ปักหมุด 5 พิกัดดีต่อใจใกล้โครงการ Via ARI สัมผัสโมเมนต์การใช้ชีวิตแบบมีสไตล์กับลักชัวรีคอนโดมิเนียม

Published on October 06, 2023

‘ย่านอารีย์’ หนึ่งในทำเลแห่ง Heritage Vibes ใจกลางเมืองของกรุงเทพฯ ที่ผสมผสานวิถีชีวิตดั้งเดิมเข้ากับรสนิยมและเทรนด์นำสมัย เต็มไปด้วยความหลากหลายที่ตอบโจทย์การอยู่อาศัยอย่างมีสไตล์ นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ ‘อารีย์’ กลายเป็นหนึ่งในย่านที่อยู่อาศัยในฝันของใครหลายคน จะดีแค่ไหนหากเราได้ใช้ชีวิตบนโลเคชันนี้ด้วยระยะห่างจากจุดที่พักไม่ไกลจากถนนเส้นหลักและสถานีรถไฟฟ้า สามารถเดินทางไปฮอปปิ้ง แฮงเอาต์ ยังหลากหลายสถานที่ภายในย่านอารีย์ได้อย่างสะดวกสบาย ครบถ้วนทุกความต้องการ


ครั้งนี้ BKK. จึงขอชวนคุณมาร่วมสัมผัสความน่าอยู่อาศัยของทำเลที่ตั้งโครงการ Via ARIลักซ์ชัวรีคอนโดมิเนียมแห่งใหม่ของแสนสิริที่ตั้งอยู่ใจกลางอารีย์ ทำเลดี ที่พักอาศัยที่ให้คุณสัมผัสทุกความยูนีคของโลเคชันอารีย์ได้อย่างตรงใจ ด้วยระยะห่างจากโครงการในรัศมีไม่เกิน 2 กิโลเมตร ที่สามารถเดินทางได้อย่างสะดวกสบาย เพียงไม่กี่อึดใจก็ถึงยัง 5 หมุดหมายน่าฮอปในย่านอารีย์ ที่ครบครันทั้งคาเฟ่ ร้านอาหาร ช็อป และบาร์บรรยากาศดีต่อใจ


Good To Know - Via ARI
  • Via ARI คือโครงการคอนโดมิเนียมใหม่ล่าสุดจากแสนสิริ ผ่านการออกแบบให้มีสุนทรียศาสตร์เพื่อการอยู่อาศัย
  • นับเป็นโครงการคอนโดมิเนียมสไตล์บูทีคลักชัวรี ในรอบ 11 ปีของแบรนด์แสนสิริ พร้อมด้วยการกลับมาเป็นเพื่อนบ้านย่านอารีย์ในรอบ 14 ปี และเป็นหนึ่งใน Aesthetic Collection ที่ตอกย้ำความเป็นผู้นำของแสนสิริในฐานะแบรนด์ผู้พัฒนาคอนโดมิเนียมระดับไฮเอนด์
  • Via ARI มาพร้อมทำเลศักยภาพสูง เพราะตั้งอยู่บนพื้นที่อารีย์ซอย 1 ซึ่งถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการใช้ชีวิตในย่านอารีย์ที่พร้อมตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของคนเมืองให้มีความสะดวกสบาย ได้สัมผัสถึงความเป็น ‘Live in a Work of Art’ เสมือนการได้ชื่นชมงานศิลปะในทุก ๆ วัน


ตามไปปักหมุดทั้ง 5 พิกัดในอารีย์ แล้วสัมผัสความสุนทรีย์ทุกโมเมนต์ของการใช้ชีวิตแบบมีสไตล์ไปพร้อม ๆ กันเลย

 

5 หมุดหมายน่าฮอปในย่านอารีย์ ที่ครบครันทั้งคาเฟ่ ร้านอาหาร ช็อป และบาร์บรรยากาศดีต่อใจ

Cafe

 

Donut Disturb Bangkok

เริ่มต้นวันดี ๆ ด้วยโปรแกรมคาเฟ่ฮอปปิ้งเบา ๆ กันก่อนที่ Donut Disturb Bangkok คาเฟ่โดนัทสุดคิวต์น้องใหม่ในเครือของแบรนด์ DROP BY DOUGH กับพิกัดร้านซึ่งหาง่าย เดินทางสะดวกสบาย ตั้งอยู่ภายในโครงการ Gump’s Ari กับบรรยากาศการตกแต่งร้านในธีมสีพาสเทลสดใส ถอดแบบความน่ารักและดูดีมีสไตล์ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่า DROP BY DOUGH แบรนด์ลูกพี่ลูกน้องเลยทีเดียว


คาเฟ่โดนัทแห่งนี้ พร้อมเสิร์ฟความอร่อยภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘Bomboloni Slushy & Coffee’ ที่โดดเด่นในเรื่องของโดนัท Bomboloni สไตล์อิตาลี ที่ทำสดใหม่ทุกวัน มีหลากหลายรสชาติให้เลือกรับประทานคู่กับกาแฟหรือเครื่องดื่ม Slushy (เครื่องดื่มเกล็ดน้ำแข็งปั่น เนื้อเนียนละเอียด) โดยมีให้เลือกลิ้มลองความอร่อยอย่างจุใจถึง 12 รสชาติด้วยกัน

 

บรรยากาศการตกแต่งร้านในธีมสีพาสเทลสดใส เพิ่มมู้ดความรื่นรมย์ในการได้เอนจอยความอร่อยของโดนัท

ภายในร้านมีจุดให้บริการเลือกสั่งขนมโดนัทและเครื่องดื่มบริเวณหน้าเคาน์เตอร์อย่างเป็นกันเอง พร้อมด้วยหลากหลายโซนนั่งชิลขนาดย่อม ๆ ที่เลือกใช้เฟอร์นิเจอร์โทนสีอ่อน เรียบง่ายสบายตา ตัดกับสีผนังพาสเทล กรอบรูปขนมโดนัทสุดคิวต์ และโคมไฟกระดาษดีไซน์สุดเก๋อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเลือกนั่งมุมไหนก็ดูเป็น Photogenic Spot Cafe ที่ดึงดูดสายตาเหล่านักฮอปชาวอารีย์ได้อย่างแน่นอน

เมนูโดนัทของที่นี่จะเน้นเสิร์ฟความอร่อยแบบเข้าถึงกลุ่มคนทุกเพศทุกวัย รับประทานง่าย โดดเด่นด้วยเนื้อสัมผัสนุ่ม ๆ สอดไส้เน้น ๆ พร้อมโรยเคลือบด้วยน้ำตาลที่มีให้เลือกหลายแบบตามชอบ ทำออกมาในสไตล์โฮมเมด สดใหม่แบบวันต่อวัน ส่วนเมนูเครื่องดื่มนั้นมีให้เลือกสั่งทั้งเครื่องดื่ม Slushy สไตล์อิตาลี ที่นำผลไม้สดมาปั่นเป็นรสชาติต่าง ๆ รวมถึงเครื่องดื่ม Non-coffee และ Coffee ไว้เป็นทางเลือกสำหรับคอกาแฟอีกด้วย นอกจากนี้หากใครอยากดื่ม Slushy ไปพร้อม ๆ กับกาแฟ ก็สามารถ Add on ท็อปด้วยช็อตกาแฟลงไปในเครื่องดื่ม Slushy ได้เช่นเดียวกัน

 

มุม Photogenic บริเวณหน้าร้าน ให้สายฮอปได้แวะมานั่งชิล หรือแชะภาพคิวต์ ๆ เป็นที่ระลึก

เมนูโดนัทแนะนำน่าลองของทางร้าน ได้แก่ Hokkaido Milk (75 บาท) โดนัท Bomboloni สอดไส้ครีมนมฮอกไกโดแบบล้น ๆ ได้ความครีมมี่แบบเต็มคำ, Sweet Corn (85 บาท) โดนัท Bomboloni สอดไส้ครีมซุปข้าวโพด พร้อมด้วยเนื้อข้าวโพดแท้หอมหวานที่มาช่วยเพิ่มรสสัมผัสให้อร่อยลงตัวมากขึ้น และ Lemon Cream (75 บาท) โดนัท Bomboloni สอดไส้ครีมเลมอนเคิร์ด ที่ได้รสชาติเปรี้ยวอมหวาน ผสานความอร่อยกันได้อย่างลงตัว


ส่วนเมนูเครื่องดื่มที่มาแล้วห้ามพลาดเลยก็คือ Lemonade Slushy (130 บาท) น้ำเลมอนเกล็ดน้ำแข็งปั่นเนื้อเนียนละเอียดที่ให้ทั้งความเปรี้ยวและความหอมสดชื่นของเลมอนสด ดื่มแล้วรู้สึกเฟรชไปตลอดวันแน่นอน หรือหากอยากดื่ม Non-coffee คลาสสิก เครื่องดื่ม Thai Milk Tea (120 บาท) ของที่นี่ก็ให้รสชาติเข้มข้นกลมกล่อม ดีงามไม่แพ้กัน

 

สารพัดเมนูโดนัท Bomboloni สไตล์ Italy, เครื่องดื่ม Slushy และ Non-coffee น่าลอง

Donut Disturb Bangkok

Gump’s Ari อารีย์ซอย 4 (ฝั่งเหนือ)

เปิดทุกวัน เวลา 09.00-18.00 น.

โทร. 09-5991-0077

www.facebook.com/donutdisturbbkk


Restaurants

 

Fishmonger - Ari

สำหรับใครที่กำลังมองหามื้ออิ่มท้องระหว่างวันอยู่ละก็ อย่าลืมแวะมาปักหมุดความอร่อยที่ยืนหนึ่งในเรื่อง Fish & Chips กันที่ Fishmonger ร้านอาหารทะเลชื่อดังจากย่านถนนบรรทัดทองที่ขยายความอร่อยมายังอารีย์ โดยยังคงหยิบยกวัตถุดิบท้องถิ่นของไทยอย่าง ‘ปลาประมงพื้นบ้าน’ ที่จับได้ภายในประเทศมารังสรรค์เป็นอาหารจานเด็ด เพียงเพราะต้องการบอกเล่าความอร่อยของปลาไทยผ่านเมนูอาหารสไตล์คอมฟอร์ตฟู้ดให้ชาวไทยได้ลิ้มลอง


Fishmonger สาขาอารีย์ มาพร้อมกับคอนเซ็ปต์ Local Seafood Bar โดดเด่นด้วยบรรยากาศที่มีความผ่อนคลายมากขึ้น โดยมีการรีโนเวทบ้านเก่าอายุกว่า 70 ปี ให้กลายมาเป็นบ้านชาวประมง ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากหมู่บ้านชาวประมงที่เป็นบ้านไม้สี แบ่งพื้นที่ออกเป็น 2 ชั้น สำหรับชั้นล่างจะเป็นโซนบาร์สไตล์อังกฤษ ส่วนชั้นบนจะให้ความรู้สึกที่เป็นส่วนตัว เหมาะแวะมาเอนจอยความอร่อยกับเพื่อนผองคนสนิทและครอบครัว

 

บรรยากาศภายในร้านที่ผ่านการรีโนเวทบ้านเก่าอายุกว่า 70 ปี ให้กลายมาเป็นบ้านชาวประมงแสนคลาสสิก

หลากหลายเมนูที่สาขานี้เลือกเสิร์ฟความอร่อย นอกจากจะมีซิกเนเจอร์เมนูประจำร้านแล้ว ยังเพิ่มหมวดเมนูทาปาสและพาสต้า (สปาเก็ตตี้) ให้เหล่าฟู้ดดี้ได้สั่งมาแชร์ความอร่อยร่วมกันอย่างจุใจอีกด้วย


เมนูแนะนำจานแรกที่ต้องห้ามพลาดคือ Fish Burger (No Chips) (280 บาท) (ราคาขึ้นอยู่กับชนิดของเนื้อปลา) ความโดดเด่นอยู่ที่ Brioche Bun โดย Bun ที่ใช้ทำเบอร์เกอร์นั้น จะมีส่วนผสมของเนยกับนม จึงให้เนื้อสัมผัสที่นุ่มละมุนมากกว่าขนมปังปกติ สอดไส้เนื้อปลาอังเกยหรือปลากะพงทองทอด แบบกรอบนอกนุ่มใน ท็อปราดด้วยซอสทาร์ทาร์ที่ให้ทั้งความหอมและรสเปรี้ยวนิด ๆ ตัดกับรสชาติของเนื้อปลานุ่ม ๆ ได้เป็นอย่างดี

 

Fish Burger (No Chips) หนึ่งในเมนูแนะนำน่าลองที่คนรักเบอร์เกอร์ห้ามพลาด

ตามด้วยอีกหนึ่งเมนูซิกเนเจอร์อย่าง Fish & Chips (240 บาท) (ราคาขึ้นอยู่กับชนิดของเนื้อปลา) ฟิชแอนด์ชิพส์ โดยมีความพิเศษอยู่ที่ตัวแป้ง ซึ่งไม่มีส่วนผสมของน้ำเปล่า แต่ใช้วิธีการแบบ Beer Batter หรือการใช้เบียร์ 100% มาผสมเข้ากับแป้งแล้วนำไปทอด ก็จะได้แป้งที่มีความกรอบบาง เข้ากับเนื้อปลาทุกชนิด แต่สำหรับจานนี้ที่ร้านได้เลือกใช้ปลาเหลืองญี่ปุ่น เป็น Fish of the Day ที่มีความนุ่มเป็นพิเศษคล้ายกับเนื้อปู แนะนำให้ลองสั่งมาชิมกัน รับรองว่าอร่อยฟินไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน!

 

Fish & Chips เมนูซิกเนเจอร์ของทางร้าน

Fishmonger (Ari)

อารีย์ซอย 4 (ฝั่งเหนือ)

เปิด วันพุธ-จันทร์ (ปิดวันอังคาร) เวลา 12.00-22.00 น. (Last Order เวลา 21.00 น.), วันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 12.00-23.00 น. (Last Order เวลา 22.00 น.)

สำรองที่นั่งล่วงหน้าทาง LINE ID : @fishmonger (กดปุ่ม “จองคิว สาขาอารีย์”)

shorturl.at/ivCV1

 

Gamsa Aree

จัดเต็มความอร่อยด้วยมื้อปิ้งย่างสไตล์เกาหลีเกาใจกันบ้างที่ Gamsa Aree ร้านปิ้งย่างเกาหลีแบบพรีเมียมที่ได้ความอร่อยแบบออริจินัล ด้วยความตั้งใจอันดีของ 2 หุ้นส่วนผู้เป็นเจ้าของร้าน ทั้งชาวไทยและชาวเกาหลีที่อยากให้คนไทยได้สัมผัสประสบการณ์ความอร่อยในแบบฉบับ Authentic Food ที่ล้วนผ่านการคัดสรรวัตถุดิบพรีเมียมมาครีเอตเป็นเมนูอาหารเกาหลีสไตล์ปูซาน ซึ่งให้รสชาติเข้มข้นจัดจ้านถูกปากคนไทยแน่นอน


บรรยากาศภายในร้านเหมือนหลงเข้ามาในยุคโชซอน วังโบราณของทางประเทศเกาหลีใต้ โดดเด่นด้วยผนังกระเบื้องและอิฐเปลือย เพื่อให้สอดคล้องกับแนวอาหารเกาหลีสไตล์ Authentic ก่อนจะเพิ่มความโดดเด่นด้วยป้ายไฟนีออนสีแดงที่ตัดกับธีมร้านสีดำ-เทา และจัดสรรพื้นที่นั่งรับประทานอาหารอย่างเป็นสัดส่วนที่เหมือนเป็นการยกระดับมื้อปิ้งย่างนี้ให้ดูพรีเมียมขึ้นอีกเท่าตัว

 

ตกแต่งภายในร้านด้วยผนังกระเบื้องและอิฐเปลือย เพื่อให้สอดคล้องกับแนวอาหารเกาหลีสไตล์ Authentic

ด้วยความที่เชฟประจำร้านนั้นเป็นคนปูซาน และเป็นผู้คิดค้นสูตรอาหารทุกอย่าง รสชาติอาหารเกาหลีของที่นี่จึงมีความเข้มข้นกลมกล่อมเป็นพิเศษ โดยเฉพาะเมนูปิ้งย่างที่ทางร้านจะเลือกใช้ถ่าน White Charcoal ของเกาหลี ซึ่งมีคุณสมบัติพิเศษคือเวลาย่าง ควันจะไม่ฟุ้งกระจาย ลดโอกาสเกิดกลิ่นติดเสื้อผ้าหรือติดผมได้เป็นอย่างดี อีกทั้งมีเครื่องดูดควันที่ลดการฟุ้งกระจายของควันและกลิ่น แถมยังให้กลิ่นหอมรมควันแบบเฉพาะตัวอีกด้วย (นอกจากนี้ทางร้านใช้เตาย่างแฮนด์เมดนำเข้าจากประเทศเกาหลีใต้ และย่างด้วยเทคนิคเฉพาะตัว ทำให้เนื้อวัตถุดิบของที่นี่มีความกรอบนอก นุ่มชุ่มฉ่ำด้านใน)


ในส่วนของเมนูแนะนำที่สายอาหารเกาหลีไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง ได้แก่ Tomato Salad (360 บาท) สลัดมะเขือเทศสูตรโฮมเมด เสิร์ฟมาพร้อมกับชีสรีคอตต้า ซอสเพสโต้ และขนมปังให้รับประทานพร้อมกันในคำเดียว, Mul Naengmyeon with Sliced Beef (300 บาท) บะหมี่เย็นเกาหลี สูตรเฉพาะของทางร้านที่ให้รสชาติเข้มข้น โดยเส้นบะหมี่ที่ใช้นั้นทำมาจากเส้นบัควีทนุ่มเหนียว เคี้ยวลื่นคอ ด้านบนวางเนื้อสไลซ์ชิ้นใหญ่และไข่ต้ม เสิร์ฟพร้อมวินิก้าและมัสตาร์ด ให้เพิ่มรสเปรี้ยวเผ็ดตามชอบ หากรับประทานคู่กับหมูสามชั้นจะได้ความอร่อยที่ลงตัว

 

Mul Naengmyeon with Sliced Beef บะหมี่เย็นเกาหลี หนึ่งในเมนูแนะนำที่ให้รสชาติเข้มข้นถึงใจ

หลังจากลิ้มลองเมนูเรียกน้ำย่อยกันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว มาต่อเนื่องความอร่อยกันต่อกับเมนูปิ้งย่างสุดไฮไลต์อย่าง Pork Neck (250g 595 บาท) สันคอหมูย่าง ที่ผ่านกระบวนการ Wet Aging ที่ทำให้เนื้อหมูนั้นยังคงความสดใหม่ ได้เนื้อสัมผัสนุ่มชุ่มฉ่ำเป็นพิเศษ สำหรับเซ็ตนี้เสิร์ฟมาพร้อมกับเครื่องเคียงแบบครบเครื่อง ไม่ว่าจะเป็น ใบกระเทียมดองที่นำเข้ามาจากเกาหลี ไม่มีจำหน่ายในเมืองไทย วิธีการรับประทานจะต้องนำใบกระเทียมดองมาห่อกับเนื้อหมู แล้วท็อปด้วยวาซาบิสดนิดหน่อยเพื่อตัดรสชาติ หรือจะเลือกรับประทานคู่กับผักสด ที่มีเสิร์ฟมาทั้งเห็ดแชมปิญอง ผักกาดหอม เรดโอ๊ค ผักคอส ใบงา ใบมินาริ กระทียม และพริกสด ตามด้วยไชเท้าดอง กิมจิขาว กิมจิต้นหอม ซัมจังซอส และซอสอื่น ๆ อีกมากมายให้เลือกรับประทานตามความชอบ ก็ได้ความอร่อยเด็ดที่ไม่แพ้กัน

 

จัดเต็มความอร่อยมื้อปิ้งย่างด้วยเซ็ตสันคอหมูย่าง ที่เสิร์ฟมาพร้อมกับเครื่องเคียงแบบครบเครื่อง

Gamsa Aree

25/4 ถนนพหลโยธิน 9 ซอยกิ่งชำนาญอักษร

เปิด วันพุธ-จันทร์ เวลา 11.30-22.30 น.

โทร. 06-1939-4997

www.facebook.com/gamsa.bbq


Shop

 

Club Luminaries

พักเบรกจากเรื่องกิน แล้วหันมาเอาใจนักช้อปสาย Streetwear กันบ้าง กับการแวะเข้าไปอัพเดตไอเท็มใหม่ ๆ กันที่ Club Luminaries Selected Shop ที่คัดสรรแบรนด์เสื้อผ้าจากทั่วโลก นำเสนอในสไตล์ Street Prep (ระหว่างสไตล์ Preppy และ Ivy League ที่ดูเนี้ยบ สีสันเรียบเท่อย่างมีสไตล์) ผสมผสานกลิ่นอายแฟชั่นระหว่างสไตล์อเมริกันและญี่ปุ่น ซึ่งเป็นแนวเสื้อผ้าที่ทางสองผู้ก่อตั้งแบรนด์มีความชื่นชอบเป็นพิเศษ เสื้อผ้าส่วนใหญ่ภายในร้านจึงเน้นไปที่แบรนด์จากนิวยอร์กและญี่ปุ่น ที่เต็มไปด้วยวัฒนธรรมการแต่งตัวด้านสตรีทสไตล์ที่ค่อนข้างเป็นเอกลักษณ์ ที่นี่จึงเหมาะสำหรับคนที่ชอบความก้ำกึ่งระหว่างความสนุกแบบลุคสตรีท และความเรียบร้อยแบบสุภาพบุรุษอเมริกัน

 

ที่นี่คือ Selected Shop ที่คัดสรรแบรนด์เสื้อผ้าจากทั่วโลก นำเสนอในสไตล์ Street Prep

สินค้าแรกเริ่มที่นำมาวางจำหน่ายภายในร้านนั้นจะเป็นแบรนด์ Universal Overall ซึ่งมีความ Workwear หรือเป็นแนวเสื้อผ้ายูนิฟอร์มเท่ ๆ เป็นหนึ่งในแบรนด์เสื้อผ้าสัญชาติอเมริกันที่เติบโตในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งรูปลักษณ์ภายนอกจะสังเกตได้ว่ามีความผสมผสานกันระหว่างสไตล์อเมริกันและญี่ปุ่นตรงตามคอนเซ็ปต์ของทางร้าน


ช็อปแห่งนี้ แบ่งพื้นที่ออกเป็น 2 ชั้น ท่ามกลางบรรยากาศการตกแต่งที่มีความคลาสสิก สอดคล้องกับไอเท็มภายในร้าน โดยมีสินค้าไฮไลต์แนะนำ ได้แก่ Wooden Sleeper, P.Le Moult สินค้าแบรนด์ออสเตรเลีย ที่มีลักษณะเป็นเสื้อชุดนอนเก๋ ๆ ให้คนไทยได้สไตลิ่งเสื้อผ้าแนวใหม่ ๆ มาลองสวมใส่กัน, แบรนด์ BODE ที่มีนำเข้าจำหน่ายที่นี่ที่เดียวในไทย เป็นแบรนด์เสื้อผ้าที่มีชื่อเสียงมาจากดีไซเนอร์มือรางวัล โดดเด่นเรื่องการนำวัสดุคุณภาพดีมาตัดเย็บดูแลเสื้อผ้าดุจงานอาร์ตมาสเตอร์พีซ เพราะมีผลิตเพียงไม่กี่ชิ้นบนโลก

 

แบรนด์ Universal Overall หนึ่งในแบรนด์ที่มีการผสมผสานกันระหว่างสไตล์อเมริกันและญี่ปุ่นตรงตามคอนเซ็ปต์ของทางร้าน

นอกจากแบรนด์เสื้อผ้าแล้ว ยังมีสารพัดไอเท็มเบสิกอื่น ๆ ที่สามารถหยิบมาสวมใส่ได้บ่อย ๆ เช่น เชิ้ต เสื้อยืด ยีนส์ กางเกงขาสั้นและขายาว รองเท้าผ้าใบ New Balance และ Asahi เรื่อยไปจนถึงแจ็กเก็ตผ้าบาง แจ็กเก็ตสไตล์ Workwear และสเวตเตอร์เนื้อหนา อีกทั้งเครื่องประดับและของใช้สำหรับพกติดตัวอย่างพวงกุญแจ กระเป๋าขนาดเล็ก แว่นกันแดด ถุงเท้า หมวก กระเป๋า ฯลฯ วางจำหน่ายให้ได้เลือกช้อปอย่างจุใจอีกด้วย (เรทราคาเสื้อผ้าและเสื้อผ้าต่าง ๆ ในแต่ละคอลเลกชัน จะอยู่ที่ราคาเริ่มต้นประมาณ 1,000-2,000 บาท จนถึงหลักหมื่น ซึ่งขึ้นอยู่กับเทคนิคและวัสดุของแต่ละแบรนด์ที่ใช้ในการตัดเย็บ)


สำหรับใครที่ชื่นชอบแนวการแต่งตัวสไตล์นี้ Club Luminaries แห่งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งคอมมูนิตี้หรือสถานที่แฮงเอาต์แนะนำที่เหล่าสุภาพบุรุษสาย Street Prep ห้ามพลาด!

 

บรรยากาศการตกแต่งร้านที่มีความคลาสสิก สอดคล้องกับไอเท็มต่าง ๆ ภายในร้าน

Club Luminaries

ซอยอารีย์สัมพันธ์ 5

เปิด วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 12.00-20.00 น., วันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.00-20.00 น.

โทร. 0-2129-6238

www.facebook.com/clubluminaries


Bar

 

Un-cle bar

ปักหมุดจุดสุดท้ายของวันกันที่ Un-cle bar เนเชอรัลไวน์บาร์ บรรยากาศสุด Cozy ที่เหมาะแวะมานั่งแฮงเอาต์ชิล ๆ ยามเย็น บาร์แห่งนี้อยู่ภายใน Josh Hotel มาพร้อมธีมการตกแต่งในสไตล์มินิมัล อบอุ่น สบาย ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นห้องรับแขกที่พร้อมต้อนรับเพื่อนใหม่ผู้มาเยือนบาร์ สอดแทรก Brand Identity ของทางร้านในทุก ๆ มุม ไม่ว่าจะเป็นตัวการ์ตูนคาแรกเตอร์คุณลุงอันเป็นสัญลักษณ์ของที่นี่ บวกเข้ากับรูปกราฟิกดีไซน์ต่าง ในธีมขาว-ดำ มู้ดแสงไฟสลัว ได้บรรยากาศของความเป็น Casual Bar ที่เข้าถึงง่าย มีความสนุกสนาน และเป็นกันเองสุด ๆ


Un-cle Bar พร้อมเสิร์ฟความอร่อยควบคู่กับเนเชอรัลไวน์ ในคอนเซ็ปต์ Modern Japanese ซึ่งเป็นอาหารญี่ปุ่นสไตล์ Comfort Food เช่น เมนู Oden, Teriyaki ปิ้งย่างแบบเสียบไม้สไตล์ญี่ปุ่น ที่ย่างโดยใช้เตาถ่าน เพื่อเพิ่มความหอมให้กับตัววัตถุดิบ และเมนู Pasta โดยเน้นเป็นอาหารจานเดียวที่รับประทานง่าย ผสมผสานเข้ากับอาหารสไตล์เมดิเตอร์เรเนียนบางเมนูอย่าง ไก่ย่างพิริพิริ ที่เป็นซิกเนเจอร์ของทางบาร์ 

 

Yakitori Set และ Oden พร้อมเสิร์ฟความอร่อยควบคู่กับเนเชอรัลไวน์

สำหรับเมนูแนะนำของที่นี่ เริ่มต้นจาก Yakitori Set (290 บาท) เซ็ตไก่ย่างเสียบไม้ที่ปรุงรสมาอย่างดี อร่อยกลมกล่อมได้โดยไม่ต้องจิ้มซอส แต่หากอยากเพิ่มรสชาติความเข้มข้น ลองจิ้มซอสที่เสิร์ฟมาพร้อมกับไข่แดง  ก็ได้รสชาติเด็ดไม่แพ้กัน ตามด้วยการซดซุปร้อน ๆ กับเมนู Oden (4 pcs./set 150 บาท) โอเด้งที่อัดแน่นความอร่อยมาแบบล้นชาม ทั้งบุกญี่ปุ่น (คอนยัคกุ) หัวไชเท้า ไข่ต้ม ไส้กรอก เต้าหู้ และลูกชิ้นปลาญี่ปุ่น (ชิกุวะ) โดยสามารถเลือกสั่งเป็นเซ็ต 2 ชิ้นหรือ 4 ชิ้นก็ได้ตามต้องการ


ส่วนใครที่เป็นพาสต้าเลิฟเวอร์ แนะนำให้ลอง Soba Peperoncino (180 บาท) พาสต้าเส้นโซบะ ท็อปด้วยไข่ออนเซ็น ปรุงรสมาแบบกลมกล่อม เสริมทัพความอร่อยบนโต๊ะอาหารให้สมบูรณ์มากขึ้น เหมาะจะแกล้มอาหารจานอื่นบนโต๊ะอย่างดี แล้วปิดท้ายด้วยเมนูซิกเนเจอร์กับ Peri Peri Chicken (290 บาท) ไก่ย่างสไตล์เมดิเตอร์เรเนียนที่เสิร์ฟมาร้อน ๆ ให้สัมผัสกรอบนอกนุ่มใน พร้อมกลิ่นหอมเครื่องเทศแบบเน้น ๆ


และเมื่อมาแฮงเอาต์ที่เนเชอรัลไวน์บาร์ทั้งที อย่าลืมสั่งไวน์แดงหรือไวน์ขาวมาจอยดริงก์ความอร่อยคู่กัน โดยเครื่องดื่มของที่ร้านจะเน้นเสิร์ฟ Natural Wine หรือ Organic Wine ตามฤดูกาลเป็นหลัก นำเข้าจากออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ รวมถึง Classic Wine สำหรับเป็นทางเลือกให้กับคอไวน์ด้วย นอกจากนี้ ยังมีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์สัญชาติเกาหลีและญี่ปุ่น เช่น โซจู, มักกอลลี สาเก ฯลฯ ให้เลือกสังสรรค์ตามชอบอีกด้วย

 

Soba Peperoncino พาสต้าเส้นโซบะ หนึ่งในเมนูคอมฟอร์ทฟู้ดแนะนำน่าลอง

เรียกว่าที่นี่เป็นหมุดหมายชิลเอาต์ของชาวไนท์ไลฟ์ที่อยากให้รางวัลตัวเอง ครื้นเครงกับกลุ่มเพื่อนคนสนิทท่ามกลางมู้ดบาร์สุดรื่นรมย์ จบภารกิจฮอปย่านอารีย์ได้อย่างน่าประทับใจ

 

มู้ดแสงไฟสลัว ๆ ภายในร้าน ได้บรรยากาศของความเป็น Casual Bar ที่เข้าถึงง่าย มีความสนุกสนาน และเป็นกันเอง

Un-cle bar

Josh Hotel, อารีย์ซอย 4 (ฝั่งเหนือ)

เปิด วันจันทร์-เสาร์ เวลา 17.00-24.00 น.

โทร. 09-9191-4292 

shorturl.at/MOSY4


เห็นไหมว่าการมีทำเลที่อยู่อาศัยในย่านอารีย์นั้น ทั้งหลากหลาย สนุก และมีสีสันอย่างมาก โดยเฉพาะกับ Via ARI คอนโดสุดหรูภายใต้แนวคิด 'Live in a Work of Art’ซึ่งออกแบบให้เกิดสุนทรียศาสตร์ในการอยู่อาศัย ให้ผู้อยู่อาศัยได้ใช้ชีวิตใจกลางเมืองท่ามกลางบรรยากาศดี ๆ สัมผัสถึงความสุนทรีย์ในการใช้ชีวิตมากที่สุด ตอกย้ำความเป็นลักชัวรีคอนโดมิเนียมทำเลดีบนย่านอารีย์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และพรีวิลเลจแบบครบครันในโลเคชันเดียว

นอกจากความโดดเด่นในเรื่องของโลเคชันซึ่งตั้งอยู่ใจกลางย่านอารีย์แล้ว คอนโดมิเนียม Via ARI แห่งนี้ ยังจัดสรรพื้นที่การอยู่อาศัยได้อย่างเป็นสัดส่วน บาลานซ์การใช้ชีวิตของทุกสมาชิกในครอบครัว ที่ต้องการพื้นที่และใช้ช่วงเวลาดี ๆ กับสัตว์เลี้ยงแสนรักเป็นพิเศษ จะต้องถูกใจกับคอนเซ็ปต์ Pet Allowed  ซึ่งทางโครงการได้อนุญาตให้ผู้อยู่อาศัยสามารถเลี้ยงน้องหมาน้องแมว (ขนาดตามไซส์ที่กำหนด) ในพื้นที่คอนโดฯ ได้อีกด้วย

 

คอนโดมิเนียม Via ARI มาพร้อมการเป็น Pet Allowed พื้นที่สำหรับสัตว์เลี้ยงแสนรักให้กับกลุ่มคนที่ต้องการเลี้ยงน้องหมาหรือน้องแมวภายในคอนโดฯ อีกด้วย (Photo by Via ARI)

 

อยู่ใจกลางอารีย์ ทำเลดี ๆ ที่พักอาศัยที่ให้คุณสัมผัสทุกความยูนีคของโลเคชันอารีย์ได้อย่างตรงใจ (Photo by Via ARI)

สำหรับผู้ที่สนใจ ใช้ชีวิตอย่างมีสไตล์ สัมผัสความเป็น Heritage Vibes ไปกับโครงการ ‘Via ARI’ สามารถลงทะเบียนรับสิทธิ์เยี่ยมชม และข้อเสนอพิเศษที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัยใจกลางย่านอารีย์ก่อนใครได้แล้ววันนี้ที่ http://siri.ly/EInRpa9