Published on May 21, 2018

Turn the Ordinary Into the Extraordinary

อีกหนึ่งร้านอาหารไทยฟิวชั่นน้องใหม่ที่เพิ่งเปิดในซอยสวนพลู ที่แม้จะป็นร้านใหม่ แต่ในเรื่องของประสบการณ์นั้นโชกโชนแบบหาตัวจับยาก ร้าน Saawaan ถูกดูแลโดยเชฟอ้อม เชฟผู้มากประสบการณ์และอยู่ในวงการอาหารมาอย่างยาวนาน เพราะเชฟอ้อมนั้นเคยผ่านการทำงานในห้องอาหารใหญ่ ๆ หลายที่ แถมยังเคยร่วมงานกับเชฟคนดังอย่างเชฟเอียนมาอีกด้วย ด้วยความรู้ทางด้านอาหารยุโรป และความชอบส่วนตัวทางด้านการทำอาหารไทย เชฟอ้อมจึงรังสรรค์เมนูต่าง ๆ ของที่นี่ขึ้นมาด้วยจุดประสงค์ที่ว่า “อยากรักษาอาหารไทยเมนูหากินยากไว้ให้คนไทยได้รู้จักกันไปนาน ๆ และเป็นการยกระดับอาหารไทยบ้าน ๆ สู่ความ High-End แบบสากล”

 

บรรยากาศภายในร้าน

Special Course Menu

รูปแบบอาหารของทางร้านจะเสิร์ฟเป็นคอร์ส ที่เชฟได้ตั้งใจคัดสรร และคิดค้นมาอย่างตั้งใจ 

 

อาหารไทยหน้าตาสากลที่เชฟอ้อมได้แรงบันดาลใจมาจากวัตถุดิบต่าง ๆ

เริ่มจากจานแรก ชื่อธรรมดา ๆ อย่าง “ไข่ลูกเขย” ที่ได้แรงบันดาลใจมากจากเชฟ Alain Passard เชฟอาหารฝรั่งเศสชื่อดัง เสิร์ฟมาในเปลือกไข่ไก่ที่วางอยู่บนกองฟางคล้ายรังนก ด้านในประกอบไปด้วยหลายเลเยอร์เริ่มจาก ซอสไข่ลูกเขยที่ประกอบด้วย Palm Sugar ผสมกับน้ำปลา เลเยอร์ถัดไปคือน้ำมันพริกทอดที่ทางร้านทำเอง ต่อมาเป็นชั้นของไข่แดงที่ใช้ไข่แบบออร์แกนิก สดใหม่จากฟาร์ม ตามด้วยผักชีและพริกทอดชิ้นเล็ก Challot Cream สูตรพิเศษ ปิดท้ายด้วยซอสมะขามและแต่งด้านบนด้วยยอดมะขามและหอมทอดชิ้นเล็ก วิธีรับประทานเชฟแนะนำให้ใช้ช้อนคนทุกอย่างให้เป็นเนื้อเดียวกันก่อน จะได้สัมผัสของทุกรสที่เข้ากันอย่างลงตัว เริ่มด้วยความหอมของตัวซอส และความมันของครีมกับไข่แดง ตัดเปรี้ยวด้วยซอสมะขาม ถือเป็นจานที่ทางร้านภูมิใจนำเสนอ

 

ไข่ลูกเขย เมนูแนะนำของเชฟอ้อม

จานต่อมาเป็น "Dip มันปูนา" ที่เชฟอ้อมได้แรงบันดาลใจมาก “ปูอ่อง” จากเชียงใหม่ จึงอยากลองสร้างสรรค์เมนูบ้าน ๆ นี้ให้ดูมีมูลค่ายิ่งขึ้นด้วยการผสมเครื่องแกงแดงที่โขลกเองและส้มซ่า ผสมเข้ากับมันปู ตักใส่กระดองปูและนำไปย่างไฟให้มีกลิ่นหอม เสิร์ฟมาพร้อมกับข้าวเหนียวปิ้งกะทิในใบตอง ดิปตอนร้อน ๆ จะได้รสชาติที่เข้มข้นจนทั้งคนไทยและต่างชาติต้องติดใจ

 

Dip มันปูนากับข้าวเหนียวย่างกะทิ

ต่อมาเชฟแนะนำให้ชิม "ยำแหนมเนื้อข้าวทอด" ที่เป็นอีกเมนูโบราณที่หาทานค่อนข้างยากแล้วของไทย เมนูนี้ถูกนำมาประยุกต์ด้วยการใช้ขิงหั่นฝอยนำไปทอดและอบให้กรอบมาเป็นกิมมิกท็อปอยู่ด้านบน ตามมาด้วยเนื้อย่างเสือร้องไห้ และตัวแหนมที่ทางร้านทำเอง มีใบกระเจี๊ยบและดอกกระเจี๊ยบผสมด้วย เคียงมาด้วยแตงกวาดองในน้ำส้มซ่าและน้ำส้มซ่าเรียกความสดชื่น 

 

ยำแหนมเนื้อข้าวทอด

ต่อมาเป็น "ต้มโคล้งหอยนางรม" อีกหนึ่งเมนูที่เชฟภูมิใจนำเสนอ เพราะต้มโคล้งชามนี้ไม่ธรรมดาตรงที่ใช้หอยนางรมตัวโตคุณภาพดีจากฝรั่งเศสมาเพิ่มความ Creamy เนื้อสัมผัสของตัวหอยที่ถูกราดด้วยน้ำซุปร้อน ๆ พอสะดุ้งนั้นเข้ากันได้เป็นอย่างดีกับกลิ่นหอมปลาแห้งในน้ำต้มโคล้ง ที่เชฟใช้ปลาเนื้ออ่อนให้ได้รสเนื้อปลาเน้น ๆ ในชามยังมี ยอดมะพร้าวอ่อนสไลด์บาง หอมแดงตุ๋น มะเขือเทศ และเห็ดชิเมจิเพิ่มความครบเครื่อง ชูต้มโคลงชามนี้สู่สากลได้อย่างงดงาม

 

ต้มโคล้งหอยนางรมคล่องคอ

“กะเพราปลาหมึก” เป็นอีกหนึ่งจานแนะนำที่ได้รับสนใจจากหลายคน เพราะดูเผิน ๆ แล้วเหมือนจะเป็นจานพาสต้าเส้นดำ จานนี้เชฟอ้อมที่ได้แรงบันดาลใจมาจากเมนูตูปะซูตงหรือปลาหมึกต้มหวาน อาหารทางภาคใต้ของไทย เชฟอ้อมใช้ปลาหมึกหอมสดจากหมู่บ้านชาวประมงที่กระบี่มารีดจนบาง และตัดเป็นเส้นยาวคล้ายพาสต้า ผัดเข้ากับหมึกดำ และซอสกระเพราสูตรพิเศษ เสิร์ฟมาคู่กับเห็ดออเรนจิผัดซอสและเพรสโต้กะเพรา มีกิมมิกอยู่ตรงที่เชฟใช้ไข่แดงจากไข่เป็ดดองและทิ้งไว้ให้แห้งจนได้ที่ ขูดโรยด้านบนแทนชีส ให้รสสัมผัสสุดพิเศษเข้ากันดีมากกับเส้นปลาหมึกหอมและซอสกะเพรา

 

กะเพราปลาหมึกจานเด็ดของที่นี่

Sweet Ending

จานสุดท้ายเป็นของหวานชื่อคุ้นหูอย่าง “สังขยาฟักทอง” ที่ผ่านการดีไซน์ใหม่ให้ดูเหมือนขนมหวานแถบฝรั่งเศส แต่เนื้อสัมผัสและรสชาติของฟักทองนั้นยังอยู่ครบเหมือนเดิมแถมเนื้อเนียนละเอียดทานง่าย มาพร้อมกับซอสรสเปรี้ยวที่มีส่วนประกอบของส้มเขียวหวาน ครีมกะทิ Coconut Gel และ Crumble แทรกด้วยชิฟฟ่อนใบเตยและเมล็ดฟักทอง แถมอีกเมนูที่น่ารักแบบไทย ๆ ด้วย "เมอแรงก์ทรงอุบะกลิ่นมะลิ" ที่ตรงปลายมีแผ่นมะม่วงกวนห่อด้วยเสาวรส และทาร์ตสอดใส้เคิร์ดส้มซ่าให้ความเปรี้ยวสดชื่น ก่อนทาน "ช็อคโกแลตทุเรียนทรงสัมปันนี" หวานหอมปิดท้าย

 

สังขยาฟักทอง เมนูไทยหน้าตาแบบฝรั่งเศส

 

เมอแรงก์ทรงอุบะกลิ่นมะลิ

เพราะว่าทุกจานนั้นต่างมีเรื่องราวและส่วนประกอบที่ละเอียด เชฟอ้อมจึงกระซิบบอกว่าคนที่มาทานนั้นควรมีเวลาอย่างน้อย 2 ชั่วโมง เพื่อซึมซับรสสัมผัสเหล่านี้ และเข้าใจถึงแรงบันดาลใจในคอร์สอย่างเต็มที่ พร้อมได้ความสุขอิ่มอร่อยและประทับใจ ให้กลับบ้านไปพร้อมรอยยิ้ม

Info
Hours
Open : 6:30PM - 12AM
Fri : 6:30PM - 12AM
Sat : 6:30PM - 12AM
Sun : 6:30PM - 12AM
Mon : 6:30PM - 12AM
Tue : Closed
Wed : 6:30PM - 12AM
Thu : 6:30PM - 12AM
Price

฿฿฿฿฿ 1,001-2,000 บาทต่อคน

Address
39/19 เขตสาทร กรุงเทพมหานคร
Map
Mass Transit

MRT ลุมพินี

Suggest an Edit