ห้อง มูลค่ารวมกว่า 4,000 ล้านบาท ซึ่งจะสร้างกระแสเงินสดพิเศษเพิ่มกว่า 1,300 ล้านบาทให้กับกลุ่มธุรกิจ ตามโมเดลธุรกิจที่ช่วยเพิ่มมูลค่าสินทรัพย์ รองรับการเติบโตของพอร์ตโรงแรมในระยะยาวเป็น Cycle เพื่อมุ่งมั่นสร้างโอกาสเติบโตแบบคู่ขนาน

 

(Photo by ORIGIN)

05 บริษัท แอลฟา อินดัสเทรียล โซลูชั่น จำกัด หรือ ALPHA 

โดยในปีนี้ มีแผนเปิดดำเนินการธุรกิจคลังสินค้าและโรงงานให้เช่าเพิ่มอีก 5 โครงการ กว่า 150,000 ตารางเมตร มูลค่ารวม 3,000 ล้านบาท และมีแผนนำสินทรัพย์เข้ากองทรัสต์ เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) 4 โครงการ ขนาดพื้นที่ 211,682 ตารางเมตร ในชื่อ ALPHA REIT พร้อมเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากการกระจายพอร์ตธุรกิจ รวมถึงกลุ่มธุรกิจที่สร้างรายได้ประจำต่อเนื่อง ทั้งแผนการขายธุรกิจทำกำไรหรือการนำสินทรัพย์เข้ากอง REIT ได้  ‘ถูกที่ ถูกเวลาตามเป้าหมายที่วางไว้ นอกจากนี้ กลุ่มบริษัทฯ ยังคงเปิดรับพันธมิตรจากทั้งในและต่างประเทศ เพื่อร่วมพัฒนาธุรกิจที่มีศักยภาพในการพัฒนาโครงการอย่างต่อเนื่อง

 

(Photo by ORIGIN)

ทั้งหมดนี้ เรียกได้ว่าทาง ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ ได้ประเมินตลาดอสังหาฯ ปี 2026 อย่างแยบยล พร้อมลุยเรื่องเสริมการกระจายพอร์ต สร้างโอกาสเติบโตในทุกวัฏจักรอย่างยั่งยืน ด้วยความเชื่อมั่นว่าผลการดำเนินงานทั้งปีจะเป็นไปตามกลยุทธ์ที่วางไว้ สู่เป้าหมายรายได้รวมกว่า 10,000 ล้านบาท สะท้อนความเชื่อมั่นต่อศักยภาพประเทศไทยและแบรนด์ออริจิ้นได้อย่างแน่นอน

 

(Photo by ORIGIN)