AVANTCHA : The First Tea Bar in Thailand
ครั้งแรกในไทย ! ประสบการณ์การจิบชาแบบใหม่ที่ให้ความสุนทรีย์ ทั้งรูป รส กลิ่น เสียง จัดเต็ม
ชวน Tea Lovers ไปสำรวจโลกแห่งชาที่ ‘AVANTCHA’ บาร์ชาสุดพรีเมียมของแบรนด์ระดับโลกจากดูไบ ผู้อยู่เบื้องหลังโรงแรมและร้านดัง สู่สาขาแรกในไทยใจกลางทองหล่อ เสิร์ฟสารพัดเมนูเครื่องดื่มที่รังสรรค์ด้วยคอลเลกชันชาออร์แกนิกกว่า 180 ชนิด จากแหล่งเพาะปลูกทั่วโลก
ชื่อแบรนด์ AVANTCHA มาจากการรวมคำว่า ‘Avant’ จาก Avant-garde ในภาษาฝรั่งเศสที่สื่อถึงความล้ำสมัย และคำว่า ‘Cha’ แปลว่าชาในภาษาจีน ที่สะท้อนหัวใจสำคัญในการหยิบวัฒนธรรมของการดื่มชาที่มีมาอย่างยาวนาน มาตีความใหม่ให้ร่วมสมัยเข้ากับไลฟ์สไตล์ปัจจุบัน
การแวะมาที่ AVANTCHA แห่งนี้ เรียกว่าเป็นการเปิดโลกแห่งสุนทรียะของการดื่มชาในมุมมองใหม่ที่พร้อมฉีกกฎการดื่มชาแบบเดิม ๆ ให้กลายเป็นเรื่องราวของ Modern Lifestyle ที่เต็มไปด้วยสีสัน ความยั่งยืน และรสชาติที่ถูกคัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน เพราะชาพรีเมียมแบรนด์นี้มีประสบการณ์ด้านชามายาวนานกว่า 12 ปี โดยก่อตั้งในปี 2014 ภายใต้การดูแลของ 3 ผู้ก่อตั้ง (นำโดยคุณ Markus Zbinden ผู้ร่วมก่อตั้งและ CEO) ที่เสาะหาใบชาชั้นยอดจากทั่วโลกด้วยตัวเอง พร้อมควบคุมการผลิตทุกขั้นตอนตั้งแต่การเบลนด์ชาไปจนถึงการดีไซน์ Teaware ที่สวยงามและมีเอกลักษณ์ กระทั่งปัจจุบันมีสำนักงานอยู่ครอบคลุมแทบทุกทวีป ทั้งยุโรป ตะวันออกกลาง และเอเชีย ซึ่งได้รับความเชื่อมั่นให้เป็นผู้รังสรรค์ประสบการณ์การดื่มชาแบบ Modern Luxury ที่ให้ความสำคัญกับเรื่องของความยั่งยืนและความเป็นออร์แกนิกอย่างแท้จริง
การตัดสินใจมาเปิดสาขาที่เมืองไทยนั้น นั่นก็เพราะแบรนด์ AVANTCHA เชื่อว่าที่แห่งนี้จะกลายเป็นรากฐานสำคัญในการถ่ายทอดแนวคิดวัฒนธรรมชาไปสู่ระดับเอเชียได้อย่างแน่นอน
Modern Elegance with a Serene Ambiance
ภายในร้านตกแต่งด้วยโทนสีดำตัดกับสีขาวและเมทัลลิค เพิ่มความนุ่มนวลด้วยสีเขียวใบไม้กับแสงแดดอุ่น ๆ จากบานกระจกด้านหน้าสุด
พื้นที่ Tea Bar ออกแบบมาสำหรับผู้ที่ชื่นชอบศิลปะในการดื่มชา พื้นที่ของเราผสมผสานความหรูหราในสไตล์ทันสมัยกับบรรยากาศที่เงียบสงบ เชิญชวนให้คุณได้หยุดพักและดื่มด่ำกับชาในทุกแก้วได้อย่างเต็มที่
บริเวณชั้น 1 โซนบาร์และที่นั่งตลอดแนวทางเดิน สามารถมองเห็นทุกขั้นตอนการชง ในขณะที่ชั้น 2 ขึ้นไป จะเป็นโซนโต๊ะที่นั่งซึ่งเหมาะกับการรวมกลุ่มสังสรรค์มากขึ้น โดยออกแบบสเปซภายในร้าน พร้อมมอบประสบการณ์ใหม่ โดยช่วงกลางวันจะเน้นบรรยากาศผ่อนคลาย สบาย ๆ ส่วนช่วงเย็น (หลัง 18.00 น.) จะปรับมู้ดร้านให้เป็นบาร์โทนสีส้มแดง พ่วงด้วยความสนุกที่มีดีเจมาร่วมสร้างสีสันในคืนวันศุกร์-เสาร์ ให้กลายเป็นอีกหนึ่งจุดแฮงเอาต์สุุดชิคของย่านทองหล่อ
The Advance of Tea
ความพิเศษของสาขาในไทย คือการรวบรวมใบชาชั้นเลิศกว่า 180 ชนิด มานำเสนอในรูปแบบที่หลากหลาย สร้างสรรค์ด้วยฝีมือทีม Tea Master, ทีม Mixologist หรือบาร์เทนเดอร์ระดับมืออาชีพ ครีเอตออกมาเป็นเมนูค็อกเทลและม็อกเทลแก้วพิเศษโดยใช้ ‘ชา’ เป็นวัตถุดิบหลัก พร้อมเปิดโลกแห่งรสสัมผัสของชาที่คุณจะได้ ‘ดม’ และ ‘ชิม’ จนได้ผลลัพธ์ออกมาเป็นเมนูเครื่องดื่มที่ใช่ที่สุด
และด้วยคอนเซ็ปต์ Modern Tea Culture ที่นี่จึงไม่ใช่แค่ร้านน้ำชาทั่วไป แต่เป็นพื้นที่รอยต่อระหว่างความละเอียดอ่อนของวัตถุดิบระดับพรีเมียมจากตะวันออก กับสไตล์ตะวันตกที่เรียบง่ายและทรงพลัง ไม่ว่าคุณจะเป็นสายเข้มข้นอย่าง สเปเชียลมัทฉะจากญี่ปุ่น หรือหลงใหลในเสน่ห์ของใบชาแท้จากจีน นี่ถือว่าจุดหมายใหม่ของคนรักชาที่จะได้รื่นรมย์กับใบชาที่ถูกคัดสรรมาอย่างดี ในบรรยากาศที่เงียบสงบท่ามกลางความเร่งรีบของย่านทองหล่อ
ยิ่งไปกว่านั้น มาที่นี่เราจะได้เห็นคอลเลกชันชาหลากหลายชนิดจากแหล่งปลูกชาออร์แกนิกจากทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นชาเบลนด์พิเศษ เซ็ตของขวัญ รวมถึงอุปกรณ์ชงชาที่มีให้เลือกช้อปติดไม้ติดมือกลับบ้านอีกด้วย
Let’s Discover Your Perfect Blend
แน่นอนเมนูทั้งหมดว่ายังคงเป็นชาที่ถูกชงออกมาในรูปแบบที่หลากหลาย ตั้งแต่แบบคลาสสิกของชาไปจนถึงการตีความใหม่ในรูปแบบของเครื่องดื่มทั้งตัวม็อกเทลและค็อกเทล ครั้งนี้เริ่มต้นเสิร์ฟความสดชื่นแก้วแรกกันที่หมวดม็อกเทล-รีเฟรชชิ่ง ด้วยการเลือกใช้ Matcha วัตถุดิบยอดฮิตแห่งยุค เป็นเมนูเครื่องดื่มแนะนำน่าลองที่ชื่อว่า Zen Coco (170 บาท) แก้วที่เน้นความสดชื่นจากน้ำมะพร้าวเผา ชงผสมเข้ากับมัทฉะเกรดพรีเมียมสายพันธุ์ Yame-Yabukita และ Giffard Agave ให้ความหอมหวาน เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเครื่องดื่มที่เบาสบายท้อง
ตามด้วยแก้วที่ 2 กับเมนู Peach Oolong Harmony (210 บาท) ชาอู่หลงที่ผ่านการคั่วมาเล็กน้อย ผสมผสานกับกลิ่นหอมละมุนของพีช รสสัมผัสไม่หนักและไม่ Smoky จนเกินไป ดื่มง่ายและได้ความสดชื่น
แก้วถัดมาคือ Tropical Lush (250 บาท) สำหรับแก้วทางร้านเลือกใช้ชาเขียวเบลนด์ Tropical Green เป็นเบสหลัก ให้กลิ่นอายของผลไม้เขตร้อน และความหวานของไซรัปน้ำตาลทรายแดง ให้ความรู้สึกคล้ายกับการดื่มค็อกเทล Pina Colada ในเวอร์ชันของชา (เพราะมีส่วนผสมของน้ำมะนาว Sober Spirit Rum แบบไร้แอลกอฮอล์) รสเปรี้ยวอมหวานสดชื่นสไตล์ทรอปิคอล
หรือจะเลือกเติมความสดชื่นด้วยเมนู Genmai Yuzu Sour (380 บาท) เมนูที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเครื่องดื่มตระกูล Sour สไตล์ออสซี่ เน้นความสดชื่นและมีกลิ่นหอมพิเศษ โดยมีส่วนผสมของ Organic Matcha และน้ำส้มยูซุ ซึ่งผสานกลิ่นและรสชาติที่เข้ากันได้อย่างลงตัว
เติมความสดชื่นรื่นรมย์อย่างต่อเนื่องด้วยหมวดเครื่องดื่มชาพรีเมียม กับเมนูชาร้อน Green Tea - Organic Japanese Gyokuro (350 บาท) สำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสรสชาติเพียวจากใบชาเขียวแท้ ๆ เน้นความเป็นออร์แกนิก 100% ที่มีให้เลือกหลากหลายเบลนด์ ไม่ว่าจะเป็น Organic Fuji ชาเขียวที่มีคาแร็กเตอร์กลิ่นอายทะเลเบา ๆ หรือจะเป็น Gyokuro ที่ราชินีแห่งชาเขียวญี่ปุ่น ซึ่งถูกเลือกนำมาชงครั้งนี้ ให้รสสัมผัสแบบอูมามิและทิ้งความหวานไว้ที่ปลายลิ้น
ส่วนใครที่เป็นสายมัทฉะตัวจริง แนะนำให้ลองสั่ง Matcha Ceremonial Grade - Yame (150 บาท) เพียวมัทฉะที่ชงจากผงมัทฉะเกรดพิธีการ สายพันธุ์ Yame จากเมือง Fukuoka ประเทศญี่ปุ่น ให้คาแร็กเตอร์หรือรสสัมผัสโทนถั่ว ผสมผสานความหอมหวานของไวท์ช็อกโกแลต ดื่มง่าย ได้ความสดชื่น
ปิดท้ายกันที่หมวดค็อกเทลกับเมนูที่ชื่อว่า Hojicha Colada (360 บาท) ค็อกเทลที่เบสรสชาติด้วย ชาคุกิฉะ (Kukicha) ก้านของใบชาที่นำไปคั่ว จนเกิดกลิ่นหอมไหม้ที่เป็นเอกลักษณ์ มีความ Smoky คล้ายกลิ่นป๊อปคอร์น รสชาติออกหวานนุ่มนวล ผสมผสานกับไอศกรีมโฮมเมดของทางร้าน เสิร์ฟพร้อมกิมมิกการรมควันแก้วด้วยใบชา เพื่อเพิ่มมิติความหอมอโรมาและอรรถรสในการดื่ม เป็นเมนูที่ดื่มง่ายและมีความหวานในตัว








