Hidden Home Café in Ekkamai
BKK. ชวนหลบร้อนเข้ามาเจออีกหนึ่งสเปซน่ารักที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางความคึกคักของย่านเอกมัยกับ PLYNN HOUSE โฮมคาเฟ่มู้ดอบอุ่นที่ให้ฟีลเหมือนได้แวะมานั่งเล่นบ้านเพื่อนในวันที่อยากพักจากความวุ่นวาย พร้อมชวนให้ทุกคนได้ใช้เวลากับตัวเองในบรรยากาศสบาย ๆ ใจกลางเมือง
Warm Light, Slow Living Vibes
ที่นี่มาพร้อมคอนเซ็ปต์ COFFEE • LIFE • ART ที่มองว่ากาแฟไม่ใช่แค่เครื่องดื่ม แต่คือส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตในทุกวัน เป็นตัวกลางที่เชื่อมโยงผู้คนเข้ากับความคิดสร้างสรรค์และแรงบันดาลใจ ภายในร้านจึงมีการจัดแสดงผลงานศิลปะจากศิลปินที่หมุนเวียนเปลี่ยนไปอยู่เสมอ ให้พื้นที่นี้เป็นมากกว่าคาเฟ่ แต่เป็นเหมือนคอมมูนิตี้เล็ก ๆ ของคนรักกาแฟและงานอาร์ต
ในด้านบรรยากาศ ตัวร้านโดดเด่นด้วยดีไซน์เรียบง่ายที่ซ่อนดีเทลไว้อย่างตั้งใจ โดยเฉพาะมุมแสงธรรมชาติที่ตกกระทบเข้ามาอย่างสวยงามในแต่ละช่วงเวลา ไม่ว่าจะเป็นมุมหน้าต่าง โต๊ะไม้ หรือโซฟานุ่ม ๆ ที่ชวนรู้สึกผ่อนคลาย เหมาะกับทั้งการนั่งชิลล์ หรือคิดงานที่ต้องใช้ความครีเอทีฟ
Where Coffee Meets Art
ส่วนเมนูทางร้านเลือกใช้เมล็ดกาแฟคุณภาพจากเชียงรายเบลนด์กับเมล็ดต่างประเทศเพื่อสร้างบาลานซ์ของรสชาติทั้งแบบคั่วเข้มและคั่วอ่อน พร้อมเติมกิมมิกด้วยเมนู Signature ที่ตั้งชื่อตาม Pantone สีต่าง ๆ ให้การดื่มกาแฟสนุกขึ้นไปอีกขั้น นอกจากนี้ยังมีมัทฉะให้เลือกถึง 3 โทนรสชาติ รวมถึงเมนู Brunch โฮมเมดจากขนมปัง Sourdough และ Focaccia ที่ตั้งใจคัดสรรมาอย่างดี ครบทั้งรสชาติและดีเทลที่ทำให้วันธรรมดาพิเศษขึ้นได้ง่าย ๆ
Easy Coffee & All-Day Bites
มาแล้วชิมเครื่องดื่มกันก่อน ในแก้วของ Vanilla Ice (145 บาท) ช็อตเอสเพรสโซหอมกรุ่นราดบนไอศกรีมวานิลลา ท็อปด้วยครีมนุ่ม ๆ และเพิ่มเท็กเจอร์ด้วย Biscoff อีกแก้วเป็น Orange Pop (145 บาท) แก้วนี้ให้ความสดชื่นของ Citrus และ Cold Brew เพิ่มความนุ่มละมุนด้วย Vanilla Orange Foam ปิดท้ายด้วยกลิ่นหอม ๆ ของเปลือกส้ม เพิ่มความสดใสให้ยามบ่ายได้เป็นอย่างดี
แก้วคลาสสิกก็มีทั้ง Americano (90 บาท) และ Latte (100 บาท) ที่ทางร้านเลือกใช้เมล็ดกาแฟคุณภาพจากเชียงรายเบลนด์กับเมล็ดต่างประเทศ เพื่อสร้างบาลานซ์ของรสชาติทั้งแบบคั่วเข้มจากเมล็ดกาแฟนางแลในเบลนด์กับเมล็ดเวียดนาม และคั่วอ่อน ที่อย่างเมล็ด Honduras ที่ไปเบลนด์กับเอธิโอเปีย
นอกจากนี้ยังมีเมนู Matcha Latte (140 บาท) ตัว Signature Blend ของทางร้านที่มาพร้อมสัมผัสที่ซับซ้อนแต่ดื่มง่าย ได้บอดี้แน่น ๆ ของมัทฉะ 2 สายพันธุ์อย่าง Kayanamidori และ Okumiori ได้ความเข้มข้นนุ่มนวลไปพร้อมกัน
ในส่วนของจานอิ่มท้อง ที่ร้านมี 3 หมวดหมู่ให้เลือกสั่งมาชิม เริ่มกันตั้งแต่ Sanwiches ที่เสิร์ฟมาแบบ Open-Faced ในเมนู Creamy Tuffle Mushroom (235 บาท) ขนมปังซาวโดว์ที่เสิร์ฟมากรุ่น ๆ พร้อมเห็ดผัดหอม ๆ และไข่ดาว
หรือจะเป็นเมนูจาก Focaccia ก็อร่อยไม่แพ้กัน แนะนำจานของ Tuna Melt (210 บาท) หนึ่งในเมนูขายดีของที่ร้าน มาพร้อมขนมปัง Focaccia นุ่ม ๆ ด้านในเป็นทูน่าที่เข้ากันเป็นอย่างดี ตัดรสด้วยแตงกวาดอง
ปิดท้ายกันที่จานของ Sourdough แบบเต็ม ๆ คำในเมนูคลาสสิก Ham&Cheese (240 บาท) เสิร์ฟรสชาติสุดโฮมมี่ที่ใคร ๆ ก็ต้องหลงรัก ด้วยความเข้ากันของแฮมและชีสแบบกรุ่น ๆ กลายเป็นมื้อประทับใจนั่งทานกันยาว ๆ ได้เลย!








