Le Manoir Botanica เปิดประสบการณ์ French Dining กลางคฤหาสน์ล้านนาอายุกว่า 100 ปี

Published on September 02, 2026

เช็กอิน Le Manoir Botanica (เลอ มานัวร์ โบทานิกา) จุดหมายด้านอาหารแห่งใหม่ในอำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ชวนสัมผัสประสบการณ์ French Dining ท่ามกลางบรรยากาศของคฤหาสน์ไม้สักล้านนาอายุกว่าศตวรรษที่ได้รับการบูรณะขึ้นใหม่ โดยหลอมรวมเสน่ห์ของอาหารฝรั่งเศส วัตถุดิบจากภาคเหนือ ศิลปะ และธรรมชาติเข้าไว้ด้วยกัน ภายใต้แนวคิด “A Garden in the Clouds” พร้อมเปิดประสบการณ์แรกผ่าน Le Bistro at LMB บิสโทรฝรั่งเศสบรรยากาศผ่อนคลาย ภายใต้การดูแลด้านอาหารของ เชฟโอลิวิเยร์ เอลเซอร์ (Chef Olivier Elzer)

ตัวคฤหาสน์ได้รับการบูรณะโดยยังคงรายละเอียดและจิตวิญญาณของสถาปัตยกรรมล้านนาดั้งเดิมเอาไว้ ตั้งแต่เพดานสูง คานไม้สักเก่าแก่ ไปจนถึงชานเรือนเปิดโล่งที่เชื่อมต่อกับผืนป่าและวิวทิวเขาโดยรอบ พร้อมเลือกใช้วัสดุอย่างหินแกะสลัก เครื่องเซรามิกศิลาดล และไม้สักมาผสมผสานเข้ากับงานออกแบบร่วมสมัย โดยมี Botanical Yellow เป็นหนึ่งในโทนสีสำคัญที่ได้แรงบันดาลใจจากภาพของสวนเหนือสายหมอกยามเช้า

 

Le Manoir Botanica


อีกหนึ่งเสน่ห์ของ Le Manoir Botanica คือการนำศิลปะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ ภายในคฤหาสน์จัดแสดงผลงานกว่า 20 ชิ้นของ อาจารย์จรูญ บุญสวน หนึ่งในศิลปินผู้บุกเบิกงานศิลปะแนว Impressionism ของไทย โดยแต่ละผลงานได้รับการจัดวางให้สัมพันธ์กับแสง สี และพื้นที่ จนทำให้คฤหาสน์แห่งนี้มีบรรยากาศคล้ายกับ Living Gallery ที่สามารถใช้เวลาไปกับทั้งอาหาร ศิลปะ และธรรมชาติได้ในคราวเดียวกัน
 

บรรยากาศภายใน


สำหรับหัวใจของห้องอาหารอยู่ภายใต้แนวคิด “Terroir to Table” ที่ให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ระหว่างวัตถุดิบ ผืนดิน ฤดูกาล และผู้ผลิตในพื้นที่ โดยเลือกใช้ผลผลิตจากฟาร์มพันธมิตร เกษตรกรบนพื้นที่สูง และผู้ผลิตทางภาคเหนือ ไม่ว่าจะเป็นสมุนไพร พืชพรรณท้องถิ่น ผลผลิตออร์แกนิก รวมถึงกาแฟอาราบิก้าที่ปลูกบนพื้นที่สูงกว่า 1,600 เมตร ก่อนนำมาตีความผ่านเทคนิคการปรุงอาหารฝรั่งเศส

ห้องครัวนำโดย Chef Olivier Elzer เชฟชาวฝรั่งเศสที่ผ่านประสบการณ์จากห้องอาหารชั้นนำทั้งในฝรั่งเศสและเอเชีย ไม่ว่าจะเป็น Pierre by Pierre Gagnaire และ L'Atelier de Joël Robuchon ในฮ่องกง รวมถึง Seasons by Olivier E. และ L'Envol ณ The St. Regis Hong Kong โดยครั้งนี้เชฟนำพื้นฐานและความแม่นยำของอาหารฝรั่งเศสมาผสานเข้ากับรสชาติและวัตถุดิบจากภาคเหนือ เพื่อให้แต่ละจานสะท้อนเรื่องราวของพื้นที่ออกมาในมุมที่แตกต่าง

 

มุมอร่อยที่แสนเป็นส่วนตัว


เริ่มต้นประสบการณ์กันที่ Le Bistro at LMB กับเมนู à la carte ที่หยิบอาหาร French Bistro แบบคลาสสิกมาตีความใหม่ด้วยวัตถุดิบตามฤดูกาล ด้วยเมนู Sharing อย่าง Chicken Mousse Toast ขนมปังโทสต์กรอบ เสิร์ฟคู่มูสไก่เนื้อเนียนละมุน เพิ่มความหอมมันด้วย Parmesan Cheese และ Mayonnaise เป็นคำเปิดมื้อที่รสชาติกลมกล่อมและทานง่าย
 

Chicken Mousse Toast

 

หลากหลายขนมปังแสนอร่อย

Starters อย่าง Tomato Salad สลัดมะเขือเทศที่ชูรสชาติสดชื่นและความหวานอมเปรี้ยวตามธรรมชาติของมะเขือเทศ เสิร์ฟพร้อม Comté Foam โฟมชีสกงเต้เนื้อนุ่มละมุน เพิ่มสัมผัสกรุบกรอบด้วย Croutons ช่วยสร้างทั้งความครีมมี่และเท็กซ์เจอร์ในคำเดียว
 

Tomato Salad

ต่อกันที่ Escargots “À La Bourguignonne” หนึ่งในเมนูฝรั่งเศสคลาสสิกกับหอยทากอบสไตล์เบอร์กันดี ปรุงด้วย Garlic Parsley Butter หรือเนยกระเทียมและพาร์สลีย์ ให้รสเข้มข้น หอมมัน และกลิ่นสมุนไพรที่เป็นเอกลักษณ์
 

Escargots “À La Bourguignonne”

หรือจะเป็นเมนูเรียกน้ำย่อยอย่าง Melon Salad ที่มาในโทนสดชื่นจากเมลอน เสิร์ฟคู่ Burrata ชีสเนื้อนุ่มครีมมี่ เพิ่มกลิ่นหอมและรสเผ็ดบาง ๆ ด้วย Arugula ก่อนเติมสัมผัสกรุบกรอบจาก Almonds เป็นการจับคู่รสหวาน มัน และสดชื่นไว้ด้วยกัน
 

Melon Salad

ส่วนใครชอบเนื้อลองเป็น Steak Tartare เนื้อวัวดิบสับปรุงรสในสไตล์ฝรั่งเศส เสิร์ฟพร้อม Crispy Bread เพิ่มเท็กซ์เจอร์กรุบกรอบ พร้อม Capers ที่ให้รสเปรี้ยวเค็ม และ Tabasco Dressing ที่ช่วยเติมความเผ็ดอมเปรี้ยวให้รสชาติของเนื้อมีมิติมากขึ้น
 

Steak Tartare

มาถึง Main Courses วันนี้เราเลือกเป็น Charcoal-Grilled Octopus ปลาหมึกยักษ์ย่างถ่านที่เน้นกลิ่นหอมสโมกกี้จากเตา เสิร์ฟคู่กับ Bell Pepper Purée พิวเรพริกหวานเนื้อเนียนและกะหล่ำปลี ช่วยเสริมทั้งความหวานและความสดชื่นให้กับรสของปลาหมึก
 

Charcoal-Grilled Octopus

หรือจะลองเป็น Beef Bourguignon อีกหนึ่งอาหารฝรั่งเศสคลาสสิก กับเนื้อวัวตุ๋นที่ปรุงจนเนื้อนุ่มและซึมซับรสชาติของซอส เสิร์ฟพร้อม Carrots, Mushrooms และ Mash Potato เนื้อเนียน เป็นเมนูรสเข้มข้นที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นในแบบ French Comfort Food
 

Beef Bourguignon

นอกจากนี้ยังมี Steak Frites เมนูประจำบิสโทรฝรั่งเศสที่จับคู่ Grilled Ribeye เนื้อริบอายย่างกับเฟรนช์ฟรายส์ เสิร์ฟพร้อม Salad และ Pepper Sauce ซอสพริกไทยรสเข้มข้น พร้อม Bone Marrow ที่ช่วยเพิ่มความหอมมันและรสอูมามิให้กับจาน
 

Steak Frites

ปิดท้ายมื้อนี้ด้วยของหวานน่าลองอย่าง Crème Brûlée ของหวานฝรั่งเศสคลาสสิกกับคัสตาร์ดเนื้อเนียนนุ่ม หอมกลิ่นวานิลลา ด้านบนเคลือบน้ำตาลแล้วเบิร์นจนกลายเป็นคาราเมลบางกรอบ ให้ได้เคาะก่อนตักทานพร้อมกัน เป็นการตัดกันของเนื้อสัมผัสกรอบและครีมมี่อย่างลงตัว
 

Crème Brûlée

และ Tarte Tatin ทาร์ตแอปเปิลกลับด้านสไตล์ฝรั่งเศสที่นำแอปเปิลไปคาราเมลไลซ์จนได้ความหวานหอมและเนื้อนุ่ม เสิร์ฟคู่กับ Passion Fruit Sorbet รสเปรี้ยวสดชื่น ช่วยตัดความหวานของคาราเมลและปิดท้ายมื้อได้เบาสบายขึ้น
 

Tarte Tatin

นอกจากอาหารแล้ว โปรแกรมไวน์ของที่นี่ยังได้รับการดูแลโดย Bertrand Lutaud มาสเตอร์ซอมเมอลิเยร์ที่คัดสรรไวน์จากหลากหลายแหล่งผลิตทั่วโลก โดยให้ความสำคัญกับเรื่องราวและ Terroir ของไวน์แต่ละขวด ขณะที่ฝั่งบาร์หยิบพืชพรรณและวัตถุดิบท้องถิ่นมาต่อยอดเป็นเครื่องดื่ม ไม่ว่าจะเป็นโหระพาไทย บีทรูทจากฟาร์ม Mollisol และ Elderflower ในซิกเนเจอร์ค็อกเทลอย่าง LMB Essence รวมถึงเครื่องดื่มจากผู้ผลิตไทยอย่างคราฟต์เบียร์เชียงใหม่ ฉลองเบย์รัมกลิ่นมะกรูด และล้านนาวอดก้า

ปัจจุบัน Le Manoir Botanica วางแผนเปิดประสบการณ์ออกเป็น 2 รูปแบบ โดย Le Bistro at LMB เปิดให้บริการแล้วในบรรยากาศ French Bistro แบบสบาย ๆ รองรับแขกประมาณ 30 ที่นั่ง ส่วน **Le Manoir Botanica Dining Room** เตรียมเปิดให้บริการในลำดับถัดไปในรูปแบบ Fine Dining ที่มีเพียง 18 ที่นั่ง พร้อมนำเสนออาหารฝรั่งเศสชั้นสูงในบรรยากาศที่เป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้น

 

Le Manoir Botanica

Le Manoir Botanica

512 6, ตำบล ริมใต้ อำเภอแม่ริม เชียงใหม่ 50180
เปิดทุกวันพุธ - วันจันทร์ เวลา 11.30-13.45 น. และ เวลา 17.30-20.30 น. (ปิดทุกวันอังคาร)
โทร. 098-941-4149
www.lemanoirbotanica.com