A Space Rooted in Memories
BENJAMIN (เบญจมิน) ร้านอาหารไทยที่หยิบรสมือวันวาน มาเล่าใหม่ในจานโปรด ร้านอาหารไทยแห่งนี้เกิดจากความร่วมมือระหว่าง iberry Group และเชฟเบนซ์ - อัครเดช เตชะเกสร เจ้าของร้าน Seasoning 36 ที่หยิบความทรงจำจากครัวคุณยายมาต่อยอดเป็นอาหารไทยที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Rooted in Memory, Bold with Personality” ถ่ายทอดเรื่องราวผ่านรสมือและรายละเอียดในทุกจาน พร้อมชวนให้กลับมาสัมผัสเสน่ห์ของอาหารไทยในมุมใหม่ที่ทั้งคุ้นเคยและมีสีสันไม่เหมือนใคร
โดยเบื้องหลังของ BENJAMIN คือความทรงจำในครัวของคุณยายและคุณแม่ที่เชฟเบนซ์เติบโตมา ตั้งแต่การขูดมะพร้าว คั้นกะทิ ไปจนถึงการปรุงแกง ทุกขั้นตอนต้องอาศัยทั้งเวลาและความชำนาญ เรื่องราวเหล่านี้ยังถูกถ่ายทอดผ่านโลโก้กระต่ายขูดมะพร้าว สัญลักษณ์ที่เชื่อมโยงภาพวัยเด็กเข้ากับตัวตนของร้าน พร้อมสะท้อนความตั้งใจที่จะรักษาเสน่ห์ของอาหารไทยเอาไว้ในทุกจาน
A Cozy Hideaway in the City
และแน่นอนว่าหัวใจของ BENJAMIN คือการทำความเข้าใจวัตถุดิบและวิธีปรุง เพื่อดึงเอกลักษณ์ของแต่ละส่วนผสมออกมาให้ชัดเจนที่สุด เมนูจึงมีทั้งอาหารไทยตำรับที่พบเห็นไม่บ่อยและจานคุ้นเคยที่นำมาต่อยอด ตั้งแต่การจับคู่รสชาติไปจนถึงการเลือกใช้เทคนิคการปรุงที่เหมาะกับวัตถุดิบ เพื่อให้ได้อาหารไทยที่ยังมีรากเดิม แต่เพิ่มเติมด้วยมุมมองและรสมือเฉพาะตัวของเชฟ
ยกตัวอย่างเช่น เมนูน้ำพริกพริกไทยอ่อนบ้านฉัน (325 บาท) เมนูน้ำพริกที่ชูเอกลักษณ์ของพริกไทยอ่อนได้เป็นอย่างดีผ่านการนำพริกไทยอ่อนสับมาผัดกับหมูสับและกุ้งลายเสือ ให้รสเข้มข้นจากเนื้อสัตว์ พร้อมกลิ่นหอมและความเผ็ดซ่าจากพริกไทยอ่อน เสิร์ฟเคียงมากับผักรวมทั้งแบบสดเท็กเจอร์กรอบสดใหม่และแบบลวก เหมาะสำหรับคนที่ชอบน้ำพริกรสชัดและกลิ่นสมุนไพรไทยเป็นพิเศษ
พร้อมพักเติมความสดชื่นด้วยเครื่องดื่มที่มาพร้อมความแปลกใหม่อย่าง สับปะรดผักแพวโซดา (135 บาท) ที่หยิบความหวานอมเปรี้ยวของสับปะรดมาจับคู่กับกลิ่นหอมเฉพาะตัวของผักแพว สมุนไพรไทยที่ช่วยเพิ่มมิติให้เครื่องดื่มแก้วนี้ไม่ธรรมดา เติมความซ่าด้วยโซดา ดื่มแล้วสดชื่น เหมาะสำหรับจิบเปิดมื้ออาหารแบบเก๋ ๆ
อีกหนึ่งแก้วที่ชวนเปิดประสบการณ์ใหม่ให้กับเครื่องดื่มสมุนไพรไทยกับ มะกรูดตะไคร้โซดา (135 บาท) ที่นำกลิ่นหอมสดชื่นของมะกรูดมาผสานกับตะไคร้ ก่อนเติมโซดาให้มีความซ่าดื่มเพลิน เป็นการหยิบวัตถุดิบใกล้ตัวมาสร้างสรรค์เป็นเครื่องดื่มที่มีคาแรกเตอร์ เหมาะสำหรับจิบคู่กับอาหารไทยจานโปรด
ต่อมายังเมนูยำที่มีทั้งความสดชื่นและรสจัดจ้าน ต้องลอง ยำกรรเชียงปูชมพู่ทับทิมจันทร์ (550 บาท) ที่ทางร้านเลือกใช้ชมพู่ทับทิมจันทร์เนื้อกรอบฉ่ำมาจับคู่กับเนื้อกรรเชียงปูและหอมแดง คลุกเคล้ากับน้ำยำพริกเผารสเข้มข้น ได้ทั้งความหวานสดของผลไม้ ความหวานละมุนจากเนื้อปู และความจัดจ้านจากน้ำยำในจานเดียว เป็นการจับคู่ที่ช่วยเพิ่มมิติให้เมนูยำแบบไทย ๆ ได้อย่างน่าสนใจ
ส่วนสายต้มยำรสจัดจ้านเตรียมซดน้ำซุปร้อน ๆ กับ ต้มยำปลาเก๋ามังกรทะเล (650 บาท) ที่ใช้เนื้อปลาเก๋าเคี่ยวในน้ำซุปสมุนไพรไทย ก่อนเติมใบกะเพราเพื่อเพิ่มกลิ่นหอมเฉพาะตัว โดยเน้นรสเปรี้ยวนำ เค็มตาม และไม่เติมน้ำตาล ให้รสชาติของน้ำซุปและสมุนไพรโดดเด่น พร้อมเนื้อปลาเก๋าที่มีสัมผัสแน่นและหนังเด้ง เป็นอีกเมนูที่ชวนให้กลับมาสำรวจเสน่ห์ของต้มยำในมุมของ BENJAMIN
อีกหนึ่งจานที่เน้นรสชาติจากวัตถุดิบอย่าง ยอดมะพร้าวผัดกุ้งลายเสือ (300 บาท) ที่นำกุ้งลายเสือมาผัดกับยอดมะพร้าวอ่อน ต้นหอม และกระเทียมไทย ก่อนคลุกเคล้าด้วยซอสสูตรเฉพาะของร้าน ความหวานของกุ้งเข้ากับสัมผัสกรอบละมุนของยอดมะพร้าวได้ดี เสริมด้วยกลิ่นหอมจากกระเทียมและต้นหอม เป็นเมนูที่รับประทานง่ายและเข้ากับข้าวสวยร้อน ๆ ได้อย่างลงตัว
หรือใครอยากได้จานเดียวที่รวมหลายรสชาติไว้ด้วยกัน เราขอแนะนำ ข้าวมันส้มตำโบราณและหมูแดดเดียว (245 บาท) ที่ทางร้านใช้ข้าวหอมมะลิหุงกับครีมมะพร้าว ใบเตย และเกลือทะเล ก่อนเสิร์ฟคู่ส้มตำแบบดั้งเดิมและหมูสันในตากแดดเดียว ความหอมมันของข้าวช่วยเติมความละมุน ขณะที่ส้มตำเพิ่มรสจัดจ้านและความสดชื่น ส่วนหมูแดดเดียวช่วยเสริมรสเค็มเข้มข้น เป็นการจับคู่รสชาติที่คุ้นเคยในแบบอาหารไทยได้อย่างน่าสนใจ
ปิดท้ายมื้อด้วยของหวานที่ชวนให้นึกถึงขนมไทยรสคุ้นเคย กับ ไอศกรีมมะพร้าวและบัวลอยเผือก (145 บาท) ที่จับคู่ความหอมมันของมะพร้าวกับบัวลอยเผือก เพิ่มความสนุกด้วยเนื้อสัมผัสที่แตกต่างระหว่างไอศกรีมเนียนเย็นและบัวลอยนุ่มหนึบ เป็นเมนูที่เหมาะสำหรับคนรักขนมหวานสไตล์ไทยและอยากเติมความหวานส่งท้ายมื้อ
ส่วนใครชอบของหวานแนวเปรี้ยวสดชื่น ต้องสั่ง กรานิต้าส้มมะปี๊ดสด (155 บาท) ที่เสิร์ฟพร้อมมะม่วง สับปะรด และวุ้นบุก ก่อนโรยเกลือพริกเพิ่มมิติของรสชาติ ได้ทั้งความเปรี้ยวหวานจากผลไม้ ความเย็นสดชื่นของกรานิต้า และสัมผัสหนึบจากวุ้นบุก เป็นการจบมื้อที่ช่วยปลุกความสดใสให้กลับมาอีกครั้ง
ใครกำลังมองหาร้านอาหารไทยที่หยิบรสชาติคุ้นเคยมานำเสนอในมุมใหม่ พร้อมรายละเอียดที่ใส่ใจตั้งแต่วัตถุดิบไปจนถึงวิธีปรุง แวะมาทำความรู้จัก BENJAMIN ได้ที่ Market Place Thonglor ชั้น 1








