Published on October 17, 2019

The Perfect Dining Space in Kaset Nawamin

ชวนมาสัมผัสความอร่อยกับหลากหลายเมนูอาหารและเครื่องดื่มสุดพิเศษที่ Caishen Thailand ร้านอาหารบรรยากาศสุดหรูบนถนนเกษตรนวมินทร์ ที่ได้รับแรงบันดาลใจของชื่อร้านมาจากเทพเจ้าแห่งความเจริญรุ่งเรืองของจีน ซึ่งสอดคล้องกับสโลแกนของทางร้านอย่าง 'Rich & Tasty' พร้อมมอบช่วงเวลาสุดพิเศษให้คุณได้เพลิดเพลินไปกับหลากหลายเมนูอาหารแนวฟิวชันท่ามกลางบรรยากาศสบาย ๆ สไตล์ตะวันตก

 

มุมเคาน์เตอร์บาร์ปูนเปลือยสีเขียวที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของทางร้าน

Rich and Tasty Concept

Caishen Thailand พร้อมต้อนรับทุกคนด้วยบรรยากาศอบอุ่นแบบเป็นกันเอง หากก้าวเข้ามาในร้านจะต้องสะดุดตากับมุมเคาน์เตอร์บาร์ปูนเปลือยสีเขียวที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ โดดเด่นด้วยการตกแต่งสไตล์ Industrial Loft ที่มีความทันสมัย ผสมผสานความดิบเท่ด้วยโทนสีดำตัดกับสีน้ำตาล แฝงกลิ่นอายความหรูหราด้วยโลหะและหินอ่อน พร้อมทั้งเสริมความวินเทจด้วยเบาะหนังสุดคลาสสิก เป็นการมิกซ์แอนด์แมทช์ทุกอย่างเข้ากันได้อย่างลงตัว

 

มุมที่นั่งสบาย ๆ ที่เสริมความวินเทจด้วยเบาะหนังสุดคลาสสิก

อีกหนึ่งความพิเศษของทางร้าน คือต้องการสร้างพื้นที่แห่งนี้ให้เป็นคอมมูนิตี้ของเหล่านักเล่นหุ้น อันเนื่องมาจากครอบครัวของทางเจ้าของร้านได้คลุกคลีกับวงการหุ้นมาตลอด จึงเกิดไอเดียในการเปิดพื้นที่ให้กลุ่มคนเหล่านี้ได้เข้ามาใช้เวลาพักผ่อนไปพร้อมกับทานอาหารและจิบเครื่องดื่มดี ๆ ระหว่างกำลังเพลิดเพลินอยู่กับจอแสดงหุ้นที่เป็นกิมมิกของทางร้าน

 

จอแสดงหุ้นที่นำมาใช้เป็นกิมมิกในการตกแต่งร้าน

ทางร้านมีมุมที่นั่งให้เลือกหลากหลายโซน ทั้งบริเวณโซน Dining สำหรับนั่งทานอาหารมื้ออร่อย และโซน Relax สำหรับนั่งจิบเครื่องดื่มท่ามกลางบรรยากาศสบาย ๆ และนอกจากนี้ ยังมีโซนด้านนอกที่สามารถนั่งทานอาหารในบรรยากาศแบบ Outdoor ได้เช่นกัน

 

การตกแต่งสไตล์ Industrial Loft ที่เสริมความดิบเท่ด้วยโทนสีดำตัดกับสีน้ำตาล

 

อิ่มอร่อยกับมื้ออาหารสุดพิเศษในบรรยากาศแบบ Outdoor

Enjoy Delicious Food

ในส่วนของเมนูอาหาร ทางร้านจะเน้นเสิร์ฟเมนูฟิวชันสไตล์ตะวันตก แนว Comfort Food ที่คัดสรรวัตถุดิบคุณภาพดี พร้อมการันตีความอร่อยด้วยการปรุงแบบสดใหม่ในทุกจาน เริ่มความอร่อยกันที่เมนูแนะนำอย่าง Italian Sausage Aglio Squid Ink (220 บาท) สปาเก็ตตี้เส้นดำผัดพริกแห้ง ที่คลุกเคล้าด้วยกันกับไส้กรอกอิตาเลียน พร้อมเพิ่มความจัดจ้านด้วยพริกและกระเทียม แล้วท็อปด้วย Parmesan Cheese ปิดท้าย ให้สัมผัสถึงความเหนียวนุ่มของเส้นสปาเก็ตตี้แบบกำลังดี ได้รสชาติเข้มข้น หอมกลิ่นเครื่องเทศชัดเจน

 

หลากหลายเมนูอาหารสไตล์ Comfort Food ที่คัดสรรวัตถุดิบคุณภาพดี พร้อมการันตีความอร่อยด้วยการปรุงแบบสดใหม่ทุกจาน

 

Italian Sausage Aglio Squid Ink (220 บาท)

สำหรับคนรักสุขภาพต้องห้ามพลาดกับเมนู Caesar Salad (180 บาท) ซีซาร์สลัดที่โดดเด่นด้วยน้ำสลัดสูตรพิเศษ ผสมผสานความหอมอร่อยด้วยเบคอนและแผ่นชีสทอดกรอบ อีกทั้งยังเพิ่มสีสันชวนทานมากขึ้นด้วยมันม่วงสไลซ์บางทอดกรอบ เสิร์ฟมาพร้อมกับไข่ลวก ให้รสชาติกลมกล่อม หอมมัน เหมาะสำหรับคนชอบทานแบบคลีน ๆ

 

Caesar Salad (180 บาท)

ตามมาด้วยอีกหนึ่งเมนูขึ้นชื่อของทางร้าน แนะนำ Pork Chop (350 บาท) สเต๊กเนื้อพอร์คช็อปที่ย่างมาแบบสุกกำลังดี เสิร์ฟมาพร้อมซอสราสพ์เบอร์รีสูตรโฮมเมดที่ทางร้านทำเอง ทานคู่กับผักย่างและมันม่วงทอดกรอบ ให้สัมผัสถึงความนุ่มละมุนของเนื้อแบบเต็มคำ พร้อมรสชาติกลมกล่อมและเปรี้ยวนิด ๆ จากซอสราสพ์เบอร์รีที่ตัดเลี่ยนได้เป็นอย่างดี

 

Pork Chop (350 บาท)

Refreshing with Your Favorite Drinks

จากนั้นมาเติมความสดชื่นกันด้วยเมนูเครื่องดื่มซิกเนเจอร์อย่าง Pinoffee (120 บาท) เมนูเครื่องดื่มที่รวมสองรสชาติไว้ในแก้วเดียวกัน เต็มไปด้วยส่วนผสมของน้ำผลไม้อย่างเสาวรสและสับปะรด ให้รสชาติเปรี้ยวอมหวาน ดื่มแล้วสดชื่น พร้อมเสริมความเข้มเข้นด้วยกาแฟอเมริกาโน่ที่เข้ากันได้อย่างลงตัว

 

Pinoffee (120 บาท)

อีกหนึ่งเมนูยอดฮิต ต้องลอง Macadamia Affogato (150 บาท) ไอศกรีมแมคคาเดเมียราดด้วยเอสเพรสโซช็อตแบบชุ่มฉ่ำ ให้รสชาติหวานมันจากไอศกรีมที่ผสมผสานความเข้มข้นและกลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟได้แบบพอดี อีกทั้งยังเพิ่มความกรุบกรอบด้วยถั่วแมคคาเดเมียให้เคี้ยวแบบเพลิน ๆ

 

Macadamia Affogato (150 บาท)

หากใครชอบทานสมูทตี้ แนะนำ Strawberry Banana Yogurt (150 บาท) ที่มีส่วนผสมของผลไม้อย่างสตรอเบอร์รีและกล้วย นำมาปั่นรวมกันกับโยเกิร์ต แล้วท็อปด้วยธัญพืชอบกรอบ ซึ่งความพิเศษอยู่ที่การใช้ความหวานธรรมชาติจากน้ำผึ้งแทนน้ำตาล ทำให้เรามั่นใจได้ว่าทุกคำที่ทาน นอกจากจะได้ความหวานจากธรรมชาติของผลไม้แบบเน้น ๆ แล้ว ยังได้ประโยชน์ที่ดีต่อสุขภาพอย่างแน่นอน

 

Strawberry Banana Yogurt (150 บาท)

Recommended Dessert

ปิดท้ายด้วยเมนูขนมหวานน่าลองอย่าง Banoffee (120 บาท) บานอฟฟี่ที่ทางร้านคิดค้นและครีเอทสูตรความอร่อยขึ้นเองแบบสูตรเฉพาะ โดดเด่นด้วยซอสคาราเมลที่ทางร้านเคี่ยวเอง ทำให้ได้ความหอมหวานแบบกำลังดี เสิร์ฟมาพร้อมวิปครีมนุ่มละมุน ทานคู่กับกล้วยหอมที่ทางร้านครีเอทมาในลักษณะคล้ายเครมบรูเล ให้สัมผัสถึงกลิ่นหอมของน้ำตาลไหม้แบบเต็มคำ

 

Banoffee (120 บาท)

Info
Hours
Open : 10AM - 7PM
Sat : 10AM - 7PM
Sun : 10AM - 7PM
Mon : Closed
Tue : 10AM - 7PM
Wed : 10AM - 7PM
Thu : 10AM - 7PM
Fri : 10AM - 7PM
Price

฿฿฿ 301-500 บาทต่อคน

Address
ถนนเกษตรนวมินทร์ หน้าโครงการ Nirvana เขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร
Map
Facilities
Suggest an Edit