Rooftop Supper Club Where Mediterranean Spirit Meets Bangkok’s Skyline.
Piscari Bangkok Destination แห่งใหม่บนชั้น 23 ของโรงแรม Andaz One Bangkok ชวนเปิดประสบการณ์การสังสรรค์เหนือเส้นขอบฟ้าใจกลางเมือง ภายใต้แนวคิด Live Daily Life with Spirit. ที่ถ่ายทอดเสน่ห์วิถีชายฝั่งเมดิเตอร์เรเนียนผ่านอาหาร เครื่องดื่ม งานดีไซน์ และจังหวะดนตรีที่ค่อย ๆ ไต่ระดับจากแสงอาทิตย์ยามเย็นสู่ค่ำคืนที่มีชีวิตชีวา เปรียบเหมือนเรือยอร์ชลำหนึ่งที่ลอยตัวเหนือกรุงเทพฯ เคลื่อนไหวไปพร้อมจังหวะเมืองที่ไม่เคยหลับใหล
Mediterranean Supper Club with Sunset Energy.
ทันทีที่ก้าวเข้าสู่ Piscari Bangkok บรรยากาศชวนให้นึกถึงถ้ำหินริมทะเล ไล่เฉดสีน้ำเงินคล้ายคลื่นที่โอบล้อมพื้นที่ต้อนรับ ก่อนเปิดเข้าสู่ “Piazza” พื้นที่หลักสำหรับพบปะสังสรรค์ ที่โทนแสงสียามพระอาทิตย์ลับฟ้าช่วยขับบทสนทนาให้ละมุนขึ้น เมื่อเข้าสู่ช่วงค่ำคืน จังหวะดนตรีจากดีเจจะค่อย ๆ เติมพลังให้บรรยากาศคึกคักยิ่งขึ้น เทอเรสกลางแจ้งเปิดรับวิวเมืองแบบพาโนรามา เชื่อมต่อเส้นขอบฟ้าอย่างไร้รอยต่อพร้อมให้คุณเอนจอยได้ตลอดค่ำคืน
ขณะที่ห้อง Private Dining 2 ห้อง รองรับทั้งดินเนอร์กลุ่มเล็ก 14 ที่นั่งพร้อมวิวแม่น้ำเจ้าพระยา
และ Party Room สำหรับ 20 ท่าน ที่สามารถเชื่อมต่อกับ Speakeasy Bar ลับเพื่อความต่อเนื่องของค่ำคืน
Flavours Crafted for Sharing.
ครัวของ Piscari Bangkok นำโดยเชฟ Marc Vasseur เชฟชาวฝรั่งเศส ที่สั่งสมประสบการณ์จากร้านระดับมิชลิน ถ่ายทอดรสชาติเมดิเตอร์เรเนียนผ่านวัตถุดิบสดใหม่และการปรุงอย่างประณีต
เริ่มต้นด้วย Cured Ocean Trout (450 บาท++) ปลาเทราต์ทะเลคัดสด หมักอย่างพิถีพิถันให้เนื้อสัมผัสนุ่มละมุน เสิร์ฟพร้อมซอสอัลมอนด์และกระเทียมที่ตีจนเนียนละเอียด เติมกลิ่นหอมถั่วบาง ๆ และความละมุนของกระเทียมแบบไม่ฉุนเกินไป จานนี้ให้รสสดชื่น สะอาด และบาลานซ์อย่างพอดี เหมาะสำหรับเริ่มต้นมื้อ
นอกจากนี้ยังมี Corn and Pomegranate Salad (280 บาท) สลัดโทนสดใสที่หยิบความหวานธรรมชาติของข้าวโพดมาเป็นตัวชูโรง ตัดกับเม็ดทับทิมสีแดงสดที่ให้ทั้งรสเปรี้ยวหวานและเท็กซ์เจอร์กรุบเบา ๆ มาพร้อมกับ Red Endive ใบสีแดงไวน์เรียงตัวสวย ให้รสขมนิด ๆ คลุกเคล้าด้วยเดรสซิ่งรสนุ่มสดชื่น ช่วยบาลานซ์รสชาติให้จานนี้มีความเบา โปร่ง และมีชีวิตชีวา
จานถัดมาเป็น Grilled Octopus Leg (680 บาท) หนวดปลาหมึกย่างจนผิวนอกเกรียมนิด ๆ ได้กลิ่นหอมควันไฟ ด้านในยังคงความเด้งฉ่ำ เสิร์ฟคู่เอสพูม่ามันฝรั่งเนื้อฟูรสนุ่ม ตัดด้วยความเผ็ดอ่อน ๆ จากโชริโซ่ เพิ่มมิติให้จานมีทั้งความเข้มและความละเมียดในคำเดียว
มาถึงเมนคอร์สอย่าง Charcoal Grilled Australian Rib-Eye (250g) (1,500 บาท) ริบอายออสเตรเลียขนาด 250 กรัม ย่างบนเตาถ่านจนผิวด้านนอกครัสต์หอมกรุ่นจากควันไฟ ขณะที่เนื้อด้านในยังคงความชุ่มฉ่ำและไขมันแทรกละลายอย่างนุ่มนวล ทุกคำให้รสเข้มเต็มเนื้อ พร้อมกลิ่นย่างที่ชัดเจน เสิร์ฟในสไตล์เรียบเท่ ปล่อยให้คุณโฟกัสกับคุณภาพของวัตถุดิบอย่างแท้จริง เชฟแนะนำความสุกที่ระดับ Medium Rare
หรือใครไม่ถนัดทานเนื้อ ทางร้านยังมี Pan-Seared Seabass (680 บาท) ปลากะพงแล่ชิ้นหนากำลังดี เซียร์บนกระทะจนหนังตึงกรอบสีทอง ขณะที่เนื้อด้านในยังคงความฉ่ำและนุ่มละเอียด เสิร์ฟคู่ Artichoke ‘Barigoule’ สไตล์ฝรั่งเศสที่เคี่ยวกับสมุนไพรและไวน์ขาวอย่างเบามือ ให้รสละมุน หอมสดชื่น และมีความเปรี้ยวบาง ๆ ช่วยตัดความมันได้อย่างลงตัว จานนี้ให้รสบาลานซ์ลงตัวระหว่างความสดของทะเลและกลิ่นอายเมดิเตอร์เรเนียนแบบคลาสสิก
ก่อนจะปิดท้ายด้วยขนมหวานน่าลองอย่าง Coupe Glacée Piscari (380 บาท) ซอร์เบต์สตรอว์เบอร์รีเนื้อเนียน ให้รสเปรี้ยวหวานสดใส ท็อปด้วยซอสสตรอว์เบอร์รีและเมอแรงค์กรอบเบา เติมเท็กซ์เจอร์และความหอมหวานอย่างพอดี
และ Pistachio Mille-Feuille (390 บาท) แป้งพัฟกรอบบางเรียงชั้นสลับกับครีมพิสตาชิโอเนื้อเนียน ให้กลิ่นถั่วหอมละมุนและรสหวานกำลังดี ทุกคำมีทั้งความกรอบและความนุ่มใน ทิ้งท้ายด้วยความละเมียดละไมแบบเมดิเตอร์เรเนียนร่วมสมัย








