การทวิสต์ความอร่อยที่แตกต่างของ Goûtes pâtissière’s room เสน่ห์ฝรั่งเศส ในรสชาติแบบเอเชีย
เส้นทางการเติบโตและเรื่องราวของร้านขนมโฮมเมดสไตล์ฝรั่งเศสกลิ่นอายเอเชียนนี้อยู่ภายใต้การดูแลของ ‘คุณเฟิร์น-ณิชาภัทร พัลลภ’ และ ‘คุณฟรอยด์-ภัทรานิษฐ์ พัลลภ’ สองพี่น้องเจ้าของร้าน ซึ่งครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งก้าวใหม่ที่ทั้งคู่จะได้สานต่อธุรกิจในฝันให้สำเร็จขึ้นอีกขั้น จากการเปิดสาขาที่ 2 ในย่านทรงวาด พร้อมคอนเซ็ปต์ใหม่ ‘French-Chinese Twist’ ผสมผสานความเป็นฝรั่งเศสและจีนเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อให้เข้ากับย่าน
Behind The Taste เลยอยากชวนทุกคนไปติดตามเบื้องหลังการครีเอตความอร่อยและสร้างแบรนด์ขนมในแบบฉบับของ Goûtes pâtissière’s room ผ่านบทสัมภาษณ์ที่บอกเล่าถึงเรื่องราว ความพิถีพิถัน และแนวคิดการทำธุรกิจคาเฟ่ ภายใต้ Passion การเน้นลงมือทำจริงของสองพี่น้องผู้ก่อตั้งเอาไว้ได้อย่างน่าสนใจ
จากความหลงใหลในงานศิลปะ สู่นักออกแบบขนมมืออาชีพ
จากความรักในงานศิลปะและการได้ลิ้มรสชาติขนมฝีมือคุณย่าเมื่อครั้งยังเด็ก ๆ นำไปสู่จุดเริ่มต้นบนเส้นทางตามความฝันในการเป็นนักทำขนมอย่างจริงจังของ ‘คุณเฟิร์น-ณิชาภัทร พัลลภ’ ซึ่งเธอได้ออกเดินทางบินลัดฟ้าไปเรียนไกลถึงฝรั่งเศส เพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์ เรียนรู้ ฝึกฝน ค้นหาเทคนิคการทำขนมฝรั่งเศสแบบต้นตำรับ ก่อนจะกลับมาเปิดร้าน Goûtes pâtissière’s room ที่เมืองไทยได้สำเร็จตามที่ตั้งใจไว้ ครั้งนี้เราจึงได้ชวนเธอมาพูดคุยถึงที่มาที่ไป การผนึกกำลังของสองพี่น้อง ทั้งตัวคุณเฟิร์นเองกับบทบาทเชฟผู้รังสรรค์รสชาติ และ ‘คุณฟรอยด์-ภัทรานิษฐ์ พัลลภ’ ดีไซน์เนอร์ผู้อยู่เบื้องหลังงานแบรนดิ้งที่แสนละเมียดละไมจนกลายมาเป็นร้านขนมฝรั่งเศสที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวในสไตล์ French-Chinese Twist ที่ไม่เหมือนใครในวันนี้
คุณเฟิร์นเล่าว่าแต่ไหนแต่ไรมาเธอชอบทำขนมมาตั้งแต่สมัยเรียนอยู่ชั้นมัธยมต้น โดยซึมซับการทำอาหารและขนมไทยมาจากคุณย่า ประกอบกับความเป็นคนชอบงานศิลปะ วาดรูป และเน้นอะไรที่เป็นสีสัน จึงมองว่าการทำขนมคืองานศิลปะอย่างหนึ่ง แม้จะเรียนจบมาทางด้านศิลปศาสตร์ภาษาฝรั่งเศส แต่ด้วยความมุ่งมั่นและแน่วแน่ อยากเอาจริงเอาจังในการทำขนมจึงตัดสินใจไปเรียนทำขนมถึงประเทศฝรั่งเศส เพื่อเข้าถึงเทคนิคและสูตรแบบต้นตำรับของขนมสัญชาตินี้อย่างดีที่สุด
“สาขาแรกเริ่มต้นจากความฝันเลยค่ะ เราฝันอยากมีร้านขนมฝรั่งเศสเป็นของตัวเอง เพื่อจะได้ออกแบบขนมด้วยตัวเราเอง ด้วยความที่เราเติบโตมากับคุณย่าที่ท่านทำอาหารและขนมไทยให้ทานอยู่ตลอด ทำให้เราซึมซับสิ่งเหล่านี้มาตั้งแต่เด็กจนตั้งเป้าไว้ว่าโตขึ้นอยากเป็นเชฟขนม ประกอบกับความชอบในงานศิลปะ รักในสีสันและการวาดรูป ซึ่งเฟิร์นมองว่าการทำขนมก็คืองานศิลปะอย่างหนึ่งในมุมมองของเฟิร์นเอง หน้าที่หลัก ๆ ของเฟิร์นตอนนี้ คือเป็นเชฟที่ร้าน นอกจากนี้ยังรับงานดีไซน์ขนมให้กับลูกค้าด้วย เฟิร์นมองว่าขนมก็เหมือนกับแฟชั่นที่ต้องคอยอัปเดต ปรับเปลี่ยนตามเทศกาล หรือต้องมีรสชาติใหม่ ๆ เฟิร์นจะทำหน้าที่คล้าย ๆ กับเป็น Interior Designer ด้านขนม ซึ่งออกแบบทั้งหน้าตา รสชาติ และเนื้อสัมผัสให้ตรงกับโจทย์ที่ลูกค้าต้องการค่ะ”
งานดีไซน์ที่เติมเต็มความฝันของการเปิดร้านขนมให้เป็นจริง
ไม่เพียงแต่คุณเฟิร์นเท่านั้นที่ลงมือทำตามความฝันของการเป็นเจ้าของร้านคาเฟ่ แบรนด์เบเกอรี โดยลำพังเท่านั้น บนเส้นทางฝันในครั้งนี้ยังมีพาร์ทเนอร์คนเก่งอย่าง ‘คุณฟรอยด์-ภัทรานิษฐ์ พัลลภ’ ผู้เป็นน้องสาวมาร่วมทำให้ Goûtes pâtissière’s room เกิดขึ้นจริงตามฝันได้อย่างสมบูรณ์ ซึ่งในพาร์ทของงานดีไซน์และแบรนด์ดิ้งของทางร้าน คุณฟรอยด์ที่เรียนจบด้าน Product Design โดยตรง พ่วงด้วยประสบการณ์การทำงานสาย UX/UI ก็ได้เข้ามาช่วยดูแลในส่วนนี้ด้วย โดยคุณฟรอยด์เป็นผู้ริเริ่มไอเดียทำ 'เค้กวันเกิด' ดีไซน์มินิมอลที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว จนกลายมาเป็นจุดเด่นที่ทำให้ร้านมีรายได้ที่มั่นคงและเป็นที่รู้จักมากขึ้น
“ฟรอยด์เรียนจบด้าน Product Design จากศิลปากรค่ะ ตอนแรกเคยไปทำงานสาย UX/UI Web Design อยู่ปีกว่า ๆ จนคุณแม่มาชวนให้มาช่วยโปรเจ็กต์ร้านขนมของพี่เฟิร์น ฟรอยด์ชิมขนมพี่เฟิร์นมาตั้งแต่เด็ก ๆ เห็นถึงพรสวรรค์และพัฒนาการของเขามาตลอด บวกกับเราชอบเรื่อง Branding และ Packaging อยู่แล้ว เลยเข้ามาช่วยดูภาพรวมตรงนี้ให้ค่ะ ช่วงเปิดสาขาแรกที่บางแวก โลเคชันเราค่อนข้างไกล ยอดขายมักจำกัดอยู่แค่วันเสาร์-อาทิตย์ ฟรอยด์เลยเสนอไอเดียให้ทำ 'เค้กวันเกิด' ที่ดีไซน์ใหม่เป็นสไตล์เราเอง เพื่อสร้างรายได้ให้ร้านมากขึ้น ซึ่งได้กระแสตอบรับที่ดีมาก ๆ ค่ะ”
เรียกว่าทั้งคุณเฟิร์นและคุณฟรอยด์ต่างร่วมด้วยช่วยกันเสริมความแข็งแรงให้ Goûtes pâtissière’s room เติบโตจนกระทั่งในที่สุดสามารถขยับขยายความอร่อยมายังย่านทรงวาดได้สำเร็จเป็นแห่งที่ 2
Goûtes pâtissière’s room
พื้นที่ที่คนรักขนมได้แวะมาเอ็นจอยความอร่อยได้ทุกวัน
สำหรับชื่อร้านนั้นอ่านว่า ‘กุทท์ (Goûtes)’ มาจากภาษาฝรั่งเศส ซึ่งแปลว่า ‘รสชาติ’ เป็นการเสิร์ฟความอร่อยด้วยขนมสไตล์ฝรั่งเศส แต่เป็นการนำเสนอในลักษณะของ New Generation of Dessert รังสรรค์เมนูขนมต่าง ๆ จากวัตถุดิบคุณภาพพรีเมียม แต่ให้ความแปลกใหม่ ทั้งในแง่ของรสชาติและเนื้อสัมผัสที่มีความวาไรตี้ สร้างความแตกต่างจากเดิมด้วยการผสมผสานกลิ่นอายของความเป็นเอเชียนลงไปด้วย เพื่อให้นักชิมทุกคนได้รู้สึกสนุกไปกับการทานขนมสไตล์ฝรั่งเศสมากขึ้น และเมื่อถึงช่วงเทศกาลสำคัญต่าง ๆ ทางร้านก็จะครีเอต Special Menu ให้ได้ลิ้มลองกันอีกด้วย โดยทางคุณเฟิร์นอยากให้ที่นี่เป็นเหมือน ‘pâtissière’s room’ หรือ Pastry Room พื้นที่ที่คนรักการทานขนมได้แวะเข้ามาอิ่มอร่อยกับเมนูขนมที่ชื่นชอบ ซึ่งทางร้านจะทำหน้าที่เป็น connector เชื่อมโยงผู้คนที่หลงใหลในสิ่งเดียวกันให้ได้แวะมาใช้ช่วงเวลาดี ๆ ทานขนมอร่อย ๆ กันที่นี่
Goûtes at Songwat
หมุดหมายใหม่ของคาเฟ่ขนมฝรั่งเศสกลิ่นอายสไตล์จีน
หลังจากที่ทั้งคู่ทำตามความฝันด้วยการเปิดร้าน Goûtes pâtissière’s room สาขาแรกที่ย่านบางแวกได้สำเร็จ ก็มีเสียงเรียกร้องจากลูกค้าให้ขยับขยายเข้ามาในเมือง ประจวบเหมาะกับที่ย่านทรงวาด เริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้น ด้วยมนต์เสน่ห์ของย่าน และเมื่อลองตั้งข้อสังเกตว่าวงการคาเฟ่ส่วนใหญ่ในปัจจุบันยังไม่ค่อยมีการนำเสนอคาเฟ่สไตล์ฝรั่งเศส-จีนมากนัก จึงตัดสินใจนำโจทย์นี้มาเปิดให้บริการ Goûtes at Songwat เพื่อตอบโจทย์กลุ่มคนผู้ชอบเสพงานศิลป์และมีไลฟ์สไตล์เก๋ไก๋ภายในย่านที่เต็มไปด้วยความคลาสสิก กลิ่นอายวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ไทย-จีน
คุณเฟิร์น : "จากร้านแรกที่ตั้งอยู่บางแวก ซึ่งค่อนข้างไกลจากในเมือง เวลาลูกค้ามาทานก็มักจะถามว่าทำไมไม่มาเปิดในเมืองบ้าง ประจวบเหมาะกับเฟิร์นได้ลองมาเดินเล่นแล้วรู้สึกว่าย่านนี้มีเสน่ห์คล้าย ๆ กับตอนที่เราไปฮ่องกงเลย เพราะทรงวาดเป็นย่านที่คนมีเทสต์และมีสไตล์ชอบมาเดินเล่นกันค่ะ เลยอยากลองทำอะไรที่สนุกขึ้นในย่านที่มีสไตล์แบบนี้ สำหรับสาขาทรงวาด เรามาพร้อมคอนเซ็ปต์เก๋ ๆ พร้อมเสิร์ฟประสบการณ์ใหม่ ด้วยคอนเซ็ปต์ French-Chinese Twist ที่ทวิสต์ความเป็นฝรั่งเศสและจีนเข้าด้วยกัน ใช้เทคนิคขนมฝรั่งเศสชั้นสูงมาตีความใหม่ให้เข้ากับย่านประวัติศาสตร์จีน-ไทยของทรงวาด ครีเอตออกมาเป็นเมนูที่หาทานยากและเต็มไปด้วยไอเดียสนุก ๆ เหมือนงานศิลปะ"
คอนเซ็ปต์ความอร่อยและไวป์ใหม่ ๆ
ในสไตล์ French-Chinese Twist
คอนเซ็ปต์ใหม่ของร้าน Goûtes pâtissière’s room สาขาทรงวาด มาพร้อมการผสมผสานความเป็นฝรั่งเศสเข้ากับความเป็นเอเชียนเช่นเดิม ทั้งงานดีไซน์และรสชาติขนมให้เข้ากับบรรยากาศภายในย่านมากที่สุด
คุณเฟิร์น : "Core Value หรือหัวใจหลักยังเหมือนเดิมค่ะ คือเราตั้งใจเสิร์ฟขนมที่รสชาติดีและใช้วัตถุดิบระดับพรีเมียม แต่สิ่งที่แตกต่างออกไปคือการตกแต่งร้านและตัวขนม สาขานี้เฟิร์นตั้งใจดีไซน์ให้มีความทวิสต์ ผสมผสานความเป็นฝรั่งเศสและจีนให้ชัดเจนขึ้น เมนูก็จะดูสนุกขึ้น มีกลิ่นอายความเป็นจีนซ่อนอยู่เยอะมาก เช่น พายผีเสื้อสอดไส้แยมพุทราจีน-ราสป์เบอร์รี-กุหลาบ, พายไข่เค็มที่ข้างในเป็นไส้ลาวาและโมจิ หรือเมนูใหม่อย่างพายไส้กรอกเป็ดซอสส้มบ๊วย ส่วนเครื่องดื่มก็ถูกดีไซน์ใหม่เพื่อให้เข้ากับคอนเซ็ปต์เดียวกัน"
"แรงบันดาลใจในการครีเอตเมนูขนมมาจากหลากหลายแห่ง ส่วนหนึ่งมาจากเมนูอาหารฝรั่งเศสคลาสสิกอย่างกงฟีต์ เดอ กานาร์ (Confit de Canard) พายไส้กรอกเป็ดซอสส้มบ๊วย เฟิร์นจะชอบหยิบเอาแรงบันดาลใจจากเมนูอาหารหรือขนมฝรั่งเศสต้นตำรับ มาประยุกต์และตามหาวัตถุดิบที่มีรสชาติหรือกลิ่นใกล้เคียงกับออริจินัล มาสร้างสรรค์เป็นเมนูใหม่ ๆ ให้ทุกคนได้ทานกัน จากการที่เราเป็นคนชอบเสาะหาของอร่อยและลองอะไรใหม่ ๆ อยู่เสมอ ความพิเศษอย่างหนึ่งคือเป็นคนจำรสชาติอาหารได้ดี เวลาไปกินอะไรที่ไหนแล้วเจอสิ่งที่ชอบ ไม่ว่าจะเป็นรสชาติหรือเนื้อสัมผัสที่มีความเฉพาะตัวแบบไหน จะบันทึกไว้ในความทรงจำ เพื่อนำมาต่อยอดและปรับใช้ในการทำขนมของตัวเองให้มีความใกล้เคียงกับมาตรฐานที่เราวางไว้ค่ะ"
"ลายเซ็นของร้านเราคือการทำขนมที่มีความทวิสต์ ใส่ความคิดสร้างสรรค์และเลือกใช้วัตถุดิบที่คนทั่วไปอาจจะไม่ได้ใช้กันบ่อย ๆ เฟิร์นเคยไปอยู่ฝรั่งเศสมาหลายปี ขนมที่นั่นอร่อยนะคะ แต่เราก็อยากใส่ความชอบส่วนตัวของเราลงไปผสมผสานด้วย ขนมของเฟิร์นเลยเป็นการมิกซ์กันระหว่างความเป็นฝรั่งเศสที่มีกลิ่นอายความเป็นเอเชียนซ่อนอยู่ค่ะ ส่วนเทคนิคหรือมาตรฐานในการทำขนม จริง ๆ ไม่ได้กำหนดออกมาเป็นข้อ ๆ ตายตัวนะคะ ส่วนใหญ่จะมาจากความชอบส่วนตัวของเรามากกว่า ทุกครั้งที่ทำขนมเมนูใหม่ออกมา เฟิร์นจะเป็นกรรมการคนแรกในการตัดสินก่อน ถ้าชิมแล้วยังรู้สึกไม่มั่นใจจริง ๆ ถึงจะเรียกเพื่อน ๆ มาช่วยเทสต์ และช่วยกันคอมเมนต์ว่าชอบหรือไม่ชอบตรงไหนบ้าง"
นอกจากการจดจำรสชาติแม่นยำที่นำมาใช้ทดลองและสร้างสรรค์สิ่งใหม่แล้ว อีกหนึ่งหัวใจสำคัญของขนมที่คุณเฟิร์นยึดเป็นหลักมาตลอดคือ คุณภาพวัตถุดิบ โดยเลือกใช้เนยเกรด AOP (Appellation d'Origine Protégée) จากฝรั่งเศส ซึ่งเป็นเนยท็อปเทียร์ที่ระบุแหล่งที่มาและกรรมวิธีผลิตที่ชัดเจน เพื่อให้ได้กลิ่นและรสชาติที่หอมฟุ้งในทุกคำ พร้อมทั้งนำสูตรคลาสสิกมาปรับเพิ่มสัดส่วนเนยให้รสชาติมีความโดดเด่นและถูกปากคนไทยมากยิ่งขึ้น
ในขณะเดียวกัน ‘คุณฟรอยด์’ ก็ได้นำทักษะการออกแบบมาช่วยสร้างตัวตนให้ตัวร้านมีภาพลักษณ์ที่โดดเด่นน่าจดจำ ตั้งแต่การเลือกใช้ ‘สีเขียว’ เป็นสีหลักของแบรนด์ เพื่อสื่อถึงการค่อย ๆ เติบโตอย่างมั่นคงเหมือนต้นไม้, การดีไซน์โลโก้ที่ผสมผสานความคลาสสิกและโมเดิร์นเข้าด้วยกัน โดยเก็บตัวอักษร U และ E ให้เป็นลายเส้นเขียนแบบดั้งเดิม ไปจนถึงการออกแบบภายในร้านเต็มไปด้วยรายละเอียดที่น่าสนใจ
คุณฟรอยด์ : "สาขาทรงวาด ด้วยความที่คุณพ่อเป็นคนเยาวราช เราเลยคุ้นเคยกับย่านนี้ ฟรอยด์ทำงานร่วมกับเพื่อนที่เป็นอินทีเรีย ดีไซน์ร้านให้มีกิมมิกแบบผสมความเป็นฝรั่งเศสวินเทจเข้ากับความคลาสสิกของจีน เช่น การใช้หินอ่อนสีแดง กระเบื้องแฮนด์เมดจากลำปาง คิ้วบัววินเทจสไตล์ฝรั่งเศสที่ตัดกับแจกันลายจีนอย่างลงตัว จัดสเปซมีโต๊ะ Shared Space ตรงกลางร้านให้เหมือนห้องนั่งเล่น ให้เป็นพื้นที่สำหรับทำกิจกรรมทางศิลปะหรือ Workshop ในอนาคต และมีครัวเปิดกระจกใสที่นอกจากจะทำให้ร้านดูโปร่งแล้ว ยังเป็น Hub สำหรับส่งเค้กวันเกิดของทางร้านด้วยในตัว"
เมนูแนะนำประจำสาขาทรงวาด
หลากหลายเมนูไฮไลต์ของสาขานี้เต็มไปด้วยไอเดียสนุก ๆ ไม่ว่าจะเป็น
- Roseberry Palmier (90 บาท) : ขนมปาล์มเมียร์หรือพายผีเสื้อสอดไส้แยมพุทราจีน-ราสป์เบอร์รี-กุหลาบ ที่ผสานความเปรี้ยวอมหวาน ความหอมของพุทราจีน ราสป์เบอร์รี และกุหลาบไว้ในชิ้นเดียวกันได้อย่างลงตัว
- Molten Gold Pie (125 บาท) : พายโมจิไข่เค็มลาวา การผสมผสานความหนึบหนับของเนื้อสัมผัสโมจิที่เข้ากันดีกับไส้ไข่เค็มลาวาเยิ้ม ๆ หอมเนยชัดเจน ได้รสหวาน มัน เค็ม กำลังดี พร้อมเพิ่มเท็กซ์เจอร์เสริมทัพความอร่อยด้านบนด้วย Cornflakes กรอบ ๆ หอมคาราเมลนิด ๆ
- Cheese, onions, mushrooms, arabiki sausage pie (175 บาท) : พายไส้กรอกเป็ดซอสส้มบ๊วย ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากเมนูอาหารฝรั่งเศสคลาสสิก Confit de Canard หรือเป็ดกงฟีต์ซอสส้มสไตล์ฝรั่งเศสที่นำมาทวิสต์ด้วยรสชาติแบบสไตล์จีน
- Pie a’l’ ananas (175 บาท) : พายสับปะรดหอมสุวรรณ-ยูซุ-ผักชีลาว ที่คุณเฟิร์นเลือกใช้สับปะรดพันธุ์หอมสุวรรณของไทย นำไปผัดเข้ากับเนยจนหอม ได้รสชาติเข้ากันดี พร้อมเพิ่มกิมมิกด้วยยูซุและผักชีลาวที่มาช่วยเติมความสดชื่นให้กับเมนูนี้มากขึ้น
- C.O. Banoffee (195 บาท) : เค้กบานอฟฟี่ที่นำความหอมของเก๊กฮวยชาอู่หลงมาผสมกับคาราเมล เพื่อให้ได้รสชาติและกลิ่นหอมหวานละมุน เป็น combination ที่แปลกใหม่น่าลอง
นอกจากนี้ ยังมีเมนูที่สร้างสรรค์มาเพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมชาวโซเชียลที่ชอบเดินถ่ายรูปเล่น โพสท่าถือขนมแบบชิค ๆ กันในย่านทรงวาดอย่าง ‘Strooppuffle’ ที่ดัดแปลงมาจาก Stroopwaffle โดยใช้แป้งพายสอดไส้ Salted Caramel โฮมเมด ทำเป็นแผ่นบางกรอบทานง่าย เหมาะเสิร์ฟคู่กับเครื่องดื่มซิกเนเจอร์อย่าง ‘Chrysanthemum Caramel Milk (125 บาท)’ นมเก๊กฮวยคาราเมลที่เปลี่ยนน้ำเก๊กฮวยใส ๆ ให้มีรสชาติที่ละมุนและมีมิติมากขึ้น หรือจะเป็นกาแฟผลไม้อย่าง ‘Apple Calamansi Coffee’ ที่ผสมความเปรี้ยวอมหวานระหว่างแอปเปิ้ลและส้มจี๊ดได้เข้ากันดีทีเดียว รวมถึงการให้บริการออกแบบเค้กดีไซน์สุดพิเศษอย่าง ‘เค้กวันเกิด’ และ ‘เค้กแต่งงาน’ ที่ลูกค้าสามารถ Custom ทั้งหน้าตาเค้กและรสชาติเค้กได้ตามความชอบ
สิ่งที่ได้เรียนรู้บนเส้นทางการเติบโต
ของ Goûtes pâtissière’s room
แม้การทำร้านขนมจะเป็นธุรกิจในฝัน แต่ทั้งคู่ยอมรับว่าความยากเปลี่ยนไปตามช่วงเวลา จากช่วงแรกที่ต้องก้าวข้ามความไม่พร้อมเพื่อลงมือทำ สู่ปัจจุบันที่เป็นเรื่องของการบริหารคนและการรักษามาตรฐาน
คุณเฟิร์น : "ความยากเปลี่ยนไปตามช่วงเวลาค่ะ ช่วงแรก ๆ คือการก้าวข้ามความไม่พร้อมเพื่อลงมือทำ แต่ตอนนี้สิ่งที่ยากที่สุดคือ การบริหารคน และการรักษามาตรฐานให้คงที่ท่ามกลางการแข่งขันที่สูงมาก เวลาที่เฟิร์นเองรู้สึกเบิร์นเอาท์ เฟิร์นจะพาตัวเองไปเที่ยวที่ใหม่ ๆ เพื่อหาแรงบันดาลใจในการทำขนมต่อไปค่ะ
ไม่ว่าคุณจะทำธุรกิจอะไร หรือทำอะไรก็ตาม เฟิร์นอยากให้เริ่มลงมือทำ เวลาที่เราคิดบางสิ่งบางอย่างอยู่ในหัว เราจะรู้สึกมันง่ายมาก ๆ เลย แต่ขั้นตอนที่สำคัญเลยคือต้องลองทำในสิ่งที่เราคิด มันอาจจะดูเป็นไปไม่ได้ เหมือนกับที่เฟิร์นเคยเจอตอนที่เพิ่งเปิดร้านใหม่ ๆ เราก็ไม่เคยคิดเลยว่ามันจะเดินทางมาถึงวันนี้ได้ การได้ลงมือทำ อย่างน้อยเราได้ลองเรียนรู้ และถ้ามันไม่ใช่จริง ๆ มันเหมือนเป็นการตัดช้อยส์ออกไปว่าเราทำสิ่งนี้แล้วมันไม่เวิร์คนะ ก็แค่ลองทำใหม่ การลงมือทำจะทำให้เราเรียนรู้และค่อย ๆ Connect the dots ไปสู่ความสำเร็จได้ และต้องมีวินัยควบคู่ไปกับแพสชั่นด้วย"
คุณฟรอยด์ : "สำหรับฟรอยด์ คือการตามเทรนด์ให้ทัน เพราะโลกธุรกิจทุกวันนี้เร็วมาก วิธีจัดการของฟรอยด์คือการพยายาม Reset ตัวเองใหม่เรื่อย ๆ เช่น การอ่านหนังสือดี ๆ สักเล่ม หรือเขียนสิ่งที่อยู่ในหัวออกมาเพื่อระบายความเครียด ความไม่สบายใจของตัวเราเอง อีกสิ่งหนึ่งเลย คืออยากบอกว่าการลงมือทำอะไรสักอย่าง มันไม่มีอะไรที่เพอร์เฟ็กต์ 100% ขอแค่ทุกอย่างออกมาได้ตามมาตรฐานที่ดี ก็ถือว่ายอดเยี่ยมแล้ว เพราะฉะนั้นเราอย่ากดดันตัวเองมากเกินไปจนหมดความสุข ความสนุกในการทำงานค่ะ"
ตลอดเส้นทางการทำร้าน ทั้งคู่ต้องเผชิญกับความท้าทายมากมาย ซึ่งในความเป็นจริงของการทำธุรกิจคาเฟ่และแบรนด์ขนมสำหรับพวกเธอนั้น ไม่มีคำว่าพร้อม 100% สำคัญที่ว่าเราจะเลือกลงมือทำเมื่อไหร่มากกว่า เมื่อสเกลร้านใหญ่ขึ้น ความยากจึงเป็นการรักษามาตรฐานที่ดีไว้ให้คงอยู่ ท่ามกลางธุรกิจคาเฟ่ในยุคปัจจุบันที่มักมีการแข่งขันสูง (Red Ocean) เริ่มต้นง่ายแต่รักษาให้อยู่ยาวนั้นยาก ทั้งคุณเฟิร์นและคุณฟรอยด์จึงต้องคอยอัปเดตและเติมไฟให้กันและกันอยู่เสมอ
เมื่อต้องเจอกับภาวะหมดไฟ (Burnout) สิ่งเล็ก ๆ ที่ทำให้ทั้งคู่หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง คือคำชมจากลูกค้า และการได้เห็นลูกค้าประจำที่แวะเวียนกลับมาทักทาย ให้กำลังใจเหมือนเช่นเคย รวมถึงการมองเห็นพัฒนาการของตัวเองตั้งแต่วันแรกจนถึงปัจจุบัน ก็นับเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้เรามองเห็นคุณค่าของเรื่องราวระหว่างทางและรู้สึกภาคภูมิใจในทุกย่างก้าวการเติบโตของตัวเองอยู่ไม่น้อยเลย
ใครที่อยากสัมผัสความอร่อยของขนมโฮมเมดสไตล์ French-Asian Twist ที่อัดแน่นไปด้วยคุณภาพและเรื่องราวดี ๆ ที่ทางร้านพร้อมส่งมอบความอร่อยอย่างพิถีพิถัน สามารถแวะไปลิ้มลองความอร่อยกันได้ที่ Goûtes pâtissière’s room สาขาบางแวก และ Goûtes at Songwat สาขาทรงวาด รับรองว่าคุณจะได้สัมผัสรสชาติแห่งความตั้งใจและงานดีไซน์ขนมที่แปลกใหม่ไม่เหมือนใคร ถูกปากและถูกใจเหล่านักชิมสายขนมตัวจริงอย่างแน่นอน
Goûtes at Songwat
ถนนทรงวาด แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์
เปิดทุกวัน เวลา 11.00-19.00 น.
โทร. 095 851 4465
LINE : @goutes.patissieresroom
Delivery : LINE MAN, GrabFood



