A Futuristic Rooftop Above the City
ชวนทะยานขึ้นสู่เส้นขอบฟ้าบนชั้น 44 ของ Dusit Central Park ด้วยบทบาทใหม่ของค็อกเทลเลานจ์ที่ไม่ยึดติดกับภาพจำเดิมของรูฟท็อป ที่ ÆTHER ซึ่งชวนให้ผู้มาเยือนได้ “ไต่ระดับ” อารมณ์ ความรู้สึก และรสชาติไปพร้อมกัน ท่ามกลางวิวพาโนรามาแบบ 360 องศาใจกลางกรุงเทพฯ ทำให้ที่นี่คือพื้นที่ที่ดีไซน์ เสียงดนตรี และค็อกเทล ให้ทำงานร่วมกันอย่างตั้งใจ เปลี่ยนค่ำคืนธรรมดาให้กลายเป็นประสบการณ์ที่ชวนหยุด ฟัง และรู้สึกกับปัจจุบันอีกครั้ง
A New Chapter by Watermelon Group
ÆTHER คือบทล่าสุดของ Watermelon Group กลุ่มไลฟ์สไตล์และไนท์ไลฟ์ที่สร้างซีนการดื่มของกรุงเทพฯ มาอย่างต่อเนื่อง จากย่านทองหล่อ หลังสวน สู่การปักหมุดใหม่ในย่านสีลม ไม่ว่าจะเป็น Rabbit Hole, Crimson Room และ Luma ทั้งหมดนี้คือพื้นที่ที่เต็มไปด้วยพลังของเมือง วัฒนธรรม และผู้คน ซึ่งถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นพื้นที่ที่ผู้คนได้กลับมามีความสุขกับโมเมนต์ปัจจุบัน
ตัวร้านแอบซ่อนอยู่บนชั้น 44 ของ Central Dusit Park ในโซนออฟฟิศออกแบบด้วยการดีไซน์แบบ futuristic–minimalist ที่จะโดดเด่นด้วยองค์ประกอบโลหะสีเงิน เส้นสายโค้ง และแสงไฟที่เปลี่ยนบรรยากาศไปตามช่วงเวลา ตั้งแต่แสงอาทิตย์ยามเย็นจนถึงค่ำคืน เฟอร์นิเจอร์เรียบหรูนั่งสบายถูกจัดวางให้รู้สึกเป็นส่วนตัว ขณะเดียวกันก็เปิดรับวิวเส้นขอบฟ้าโดยรอบแบบ 360 องศาอย่างเต็มที่
Progressive Cocktails : From Earth to Sky
หลากหลายเมนูเครื่องดื่มของ ÆTHER นำโดย คุณเดปป์-นพป์เศรษฐ์ หิรัญวาทิต Head Bartender จาก Rabbit Hole ผู้เชี่ยวชาญด้านค็อกเทลที่นำเทคนิคการกลั่น การหมัก การควบคุมอุณหภูมิ และการสกัดรสชาติ มาออกแบบเครื่องดื่มให้สอดคล้องกับช่วงเวลาและเสียงดนตรีสไตล์ Deep House ที่จะถ่ายทอดพลังงานของกรุงเทพฯ ตั้งแต่ยามพระอาทิตย์ตกจนถึงดึก ช่วยปลุกอารมณ์ค่ำคืนให้มีชีวิตชีวาและสนุกสนานยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีไลน์อัปดีเจทั้งไทยและต่างประเทศหมุนเวียนกันมาถ่ายทอดมู้ดดนตรีสนุกๆ ในทุกค่ำคืน
สำหรับเมนูที่ร้านครีเอตเครื่องดื่มต่าง ๆ ออกมาโดยได้แรงบันดาลจาก 3 ช่วงเวลาที่เคลื่อนผ่านตั้งแต่ชั้นบรรยากาศไปจนถึงท้องฟ้า โดยจะแบ่งออกเป็น 3 หมวดหมู่ที่พร้อมให้ไต่ระดับรสชาติไปพร้อม ๆ กัน สำหรับสเตจแรกเริ่มต้นที่ I. GROUND STATE จุดเริ่มต้นของพิธีกรรมแห่งค่ำคืน ที่นำเสนอรสชาติที่ได้แรงบันดาลใจจาก ดิน ควัน และการหมัก ให้ความอบอุ่นและรสชาติที่นุ่มลึก แนะนำให้ลองเมนูอย่าง GRAVITON (420 บาท) เครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของรัม คัมพารี ซอสถั่วเหลือง และเมเปิลชูการ์ ตกแต่งด้วย เห็ดป่า ให้ความรู้สึก grounded และชวนตื่นขึ้นจากภายใน
ต่อกันด้วยสเตจที่ 2 อย่าง II. TRANSCEND ที่จะช่วยยกระดับพลังงาน ราวกับล่องลอยอยู่ในอากาศ เน้นความสดชื่อจากซิตรัส สมุนไพรและดอกไม้ โดยแนะนำเป็น O₂ (460 บาท) เครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของเมซคาล ยูสุ เลมอน และ Clarified Milk รสชาติสุดเฟรชที่แทนอากาศในชั้นบรรยากาศที่เริ่มเคลื่อนไหว เมืองเริ่มหายใจ และความชัดเจนค่อย ๆ ปรากฏ
ปิดท้ายด้วย III. EXOSPHERE . BEYOND สเตจสุดท้ายที่ถ่ายทอดปลายทางของค่ำคืน ซึ่งเหลือเพียงความนิ่งสงบและแสงของดวงดาว นำเสนอเมนู AETHERIA (440 บาท) แก้วที่นำเสนอรสชาติบางเบาจากรัม ใบมะเดื่อ ข่า ชาอู่หลง และกลิ่นอโนดิส เป็นการปิดค่ำคืนอย่างสง่างาม ให้รสชาติไลท์ ๆ แต่ยังหนักแน่น เหมือนลอยอยู่เหนือแรงโน้มถ่วง








