ปักหมุดโลเคชันสุดเจ๋งที่เจริญหู เจริญตา ในย่านเจริญกรุง

Published on June 27, 2019

Exploring Charoenkrung

ขอยกให้เจริญกรุงเป็นอีกหนึ่งย่านฮิป ๆ เพราะนอกจากเป็นย่านที่มีประวัติยาวนาน ตามตรอกซอกซอยยังมีโลเคชันและกิจกรรมใหม่ ๆ ชวนให้ตื่นเต้นตลอดเวลา โดยเฉพาะซอยเจริญกรุง 30 และ 32 ที่หลาย ๆ คนคุ้นเคยกันอย่างดี เพราะมักเป็นเส้นทางที่จัดกิจกรรม Bangkok Design Week อยู่หลายครั้ง

 

ซอยเจริญกรุง

BKK. จึงขอชวนคุณมาเดินเล่น ปักหมุดโลเคชันสุดเจ๋งอย่างถ้วนทั่ว ตั้งแต่ต้นซอยไปยังท้ายซอย ไม่ว่าจะเดินชิลล์ ช้อปปิ้งงานดีไซน์เท่ ๆ ในคอมมูนิตี้มอลล์อย่าง Warehouse 30 แวะชิมอาหารสไตล์ตะวันออกกลางแบบชาวภารตะ แวะทานขนมหวานเรียกความสดชื่นที่คาเฟ่ใกล้ ๆ  เดินชมงานศิลปะในอาร์ตสเปซสุดคูลที่ ATT19 หรือแม้กระทั่งสตรีทอาร์ตที่พบเจอได้ง่าย ๆ บนท้องถนนก็ล้วนมาช่วยสร้างสีสันให้คุณเจริญหู เจริญตา ในย่านเจริญกรุงอย่างแท้จริง

 

Scraching The Surface สตรีทอาร์ตในตรอกกัปตันบุช ผลงานของ Vhils ศิลปินร่วมสมัย ชาวโปรตุเกส

 

Fotoclub BKK

มาเดินย่านฮิป ๆ ที่เจริญกรุงทั้งที แน่นอนว่าต้องมีมุมสวย ๆ น่ากดชัตเตอร์ถ่ายภาพอย่างแน่นอน แต่สำหรับสายฮิปที่ตกหลุมรักในมนต์เสน่ห์ของภาพอะนาล็อกจากกล้องฟิล์มแล้วละก็ สามารถแวะมาเดินชิลล์ แชะภาพในย่านเจริญกรุง และล้างฟิล์มได้อย่างครบสูตรกันที่ Fotoclub BKK คอมมูนิตี้ของคนรักกล้องฟิล์ม ที่เริ่มต้นมาจากการถ่ายภาพเล่น ๆ เป็นงานอดิเรก ก่อนจะเก็บสะสมอุปกรณ์ต่าง ๆ เรื่อยมา จนกระทั่งกลายมาเป็นชมรมถ่ายภาพที่เป็นมากกว่าร้านล้างฟิล์มท่ัวไป

 

คอมมูนิตี้ของคนรักการถ่ายรูป

 

มุมน่ารัก ๆ ภายในร้าน

นอกจากบริการล้างรูปเป็นหลักแล้ว Fotoclub BKK แห่งนี้ ยังทำหน้าที่เสมือนเป็นคอมมูนิตี้เล็ก ๆ ที่มาร่วมแชร์ประสบการณ์และเทคนิคการถ่ายภาพร่วมกัน ภายในร้านมีฟิล์มชนิดต่าง ๆ โดยเฉพาะคราฟต์ฟิล์มแปลก ๆ หายาก เช่น Film Never Die, My Heart 35mm Color Print Film ไปจนถึงกล้องฟิล์มคลาสสิก อีกทั้งยังมีห้องมืดบริเวณชั้น 2 ที่อนาคตจะเปิดให้บริการแก่คนรักฟิล์มได้เข้ามามีส่วนร่วมในการใช้งาน ไม่แน่นะว่า เร็ว ๆ นี้ คุณอาจจะมีโอกาสได้ล้างรูปที่คุณถ่ายเองกับมือก็เป็นได้!

 

ภายในร้านมีคราฟต์ฟิล์มแปลก ๆ หายากให้ได้ชมอีกด้วย

Fotoclub BKK
ซอยเจริญกรุง 32
เปิดทุกวัน เวลา 11.00 - 20.00 น.
โทร. 087-673-7333
www.facebook.com/fotoclubbkk

 

บริเวณหน้าร้าน ดึงดูดสายตาด้วยประตูไม้บานเฟี้ยมที่ถอดแบบมาจากประตูเหล็กของตึกแถว อาคารบ้านเรือนส่วนใหญ่ของคนไทยเชื้อสายจีน

เดินชิลล์ชมความคลาสสิกอย่างต่อเนื่องกับคาเฟ่สุดฮิปสไตล์จีนอย่าง Hēijīi Bangkok ที่ตั้งอยู่ภายในซอยเจริญกรุง 43 เพียงเเค่เดินข้ามถนนจากซอยเจริญกรุง 32 ไปไม่กี่ก้าวเดิน บรรยากาศร้านดึงเอากลิ่นอายชุมชนเก่าแก่ของคนไทยเชื้อสายจีนและหลากหลายเรื่องราวความทรงจำในวัยเด็กของผู้เป็นเจ้าของมาไว้ภายในร้าน ถ่ายทอดผ่านเมนูเครื่องดื่มและโฮมเมดเบเกอรี ท่ามกลางบรรยากาศสบาย ๆ สไตล์จีนประยุกต์ที่ให้กลิ่นอายของความคลาสสิกทั้งภายนอกและภายใน ไม่ว่าจะเป็นหลังคาจีนโบราณ ประตูบานเฟี้ยมแบบห้องแถวชุมชนจีน เฟอร์นิเจอร์แนววินเทจ งานไม้ ผนังอิฐปูนเปลือยที่คงเอกลักษณ์โครงสร้างดั้งเดิมของตัวอาคารไว้

FULL REVIEW
 

อีกหนึ่งมุมสบาย ๆ ให้นั่งจิบเครื่องดื่ม ทานขนม พร้อมชมวิวแบบชิลล์ ๆ

 

Financier with Kumquat Sauce (150 บาท)

หากใครที่ไม่ดื่มกาแฟ ลองสั่ง Hongkong Papaya Milk (85 บาท) นมมะละกอปั่นสดสูตรฮ่องกง ให้รสหวานอย่างเป็นธรรมชาติ เสิร์ฟมาในแก้วแบบ Take Away ที่ใช้กระดาษสีน้ำตาลสกรีนโลโก้รูปไก่ตราสัญลักษณ์ของคาเฟ่แทนฝาแก้วพลาสติกทั่วไป และสั่ง Financier with Kumquat Sauce (150 บาท) ขนมเค้กสไตล์ฝรั่งเศสขนาดสี่เหลี่ยมผืนผ้ามาทานคู่กัน เสิร์ฟมาพร้อมกับแยมส้มจีนที่ทางร้านทำเอง โดยใช้ส้มจีนที่ปลูกไว้ด้านหน้าร้านมาเป็นวัตถุดิบ ให้รสเปรี้ยวอมหวานและกลิ่นหอมสดชื่นของส้ม เชื่อว่าใครได้ลองชิมเป็นต้องติดใจ!

 

Hongkong Papaya Milk (85 บาท)

Heijii Bangkok
ซอยเจริญกรุง 43
เปิดทุกวันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 09.00-18.00 น.
โทร. 08-3466-8999
www.facebook.com/heijiibkk

 

ATT19

ใกล้กันนั้นอยากชวนคุณมาเดินเล่นที่ ATT 19 อาร์ตสเปซแห่งใหม่ของคน (เจริญ) กรุง ที่รวมงานดีไซน์ร่วมสมัยมาให้ทุกคนได้ช้อป ชม ชิลล์ ตั้งแต่ของแต่งบ้าน เสื้อผ้าวินเทจที่ออกแบบโดยดีไซเนอร์ของแบรนด์ดัง ไปจนถึงงานแอนทีคน่าสะสมที่มีคุณค่าทางจิตใจ บริเวณชั้น 2 ที่มีการจัดนิทรรศการศิลปะหมุนเวียนมาให้ได้ชมกันแทบทุกเดือน

 

บนชั้น 2 มีแสงธรรมชาติส่องลงมาจากเพดานกระจก

 

ศิลปะร่วมสมัยและโบราณวัตถุต่าง ๆ ที่ผสมผสานความงามได้อย่างกลมกลืน

ATT19 ซ่อนตัวอยู่หลังทางเดินที่ขนาบด้วยต้นปาล์มสองข้างทาง โดยมีลักษณะเป็นตึกสองชั้นที่ดีไซน์พื้นที่ด้านในแบบโปร่งโล่งและมากด้วยฟังก์ชันการใช้งาน พื้นที่แห่งนี้แต่เดิมเป็นตึกเก่าที่มีอายุถึง 120 ปี ก่อนจะรีโนเวทให้มีชีวิตชีวาด้วยผลงานศิลปะร่วมสมัย และโบราณวัตถุแอนทีคที่รวมตัวกันได้อย่างกลมกลืนเบื้องหลังกำแพงสีขาว ที่ยังคงร่องรอยความสวยงามของตึกเก่าบางส่วนเอาไว้ให้ชม มีเพดานกระจก บริเวณ Courtyard กลางบ้าน ที่เปิดรับแสงธรรมชาติให้ส่องลงมาสร้างบรรยากาศความอบอุ่นให้การเดินชมนิทรรศการบนชั้น 2 นั้นสบายตาและเพลิดเพลินมากยิ่งขึ้น

 

โซนเสื้อผ้าวินเทจ ออกแบบโดย Designer ของแบรนด์ดัง

 

คอมมูนิตี้ศิลปะดี ๆ ที่เหมาะมาเดินเล่นในสุดสัปดาห์นี้

ATT19
ซอยเจริญกรุง 30
เปิดวันจันทร์-เสาร์ เวลา 11.00 - 19.00 น.
โทร. 08-3555-5739
4

Sallim Restaurant

 

Sallim Restaurant

กลางซอยเจริญกรุง 30 มีอีกหนึ่งร้านอาหารสัญชาติอินเดีย-ปากีสถาน เจ้าเก่าแก่ราคาย่อมเยา ตั้งอยู่ติดกับไปรษณีย์กลางที่ชื่อว่า Sallim Restaurant ชวนให้เข้าไปชิมอาหารสไตล์ตะวันออกกลางในตึกแถวทรงสูง บรรยากาศร้านยังคลาสสิกหมือนเมื่อครั้งสมัยก่อนที่เปิดให้บริการมาแล้วมานานกว่า 30 ปี โดยร้านยังคงเต็มไปด้วยลูกค้าขาประจำและขาจรทั้งชาวตะวันออกกลางและชาวไทยที่แวะมานั่งทานกันตลอดวัน

 

ความเด็ดของร้าน Sallim Restaurant ที่ทำให้หลายคนยังแวะเวียนมาอยู่ตลอดคือรสชาติอาหารที่กลมกล่อมถึงเครื่อง ซึ่งสำหรับใครไม่เคยทานอาหารสไตล์นี้มาก่อน คงต้องเปลี่ยนความคิดเสียใหม่ ถ้าได้ลิ้มลอง แกงกะหรี่เนื้อ (90 บาท) เมนูเบสิกที่เข้มข้นด้วยน้ำแกงปรุงรส อัดแน่นไปด้วยเครื่องเทศหลากหลายชนิดที่นำไปเคี่ยวกับเนื้อชิ้นพอดีคำ ได้รสชาติเข้มข้นและความเผ็ดร้อนกำลังดี ทานคู่กับ โรตีโอ่งหรือเเป้งนานเนยกระเทียม (30 บาท) โรตีบางกรอบหอมกลิ่นกระเทียมและเนย ความพิเศษของแป้งนานคือ ความกรอบนอกนุ่มในด้วยวิธีการอบในโอ่งแบบดั้งเดิม ยิ่งได้ทานคู่กับแกงกระหรี่ก็ยิ่งอร่อยครบรส ต่อด้วย ไก่ย่างติ๊กก้า (90 บาท) ไก่ย่างหมักเครื่องเทศสีแดงเข้มเป็นเอกลักษณ์ ที่เหมาะจะสั่งมาทานเป็นเครื่องเคียงกับแกงต่าง ๆ โดยเฉพาะถ้าได้ชาอินเดียร้อน ๆ หอมกลิ่นอบเชยมาดื่มคู่กันสักหน่อย รับรองว่าจะเป็นมื้ออาหารอินเดีย-ปากีสถานสุดประทับใจของคุณแน่นอน
 

แกงกะหรี่เนื้อ (90 บาท), โรตีโอ่งหรือเเป้งนานเนยกระเทียม (30 บาท) และไก่ย่างติ้กก้า (90 บาท)

Sallim Restaurant
ซอยเจริญกรุง 32 (ข้างตึกไปรษณีย์กลาง)
เปิดทุกวันเวลา 09.00-21.00 น.
โทร. 08-1627-3643, 0-2237-1060
www.facebook.com/SallimRestaurantBKK

5

Warehouse 30

FULL REVIEW
 

Warehouse 30

นับได้ว่าเป็นการเพิ่มมนต์เสน่ห์ให้กับย่านเจริญกรุงอย่างแท้จริงสำหรับ Warehouse 30 ครีเอทีฟคอมมูนิตี้คอมเพล็กซ์ ที่แปลงโฉมโกดังเก่าให้กลายมาเป็นแหล่งแฮงเอาต์สุดฮิป ที่รวบรวมร้านอาหาร คาเฟ่ ช็อปสินค้าหลากหลายประเภท ไปจนถึงโรงฉายหนัง และเป็นพื้นที่ Co-Working Space ให้ทุกคนได้มาเดินช้อป ชิม ชิลล์ หรือร่วมสนุกกับกิจกรรมต่าง ๆ ได้ทั้งในวันธรรมดาและช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ นอกจากนี้ยังเป็นโลเคชันสุดฮิปที่สายถ่ายรูปต้องมาเช็กอินว่าถึงย่านเจริญกรุงแล้ว

FULL REVIEW
 

มุมยอดฮิตที่มักมีคนแวะมาถ่ายรูปอยู่เสมอ

Warehouse 30
ซอยเจริญกรุง 30
เปิดทุกวัน เวลา 11.00 - 20.00 น.
www.facebook.com/Warehouse30BKK

6

Horse Unit

 

Horse Unit

ข้าง ๆ กันนั้น เป็นไลฟ์ไตล์แฟชั่นสโตร์เท่ ๆ อย่าง Horse Unit ที่หากใครไปเดิน Warehouse 30 บ่อย ๆ อาจคุ้นหูคุ้นตากันอยู่บ้างกับไอเท็มดิบเท่สไตล์ Vintage Military Workware ที่หยิบจับเอาของวินเทจสมัยสงครามโลกยุคต่าง ๆ มาให้เลือกมิกซ์แอนด์แมตซ์ ช้อปปิ้งอย่างเพลิดเพลิน เพราะ คุณบาส-ธรรมนูญ ใหม่พิมพ์ คัดสรรแต่ละชิ้นมาอย่างดี เช่น เสื้อผ้า Workware สำหรับใส่ทำงาน, ไอเท็ม Deadstock ของตกแต่งบ้านจากหลากหลายแห่งทั่วโลก โดยเน้นลวดลายกราฟิกเท่ ๆ ที่มี Text สวย ๆ ซ่อนอยู่เป็นกิมมิกและมีเอกลักษณ์ในทุก ๆ ชิ้น ใครที่ชื่นชอบของเก่าสะสมแล้วละก็ อย่าลืมแวะมาอัพเดตไอเท็มโดนใจกันได้ที่สโตร์แห่งนี้

 

ไอเท็มดิบเท่ สไตล์ Vintage Military Workware

 

คำคมและกราฟิกเท่ ๆ ล้วนมีเสน่ห์ทุกชิ้น

Horse Unit
โครงการ Warehouse 30
เปิดทุกวันพฤหัส - อังคาร เวลา 11.00 - 20.00 น. (ปิดวันพุธ)
โทร. 08-9454-2250
www.facebook.com/horseunitshop

 

Sweet Pista

แฟน ๆ ของร้าน Sweet Pista สุขุมวิท 31 สามารถแวะเวียนมาทานอาหารโฮมเมดในบรรยากาศแสนอบอุ่นได้แล้วที่เจริญกรุง 30 ภายในโกดังสุดท้ายของ Warehouse 30 ทันทีที่เปิดประตูเข้าไป ก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของร้านเดิม เน้นปูนเปลือยที่ให้ลุคดิบ ๆ เท่ ๆ ก่อนจะเบรคความเคร่งขรึมด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้สีอ่อน และการดีไซน์รอบตัวร้านด้วยกระจกใส เพื่อรับแสงสว่างจากภายนอกที่สาดส่องผ่านผ้าม่านเข้ามา สามารถนั่งชิลล์ได้นาน ๆ

FULL REVIEW
 

บรรยากาศแสนอบอุ่น มีแสงแดดอ่อน ๆ ส่องเข้ามาในร้าน

เมนูของทางร้านยังคงความอร่อยไว้ด้วยหลากเมนูยอดนิยมและรสชาติที่หลาย ๆ คนคุ้นเคย เน้นนำเสนอรสชาติที่แท้จริงของวัตถุดิบหลัก เมนูที่หลายคนนิยมสั่ง ได้แก่ Spaghetti Garlic Parmesan (220 บาท) เมนูที่ผสมผสานระหว่างอาหารฝรั่งกับอาหารญี่ปุ่นเข้าด้วยกัน ได้ความมันเค็มจากชีส เพิ่มความอร่อยด้วยไข่ออนเซ็น โรยมอสซาเรลลาชีสเยิ้มยั่วใจ และขนมหวานซิกเนเจอร์ที่ขายดีอย่าง Orange Cheese Brûlée (135 บาท) เครมบรูเลชีสใส่เนื้อส้ม เสิร์ฟในผลส้มทั้งลูกที่ได้รสชาติส้มแท้ ๆ เข้ากันกับครีมชีสนุ่ม ๆ รสกลมกล่อม

 

Spaghetti Garlic Parmesan (220 บาท)

 

Orange Cheese Brûlée (135 บาท)

Sweet Pista Bangkok
โครงการ Warehouse 30
เปิดทุกวันอังคาร - อาทิตย์ เวลา 11.00 - 21.00 น. 
โทร. 06-2335-2866
www.facebook.com/sweetpistabangkok

8

Maison Chatenet

FULL REVIEW
 

Maison Chatenet

ข้าง ๆ โครงการ Warehouse 30 ยังมีอีกหนึ่งร้านเบเกอรีโฮมเมดที่ชื่อว่า Maison Chatenet ที่เพียงแแค่เดินผ่านก็สัมผัสได้ถึงบรรยากาศความอบอุ่น และกลิ่นหอม ๆ ของเมนูเพสทรีสไตล์ฝรั่งเศสแบบดั้งเดิมในทันที  ด้านในร้านแบ่งออกเป็น  2 ชั้น บริเวณชั้นล่างจะเป็นโซนครัวสำหรับทำเพสทรี ส่วนบนชั้นสองจะเป็นโซนที่นั่งสบาย ๆ มีโต๊ะไม้ยาวให้นั่งกันได้หลายคน ตกแต่งด้วยโครงไม้สีอ่อน พื้นหินขัดและผนังสีเทา ให้ความรู้สึกเรียบง่ายเหมือนมานั่งทานขนมที่บ้านเพื่อน แต่แฝงบรรยากาศอบอุ่นด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้และหน้าต่างบานใหญ่ที่รับแสงสว่างจากภายนอกได้ดี

FULL REVIEW
 

Chouqette (15 บาท)

ทางร้านตั้งใจเสิร์ฟเบเกอรีและอาหารฝรั่งเศสแท้ ๆ โดยเลือกใช้วัตถุดิบที่นำเข้าจากฝรั่งเศสเป็นส่วนใหญ่ ทุกขั้นตอนการทำเมนูเพสทรีของที่นี่ เต็มไปด้วยความพิถีพิถันเพื่อให้ได้รสสัมผัสและรสชาติแบบดั้งเดิมในราคาที่จับต้องได้ เริ่มที่ Chouqette (15 บาท) ขนมที่หาทานไม่ง่ายนักในกรุงเทพฯ แป้งชูว์อบจนผิวเหลืองสวย ด้านในนุ่ม ๆ ท็อปด้วย Rock Sugar ที่นำเข้าจากฝรั่งเศสเช่นกัน และ Apple Macaron (40 บาท) ขนมหวานที่มีขั้นตอนการทำสุดประณีต ตั้งแต่การเลือกใช้วัตถุดิบ อุณหภูมิ และเทคนิคการอบ สำหรับรสชาติที่แนะนำจะเป็นรส Apple ที่ใช้เทคนิคการทำเมอแรงก์สไตล์อิตาเลียนที่ให้รสชาติหวานหอมลงตัว

 

Apple Macaron (40 บาท)

Maison Chatenet
โครงการ Warehouse 30
เปิดทุกวันพุธ - อาทิตย์ เวลา 08.00 - 16.00 น.
โทร. 09-2408-0308
www.facebook.com/MaisonChatenet

9

บ้านเลขที่ ๑

 

บ้านเลขที่ ๑

หากเดินผ่านซอยเจริญกรุง 30 ไปยังตรอกกัปตันบุชที่อยู่ติดกันนั้น นอกจากจะมีแกลเลอรีที่จัดวางงานศิลปะให้เราได้ชมระหว่างทาง มี Street Art หรือภาพเพ้นต์งานศิลปะบนผนังกำแพงสถานทูตโปรตุเกสที่แกะสลักอย่างสวยงามโดย Vhils แล้ว ใกล้ ๆ กันนั้นยังมี บ้านเลขที่ ๑ บ้านสีเหลืองนวลหลังใหญ่อายุกว่า 100 ปี ชวนให้เราหยุดมอง เพื่อชื่นชมความงดงามของสถาปัตยกรรม ซึ่งในอดีตเคยเป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ของกรุงรัตนโกสินทร์มาก่อน

 

บ้านสีเหลืองนวลหลังใหญ่อายุกว่า 100 ปี

 

เหนือหน้าต่างบานใหญ่ โดดเด่นด้วยภาพจิตรกรรมเขียนสีสเตนซิล ลวดลายดอกไม้แบบตะวันตก

ก่อนที่อาคารหลังนี้จะได้รับการบูรณะและอนุรักษ์อย่างที่เห็นกันในปัจจุบัน สมัยนั้น พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว หรือล้นเกล้ารัชกาลที่ 5 ได้ทรงมอบอาคารหลังนี้ให้กับพระอัครชายาเธอพระองค์เจ้าสายสวลีภิรมย์ และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอและสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ ทรงโปรดให้พระคลังข้างที่จัดประโยชน์แบ่งที่ให้เช่าเป็นสองแปลง โดยพื้นที่แห่งนี้เคยสร้างเป็นสำนักงานของบริษัทกลั่นสุราของฝรั่งเศส  และที่ดินผืนติดกันให้เช่าประกอบกิจการค้าไม้ส่งไปประเทศยุโรปอีกด้วย


ตัวอาคารก่ออิฐถือปูนสองชั้นโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมแบบนีโอคลาสสิก เห็นได้ชัดจากหน้าจั่วและหลังคาทรงปั้นหยา ทาผนังด้วยสีเหลืองและสีเขียวมะกอกตัดขอบขาวที่บริเวณหน้าต่าง ส่วนประตูหน้าต่างเป็นทรงโค้งสวยงามตามแบบโรมัน ภายในห้องตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์คลาสสิกเข้ากับตัวบ้าน เหนือหน้าต่างขึ้นไปเป็นภาพจิตรกรรมเขียนสีสเตนซิล ที่มีลวดลายดอกไม้แบบตะวันตกสวยงาม เป็นเอกลักษณ์ของบ้านหลังนี้ที่ตกทอดมาจนถึงปัจจุบัน

 

เฟอร์นิเจอร์คลาสสิกเข้ากับตัวบ้าน

แม้บ้านหลังนี้จะไม่ได้เปิดให้บุคคลภายนอกเข้าไป ยกเว้นช่วงที่มีเทศกาลศิลปะหรืออีเวนต์สำคัญ ๆ เท่านั้น แต่บ้านเลขที่ ๑ ก็เปิดให้เข้าไปสัมผัสความสวยงามของบ้านในโอกาสสำคัญของคุณได้ ไม่ว่าจะเป็น งานมงคลสมรส งานสัมมนา และงานเลี้ยงต่าง ๆ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง www.house-numberone.com


บ้านเลขที่ ๑
ตรอกกัปตันบุช ซอยเจริญกรุง 30
โทร. 0-2651-4849
www.house-numberone.com