The Courtyard at The House on Sathorn

Published on August 29, 2016

The Beautiful House on Sathorn

ใครที่ผ่านไปมาแถวถนนสาทรคงเคยผ่านตากับบ้านสีเหลืองนวลหลังใหญ่สไตล์โคโลเนียลที่เป็นที่ตั้งของร้านอาหาร  The Courtyard ใน The House on Sathorn โดยนอกจะขึ้นชื่อเรื่อง Afternoon Tea ดี ๆ แล้ว ที่นี่ยังเสิร์ฟอาหารสไตล์คอมฟอร์ตฟู้ดที่คัดสรรวัตถุดิบคุณภาพจากทั้งในและต่างประเทศโดยเชฟมากประสบการณ์

 

 

Colonial Style

เมื่อเดินตรงเข้ามาด้านใน The House on Sathorn จนสุด จะพบกับโซน The Courtyard สวนสวยใจกลางบ้านที่เต็มไปด้วยความร่มรื่นจากต้นไม้น้อยใหญ่สีเขียวหลากหลายชนิด เหมาะสำหรับใครที่ต้องการนั่งสูดอากาศ พร้อมกับชมความงามจากบ้านหลังเก่าแก่สไตล์โคโลเนียลที่รายล้อมโดยรอบ นอกจากนี้ลูกค้ายังสามารถสั่งอาหารจาก The Courtyard เข้าไปรับประทานด้านในได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 12.00 . – 17.30 . อีกด้วย

 

 

Fusion Comfort Food

ในส่วนของเมนูอาหารของที่นี่ จะเน้นเสิร์ฟอาหารสไตล์คอมฟอร์ตฟู้ดที่คัดสรรวัตถุดิบชั้นเยี่ยมจากทั้งในและต่างประเทศ ปรุงโดยเชฟชาวตุรกีมากประสบการณ์ที่ใส่ใจในทุกขั้นตอน เริ่มกันที่เมนูเรียกน้ำย่อยจานแรก Yellowtail Carpaccio, Yuzu Truffle Dressing  (550 บาท) เนื้อปลาฮามาจิซาซิมิสดแล่บาง ๆ จากประเทศญี่ปุ่น ตกแต่งหน้าด้วยแรดิชฝาน ก่อนราดด้วยซอสทรัฟเฟิลยูซุสูตรเฉพาะของทางร้าน นอกจากจะได้รสอมเปรี้ยวนิด ของซอสแล้ว ยังได้กลิ่นหอม ของทรัฟเฟิลในซอสอีกด้วย 

 

Yellowtail Carpaccio, Yuzu Truffle Dressing (550 บาท)

หรือจะเป็นอีกจานที่เชฟแนะนำให้ลอง Foie Gras Torchon, Brioche, Quince Jelly (550 บาท) ตับห่านปรุงสุกสไตล์ฝรั่งเศสชิ้นกำลังดี เสิร์ฟมาบนควินซ์เจลลี่ พร้อมซอสบัลซามิกคุณภาพดีและขนมปังสไตล์ฝรั่งเศส 

 

Foie Gras Torchon, Brioche, Quince Jelly (550 บาท)

ส่วนใครที่มองหาเมนูเบา แนะนำ Tiger Prawns-Tomato Salad, Com, Basil, Soy Dressing (450 บาท) สลัดกุ้งลายเสือที่นำกุ้งลายเสือและข้าวโพดไปย่างบนเตาถ่าน เสิร์ฟมาพร้อมมะเขือเทศสด 3 ชนิด และผักออร์แกนิคสดจากโครงการหลวง ราดด้วยซอส Spicy Soya เป็นเมนูเบา ที่ได้รสหวานฉ่ำจากกุ้งและมะเขือเทศแบบเต็ม  

 

Tiger Prawns-Tomato Salad, Com, Basil, Soy Dressing (450 บาท)

ส่วนเมนูอิ่มท้องแนะนำให้ลองสั่ง Tandoori Lamb Cutlets, Saffron Biryani, Smoked Eggplant (800 บาท) ซี่โครงแกะ tandoori หมักพร้อมเครื่องเทศสไตล์อินเดีย นำย่างบนเตาถ่านให้สุกกำลังดี เสิร์ฟมาพร้อมข้าวหมกสูตรพิเศษที่หุงด้วยหญ้าฝรั่นต้นตำรับจากอินเดียและซอสมะเขือม่วง

 

Tandoori Lamb Cutlets, Saffron Biryani, Smoked Eggplant (800 บาท)

สำหรับคนชอบทานปลาแนะนำ Miso Black Cod (700 บาท) ปลาแบล็คค็อดคุณภาพดีจากประเทศญี่ปุ่น หมักกับซอสมิโซะสูตรดั้งเดิม แล้วนำไปย่างบนเตาโรบาตะให้สุกพอดี เสิร์ฟมาพร้อมขิงดอง 

 

Miso Black Cod (700 บาท)

อีกเมนูเนื้อที่มีทเลิฟเวอร์ไม่ควรพลาดอย่าง A6+, Kagoshima Wagyu, Sirloin 200g (2,600 บาท) เนื้อวากิวเกรดคุณภาพจากญี่ปุ่นที่ย่างมาสุกกำลังดี เสิร์ฟมาพร้อมซอสไวน์แดง ได้เนื้อวากิวนุ่ม ๆ  หอมกลิ่นถ่าน

 

A6+, Kagoshima Wagyu, Sirloin 200g (2,600 บาท)

Delicately Sweets

ปิดท้ายมื้อนี้ด้วยเมนูขนมหวานแนะนำของทางร้านอย่าง  Sake-Kaku Soufflé, Okinawa Black Sugar Ice Cream (500 บาท) ซูเฟล่เนื้อนุ่มสไตล์ญี่ปุ่นที่ผสมสาเก เสิร์ฟพร้อมไอศกรีมน้ำตาลโอกินาวาที่นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น ซูเฟล่ให้รสและกลิ่นสาเกเบา ทานคู่กับไอศกรีมให้รสชาติหวานกำลังดี 

 

Sake-Kaku Soufflé, Okinawa Black Sugar Ice Cream (500 บาท)

และ Tart of The Season (350 บาท) ทาร์ตส้มที่นำผลส้มแมนดารินทั้งลูกไปเชื่อมกับน้ำตาล แล้วสอดไส้ด้านในด้วยครีมส้มแมนดาริน พร้อมครัมเบิลที่ผสมกับเครื่องเทศ 5 ชนิด และเนื้อส้มแมนดาริน เวลาทานให้ผ่าผลส้มออก จะเห็นครีมด้านในเป็นชั้น ๆ ที่ค่อย ๆ เยิ้มออกมา รสชาติหวานอมเปรี้ยว คนที่รักขนมหวานไม่ควรพลาด

 

Tart of The Season (350 บาท)

Info
Hours
Everyday : 12PM - 12AM
Price

฿฿฿ 301-500 บาทต่อคน

Address
The House on Sathorn เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร
Map
Mass Transit

BTS ช่องนนทรี

Suggest an Edit