#CITYGUIDE ชวนฮอปบนเส้นทองหล่อ ที่มากี่ทีก็มีร้านใหม่ให้ปักหมุด!
BKK. ชวนเดินฮอปเช้าจรดค่ำในย่านที่ไม่เคยทำให้ผิดหวัง ไม่ว่าจะเป็นร้านกาแฟ Specialty ที่คั่วเมล็ดเอง คาเฟ่สุดไวรัล ร้าน Brunch Vibes ดี ร้านมัทฉะที่คนต่อคิวไม่ขาด หรือคอมมูนิตี้สเปซที่เดินเล่นได้ทั้งวัน บอกเลยว่าย่านเดียวแต่เก็บได้ครบ จบทุกมู้ดดดดด
Route ทองหล่อวันนี้ เราขอเริ่มต้นกันที่หนึ่งในร้านที่สายกาแฟไม่ควรพลาดอย่าง KURASU THONGLOR ร้าน Specialty Coffee จากเกียวโตที่นำเสน่ห์ของวัฒนธรรมการดื่มกาแฟแบบญี่ปุ่นมาไว้ใจกลางทองหล่อ ผ่านบรรยากาศมินิมัลที่เรียบง่าย อบอุ่น และเป็นกันเอง มาพร้อมเคาน์เตอร์บาร์ที่เปิดให้เห็นทุกขั้นตอนการชงกาแฟอย่างพิถีพิถัน จนกลายเป็นร้านประจำของทั้งคอกาแฟและคนที่ชื่นชอบความเรียบง่ายในสไตล์ญี่ปุ่น
ที่นี่เลือกใช้เมล็ดกาแฟจากโรงคั่ว KURASU ประเทศญี่ปุ่น ควบคู่กับ Bangkok Blend ที่คั่วในไทย รวมถึงมีเมล็ด Seasonal หมุนเวียนให้เลือกทั้ง Espresso และ Filter Coffee และยังมีเมนูยอดนิยมอย่าง Japanese Toast ที่หลายคนตั้งใจแวะมาลอง จับคู่กับกาแฟแก้วโปรดได้อย่างลงตัว
⌂ : ซอยสุขุมวิท 57
T : เปิดทุกวัน เวลา 07.00 - 18.00 น.
และแน่นอนว่าหากให้พูดถึง Landmark ที่เป็นเหมือนหัวใจของย่านทองหล่อ ชื่อของ The Commons คงเป็นหนึ่งในสถานที่ที่หลายคนนึกถึง ด้วยคอนเซ็ปต์ "Community Mall" ที่รวบรวมร้านกาแฟ ร้านอาหาร เบเกอรี่ บาร์ และร้านไลฟ์สไตล์ไว้ในพื้นที่เดียว ภายใต้อาคารโปร่งโล่งที่เปิดรับแสงธรรมชาติและรายล้อมด้วยพื้นที่สีเขียว จนกลายเป็นจุดนัดพบยอดฮิตที่ไม่ว่าจะมาเวลาไหนก็เต็มไปด้วย Vibes ดี ๆ
เสน่ห์ของที่นี่คือการใช้เวลาได้ตั้งแต่เช้าจรดค่ำ จะเริ่มวันด้วยกาแฟดี ๆ แวะ Brunch กับเพื่อน เดินเล่นช้อปร้านโปรด นั่งพักช่วงบ่าย หรือปิดท้ายด้วยมื้อเย็นและเครื่องดื่มในบรรยากาศสบาย ๆ ก็ทำได้ครบในที่เดียว ทำให้ The Commons ยังคงฮอตฮิตอยู่เสมอสำหรับชาวทองหล่อ ตัวอย่างร้านดังใน The Commons ทองหล่อ : 7SUNS, All Kinds, BARR NAAM, Easy Buddy, Gyuto Kome, Esan Ping Ping, Crackhouse และอีกมากมาย
⌂ : ซอยทองหล่อ 17
T : เปิดทุกวัน เวลา 08.00 - 01.00 น.
✆ : 089 152 2677
และหนึ่งในนั้น คือร้านของหวานที่เราแนะนำอย่าง Adam n Eve ร้านโฟรโย (Frozen Greek Yogurt) สุดฮอตใน The Commons Thonglor ที่ต่อยอดมาจากทีมเดียวกับ Guss Damn Good โดยเลือกเสิร์ฟกรีกโยเกิร์ตซอฟต์เสิร์ฟที่ทั้งโปรตีนสูง แคลอรีต่ำ และไม่มีน้ำตาล แถมมาพร้อมท็อปปิ้งและซอสให้เลือกมิกซ์ได้สะใจ ไม่ว่าจะเป็นผลไม้สด กราโนลา หรือพิสตาชิโอ กลายเป็นอีกหนึ่งร้านที่หลายคนแวะฝากท้องหลังมื้ออาหาร หรือถือถ้วยโฟรโยเดินเล่นชิลล์ ๆ รอบ The Commons ได้แบบเพลิน ๆ
ใครเป็นสาย Specialty Coffee เรามีอีกร้านแนะนำที่ไม่ควรพลาดอย่าง RISE COFFEE ร้านกาแฟที่เริ่มต้นจากโรงคั่วเล็ก ๆ ในโรงรถ ก่อนเติบโตเป็น Micro Roastery ที่คั่วเมล็ดกาแฟเองทุกขั้นตอน ภายใต้แนวคิด "Specialty Coffee for Everyday" ที่อยากให้กาแฟคุณภาพดีเป็นเรื่องเข้าถึงง่ายสำหรับทุกคน ที่นี่เลยมีเมล็ดกาแฟทั้ง House Blend และ Single Origin หมุนเวียนให้เลือกอยู่เสมอ พร้อมทีมบาริสต้าที่พร้อมแนะนำเมล็ดให้เหมาะกับรสนิยมของแต่ละคน
นอกจากเมนูกาแฟคลาสสิกแล้ว ที่นี่ยังมีเมนู Signature ที่หลายคนตั้งใจแวะมาลองอย่าง Dirty Cereal Coffee ที่เพิ่มความหอมของซีเรียลลงในกาแฟแก้วโปรด หรือ Orange Wafer Latte เมนูที่ผสานกลิ่นส้มและเวเฟอร์เข้ากับกาแฟได้อย่างลงตัว กลายเป็นอีกหนึ่งร้านที่ไม่ว่าจะเป็นคอกาแฟสายจริงจังหรือคนที่เพิ่งเริ่มดื่ม Specialty Coffee ก็สามารถแวะมาสนุกกับรสชาติใหม่ ๆ ได้ทุกครั้งที่มาเยือนทองหล่อ
⌂ : โครงการ Marché Thonglor
T : เปิดทุกวัน เวลา 08.00. - 18.00 น.
✆ : 095 247 5000
ชวนเดินเล่นกันต่อในซอยทองหล่อ 13 หนึ่งในซอยเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ของย่านทองหล่อ เพราะตลอดสองฝั่งถนนอัดแน่นไปด้วยร้านอาหาร คาเฟ่ ร้านขนม และร้านไลฟ์สไตล์ที่ซ่อนตัวอยู่แทบทุกมุม เดินไปเรื่อย ๆ ก็มีร้านใหม่ให้แวะอยู่ตลอด จนกลายเป็นอีกหนึ่งซอยที่เหมาะกับการใช้เวลาช่วงบ่ายแบบไม่ต้องรีบ จะค่อย ๆ เดินฮอป จิบกาแฟ แวะของหวาน หรือเลือกหาร้านนั่งพักก็ทำได้ครบในซอยเดียว รับรองว่าเดินเพลินจนลืมดูเวลาแน่นอน
GOOD CHĀ ร้านที่สายมัทฉะ ห้ามพลาด ! ที่นี่คือร้านมัทฉะสุดไวรัลในซอยทองหล่อ 13 ที่หลายคนยอมต่อคิวเพื่อดื่มมัทฉะคุณภาพดี โดดเด่นด้วยการเลือกใช้มัทฉะเกรดพรีเมียมจากญี่ปุ่น พร้อมชงสดทุกแก้วด้วยเทคนิคแบบดั้งเดิม ก่อนนำมาต่อยอดเป็นเมนูร่วมสมัยที่กำลังได้รับความนิยมอย่าง Melon Cha, Coco Cha และ Ceremonial Matcha Latte ซึ่งยังคงดึงรสชาติของมัทฉะออกมาได้อย่างชัดเจน
แถมตัวร้านมาในบรรยากาศมินิมัลขนาดกะทัดรัด เหมาะสำหรับแวะรับเครื่องดื่มแล้วออกไปเดินเล่นต่อในย่านทองหล่อ จนกลายเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กที่คนรักมัทฉะไม่ควรพลาดเมื่อมาเยือนย่านนี้
⌂ : ซอยทองหล่อ 13
T : เปิดทุกวัน เวลา 09.00 - 19.00 น.
✆ : 065 946 9904
สายขนมหรือของหวาน Lovers BKK.ชวนมารับความคิวววต์กันต่อที่ WOOLLOOMOOLOO คาเฟ่สไตล์เกาหลีที่กลายเป็นหมุดหมายของสายหวานด้วยบรรยากาศอบอุ่นเรียบง่ายและขนมอบโฮมเมดที่ทำสดใหม่ทุกวัน โดยทีมผู้ก่อตั้งชาวเกาหลีที่ตั้งใจถ่ายทอดรสชาติแบบโฮมคาเฟ่ผ่านเค้กแต่ละชิ้น ไม่ว่าจะเป็นเค้กผลไม้ เค้กครีมสด หรือเมนูตามฤดูกาลที่ผลัดเปลี่ยนไปตลอดทั้งปี จนหลายคนตั้งใจแวะมาที่นี่เพียงเพื่อชิมเค้กสักชิ้นโดยเฉพาะ
นอกจากเค้กที่เป็นพระเอกของร้านแล้ว ที่นี่ยังมีเครื่องดื่มทั้ง Coffee และ Non-Coffee ให้เลือกจับคู่กันอย่างลงตัว ไม่ว่าจะนั่งจิบกาแฟในช่วงเช้า หรือแวะพักพร้อมของหวานในช่วงบ่าย ลองชิมเป็นเมนู Hotteok สุดฮิตคู่กับชาข้าวคั่วสไตล์เกาหลีก็สุดเข้ากัน
⌂ : Civic Park Building ซอยทองหล่อ 13
T : เปิดทุกวัน เวลา 09.00 - 18.00 น.
✆ : 096 284 7772
ต่อมากับร้านน่ารัก ๆ ที่คนรักสาเกต้องแวะคือ Cheeky Sake Shop ร้านเฉพาะทางที่คัดสรรคราฟต์สาเกและสาเกจากโรงบ่มขนาดเล็กทั่วญี่ปุ่นมาให้เลือกชิม ทั้งฉลากยอดนิยมและรุ่นลิมิเต็ดที่หาดื่มได้ยาก
ภายในร้านมาในบรรยากาศอบอุ่นเป็นกันเอง พร้อมทีมงานที่คอยแนะนำสไตล์และรสชาติให้เหมาะกับแต่ละคน ไม่ว่าจะเป็นมือใหม่หรือสายสาเกตัวจริง ก็สามารถแวะมานั่งจิบ พูดคุย และเปิดประสบการณ์ใหม่ผ่านโลกของสาเกที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ได้ในที่เดียว ใครอยู่แถวนี้ บอกเลยว่านี่เป็นจุดนัดพบที่น่ารักและเก๋มากกก
⌂ : ซอยทองหล่อ 13
T : เปิดทุกวันอังคาร - ศุกร์ เวลา 13.00 - 23.00 น.
วันเสาร์ - อาทิตย์ เวลา 11.00 - 23.00 น.
✆ : 086 571 1773
ไปต่อกันนนน เราชวนมาเดินเล่นฮีลใจแบบคนเก๋กันต่อที่ Aesop Thonglor หนึ่งในสาขาใหญ่ของแบรนด์สกินแคร์ดีไซน์เริ่ดจากออสเตรเลีย
ที่นี่เป็นซิกเนเจอร์สโตร์แบบ Stand Alone อย่างเป็นทางการแห่งแรกในไทย และยังถือว่าเป็นสาขาแรกใน South East Asia ที่มาพร้อมงานดีไซน์สวย ๆ ถ่ายทอดความสวยงามของแสงและเงาผ่านพื้นผิวไม้ ผสานไปกับแรงบันดาลใจจากเสน่ห์และวัฒนธรรมท้องถิ่นของกรุงเทพมหานครผ่านการออกแบบร่วมกันของ Sher Maker Studio สตูดิโอสถาปนิกชาวไทย มาเดินช้อปของบวกกับดูดีไซน์ช็อปก็บอกเลยว่าเริ่ดดดดด
⌂ : ซอยทองหล่อ 13
T : เปิดทุกวัน เวลา 10.00 - 20.00 น.
อีกหนึ่งร้านที่คอกาแฟตัวจริงต้องปักหมุดคือ LOCAL BOYS COFFEE CO. ร้านกาแฟเท่ ๆ ของทีมคนรุ่นใหม่ที่เริ่มต้นจากความหลงใหลในเมล็ดกาแฟ ก่อนต่อยอดสู่โรงคั่วขนาดเล็กที่คั่วเมล็ดเองทุกขั้นตอน เพื่อดึงเอกลักษณ์ของเมล็ดจากแต่ละแหล่งปลูกออกมาได้อย่างเต็มที่ พร้อมบรรยากาศเรียบเท่ในสไตล์อินดัสเทรียลที่สะท้อนตัวตนของแบรนด์ และกลายเป็นหนึ่งในร้าน Specialty Coffee ที่ได้รับความนิยมในย่านทองหล่อ
ที่นี่มาในบรรยากาศสุดเท่ แบบลับ ๆ ซึ่งนอกจาก Espresso และ Filter Coffee ที่มีเมล็ดหมุนเวียนให้เลือกตามฤดูกาลแล้ว ที่นี่ยังมีเมนู Signature ที่หยิบวัตถุดิบและรสชาติสนุก ๆ มาผสมผสานกับกาแฟได้อย่างลงตัว ทำให้ทุกครั้งที่แวะมาไม่ใช่แค่การดื่มกาแฟดี ๆ แต่ยังได้เปิดประสบการณ์ใหม่ผ่านรสชาติที่ทีมบาริสต้าตั้งใจสร้างสรรค์ เสิร์ฟมาแบบเก๋ ๆ ในกระป๋องสุดชิค
⌂ : ซอยทองหล่อ 13
T : เปิดทุกวัน เวลา 07.30 - 17.30 น.
✆ : 065 969 8519
อีกหนึ่งร้านที่สายกินและสายสาเกไม่ควรพลาด คือ Tipples & Nibbles บาร์สไตล์ Japanese Modern ในย่านทองหล่อ ที่เกิดจากความหลงใหลในการนำเข้าสาเกของเจ้าของร้าน ก่อนต่อยอดสู่พื้นที่ที่ชวนทุกคนมาสนุกกับการจับคู่สาเกและอาหารคำเล็ก ๆ หรือ Small Bites ในแบบที่เข้าถึงง่าย โดยมีสองเชฟผู้ก่อตั้งซึ่งเคยเปิด Chef's Table มาก่อน มาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ผ่านวัตถุดิบญี่ปุ่นคุณภาพดีที่นำมาตีความใหม่ให้ร่วมสมัย พร้อมคอนเซ็ปต์ที่อยากให้ทุกคนได้ลองชิมหลายเมนู แล้วค้นหาคู่ Food & Sake Pairing ที่ถูกใจในสไตล์ของตัวเอง
เมนูของร้านมาในขนาดพอดีคำแบบ Amuse-bouche ให้สั่งแชร์กันได้หลายจาน โดยมีเมนูแนะนำอย่าง Monkfish Liver & Ponzu Gel อังกิโมะหมักสูตรเฉพาะของร้านท็อปด้วยพอนสึเจล, Pink Shrimp & Mentaiko Mayo กุ้งหวานญี่ปุ่นเบิร์นเมนไทโกะหอม ๆ, Dashi Tomato & Creamy Furikake เมนูซิกเนเจอร์ที่นำมะเขือเทศดองมาเสิร์ฟคู่ครีมมี่ฟุริคาเกะ พร้อมเพิ่ม Iberico Ham ได้ตามชอบ รวมถึง Grilled Eel & Dashi Cucumber, Razor Shell & Chilli Crisp Ponzu, Salmon Roe & Lemon Horseradish Dip และ Smoke Chicken & Dashi Chazuke ที่ปิดท้ายมื้อได้อย่างอบอุ่น พร้อมให้จับคู่กับสาเกหลากหลายสไตล์ที่ทีมงานพร้อมแนะนำตลอดมื้อ
⌂ : ซอยทองหล่อ 13
T : เปิดทุกวัน เวลา 17.30 – 23.00 น.
✆ : 063 205 2643
หรือจะแวะมาทานอาหารในบรรยากาศสบาย ๆ กันต่อที่ห้องอาหาร EKKALUCK ของโรงแรม Madi Paidi Bangkok ที่ตั้งอยู่ในโลเคชันดี ๆ ขนานกับซอยทองหล่อ . แน่นอนว่าเรื่องของตกแต่งที่นี่มาในคอนเซ็ปต์ที่ล้อไปกับบรรยากาศของตัวโรงแรมที่หยิบจับเอาความเป็นไทยดั้งเดิม มาผสมผสานไปกับความโมเดิร์นได้อย่างมีเอกลักษณ์ ส่วนในบรรยากาศของห้องอาหารให้ความสงบเป็ยส่วนตัว โล่งโปร่งสบายตาด้วยกระจบรับแสงบานโตและช่วงเพดานที่สูงไม่อึดอัน ให้คุณได้เลือกมุมที่นั่งกันตามชอบ
FULL REVIEWทางด้านเมนูอาหารที่นี่ทำหน้าที่เป็นทั้งห้องอาหารเช้าของทางโรงแรม แต่ในขณะเดียวกันก็เสิร์ฟอาหารแบบ All Day Dining ให้แขกคนสำคัญทุกท่านที่แวะเวียนเข้ามาได้ชิมเช่นเดียวกัน ความพิเศษอยู่ที่รสชาติและหน้าตาของอาหารที่เชฟตั้งใจจัดจานให้ออกมาสวยงามราวมงานศิลปะ แถมยังมาพร้อมกับรสชาติจัดจ้านแบบไทยแท้ ๆ
⌂ : ซอยสุขุมวิท 53
T : เปิดทุกวัน เวลา 06.00 - 00.00. น.
✆ : 02 127 5999
ปิดท้ายวันกันด้วยการเอนกายพักผ่อนที่ Madi Paidi Bangkok โรงแรม Autograph Collection แห่งแรกของประเทศไทย ซึ่งความพิเศษของโรงแรมประเภทนี้คือความยูนีค ที่ให้ความสำคัญกับสตอรี่ แนวคิดและที่มา ตลอดจนการบริการ ทำให้โรงแรมประเภทนี้มีความเฉพาะตัว ไม่เหมือนที่ไหนๆ ในโลก
ที่นี่ ถือเป็นโรงแรมลำดับที่ 50 ในเครือ Marriott International ที่เลือกหยิบดีเทลความเป็นไทยมาบอกเล่าใหม่ในกลิ่นอายสุดโมเดิร์นที่มีความเท่ปนความสนุกซ่อนอยู่ อีกทั้งยังมีเอกลักษณ์ชัดเจนตั้งแต่โทนสีที่เลือกนำสีมงคลของไทยมาเป็นสัญลักษณ์แบ่งแยกห้อง ทั้งมรกต บุษราคัม และไพลิน และนอกจากนี้ยังมีกิมมิกเป็นการตั้งชื่อโรงแรมให้คล้องกับชื่อซอย “มาดีไปดี” หรือซอยสุขุมวิท 53 ด้วยนั่นเอง
ตัวโรงแรมยังมาพร้อมคอนเซ็ปต์ Parallelism และ Contrast เพราะโลเคชันของที่นี่อยู่ตรงกลางระหว่างความคึกคักในซอยทองหล่อ ที่ขนานไปกับความเงียบสงบของย่านที่อยู่อาศัยในซอย 53 จึงทำให้ที่นี่คือจุดพักผ่อนอันแสบสงบแบบไม่ห่างไกลกับย่านแสงสี เหมาะกับการพักผ่อนทั้งสองรูปแบบได้อย่างลงตัวนั่นเอง
ใครสนใจมาชมดีเทลสุดเก๋เหล่านี้ ไม่ต้องรอช้า สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือจองห้องพักจาก Madi Paidi Bangkok, Autograph Collection กันได้ที่ https://www.facebook.com/MadiPaidiBangkok
⌂ : ซอยสุขุมวิท 53
✆ : 02 127 5953

