Published on May 25, 2017

The New Food Experience

Canvas ร้านอาหารไฟน์ไดน์นิ่งพร้อมต้อนรับเหล่าฟู้ดดี้และผู้ที่สนใจเปิดประสบการณ์ทานอาหารสไตล์ที่แตกต่างจากฝีมือเชฟ Riley Sanders เชฟใหญ่ผู้สั่งสมประสบการณ์ด้านอาหารและเทคนิคต่าง ๆ จากการตระเวนไปเรียนรู้กับเชฟมิชลินชื่อดังและเดินทางท่องเที่ยวรอบโลกเพื่อค้นหารสชาติและวัตถุดิบใหม่ ๆ มาสรรค์สร้างเป็นอาหารจานพิเศษที่ไม่เหมือนใคร 

 

Classic Scandinavian & New York Style With Chef Table

บรรยากาศด้านในให้ความผสมผสานระหว่างการตกแต่งแบบสแกนดิเนเวียนกับนิวยอร์ก โซฟาบุหนัง โต๊ะและเก้าอี้ไม้รูปทรงคลาสสิก นอกจากนี้ยังมี Chef Table ที่หันหน้าเข้าครัวเปิด เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการชมฝีไม้ลายมือของเหล่าเชฟและที่มาของอาหารแต่ละจาน ซึ่งในอนาคตบริเวณโต๊ะด้านหน้าครัวเปิดจะจัดเป็นไดน์นิ่งโซนสำหรับเทสติ้งเมนู

 

The Bar Upstair

หากมาเป็นกลุ่มใหญ่ลองขึ้นไปยังชั้น 2 ที่ค่อนข้างเป็นส่วนตัวกว่า อีกทั้งมีโซนบาร์ที่ชวนให้คิดถึงบรรยากาศของบาร์ยุคเก่า ๆ ซึ่งบาร์แห่งนี้ได้ทีมงานจาก Rabbit Hole มาเป็นผู้ดูและและครีเอทค็อกเทลเมนูใหม่ให้เข้ากับธีมของ Canvas

 

The Creative Visionary Chef

อาหารที่นี่ ครีเอทโดยเชฟ Riley Sanders ชาวเท็กซัส ผู้มากประสบการณ์จากการท่องเที่ยวเที่ยวโลกเพื่อค้นหารสชาติใหม่ ๆ และชิมอาหารทุกประเภทตั้งแต่สตรีทฟู้ดไปจนถึงอาหารฝีมือเชฟมิชลินชื่อดังทั่วโลก รวมถึงประสบการณ์ทำงานในร้านอาหารมิชลิน จนถึงการเป็นเชฟส่วนตัวบนเรือยอร์ช จนกระทั่งได้มาทำตามความฝันของตัวเองที่จะลงหลักปักฐานทำโปรเจกต์ Canvas เมื่อปี 2016

 

Contemporary Bangkok Cuisine

ที่นี่เน้นใช้วัตถุดิบในประเทศเกือบทั้งหมด โดยเชฟให้นิยามสไตล์อาหารที่นี่ว่าเป็น Contemporary Bangkok Cuisine อาหารที่ประกอบด้วยส่วนผสมหลักแบบไทย ๆ และเน้นเทคนิคการประกอบอาหารแบบผสมผสาน ทุกเมนูล้วนแต่ครีเอทเพื่อให้สื่อถึงความเป็นกรุงเทพฯ สมัยใหม่ที่เต็มไปด้วยสีสัน โดยวัตถุดิบและส่วนผสมเป็นสิ่งที่หาได้ตามตลาด แต่นำมามิกซ์แอนด์แมตช์เพื่อให้เกิดความแตกต่าง ทุกจานล้วนได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถันและเป็นรสชาติที่แปลกใหม่

 

Enjoy The Experience

เริ่มต้นดินเนอร์นี้ด้วย Charred sweet corn, crushed & thickened with its milk (420 บาท) เป็นการนำข้าวโพดมาใช้ทุกส่วน ด้านล่างเป็นพุดดิ้งข้าวโพดหวานที่นำข้าวโพดไปนึ่งจนได้รสหวานและมีความเป็นนมข้าวโพด และยังผสมเนื้อข้าวโพดให้มีสัมผัสกรุบ ๆ เพิ่มความเข้มข้นด้วย Tomme de Chiangrai ชีสประเภท semi-hard ส่วนด้านบนเป็นข้าวโพดอ่อนที่นำไปย่างจนไหม้ ตกแต่งอย่างสวยงามด้วยพริกเขียว และท็อปด้วยไข่แดงที่นำไปเคลือบด้วยน้ำปลา ปิดท้ายด้วยน้ำมะนาว

 

Charred sweet corn, crushed & thickened with its milk (420 บาท)

ต่อด้วย Mud crab & lotus (900 บาท) ปูทะเลสดนึ่ง เสิร์ฟพร้อมซอสรากบัวและสมุนไพร เพิ่มสัมผัสด้วยสายบัวฝานบาง สาหร่ายน้ำจืด และรากบัวทอด ท็อปด้วยผักแขยง (Rice paddy herb) สมุนไพรพื้นบ้านของภาคอีสาน เวลาทานให้คลุกเคล้าเข้ากันเพื่อให้รสชาติจากส่วนผสมหลักแต่ละอย่างเสริมซึ่งกันและกัน

 

Mud crab & lotus (900 บาท)

สำหรับใครที่ชอบเนื้อ เชฟแนะนำ Thai wagyu, grilled rare & chopped (720 บาท) จานนี้เป็นการรวมตัวระหว่างสเต๊กกับทาทาร์ โดยใช้เนื้อวากิวไทยที่มีความนุ่มและชั้นไขมันไม่มาก นำไปย่างความสุกระดับแรร์และหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ สไตล์ทาทาร์เนื้อ จากนั้นคลุกเคล้าเนื้อให้เข้ากับซอสที่ทำจากไขกระดูก มะขาม และสมุนไพรนานาชนิด ปิดหน้าเนื้อด้วยท็อปปิ้งสามอย่าง ได้แก่ ใบโหระพา กระเทียมทอด และหอมแดง คลุกเคล้าให้เข้ากันเพื่อรสชาติที่ดีที่สุด 
 

Thai wagyu, grilled rare & chopped (720 บาท)

อาหารจานสุดท้าย เชฟนำเสนอส่วนผสมที่จัดจ้านและมีกลิ่นเฉพาะตัวอย่างแกะ สะตอ และหอยแครง Lamb neck & blood clam (1,040 บาท) จานนี้คัดเฉพาะเนื้อแกะส่วนคอและนำไปทำให้สุก เสิร์ฟพร้อมสะตอและหอยแครง เพิ่มความจัดจ้านด้วยพูเรบ๊วยที่ให้ความเค็มและหวาน และสะตออีมัลชั่นรสนุ่มแต่ยังคงเอกลักษณ์ของกลิ่นได้อย่างครบถ้วน 

 

Lamb neck & blood clam (1,040 บาท)

ปิดท้ายด้วยของหวานที่ครีเอทความเป็นไทยลงไปในทุกขั้นตอน Roasted chestnut cake (340 บาท) เค้กเกาลัดเนื้อนุ่มอบสดใหม่ที่นำส่วนผสมไปหยอดในแท่นขนมครกและอบจนได้ความนุ่มกำลังดี เสิร์ฟพร้อมครีมมะตูมเข้มข้น ท็อปด้วยเมอแรงก์แทนเจอรีนกรุบกรอบ
 

Roasted chestnut cake (340 บาท)

Info
Hours
Open : 6PM - 12:30AM
Sat : 6PM - 12:30AM
Sun : 6PM - 12:30AM
Mon : 6PM - 12AM
Tue : 6PM - 12AM
Wed : 6PM - 12AM
Thu : 6PM - 12AM
Fri : 6PM - 12AM
Price

฿฿฿฿฿ 1,001-2,000 บาทต่อคน

Address
ข้างซอยทองหล่อ 5 (ตรงข้ามท็อปส์มาร์เก็ต ทองหล่อ) เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร
Map
Mass Transit

BTS ทองหล่อ

Facilities
Suggest an Edit