"ศิลปะยืนยาว ชีวิตสั้น" 4 สถานที่ตามรอยงานศิลป์ อาจารย์ศิลป์ พีระศรี บิดาแห่งศิลปะร่วมสมัยไทย

Published on September 02, 2018

Ars longa, Vita brevis ศิลปะยืนยาว ชีวิตสั้น

ประโยคคุ้นหูที่อาจารย์ศิลป์ พีระศรี หยิบยกจาก Hippocrates หมอชาวกรีกโบราณมาสอนลูกศิษย์ลูกหา ‘ให้หมั่นเรียนรู้ตลอดเวลาเพราะชีวิตคนเรานั้นแสนสั้น แต่ศิลปวิทยาการและความรู้ร่ำเรียนเท่าไหร่ก็ไม่มีวันจบสิ้น’ ก่อนจะแพร่หลายและกลายเป็นวลีประจำตัวท่าน และจากไปทิ้งไว้เพียงคุณงามความดี รวมถึงผลงานศิลปะนานัปการให้คนรุ่นหลัง

 

Corrado Feroci (1892 - 1962)

The Father of Modern Thai Art

เหล่านักศิลปะและคนรุ่นหลังส่วนใหญ่ต้องคุ้นเคยกับชื่อศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี หรือ คอร์ราโด เฟโรชี นายฝรั่งผู้เดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลจากอิตาลีมาสู่ประเทศไทยเพื่อรับราชการในราชสำนักสยามในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ก่อนจะริเริ่มนำศิลปะตะวันตกมาใช้ในการสร้างงานประติมากรรม และกลายเป็นผู้วางรากฐานวิชาศิลปะสมัยใหม่ในประเทศไทยให้คนรุ่นหลัง รวมถึงสถาปนามหาวิทยาลัยศิลปะแห่งแรกของประเทศไทยขึ้นในชื่อ ’มหาวิทยาลัยศิลปากร’ และได้รับการยกย่องให้เป็น ‘บิดาแห่งศิลปะสมัยใหม่ของไทย’ 

 

ทุกวันที่ 15 กันยายนของทุกปีเป็นวันศิลป์ พีระศรี

ทุกวันที่ 15 กันยายนของทุกปี จะเป็นวันคล้ายวันเกิดและถือเป็นวันศิลป์ พีระศรี เพื่อรำลึกถึงครูผู้อุทิศตนทั้งชีวิตเพื่อนักเรียนและศิลปะจนวินาทีสุดท้ายของชีวิต เหล่าศิลปินและนักเรียนศิลปะ รวมทั้งมหาวิทยาลัยศิลปากรจะร่วมกันจัดงานรำลึกถึงคุณงามความดี หากให้พูดถึงประวัติของศาสตราจารย์ศิลป์ คงใช้เวลาทั้งวันในการเล่า BKK จึงอยากชวนคุณมาร่วมตามรอย 4 สถานที่ที่จะพาเราไปย้อนรอยและทำความรู้จักกับศิลปะในแบบนายช่างฝรั่งศิลป์ พีระศรีกันดีกว่า


1

Craftsman at Silpa Bhirasri’s Place

 

บ้านอาจารย์ฝรั่งเป็น 1 ใน 3 ของเรือนบริวารของบ้านพระยาบุรุษรัตนราชพัลลภ

ตึกสองชั้นสีเหลืองสไตล์วิคตอเรีย เรอเนสซองซ์ ที่มีกลิ่นอายความคลาสสิกเบา ๆ ริมถนนราชวิถีแห่งนี้ เป็นบ้านหลังแรกในประเทศไทยของอาจารย์ฝรั่ง ศิลป์ พีระศรีและครอบครัว เมื่อครั้งย้ายมายังสยามประเทศครั้งแรกหลังจากชนะการประกวดการออกแบบเหรียญเงินตราสยามที่จัดขึ้นในยุโรป โดยรับราชการเป็นช่างปั้นประจำกรมศิลปากร กระทรวงวังในสมัยรัชกาลที่ 6

 

อาจารย์ศิลป์ พีระศรี และครอบครัว พำนักอาศัยที่บ้านหลังนี้ถึงราว 8 ปี ก่อนที่จะย้ายไปบ้านถนนสีลม

ภายในบ้านหลังเล็ก ๆ นี้ ออกแบบตกแต่งภายใต้โครงสร้างเดิมของบ้านไม้กึ่งปูน หลังคาทรงปั้นหยา และใช้ช่างก่อสร้างชาวต่างประเทศชุดเดียวกับที่สร้างพระที่นั่งอนันตสมาคม เต็มไปด้วยกลิ่นอายความอบอุ่น คลาสสิกและมีเสน่ห์ ไม่ว่าจะเป็นซุ้มประตู บานหน้าต่างไม้เก่า ไปจนถึงลวดลายประดับอย่างปูนปั้นหรือไม้แกะสลักฝีมือประณีต 

 

รูปในอดีตของอาจารย์ศิลป์ที่ประดับอยู่ทั่วบ้าน

ปัจจุบันได้รับการบูรณะปรับปรุง และจัดแสดงแกลลอรีผลงานของอาจารย์ศิลป์ พีระศรีและลูกศิษย์บนชั้นสองของบ้าน ในทุกเดือนจะมีนิทรรศการหมุนเวียนกันมาให้ชมอยู่เสมอ

 

บริเวณชั้นสองเป็นพื้นที่จัดแสดงแกลเลอรี่

 

The Art of Blending

พร้อมดื่มด่ำกับกาแฟชั้นดีที่มีมาตรฐานจาก Craftsman  Roastery ที่คัดสรรเมล็ดกาแฟหลัก ๆ ในการชงแบบ Filter มาใช้ชิมด้วยกัน 4 ชนิดอาทิ Kenya, Costa Rica, Panama และ Geisha Perci ส่วนเมนูเอสเพรสโซ่ก็จะใช้เมล็ดกาแฟจากไร่ห้วยห้า แม่ฮ่องสอน ใครที่มาครั้งแรกแนะนำให้ลอง Latte (110 บาท / 120 บาท) ลาเต้เมล็ดห้วยห้าเบลนด์กับกัวเตมาลาและเอธิโอเปีย ที่หอม มัน ไม่เข้มจนเกินไป

 

Latte (110 บาท / 120 บาท)

นอกจากการดื่มด่ำกับเมล็ดกาแฟคุณภาพดียังมีอีกหนึ่งเมนูซิกเนเจอร์ที่คิดค้นเพื่ออาจารย์ศิลป์ พีระศรี อีกด้วย สืบเนื่องมาจากอาจารย์ชอบดื่มน้ำมะขาม บาริสต้าของร้านจึงคิดค้นออกมาเป็นเมนู Sparkling Tamarind for Baan Ajarn Farang (135 บาท) น้ำมะขามผสมกับน้ำผึ้งป่าออร์แกนิก ท็อปด้วย Pellegrino Sparkling Water จากฝรั่งเศส มีรสเปรี้ยว หวานปลายลิ้น หอมกลิ่นน้ำผึ้ง ให้จิบกาแฟพร้อมเพลิดเพลินไปกับการชมงานศิลป์ในบ้านหลังเก่าแห่งนี้

 

Sparkling Tamarind for Baan Ajarn Farang (135 บาท)

Craftsman at Silpa Bhirasri’s Place
ถนนราชวิถี เขตดุสิต
เปิดทุกวันเวลา 07.00 - 19.00 น.
โทร. 0-2043-3360
www.facebook.com/craftsmanroastery