ชวนมาเปิดตู้เสบียงขบวนรถไฟแห่งความอร่อยกับ ‘ปากนัง (Pak Nang)’ ร้านอาหารใต้บรรยากาศสุดโฮมมี่ ที่พร้อมเสิร์ฟรสชาติในความทรงจำผ่านหลากหลายเมนูรสจัดจ้านถึงพริกถึงขิง ซึ่งนำมาจัดจานใหม่ให้มีความสวยงามร่วมสมัย เพื่อให้คนเมืองได้ลิ้มลองความหรอยแรงฉบับต้นตำรับ แบบไม่ต้องเดินทางลงใต้ไปกินถึงถิ่นเมืองคอน !
คอลัมน์ BEHIND THE TASTE ครั้งนี้ ขอพาทุกคนไปทำความรู้จักกับ ‘ปากนัง (Pak Nang)’ ร้านอาหารใต้สุดฮอตแห่งย่านอารีย์และสุขุมวิท 49 ภายใต้การดูแลของ ‘คุณอาย-กรรักษ์ ศิลานุกิจ’ เจ้าของร้าน ผู้เป็นทายาทรุ่นปัจจุบันของคุณยายละมูล ร่วมกับเพื่อนและหุ้นส่วนคนสำคัญอย่าง คุณศร และ คุณอั้ม (ผู้อยู่เบื้องหลังแบรนด์แฟชั่น Daddy and The Muscle Academy และ Frank Garcon) ที่ขอหยิบเอาเมนู ‘อาหารใต้รสมือคุณยาย’ ตำรับอำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช มาตีความใหม่ ผสมผสานกลิ่นอายความดั้งเดิมของพริกแกงสูตรลับ เข้ากับหน้าตาอาหารสุดโมเดิร์นได้อย่างสมบูรณ์แบบ
The Origin of Taste จากครัวคุณยาย สู่จุดเริ่มต้นการส่งต่อความอร่อยของ ‘อาหารใต้’ แบบชาวปากนัง
จุดกำเนิดความอร่อยของ ‘ปากนัง’ เริ่มต้นจากความผูกพันและความทรงจำเรื่องรสมือการทำอาหารของคุณยายละมูล เมื่อครั้งคุณอายยังเด็ก ซึ่งแต่เดิมคุณยายของเธอนั้นเคยประกอบอาชีพเป็นแม่ครัวทำข้าวแกงขายอยู่ที่ตลาดในอำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้วยพริกแกงสูตรเด็ดที่คิดค้นขึ้นเองเมื่อหลายสิบปีก่อน ทำให้รสชาติอาหารบ้านคุณอายมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทั้งจัดจ้านและกลมกล่อม จนกระทั่งเพื่อนสนิทอย่างคุณลูกศร หนึ่งในหุ้นส่วนร้านได้ลองชิมแล้วตกหลุมรัก จึงอยากให้คุณอายอนุรักษ์สิ่งนี้ไว้ไม่ให้เลือนหายไป พร้อมสานต่อความอร่อยให้คนรุ่นใหม่ได้รู้จักอาหารใต้ของชาวปากพนังมากขึ้น "คุณลูกศรเป็นคนที่ชื่นชอบอาหารที่บ้านอายมาก เป็นสูตรต้นตำรับจากคุณยาย เขาบอกว่าไม่อยากให้สูตรนี้หายไปจากโลกเลย อยากเอาสิ่งนี้มา Remake และ Create ให้สนุกขึ้น เข้ากับบริบทคนเมืองมากยิ่งขึ้น จึงเป็นที่มาของการเปิดร้านปากนัง สาขาแรกที่อารีย์ เมื่อปี 2020 ค่ะ" คุณอายเล่าถึงจุดเริ่มต้นด้วยรอยยิ้ม
Authentic Taste, Modern Vibeรสชาติดั้งเดิมกับหน้าตาอาหารที่ร่วมสมัย
แม้ว่าร้านปากนังจะถูกรีแบรนด์และนำเสนอในรูปแบบที่ร่วมสมัย แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนไปจากเดิมเลยคือ ‘รสชาติอาหาร’ ที่ยังคงความเข้มข้น เผ็ดจัดจ้านแบบถึงพริกถึงขิง ตามแบบฉบับคนใต้แท้ ๆ “อาหารทุกจานของที่นี่ เราคงรสชาติดั้งเดิมเลยค่ะ พริกแกงทุกอย่างเป็นสูตรของครอบครัวที่เราอนุรักษ์ไว้ รสชาติอาหารของปากพนังจะจัดจ้าน ถึงพริกถึงขิง แต่เรานำมาปรับโฉมหน้าตาให้มีความทันสมัย น่าสนใจ และมีความ Photogenic มากขึ้น เพื่อดึงดูดคนรุ่นใหม่ ให้เขารู้สึกว่าอาหารใต้เข้าถึงง่ายค่ะ"
นอกจากรสชาติที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแล้ว ทางร้านยังให้ความสำคัญกับการคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพ โดยวัตถุดิบเกือบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นอาหารทะเลสดใหม่ พืชผักที่ขึ้นชื่อและนิยมนำมาทำอาหารใต้อย่างสะตอเมล็ดอวบ หรือใบเหลียงที่คัดเฉพาะยอดอ่อน ล้วนส่งตรงมาจากกลุ่มชาวประมงและเกษตรกรในภาคใต้ เพื่อรักษารสชาติดั้งเดิมและเป็นการสนับสนุนรายได้ให้กับทางชุมชนไปในตัว
Impressionist Train Cabinยกขบวน (รถไฟ) ความอร่อย จากความทรงจำอันแสนอบอุ่น
ไม่เพียงแต่ความโดดเด่นในด้านอาหารเท่านั้น บรรยากาศภายในร้านปากนังของทั้งสองสาขา ยังถูกออกแบบมาให้คล้ายกับขบวนรถไฟ โดยเต็มเปี่ยมไปด้วยเรื่องราวที่ทั้งคุณอายและพาร์ทเนอร์ (คุณลูกศร และคุณอั้ม-ผู้ดูแลด้าน Art Direction) ได้ร่วมกันเนรมิตสเปซแห่งนี้ให้กลายเป็น ‘ขบวนรถไฟสู่ปากพนัง’ โดยนำเสนอในสไตล์คาเฟ่ แฝงไว้ด้วยกลิ่นอายของความคลาสสิกผ่านเฟอร์นิเจอร์วินเทจและของตกแต่งยุค 60's คุมโทนด้วยสีพาสเทลแสนสบายตา พร้อมกิมมิกสำคัญอย่างการประดับผนังร้านด้วยภาพวาด Story of Life ของคุณยายละมูล รวมถึงผนังชั้น 2 ที่มีภาพ Family Tree (สาแหรกตระกูลทั้ง 3 รุ่น เพื่อบอกเล่าเรื่องราวของผู้สืบทอดสูตรลับความอร่อย) เอาไว้ให้ได้ชมกันอีกด้วย
"เราอยากพาทุกคนนั่งรถไฟไปที่ปากพนัง ด้วยการมองเห็นภาพในแบบ Impressionist มันคือภาพเลือนลางในหัวของอาย เป็นความทรงจำอันแสนละมุนละไมที่เรามีต่อคุณยาย เวลามีใครมานั่งกินข้าวที่ร้าน จะได้รู้สึกเหมือนได้มานั่งกินข้าวที่บ้านคุณยายค่ะ"
Signature Menus ยกตัวอย่างจานเด็ด และความอร่อยที่หาทานยาก
เมื่อมาถึงปากนัง เมนูไฮไลต์ที่พลาดไม่ได้คือ ‘รวมฆอและบ้านปากนัง กับข้าวเหนียวขมิ้นหอม (280 บาท)’ ซึ่งทวิสต์ความอร่อยมาจากเมนูดั้งเดิมของชาวมุสลิมทางใต้ โดยเพิ่มเติมวัตถุดิบที่หลากหลายมากขึ้น เช่น กุ้งและหมึกเสียบไม้ แล้วนำไปย่างบนเตาถ่านและทาซอสพริกแกงกะทิถึง 4 รอบ จนกลิ่นหอมซึมเข้าเนื้อ เสิร์ฟคู่ข้าวเหนียวขมิ้นสีสวยที่รองด้วยใบชะพลู เพื่อช่วยตัดรสเลี่ยนได้อย่างลงตัว
สำหรับเมนูขายดีอันดับหนึ่งต้องยกให้กับ ‘แกงเหลืองเนื้อปลากะพงยอดมะพร้าวไหลบัว (270 บาท)’ แกงส้มใต้สูตรเผ็ดร้อน (สามารถเลือกระดับความเผ็ดได้ตามต้องการ) ที่ใช้พริกแกงตำสดใหม่ทุกวัน นำไปเคี่ยวกับไหลบัว ใส่ยอดมะพร้าวและเนื้อปลากะพง ซึ่งมีเนื้อนุ่มเข้ากับรสเผ็ดจัดจ้านถึงใจของเครื่องแกงได้เป็นอย่างดี
ส่วนอีกหนึ่งเมนูหาทานยากก็คือ ‘ขาหมูปากนัง (270 บาท)’ หรือขาหมูต้มเค็ม สูตรเฉพาะของปากพนังที่ให้รสชาติเข้มข้นถึงเครื่องในแบบไม่เหมือนใคร ซึ่งคุณอายได้เล่าถึงความพิเศษของเมนูนี้ไว้ว่า “ขาหมูของเราเคี่ยวด้วยน้ำมะพร้าวข้ามคืนนานกว่า 10 ชั่วโมง ทำให้ความหวานของน้ำมะพร้าวเข้ากันกับเนื้อหมูที่เปื่อยนุ่มได้เป็นอย่างดี แบบไม่มีเครื่องพะโล้หรือโป๊ยกั๊ก รสชาติจะกลมกล่อมและได้เนื้อสัมผัสหมูนุ่ม ๆ ละลายในปาก" โดยจะเสิร์ฟให้รับประทานคู่กับผักดองและน้ำส้มปรุงรสสูตรพิเศษ ทำให้ขาหมูชามนี้มีทั้งรสหวาน เค็ม เปรี้ยว ลงตัวในคำเดียว
ก่อนจะแนะนำให้ปิดท้ายมื้ออาหารด้วยของหวานสูตรโฮมเมดประจำบ้านอย่าง ‘บัวลอยเบญจรงค์ในไอศกรีมกะทิสด (150 บาท)’ ที่ทางร้านนวดแป้งใหม่ทุกวัน ใช้สีจากวัตถุดิบธรรมชาติ 5 ชนิด ได้แก่ มันม่วง, แครอท, ใบเตย, อัญชัน และบีทรูท ราดน้ำกะทิและท็อปด้วยไอศกรีมกะทิรสเข้มข้น ช่วยดับความเผ็ดร้อนของชุดอาหารคาวได้เป็นอย่างดี หรือจะเป็นเมนูขนมพื้นถิ่นที่ใกล้สูญหายอย่าง ‘มันนึ่งหน้ากะทิ (90 บาท)’ ที่ต้องใช้ความพยายามอย่างยิ่งยวดในการนำมันสำปะหลังมาขูดด้วยมือ ผ่านการนึ่งร้อน ๆ และท็อปด้วยหัวกะทิสุดกลมกล่อม ก็นับเป็นหนึ่งตัวเลือกที่อร่อยไม่แพ้กัน
The Recipe for Sustainable Growthเติบโตด้วยความสม่ำเสมอและความภูมิใจที่ได้ส่งต่อรากเหง้าอาหารไทย
เบื้องหลังความสำเร็จที่ทำให้ ‘ปากนัง’ ขยายสาขาจากอารีย์ สู่ใจกลางสุขุมวิท 49 ได้นั้น ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เกิดจากความตั้งใจ ความมุ่งมั่นในการรักษามาตรฐาน ทั้งด้านรสชาติ คุณภาพ และการบริการที่ดีไว้เสมอมา
"ร้านอาหารทำให้อร่อยทำได้ค่ะ แต่ทำให้อร่อยในทุกวัน เป็นเรื่องที่ Challenge มาก ความสม่ำเสมอเป็นสิ่งที่สำคัญมากที่จะทำให้ลูกค้ากลับมาหาเราอีกครั้ง การทำให้รสชาติอาหารคงที่ ใช้วัตถุดิบคุณภาพสดใหม่ทุกวัน ผสานกับการบริการที่ทำให้ลูกค้ารู้สึกประทับใจเหมือนมากินข้าวที่บ้าน สิ่งเหล่านี้คือ Key Success ของเราค่ะ รวมถึงในอนาคต ปากนังมีแพลนที่จะขยายการส่งมอบความอร่อยผ่านรูปแบบ Pop-up Store และ Catering ขนมไทย เพื่อเข้าถึงกลุ่มคนได้หลากหลายมากยิ่งขึ้น"
และเมื่อถามถึงความสุขที่สุดในการสร้างสรรค์ร้านปากนังแห่งนี้ขึ้นมา คุณอายทิ้งท้ายด้วยแววตาแห่งความภาคภูมิใจว่า
"อายภูมิใจที่เราสามารถทำให้อาหารพื้นเมืองของทางใต้มีคนรู้จักมากขึ้น ทำให้วัยรุ่นมากินมากขึ้น ลบภาพจำเดิม ๆ ว่าอาหารใต้ต้องเป็นร้านคนสูงวัย และทำให้ชาวต่างชาติ Appreciate กับรสชาติของเรา มันเหมือนเราได้สร้างชื่อเสียงให้กับปากพนัง และประเทศไทยของเราค่ะ สำหรับใครที่ยังไม่เคยลองอาหารใต้ หรือกลัวว่าจะเผ็ดเกินไป ที่ร้านเรามีเมนูหลากหลายให้เลือกสรร และสามารถเลือกระดับความเผ็ดได้ อยากให้ลองเปิดใจมาทานกันค่ะ รับรองว่าจะติดใจ ส่วนคนใต้ที่คิดถึงบ้าน แค่แวะมาที่ปากนัง ก็จะได้เจอกับรสชาติที่คุ้นเคยเหมือนกลับไปกินข้าวที่บ้านแน่นอนค่ะ”
หากอยากเปิดประสบการณ์ความอร่อยของอาหารใต้แท้ รสดั้งเดิม หรือโหยหารสชาติแห่งความทรงจำในแบบฉบับของ ‘ปากนัง’ ร้านอาหารใต้แห่งนี้ พร้อมเปิดตู้เสบียงต้อนรับทุกคนอยู่เสมอ เพื่อให้คุณได้พบว่า...ความจัดจ้านของอาหารใต้ ตำรับรสมือคุณยาย เมื่อถูกเสิร์ฟในบรรยากาศที่อบอุ่น นั่นคือ ‘ความสุขบนโต๊ะอาหาร’ ที่ลงตัวที่สุดอย่างแท้จริง
ปากนัง (Pak Nang)
สาขาอารีย์ - ปากซอยอารีย์ 5 ถนนพหลโยธิน
เปิดทุกวัน เวลา 11.00-21.00 น.
โทร. 098-822-1450
.
สาขาสุขุมวิท 49/1 - โครงการ The Racquet Club
เปิดทุกวัน เวลา 11.00-21.00 น.
โทร. 096-171-4949
.
