#BehindTheTaste ครั้งนี้ ชวนมาทำความรู้จัก ‘ป๊อปปี้ – ณิชากร ปัสสวาท’ สาวเชียงใหม่ที่ใช้ชีวิตทำงานประจำในสายงานเขียนมาตลอด ทั้ง Content Writer, Copy Writer และงานครีเอทีฟหลากหลายรูปแบบ จนถึงจุดที่เริ่มรู้สึกว่าชีวิตเดินเข้าสู่ช่วงตั้งคำถามกับตัวเองถึงสิ่งที่ชุบชูหัวใจได้จริง ๆ
จุดเริ่มต้นจากจานง่าย ๆ หลังเลิกงาน
ก่อนจะเป็น Pasta.Tomatoo คุณป๊อปปี้เคยทำงานเป็นนักเขียน และใช้ชีวิตเป็น First Jobber ในกรุงเทพฯ นานกว่า 8 ปี จนวันหนึ่งหลังจากวันที่เหนื่อยล้า กลับถึงห้องที่มีแค่วัตถุดิบพื้นฐานอย่างเส้นสปาเก็ตตี้แห้ง มะเขือเทศ และโหระพา การลงมือทำเมนูง่าย ๆ จากสิ่งที่มี กลับกลายเป็นจานที่อร่อยเกินคาด และเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เธอตกหลุมรักการทำอาหาร โดยเฉพาะ “พาสต้า” ตั้งแต่นั้นมา
ครัวเล็ก ๆ กับคนรอบตัวที่เป็นครูคนแรก
จากจานครัวเล็ก ๆ ในห้องคอนโด คุณป๊อปปี้เริ่มฝึกทำพาสต้าให้คนรอบตัวชิม ทั้งคุณพ่อแม่ เพื่อนและแฟน จนค่อย ๆ พัฒนาฝีมือ ทดลองรสชาติ และเรียนรู้จากทุกคำติชม จนความชอบค่อย ๆ เติบโตเป็นความตั้งใจในการทำอาหารอย่างจริงจัง
Pasta.Tomatoo
Pasta.Tomatoo จึงถือกำเนิดขึ้นจากความทรงจำวัยเด็กของคนที่ “รักมะเขือเทศ” แบบสุดหัวใจ “เรากินมะเขือเทศเป็น Snack แต่เพื่อนไม่เข้าใจ” เธอเล่า พร้อมรอยยิ้ม ชื่อนี้จึงไม่ใช่แค่ชื่อร้าน แต่คือความตั้งใจที่อยากให้ทุกคนได้รู้ว่ามะเขือเทศสามารถนำมาทำเป็นอาหารที่ทั้งอร่อย อบอุ่น และพิเศษได้มากกว่าที่คิด
ความปุ๊กปิ๊กที่ซ่อนความตั้งใจ
และเพราะเป็นร้านพาสต้าแบบ Pre-Order ป๊อปปี้จึงเลือกเล่าเรื่องผ่านดีเทลเล็ก ๆ ด้วยความตั้งใจอยากให้คนกินได้ยิ้มไปกับความน่ารักก่อนจะเริ่มทาน เพราะพาสต้าอาจดูเป็นเมนูธรรมดา เธอจึงเติมกิมมิกเล็ก ๆ ลงไป ไม่ว่าจะเป็นราวิโอลีรูปดอกไม้ หรือการพิมพ์ใบมะกรูดเป็นลวดลายน่ารัก เพื่อให้ทุกจานมีความ “ปุ๊กปิ๊ก” สะท้อนความตั้งใจของคนทำ
เหนื่อย แต่เป็นตัวเอง
ระหว่างทาง คุณป๊อปปี้เคยผ่านช่วงถูกเลย์ออฟ และความเบิร์นเอาต์จากงานประจำ ก่อนตัดสินใจออกมาทำ Pasta.Tomatoo แบบเต็มตัว แม้จะต้องทำทุกอย่างคนเดียวและเหนื่อยมาก แต่ก็เป็นความเหนื่อยที่สนุก และทำให้เธอได้เป็นตัวเองในที่สุด
From Home Town
เมื่อแบรนด์เริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้น โอกาสพา Pasta.Tomatoo ไปออกบูธก็ตามมา (ล่าสุดที่เชียงใหม่) ซึ่งผลตอบรับดีเกินคาด จนกลายเป็นแรงบันดาลใจใหม่ให้สาวเชียงใหม่คนนี้มองเห็นเส้นทางการขยับขยาย และการได้กลับไปทำสิ่งที่รัก “ที่บ้าน” อีกครั้ง
When life gives you tomato, make pasta
แน่นอนว่ามะเขือเทศที่ถูกเลือกให้เป็นหัวใจของร้าน ไม่ใช่แค่เพราะความชอบส่วนตัว แต่เพราะป๊อปปี้ใช้มะเขือเทศหลากหลายชนิด และมองว่ามันเป็นวัตถุดิบที่พบได้ในทุกวัฒนธรรม อีกทั้งยังมีรสชาติที่ซับซ้อน ทั้งหวาน เปรี้ยว และขมนิด ๆ คล้ายกับ Bitter Sweet Things ในชีวิต จนกลายมาเป็นแรงบันดาลใจของแท็กไลน์
“When life gives you tomato, make pasta” เพราะทุกครั้งที่เธอกลับมาทำพาสต้า มักเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของชีวิตเสมอ
สัญญาณเล็ก ๆ ที่ทำให้อยากไปต่อ
แม้ป๊อปปี้จะบอกว่าวันนี้ยังรู้สึก Lost และยังค้นหาตัวเองอยู่เรื่อย ๆ แต่โมเมนต์ที่ทำให้รู้สึกว่ามาถูกทาง คือการเริ่มออกบูธ และมีลูกค้าที่ตามมาจาก Instagram สิ่งนั้นทำให้เธอรู้ว่าความพยายามที่ผ่านมาไม่สูญเปล่า และมีคนเห็นสิ่งที่เธอตั้งใจทำจริง ๆ
“ถ้าถามว่าอะไรที่ทำให้รู้สึกว่ามาถูกทางแล้ว ก็คงเป็น People คนที่คอยซัพพอร์ตเราค่ะ” เธอเล่าพร้อมรอยยิ้ม
Let’s Pasta Make Your Day
สำหรับป๊อปปี้ พาสต้าไม่ควรแค่น่ารัก แต่ต้องอร่อยจริง เธอพยายามออกแบบทุกองค์ประกอบให้สดใสและสะท้อนรสชาติ เพื่อให้คนกินรู้สึกดี และมีวันดี ๆ ทุกครั้งที่ได้ทาน แถมล่าสุดเธอยังทดลองทำ “พาสต้าเค้ก” เพื่อให้พาสต้าเป็นส่วนหนึ่งของการเฉลิมฉลองในวันพิเศษ แทนเค้กแบบเดิม ๆ อีกด้วย .
มาคุยกันต่อถึงเมนูที่ผูกพันมากที่สุด ป๊อปปี้ตอบพร้อมรอยยิ้มว่าคือเมนู พาสต้าน้ำพริกอ่อง ด้วยความที่เธอชอบกินน้ำพริกอ่องมาตั้งแต่เด็ก และที่บ้านแม่ทำบ่อย ป๊อปปี้จึงอยากพรีเซนต์ตัวตนของสาวเหนือผ่านรสชาติใหม่ ๆ โดยใส่แคบหมูและแตงกวา เสิร์ฟคู่กับเส้นญ็อกกี้ จนหลายคนบอกว่ารสชาติคล้ายกินน้ำพริกกับข้าวเหนียว
The Way to Grow up
จากวันแรกจนถึงวันนี้ สิ่งที่เปลี่ยนไปมากที่สุดคือพัฒนาการของพาสต้า และเสียง Feedback จากคนรอบข้าง ซึ่งเป็นแรงสำคัญที่ช่วยให้เธอพัฒนาตัวเองและร้านให้ดีขึ้นเรื่อย ๆ
ท้ายที่สุด ป๊อปปี้อยากฝากถึงคนที่อยากเริ่มทำอาหารว่า อย่าเพิ่งคิดว่าตัวเองทำไม่ได้ เพราะการทำอาหารคือสิ่งที่ฝึกได้ และทุกคนสามารถสนุกกับมันได้เสมอ ส่วนคนที่อยากเปิดร้านแต่ไม่เคยมีประสบการณ์ เธออยากบอกว่าเธอก็ไม่เคยเช่นกัน แต่การลองทำ ลองผิดลองถูก คือสิ่งที่จะพาเราไปถึงจุดที่อยากไปได้ในที่สุดนั่นเอง



