เบื้องหลังความอร่อยของ Jib door by Spoonful Zakka Cafe คาเฟ่ขนม Homemade สไตล์ญี่ปุ่น ชวนอุ่นใจ ในย่านเย็นอากาศ
ท่ามกลางจังหวะชีวิตที่เร่งรีบของคนเมืองหลวง เชื่อว่าหลายคนคงกำลังมองหา ‘พื้นที่หลบภัย’ สเปซเล็ก ๆ ที่เปิดโอกาสให้เราได้ปลีกตัวจากความวุ่นวาย มาเอนหลัง ทิ้งตัว และสูดลมหายใจลึก ๆ ก่อนจะกลับออกไปเผชิญโลกกว้างอีกครั้ง หากคุณกำลังโหยหาสิ่งเหล่านั้นอยู่ล่ะก็ เราขอชวนคุณมาผลักบานประตูแห่งนี้ไปพร้อม ๆ กัน
ครั้งนี้ คอลัมน์ BEHIND THE TASTE ขอพาทุกคนเดินทางมายังย่านเย็นอากาศ เพื่อทำความรู้จักกับ ‘Jib door by Spoonful Zakka Cafe' คาเฟ่สโคนโฮมเมดระดับตำนานที่ครองใจสาย Cafe Hopper มาอย่างยาวนาน ภายใต้การดูแลของ 'คุณจิ๊บ-สิตานัน วุตติเวช' เจ้าของร้าน ผู้ส่งมอบความสุขผ่านการอบขนมด้วยความรักมานานกว่า 15 ปี โดยครั้งนี้เธอกลับมาพร้อมกับบ้านหลังใหม่ คอนเซ็ปต์ใหม่ แต่ยังคงอบอวลไปด้วยรสชาติของ 'สโคน' แสนอร่อย และกลิ่นอายแสนอบอุ่นตามแบบฉบับ Zakka Lifestyle ที่หลายคนต่างคุ้นเคย โดยหยิบเอาคอนเซ็ปต์ Jib door (ประตูในยุคจอร์เจียนที่ออกแบบให้ซ่อนตัวและกลมกลืนไปกับผนัง) มาตีความใหม่ ผสมผสานเข้ากับปรัชญาการใช้ชีวิตแบบ Slow Life, งานคราฟต์ ข้าวของเครื่องใช้สไตล์ญี่ปุ่น และรสชาติของสโคนโฮมเมดที่จับคู่กับครีมสดได้อย่างเป็นเอกลักษณ์ จนกลายเป็นมื้ออาหารฮีลใจที่พร้อมมอบรอยยิ้ม เติมความสุขเล็ก ๆ ให้กับทุกคนในทุก ๆ วัน
The New Chapter of Spoonful จากบ้านหลังเดิม สู่การเดินทางบทใหม่ในย่านเย็นอากาศ
กว่า 15 ปีบนเส้นทางสายคาเฟ่และเบเกอรีโฮมเมดของ Spoonful Zakka Cafe ที่มอบความสุขให้กับผู้คนมานับตั้งแต่สาขาแรกที่เปิดให้บริการในซอยหลังสวน จนขยับขยายสู่ย่านสุขุมวิท 32 และล่าสุดกับการพลิกโฉมแบรนด์สู่บ้านหลังใหม่ในย่านเย็นอากาศ โดย ‘คุณจิ๊บ-สิตานัน วุตติเวช’ ผู้เป็นเจ้าของร้านได้เลือกโลเคชันนี้เพราะหลงรักในความเงียบสงบ ร่มรื่น และมีกลิ่นอายของความเป็นคอมมูนิตี้ที่รายล้อมไปด้วยบ้าน โรงเรียน และโฮมออฟฟิศ ซึ่งตอบโจทย์วิถีชีวิตที่เนิบช้า ทั้งยังเป็นจุดศูนย์กลางที่ลูกค้าประจำสามารถแวะเวียนหรือเดินทางมาที่ร้านได้อย่างสะดวกสบายมากขึ้น
คุณจิ๊บเล่าถึงที่มาของคาเฟ่สไตล์ Nippon Nordic สุดอบอุ่นแห่งนี้ไว้ว่า ก่อนหน้านี้เธอเคยทำงานเป็นพนักงานบริษัทที่มีความมั่นคงสูง แต่เมื่อค้นพบว่าตัวเองรักในการทำขนม เธอจึงเริ่มเรียนรู้จากหนังสือและฝึกฝนหลังเลิกงานอย่างหนักเป็นเวลา 3 ปี จนมั่นใจและตัดสินใจก้าวออกจากเซฟโซน “เราต้องให้เวลากับการทำขนม และใช้เวลาอยู่ให้นานที่สุด เพื่อดูว่าเราจะเบื่อไหม แต่ยิ่งทำก็ยิ่งสนุก เหมือนเดินเข้าไปในห้องสมุดที่มีแต่เรื่องใหม่ให้เรียนรู้ทุกวัน”
“สิ่งที่ทำให้เรารู้สึกผูกพันกับการเปิดคาเฟ่นี้มาตลอด น่าจะเป็นความสนุกในการได้ทดลองทำอะไรใหม่ ๆ และความตั้งใจที่อยากให้ที่นี่เป็นพื้นที่พักใจจากความวุ่นวาย ให้คนได้มากินขนมโฮมเมดและเลือกสรรของใช้ในบ้านที่เราเลือกมาค่ะ” และเมื่อเวลาผ่านไป ประกอบกับสถานการณ์โควิดที่ทำให้ไลฟ์สไตล์ของผู้คนเปลี่ยนแปลง คุณจิ๊บจึงตัดสินใจครั้งสำคัญในการรีเฟรชแบรนด์ใหม่ และย้ายหมุดหมายมาปักหลักที่ย่าน ‘เย็นอากาศ’ การตัดสินใจย้ายสถานที่ แม้เป็นสิ่งที่ไม่ได้วางแผนไว้ แต่การได้เข้ามาอยู่ย่านถนนเย็นอากาศก็เป็นเรื่องน่ายินดีมาก ๆ
Behind the 'Jib door’ความลับ (แสนอร่อย) ที่ซ่อนอยู่หลังบานประตูไร้กรอบ
การกลับมาครั้งนี้ ไม่ได้เปลี่ยนย้ายเพียงแค่โลเคชัน แต่ยังมาพร้อมกับการตั้งชื่อร้านใหม่อย่าง ‘Jib door’ ซึ่งไม่ใช่แค่การนำชื่อเล่นของคุณจิ๊บมาตั้งเป็นชื่อร้านเฉย ๆ เท่านั้น แต่ยังซ่อนความหมายลึกซึ้งในเชิงสถาปัตยกรรมเอาไว้อีกด้วย “Jib door คือชื่อเรียกประตูชนิดหนึ่ง ถือกำเนิดในสถาปัตยกรรมอังกฤษยุคจอร์เจียน (Georgian) ศตวรรษที่ 18 จากความต้องการผนังภายในที่สมมาตรและต่อเนื่อง จึงออกแบบประตูให้เสมอผนังและไร้กรอบ เพื่อเปิดไปสู่พื้นที่ส่วนตัวที่ซ่อนอยู่ จิ๊บมองว่าการเดินทางของ Spoonful เดินทางมาถึงหน้าบานประตูหนึ่งที่เราไม่เคยสังเกตมาก่อน คล้าย Jib door ที่ซ่อนตัวอยู่ ประตูที่นำเราไปสู่พื้นที่เรียบง่ายมากขึ้น โฟกัสในมุมที่เราชอบและใช้เวลาไปกับสิ่งนั้นนานขึ้น คงไม่ต่างกับช่วงอายุเราที่เพิ่มมากขึ้น อยากจะเลือกใช้เวลากับบางสิ่งให้ลึกซึ้งขึ้นค่ะ”
ชื่อร้านใหม่จึงแฝงไว้ด้วยกิมมิกที่ลึกซึ้ง ซึ่งตรงกับความตั้งใจดีของคุณจิ๊บที่อยากให้สเปซแห่งนี้เป็นเหมือนประตูบานลับใจกลางเมือง ที่เมื่อผลักเข้ามาในร้านแล้ว จะช่วยตัดขาดความวุ่นวายจากโลกภายนอก ให้ทุกคนที่มาเยือนได้แวะพักชาร์จพลังใจ ก่อนจะกลับไปใช้ชีวิตต่ออย่างมีเอเนอร์จี้
Dissolve in light, in lifeสเปซฮีลใจ ชวนให้ชีวิต Slow down
เมื่อผลักบานประตูนั้นเข้ามา ผู้มาเยือนก็จะสัมผัสได้ถึงความผ่อนคลายในทันที ด้วยสไตล์การตกแต่งของร้าน Jib door ยังคงกลิ่นอายความเรียบง่ายสไตล์ Nippon Nordic ภายใต้คอนเซ็ปต์ปรัชญาญี่ปุ่นที่ว่า 'Ichi nichi no yo-you - อิชินิจิ โยะ’ (ความสบาย ๆ ผ่อนคลายของวัน) และมี Motto ประจำร้านคือ 'Dissolve in light, in life' หรือการปล่อยตัวปล่อยใจให้กลมกลืนไปกับแสงแดดอ่อน ๆ และการใช้ชีวิตแบบเนิบช้าสักวัน
การออกแบบพื้นที่ภายในร้าน จึงดีไซน์มาให้ลูกค้าได้ทิ้งตัวนั่งพัก หลับตาเบา ๆ แล้วเอ็นจอยไปกับช่วงเวลาตรงหน้า แม้สเปซจะเล็กลง แต่กลับถูกจัดสรรอย่างลงตัวด้วยกระจกใสรับแสงธรรมชาติ และการคุมโทนด้วย 4 สีหลักที่สื่อถึงธรรมชาติ ได้แก่ Baby Blue (ท้องฟ้าและแม่น้ำ), White (แสงแดดยามเช้า), Rose Cloud (ขนมหวานและความสุข) และ Iceberg Green (ป่าไม้และความสงบ) เข้ามาช่วยโอบกอดความรู้สึก
นอกจากนี้ เพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสถึงความ Slow Life การพักผ่อนอย่างแท้จริง บาร์เครื่องดื่มของที่นี่จึงมาในรูปแบบ Slow Bar โดยเลือกใช้หม้อต้ม Moka Pot สไตล์อิตาลีในการชงกาแฟแทนเครื่องชง Espresso Machine เป็นอีกหนึ่งกิมมิกน่ารัก ๆ ที่อยากชวนให้ทุกคนลดจังหวะชีวิตให้ช้าลง ผ่านการจิบกาแฟชิล ๆ และใช้เวลาละเมียดละไมกับเครื่องดื่มตรงหน้าให้มากขึ้น
สำหรับใครที่คิดถึงสินค้าไลฟ์สไตล์แบบ Spoonful ทางร้านยังมี 'Spoonful Table' โต๊ะจัดแสดงงานคราฟต์บริเวณกลางร้าน ที่คัดสรรของแต่งบ้าน ถ้วยชามเซรามิก เครื่องแก้ว ต้นไม้ประดับ อุปกรณ์ทำสวน แยมโฮมเมด สิ่งละอันพันละน้อยต่าง ๆ ที่มีดีไซน์น่ารักน่าใช้
เรื่อยไปจนถึง ‘ใบชา’ ที่บรรจุลงใน Kiribako (กล่องไม้สไตล์ญี่ปุ่นโบราณที่ช่วยกันความชื้นได้ดี) เปรียบเหมือนของที่ระลึกชิ้นพิเศษ ให้คนรักงานคราฟต์หรืองานแฮนด์เมดสไตล์ญี่ปุ่นได้เลือกซื้อติดไม้ติดมือกลับไปฝากคนที่บ้าน ซึ่งในอนาคตทางร้านยังมีแพลนเชิญศิลปินหรือ Pastry Chef มาร่วมจัดเวิร์กช็อปสนุก ๆ ไปพร้อม ๆ กันอีกด้วย
Perfectly Imperfect Sconesสโคนโฮมเมดรูปทรงอิสระกับศิลปะแห่งการจับคู่ความอร่อย
เมื่อเอ่ยถึงภาพจำของร้าน Spoonful Zakka Cafe แน่นอนว่าสิ่งที่ขาดไม่ได้คือ 'สโคนโฮมเมด' ที่มัดใจลูกค้ามานานกว่าทศวรรษ เบื้องหลังความอร่อยนี้คือความทุ่มเทของคุณจิ๊บ ในฐานะ 'ช่างฝีมือ (Craftsman)’ ที่ยังคงลงมือทำเองทุกขั้นตอน สดใหม่วันต่อวัน โดยไม่พึ่งสารปรุงแต่งใด ๆ
"จริง ๆ แล้วสโคนของจิ๊บทำออกมา รูปทรงอิสระมาก ไม่เคยออกมาเหมือนกันเลยสักครั้ง ซึ่งหัวใจสำคัญของการทำขนม คงเป็นความตั้งใจดีที่จิ๊บเชื่อว่าหากเราละเมียดละไมกับการทำขนมแต่ละชิ้น ความอร่อยที่ลูกค้าได้ลิ้มลองจะกลายเป็นความทรงจำที่ดี และทำให้มีพลังขึ้นมาได้ค่ะ” ความพิเศษของสโคนที่นี่คือเนื้อสัมผัสที่ทานง่าย ไม่ร่วน ไม่แห้งฝืดคอ และขึ้นฟูตามธรรมชาติ ซึ่งความไม่สมบูรณ์แบบในส่วนนี้นี่เอง คือเสน่ห์ความคราฟต์ของขนมโฮมเมดที่แท้จริง
ความสนุกของการรับประทานสโคนที่นี่ คือศิลปะการจับคู่ (Pairing) ความอร่อยที่ลงตัว ซึ่งผ่านการคิดค้นมาแล้วว่าเป็น ‘Perfect Match’ โดยทางร้านจะเสิร์ฟสโคนแต่ละรสชาติคู่กับครีมสดและแยมที่แตกต่างกัน เมนูยอดฮิตอันดับหนึ่งคือ Original Scone ที่จับคู่กับครีมสดและแยมสตรอว์เบอร์รีสูตรโฮมเมด หรือจะเป็น Earl Grey Scone ที่จับคู่กับครีมสดคาราเมล นอกจากนี้ยังมีสโคนงาดำที่คัดสรรงาดำเกรดพรีเมียมจากญี่ปุ่นมาเอาใจสายสุขภาพโดยเฉพาะ ทั้งยังมีเมนูขนมเบเกอรีโฮมเมดชนิดอื่น ๆ อย่างมัฟฟิน โดนัท และเลมอนเค้ก ให้ได้เลือกสั่งมาลิ้มลองตามความชอบอีกด้วย
New & Comforting Menusหลากหลายเมนูอิ่มท้องเซ็ตใหม่ชุบชูใจ
นอกจากสโคนและเบเกอรีอบสดใหม่แล้ว ร้าน Jib door ยังเตรียมเสิร์ฟเมนูใหม่ที่ช่วยเติมเต็มช่วงเวลาดี ๆ ตั้งแต่เช้าจรดบ่าย ไม่ว่าจะเป็นเมนูอาหารเช้าอย่าง Morning Set (200 บาท) ขนมปังอบเนยชุ่มคู่กับไข่และแฮม
Breakfast Scones (290 บาท) สโคนรสโปรดที่เสิร์ฟมาพร้อมกับโยเกิร์ตและผลไม้ และมื้อกลางวันสุดอบอุ่นอย่าง Doria (350 บาท) ข้าวแกงกะหรี่อบชีสสไตล์ญี่ปุ่น ท็อปด้วยหมูแฮมเบิร์กและไข่ออนเซ็น อิ่มง่ายสบายท้อง
16 Years of Craftsmanship 16 ปีแห่งความใส่ใจ รังสรรค์ความอร่อยภายใต้ DNA ช่างฝีมือ
เบื้องหลังความอร่อยของขนมทุกชิ้น คือความรักและความทุ่มเทของคุณจิ๊บที่ดูแลเองทุกขั้นตอนในฐานะ 'One Man Standing' ซึ่งเธอเปรียบตัวเองเหมือนเป็นช่างฝีมือ (Craftsman) ที่อยากส่งมอบผลงานที่ดีที่สุดให้ลูกค้า ตามอย่างที่เธอกล่าวไว้ว่า “เคล็ดลับความอร่อยสำหรับจิ๊บคือ เราลงมือทำเองมา 16-17 ปีแล้ว ไม่เคยให้คนอื่นทำเลย เหมือนเราเป็นช่างฝีมือที่อยากดูแลผลงานทุกชิ้นด้วยตัวเอง”
The Ultimate Reward 'รอยยิ้มของคนกิน' คือความสำเร็จที่หล่อเลี้ยงหัวใจ
การยืนหยัดในวงการคาเฟ่ที่มีการแข่งขันสูงมานานถึง 15 ปี ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่สำหรับคุณจิ๊บแล้ว ความท้าทายสูงสุดกลับไม่ใช่การแข่งขันกับใคร แต่คือการ 'รักษาสุขภาพตัวเอง' ให้แข็งแรงที่สุด เพื่อรักษามาตรฐานความอร่อยนี้ไว้ให้ยาวนาน
"ลูกค้าคือผู้มีพระคุณ เป็นคนที่สนับสนุนทำให้เรามีทุกวันนี้ เราเห็นตั้งแต่เขาเรียนหนังสือ จนรับปริญญา แต่งงาน และปัจจุบันพาลูกมากินสโคนของเราด้วย นั่นคือกำลังใจสำคัญเลยค่ะ เพราะการที่สิ่งเล็ก ๆ ที่เราทำยังมีความหมาย แม้จะแค่กับคน ๆ เดียว สำหรับจิ๊บ สิ่งนี้น่าจะเรียกว่า ‘ความสำเร็จ’ ความสำเร็จของเราไม่ใช่ตัวเลข แต่มันคือโมเมนต์แรกที่เห็นคนกินขนมเรา แล้วเขายิ้มมีความสุข การที่เราทำอาหารที่ดี ขนมที่ดี แล้วทำให้คนรู้สึกว่าเขาได้ถูกเติมเต็ม หรือหายจากความเครียด มันเป็นจิ๊กซอว์เล็ก ๆ ที่อาจจะทำให้วันนั้นของเขาดีขึ้น เท่านี้เลยค่ะ สิ่งนี้แหละได้มอบความสุขกลับคืนมาให้เราเช่นกัน”
ความผูกพันที่มอบให้กันจากรุ่นสู่รุ่น เป็นภาพสะท้อนที่ชัดเจนว่า รสชาติและความใส่ใจของร้าน Jib door by Spoonful Zakka Cafe ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งในความทรงจำชีวิตของใครหลายคนไปแล้ว
ที่นี่จึงไม่ใช่แค่คาเฟ่ทั่วไป แต่เป็นเหมือน Safe Zone ที่ส่งมอบความรัก ความอบอุ่น และปลอบประโลมจิตใจของคนเมือง ผ่านขนมโฮมเมดทุกชิ้นที่ถูกอบขึ้นมาด้วยหัวใจอย่างแท้จริง
หากคุณกำลังมองหาความสุนทรีย์ที่เรียบง่าย โหยหารสชาติขนมอบโฮมเมดที่ทำด้วยความใส่ใจ และอยากทิ้งตัวผ่อนคลายไปกับสเปซฮีลใจแบบนี้ คงต้องลองแวะมาที่ Jib door by Spoonful Zakka Cafe แห่งนี้ดูสักครั้ง แล้วคุณจะพบว่า ความสุขเล็ก ๆ ในบางวัน ก็เริ่มต้นได้ง่าย ๆ เพียงแค่ได้ชิมสโคนอร่อย ๆ สักชิ้น กับกาแฟดี ๆ หนึ่งแก้ว เท่านั้น ก็นับเป็นช่วงเวลาดี ๆ ที่เติมความสุขใจให้อมยิ้มได้ไปตลอดทั้งวัน
Jib door by Spoonful Zakka Cafe
38, 56 ถนนเย็นอากาศ แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร
เปิด วันพฤหัสบดี-จันทร์ (ปิดวันอังคารและพุธ) เวลา 09.30-17.00 น.
โทร. 092-652-3424
