สัมผัสลุคใหม่ และความอร่อยสุดพรีเมียมกับ 8 ร้านดังใน Eight Thonglor

Published on May 28, 2018

Eight Thonglor ไลฟ์สไตล์มอลล์ ใจกลางทองหล่อ อีกหนึ่งแหล่งแฮงเอาท์ของคนเมือง ปรับลุคใหม่ทันสมัย เรียบ เท่ ภายใต้แรงบันดาลใจจากความพลิ้วไหวของผืนผ้าบนรันเวย์ นอกจาก Facade จะได้รับการปรับโฉมแล้ว ยังมาพร้อมร้านอาหารจากแบรนด์ดังหลากสไตล์ ที่ให้คุณได้เพลิดเพลินทั้งการกิน ช้อป ชิลล์ ได้อย่างเต็มอิ่ม และผ่อนคลายไปกับบรรยากาศห้องนั่งเล่นที่แสนเย็นสบายกลางทองหล่อ

 

ไม่ว่ามุมไหน ๆ ก็สามารถมองเห็นความพลิ้วไหวของโครงสร้างอาคารโฉมใหม่ได้อย่างชัดเจน

ภาพลักษณ์ใหม่ของ Eight Thonglor ไม่เพียงแต่จะปรับให้ดูทันสมัย เนี้ยบและเรียบง่าย ดูสบายตาขึ้น ภายในมอลล์ก็ได้เพิ่มวาไรตี้ของร้านค้าไว้อย่างครบครัน ทั้งร้านอาหาร คาเฟ่ แฟชั่นดีไซเนอร์ไทยและต่างประเทศให้เลือกช้อปแบบจุใจ รวมถึงสตูดิโอโยคะและร้านเสริมความงามทั้งชายและหญิงแบบครบวงจร ภายใต้บรรยากาศความเป็นส่วนตัว สะดวกสบาย ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าทุกเพศทุกวัย

 

ดึงดูดสายตาด้วยงานดีไซน์โครงสร้างด้านหน้าอาคารที่พลิ้วไหวมากยิ่งขึ้น

ครั้งนี้ BKK จึงไม่รอช้าขออาสาพาทุกคนไปสัมผัสประสบการณ์ดี ๆ ครั้งใหม่ของ Eight Thonglor กันถึงที่ ผ่านความอร่อยสุดพรีเมียมกับ 8 ร้านดังที่นักชิมทั้งหลายห้ามพลาด ส่วนจะเป็นร้านไหนบ้างนั้น ตามไปเช็คอินพร้อม ๆ กันเลย 

1

Paul Bakery

 

มีพื้นที่ให้นั่งจิบเครื่องดื่ม ทานขนมแบบชิลล์ ๆ

ประเดิมความอร่อยแบบพรีเมียมกันที่ Paul Bakery ร้านเบเกอรี่ชื่อดังสัญชาติฝรั่งเศสที่สร้างความประทับใจให้กับคนทั่วโลกมาแล้วกว่า 129 ปี ได้ขยายความอร่อยในคอนเซ็ปต์ใหม่ล่าสุด 'Grab & Go Cafe' สาขาแรกที่ Eight Thonglor 

 

ยินดีต้อนรับสู่ Paul สาขา Eight Thonglor

ความพิเศษของสาขานี้ คือรูปแบบความเป็นคาเฟ่ที่เข้าถึงง่าย ใกล้เคียงคอนเซ็ปต์ดั้งเดิมของร้าน Paul Bakery ในฝรั่งเศส เพิ่มความสะดวกสบายให้ทุกคนสามารถ Grab & Go เครื่องดื่ม เบเกอรี่ และเมนูอาหารเช้าได้ตลอดวัน พร้อมกับดีไซน์พื้นที่ให้มีโซนนั่งทานขนม จิบเครื่องดื่มแบบชิลล์ ๆ อีกด้วย ใครที่รักในความหอมอร่อยของ Paul Bakery บอกเลยว่าห้ามพลาด

 

โซนเคาน์เตอร์สำหรับสั่งเมนูเครื่องดื่มและขนมต่าง ๆ

ในส่วนของตัวเมนูนั้น ยังคงความเป็นแบรนด์ที่พร้อมเสิร์ฟความอร่อยด้วยเมนูยอดนิยมต่าง ๆ แบบเป็นมาตรฐานเดียวกัน ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะเป็นเมนู Must Have หรือเป็นเมนูขายดีที่ทางร้าน Paul จะต้องมี ไม่ว่าจะเป็นเมนูสลัดผักออร์แกนิก เมนูขนมอบแสนอร่อยที่เป็น Daily Fresh Baked อย่างครัวซองต์ แซนด์วิช ทาร์ต และอื่น ๆ อีกมากมาย ทุกเมนูที่ Paul นำเสิร์ฟวัตถุดิบต่าง ๆ ล้วนอิมพอร์ตเข้ามาจากประเทศฝรั่งเศสทั้งหมด เพราะฉะนั้นการันตีคุณภาพได้ว่าความอร่อยเหมือนต้นตำรับแน่นอน สำหรับเมนูแนะนำที่ต้องลอง ได้แก่ Salade Haricots Vert Saumon Roti (275 บาท) สลัดผักออร์แกนิก 100 เปอร์เซ็นต์ คัดสรรวัตถุดิบชั้นดีทั้งผักสลัด แซลมอน ไข่ต้ม มะเขือเทศ งา และถั่วชนิดต่าง ๆ ที่นำเข้ามาจากต่างประเทศล้วน ๆ 

 

Salade Haricots Vert Saumon Roti (275 บาท)

ตามมาด้วย Le Dieppois Citron (200 บาท) แซนด์วิชสไตล์ฝรั่งเศสที่ทำจากขนมปังบาแก็ตต์ สอดไส้ทูน่าและครีมชีสเลมอน 

 

Le Dieppois Citron (200 บาท)

และพิเศษสุดกับ 2 เมนูที่มีเสิร์ฟเฉพาะที่สาขา Eight Thonglor เท่านั้นกับ Sakura Canelé (100 บาท) คานาเล่หรือขนมขึ้นชื่อของฝรั่งเศส ที่ทาง Paul ได้ครีเอทขึ้นมาใหม่โดยการใส่ผงซากุระเข้าไปใน Canelé ทำให้ด้านในขนมมีสีชมพู ให้เท็กซ์เจอร์กรอบนอกนุ่มในชุ่มฉ่ำไปด้วยซอสซากุระ และ Sakura Latté (150 บาท) เครื่องดื่มที่ครีเอทผงซากุระออกมาเป็นเมนูลาเต้ รสหวานน้อย กลมกล่อม หอมกลิ่นดอกซากุระอ่อน ๆ ส่วนใครที่ชอบดื่มโกโก้ อาจจะสั่งเป็น Iced Chocolate (160 บาท) ก็ได้รสชาติเข้มข้น ดีงามไม่แพ้กัน 

 

Sakura Canelé (100 บาท)

 

Sakura Latté (150 บาท)

Paul Bakery 
ชั้น G Eight Thonglor
เปิดทุกวัน เวลา 08.00-20.00 น.
โทร. 0-2014-1677
www.facebook.com/paul1889.thailand

2

The Blooming Gallery

 

สัมผัสความร่มรื่นสบายตาได้ตั้งแต่บริเวณทางเข้าร้านเลยทีเดียว

เอาใจสาย Cafe Hopping กันอย่างต่อเนื่องกับ The Blooming Gallery คาเฟ่ชาในย่านทองหล่อ ที่มาพร้อมบรรยากาศของเรือนดอกไม้แสนสวยสไตล์ยุโรป โดย คุณเจิน-ศศิ ดิลกชวนิศ และ คุณวี-สุวีรา เติมรุ่งเรืองเลิศ สองสาวที่รักธรรมชาติ ชื่นชอบดอกไม้ วัฒนธรรมการดื่มชา และหลงใหลในงานศิลปะแบบเดียวกัน ทำให้ร้านนี้เป็นสถานที่เพื่อให้คนกรุงฯ ได้แวะเข้ามาจิบชา รีชาร์จความสุข ความสดชื่นกับพื้นที่นี้อย่างเต็มที่  


บรรยากาศภายในคาเฟ่อบอวลไปด้วยความสวยงามและความร่มรื่นของสวนดอกไม้ โดยแรงบันดาลใจในการตกแต่งร้านส่วนหนึ่งนั้นมาจากผลงานภาพวาดแนว Impressionist จากศิลปินคนโปรด Oscar Claude Monet นักวาดภาพสีน้ำมันชาวฝรั่งเศส ซึ่งสอดคล้องกับคอนเซ็ปต์ของทางร้านที่ต้องการให้ที่นี่เป็น Hidden Space เพื่อให้คนที่เข้ามารู้สึกผ่อนคลายที่สุด แต่ในขณะเดียวกันก็ดึงเสน่ห์ ความดิบเท่สไตล์ Sweet Rustic มามิกซ์แอนด์แมตช์กันไว้ได้อย่างลงตัว พร้อมแบ่งโซนนั่งออกเป็น 3 โซนหลัก ๆ ได้แก่ โซนสวนดอกไม้ ที่จำลองบรรยากาศเรือนกระจกมาไว้ ตามมาด้วยโซนบาร์ ที่ให้บริการเครื่องดื่มทุกประเภท และโซนด้านใน ที่เพิ่มความโรแมนติกด้วยแสงไฟสีส้ม

 

บรรยากาศภายในร้านตกแต่งในสไตล์ Sweet Rustic

ด้านอาหารทุกเมนูของ The Blooming Gallery มีการสอดแทรกดีเทลของชาและดอกไม้ลงไปในตัวอาหารด้วย ขอแนะนำ Angel Hair Spaghetti Mentaiko with Young Tiger Prawns (280 บาท) เส้น Angel Hair ผัดพริกแห้ง กระเทียม Olive Oil และ White Wine กับกุ้ง ปรุงรสชาติหลังจากปิดไฟ ใส่ไข่ปลา Mentaiko ลงไป แต่งด้วยไข่ปลาแซลมอน และ Ressy Tuile และดอกไม้ 


 

Angel Hair Spaghetti Mentaiko with Young Tiger Prawns (280 บาท)

ส่วนเมนูไฮไลท์ ขอยกให้กับขนมสุดครีเอทอย่าง A Path in the forest : Matcha Mousse Soft Cheesecake (380 บาท) มัทฉะมูสที่แบ่งเลเยอร์ออกเป็นหลายชั้น เพื่อเพิ่มรสสัมผัสให้กับตัวขนม โดยชั้นด้านล่างสุดเป็นชีสเค้ก ถัดขึ้นมาเป็นมัทฉะมูส ตามด้วยครัมเบิลกรุบกรอบ และวิปครีมสดชั้นบนสุด ก่อนจะโรยด้วยผงมัทฉะจากเกียวโตให้ทั่วทั้งชิ้น แล้วเสิร์ฟลงบนถ้วยหินอ่อนสีดำคู่กับช้อนไม้ รสชาติที่ได้ก็คือความนุ่มละมุนของเนื้อมูส ผสานความกรุบกรอบของครัมเบิล

 

A Path in the forest : Matcha Mousse Soft Cheesecake (380 บาท)

The Blooming Gallery
ชั้น LG Eight Thonglor
เปิดทุกวัน เวลา 10.00-22.00 น.
โทร. 0-2063-5508
www.facebook.com/thebloominggallery