[Coffee Guide] How to Order Coffee Like a Pro - Part l

Published on June 26, 2018

สำหรับคนที่ชอบแวะไป Hopping กันตามคาเฟ่และร้านกาแฟเก๋ ๆ คงมีดริงก์กาแฟแก้วโปรดที่สั่งกันเป็นประจำ แต่หลายคนอาจจะไม่แน่ใจว่ากาแฟแต่ละตัวต่างกันอย่างไร ลองมาดูความแตกต่างของ 10 กาแฟยอดฮิตที่เราคัดมาให้ลองเปลี่ยนบรรยากาศด้วยดริงก์ใหม่ ๆ ให้เพิ่มเป็นอีกหนึ่งกาแฟแก้วโปรดได้แบบมือโปร

อัตราส่วนของปริมาณส่วนผสมในกาแฟแต่ละชนิด อิงจากหนังสือ Coffee Obsession เขียนโดย Anette Moldvaer และ The World Encyclopedia of Coffee เขียนโดย Mary Banks, Christine McFadden, Catherine Atkinson. 

รูปภาพประกอบเป็นการจำลองความแตกต่างของกาแฟแต่ละประเภทแบบคร่าว ๆ ซึ่งกาแฟแต่ละประเภทของแต่ละร้านอาจมีหน้าตาแตกต่างกันตามสูตรเฉพาะและเคล็ดลับได้



START WITH PURE COFFEE SHOT


 

Espresso

Espresso

ในกาแฟทุกชนิดที่เราคุ้นเคยกัน จะมีเบสเป็นน้ำกาแฟรสเข้มหรือที่เราเรียกกันคุ้นหูว่า "Espresso" อันเกิดจากการกดน้ำอุณหภูมิ 92-94 ºc ให้ไหลผ่านกาแฟจนได้ปริมาณประมาณ 25-50 ml. แล้วจึงนำไปใช้เป็นเบส ผสมกับส่วนผสมหลายชนิดจนแตกย่อยเป็นประเภทกาแฟอื่น ๆ อีกหลากหลาย ซึ่งการเปลี่ยนจากเมล็ดกาแฟธรรมดาให้กลายเป็นเอสเพรสโซนี้จะต้องผ่านกระบวนการการ Brew ที่มี "แรงดัน" เข้ามาช่วยเท่านั้น จึงจะได้กาแฟรสเข้มเป็นช็อตได้ นอกจาก Espresso ที่คุ้นเคยกัน หลายคนอาจไม่รู้ว่าแท้จริงแล้ว กาแฟแบบช็อตก็มีประเภทอื่นอย่าง Ristretto และ Lungo ด้วย ซึ่งแต่ละร้าน แต่ละเมือง แต่ละประเทศก็จะมีอัตราส่วนของกาแฟกับน้ำที่ต่างกันไป

Ristretto

หากจะเรียก Ristretto ว่าเป็นเอสเพรสโซชนิดหนึ่งก็คงไม่ผิด Ristretto เป็นตัวที่เข้มข้นมากที่สุดเมื่อเทียบกับกาแฟทุกชนิด ซึ่งหากใช้ปริมาณกาแฟที่เทียบเท่ากับของ Espresso แล้ว Ristretto จะมีปริมาณน้ำน้อยกว่า (เกิดจากการกดให้น้ำไหลผ่านกาแฟด้วยความแรงเท่ากันแต่ในระยะเวลาที่สั้นกว่า) โดยรวมแล้วอยู่ที่ประมาณ 15-20 ml.

Lungo

Lungo เป็นตัวที่เข้มข้นน้อยลงมาจาก Ristretto และ Espresso กล่าวคือ หากปริมาณกาแฟเทียบเท่ากับของ Espresso แล้วนั้น Lungo จะมีปริมาณน้ำผสมอยู่มากกว่า มักมีปริมาณต่อแก้วประมาณ 50-90ml.

เรียงความเข้มข้นเรียงจากมากไปน้อย Ristretto > Espresso > Lungo ตามลำดับ


สำหรับใครที่อยากลองกาแฟเข้ม ๆ แบบสามตัวนี้ ก็สามารถบอกทางร้านกาแฟให้ทำขึ้นได้ทั้งนั้น เพียงแต่กาแฟแต่ละชนิด เมื่อผ่านการคั่วหรือผ่านกระบวนการผลิตที่ต่างกัน (แม้จะเป็นเมล็ดกาแฟสายพันธุ์เดียวกันก็ตาม) กระบวนการเหล่านั้นก็จะส่งผลให้มีคาแรกเตอร์ที่ต่างกัน เพราะฉะนั้นคาแรกเตอร์ของเมล็ดกาแฟของแต่ละร้าน อาจทำ Espresso ได้รสชาติที่ดี แต่อาจไม่เหมาะกับการทำ Ristretto หรือ Lungo ได้