เดินส่องสตรีทอาร์ต ชมสถาปัตยกรรมแดนมังกรที่สะท้อนวัฒธรรมจีนในย่านตลาดน้อย

Published on August 02, 2018
 

Wandering Around the Old Town

ตลาดน้อย หรือ ตะลักเกียะ ย่านการค้าเก่าแก่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่มีความคึกคักรองลงมาจากเยาวราช ย่านสำคัญที่เต็มไปด้วยเรื่องราวของชุมชนชาวจีนที่เข้ามาตั้งรกรากตั้งแต่สมัยรัตนโกสินทร์ ปัจจุบันแม้กาลเวลาจะผ่านไป ก็ยังคงทิ้งร่องรอยของวัฒนธรรม การใช้ชีวิต ความเชื่อ ผ่านสถานที่เคารพบูชาทั้งศาลเจ้า และสถาปัตยกรรมบ้านรูปทรงแบบจีน 

 

เมื่อเดินไปตามตรอกซอกซอยยังคงเห็นร่องรอยการอยู่อาศัยของชาวจีนสมัยก่อน

 

บ้านบางหลังมีอายุกว่าร้อยปี นับเป็นย่านที่มีคุณค่าด้านสถาปัตยกรรมอย่างมาก

นอกจากนี้ยังเต็มไปด้วยสีสันของงานศิลปะที่ถ่ายทอดเรื่องราวของตลาดน้อยได้อย่างมีชีวิตชีวา มาดูกันว่าตลาดน้อยจะมีมุมไหนให้เราได้สัมผัสบรรยากาศเก่า ๆ กันบ้าง

1

โบสถ์กาลหว่าร์

 

โบสถ์กาลหว่าร์

หรือที่เรียกกันว่าวัดพระแม่ลูกประคำ หนึ่งในโบสถ์คริสต์นิกายโรมันคาทอลิกเก่าแก่ของประเทศไทยที่ยังคงรักษาความสวยงามมานานกว่า 120 ปี และยังเป็นวัดคาทอลิกแห่งแรกของกรุงรัตนโกสินทร์อีกด้วย แม้จะเดินทางมาร่วมศตวรรษแต่ยังรักษาคุณค่าทางประวัติศาสตร์ผ่านสถาปัตยกรรมแบบกอธิกสูงชะลูดได้สมบูรณ์

 

ภายในโอ่อ่า และเต็มไปด้วยความสงบ

 

ประดับประดาไปด้วยกระจกช่องสีสวยงาม

เมื่อเดินเข้ามาด้านใน จะเจอกับเพดานโค้ง ที่ปลายทางมีจั่วครึ่งวงกลม และกำแพงที่ประดับประดาไปด้วยกระจกช่องสีแสงสวยงามที่สะท้อนเรื่องราวในพระคัมภีร์ ทุก ๆ วันอาทิตย์จะเต็มไปด้วยบรรดาคริสตศาสนิกชนที่มาร่วมประกอบพิธิมิซซาภายในวัดแห่งนี้ด้วย


โบสถ์กาลหว่าร์
ซอยวานิช 2 ตลาดน้อย
เปิดทุกวันเวลา 7.00 - 17.00 น.
 

2

ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาตลาดน้อย

 

นอกจากเป็นธนาคารที่ยังเปิดให้ใช้บริการปกติแล้ว ยังเปิดให้เราเข้าไปดูความสวยงามประณีตของสถาปัตยกรรม

อีกหนึ่งแลนด์มาร์กสำคัญของตลาดน้อยคือ อาคารธนาคารไทยพาณิชย์สีเหลืองหลังใหญ่ เป็นธนาคารแห่งแรกของประเทศไทยที่มีความสวยงามโอ่อ่าด้วยสถาปัตยกรรมตะวันตก ผสมผสานกับนีโอคลาสสิก ภายในตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์แบบย้อนยุค ที่ชวนให้เราเข้าไปดูความปราณีตของ ปูนปั้น หัวเสา ลาดบัวได้อย่างใกล้ชิด ปัจจุบันก็ยังคงเปิดให้ใช้งานปกติท่ามกลางบรรยากาศร่มรื่นที่โอบล้อมด้วยต้นไม้ใหญ่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา


ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาตลาดน้อย
เปิดทุกวันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 8.30 - 15.30 น. (ยกเว้นวันหยุดธนาคาร)


 

รถคันเก่าที่จอดทิ้งไว้ กลายเป็นสัญลักษณ์ของย่านตลาดน้อย

เมื่อเดินทะลุผ่านตรอกซอกซอยภายในย่านตลาดน้อย นอกจากจะยังคงเห็นร่องรอยในอดีตผ่านผนังอิฐและหลังคาทรงจีน รวมถึงเครื่องรางที่ชาวจีนติดไว้เหนือประตูบ้านก็สะท้อนวิถีความเป็นอยู่ของคนจีนในชุมชนได้เป็นอย่างดี รวมถึงสตรีทอาร์ทที่ถูกวาดขึ้นจากงงานเทศกาลเมืองศิลปะ 2016 บุกรุก ครั้งที่ 2 ที่ได้ศิลปินไทยและต่างประเทศมาสร้างสรรค์ไว้ตามตรอกซอกซอย

 

มุมสตรีทอาร์ตที่ใครผ่านไปก็ต้องแวะถ่ายรูป

 

ผลงานศิลปะที่ได้แรงบันดาลใจและช่วยบอกเล่าเรื่องราวของตลาดน้อย

นอกจากนี้ยังมีศิลปินอื่น ๆ ที่ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันเข้ามาสร้างงานศิลปะสมัยใหม่ก็ช่วยสร้างสีสันให้ตลาดน้อยเป็นย่านที่น่าค้นหามากขึ้น

 

ผนังสีเหลืองที่ใครผ่านไปย่านตลาดน้อยก็ต้องคุ้นตา

4

เป็ดตุ๋นเจ้าท่า

 

ร้านเป็ดตุ๋นเจ้าท่า

ความอร่อยแบบดั้งเดิมย่านตลาดน้อยที่เปิดคู่กับตลาดน้อยมานานกว่า 40 ปี ถ้ามาแถวนี้แล้วห้ามพลาดไปชิม ความพิเศษของเป็ดตุ๋นเจ้าท่าคือเลือกใช้ เป็ดโป๊ยฉ่าย เป็ดตัวโตที่มีต้นกำเนิดการเลี้ยงมาจากประเทศจีน เนื้อจะนุ่มเป็นพิเศษ ยิ่งนำมาทำเป็ดตุ๋นยิ่งอร่อยถูกใจ

 

ข้าวหน้าเป็ด (70 บาท) และบะหมี่น้ำเป็ดตุ๋น (70 บาท)

แนะนำให้ลองสั่ง ข้าวหน้าเป็ด (70 บาท) เมนูที่เพิ่มความหอมด้วยกระเทียมเจียวลงบนเนื้อเป็ดเหนียวนุ่ม ให้ทานคู่กับน้ำจิ้มสูตรเด็ด และเมนูบะหมี่น้ำเป็ดตุ๋น (70 บาท) ที่มาพร้อมเส้นหมี่เหนียวนุ่ม เนื้อเป็ดชิ้นใหญ่ และน้ำซุปรสชาติเข้มข้นที่ซดแล้วต้องอยากสั่งเพิ่ม


เป็ดตุ๋นเจ้าท่า
ซอยวานิช 2 ตลาดน้อย
โทร. 081823216
เปิดทุกวันจันทร์ - เสาร์ เวลา 9:30 –15.00 น.

5

ศาลเจ้าโรงเกือก

 

ศาลเจ้าโรงเกือก ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา

 

เจ้าพ่อฮ้อนหว่องกุง ที่ผู้คนต่างเข้ามาสักการะขอพร

ศาลเจ้าโรงเกือก หรือศาลเจ้าพ่อฮ้อนหว่องกุง อีกหนึ่งมุมที่ผสมผสานความเก่าแก่เข้ากับบรรยากาศริมแม่น้ำเจ้าพระยา ศาลเจ้าเก่าแก่ของคนจีนฮากกาที่สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5  เมื่อตามกลิ่นหอมของควันธูปเข้ามาด้านในจะเจอกับประติมากรรมฝาผนังสีแบบนูนต่ำที่บันทึกเรื่องราวของคนจีนในสมัยนั้นเอาไว้ 


ศาลเจ้าโรงเกือก
ซอยวานิช 2 ตลาดน้อย
เปิดทุกวันเวลา 7.00 - 17.00 น.

6

บ้านโซวเฮ่งไถ่ 

 
 

ด้านในยังคงคุณค่าของสถาปัตยกรรมและของเก่าสะสมเอาไว้

เดินตรงย่ำเท้าเข้าไปในซอยด้านในเรื่อย ๆ จะเจอกับสถาปัตยกรรมแบบจีนโบราณที่มีสระว่ายน้ำตั้งอยู่กลางบ้านเก่าแก่อายุกว่า 200 ปี บ้านโซวเฮ่งไถ่สร้างโดยต้นตระกูลโปษยะจินดา (เจ้าสัวโซว) ก๋งจีนผู้ร่ำรวยสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น ตัวบ้านยังคงอนุรักษ์ความเก่าแก่เอาไว้ ทั้งประตู ข้าวของสะสม รวมทั้งรูปภาพบนฝาผนังเก่า ปัจจุบันยังเปิดให้เข้าไปนั่งจิบกาแฟ เพื่อชมความงามแบบคลาสสิกของสถานที่แห่งนี้ 


บ้านโซวเฮ่งไถ่
ซอยวานิช 2 ตลาดน้อย
เปิดทุกวันเวลา 9.00 - 18.00 น.


7

ศาลเจ้าฮกเกี้ยนโจซือกง

 

ศาลเจ้าฮกเกี้ยนโจซือกงโดดเด่นด้วยสีแดงที่ชวนให้ต้องมนต์ขลัง

 

ลวดลายมังกรศิลปะแบบจีน

ศาลเจ้าเก่าแก่ที่โดดเด่นด้วยสีแดงชวนให้ต้องมนต์ขลัง และยังคงรักษารูปแบบศิลปะลายปูนปั้น การวางผังอาคารสมัยราชวงศ์ชิงไว้อย่างเด่นชัด แม้จะมีการปรับปรุงซ่อมแซมหลายครั้งตามกาลเวลา ศาลเจ้าแห่งนี้มีหลวงปู่โจวซือกง เป็นศูนย์กลางของชาวจีนฮกเกี้ยน เมื่อถึงเทศกาลกินเจก็จะมีการจัดพิธีแบบจีนโบราณกันอย่างยิ่งใหญ่ 


ศาลเจ้าฮกเกี้ยนโจซือกง
ซอยวานิช 2 ตลาดน้อย
เปิดทุกวันเวลา 7.00 - 17.00 น. 

 

FoudeJoie

เดินกันมาทั้งวันขอแนะนำสถานที่นั่งดื่มชิลล์ ๆ ใกล้กันกับตลาดน้อยที่หลายคนต้องสะดุดตากับตึกแถวสีน้ำเงินสไตล์เรโทร ที่มีแสงไฟสลัวที่ส่องออกมานอกร้าน ตัวร้านมาในบรรยากาศย้อนยุคสบาย ๆ สไตล์ฮ่องกงที่ผสมผสานสไตล์ตะวันออกและตะวันตกเข้าไว้ด้วยกัน พร้อมเสิร์ฟเมนูอาหารฝรั่งเศส พร้อมไวน์และค็อกเทลดี ๆ

 

Parisienne (200 บาท)

 

Satan’s Whiskers (380 บาท)

เมนูเด่นของที่นี่แนะนำ Parisienne (200 บาท)  แป้งเครป Buckwheat เนื้อนุ่ม ท็อปด้วย Dried Ham ไข่ดาว ชีส Racelette โรยด้วยต้นหอม รสชาติกลมกล่อม เสิร์ฟคู่กับสลัดผัก และ Satan’s Whiskers (380 บาท) ค็อกเทลสีส้มสดใสแก้วใหม่จากทางร้านที่ส่วนผสมของ Gin, Sweet Vermouth, Dry Vermouth, Triple Sec,  น้ำส้ม, Bitter และตกแต่งด้วยเปลือกเลมอนและ Maraschino Cherry ด้านบน รสชาติเข้มข้นไม่แพ้กัน


FoudeJoie 
ซอยเจริญกรุง 31
เปิดทุกวันอังคาร - อาทิตย์ เวลา 18:00 - 00:00 น.
โทร. 08-5527-3511
www.facebook.com/foojohnbkk