Published on August 29, 2018

Let's Eat & Chill on the Rooftop

Fat Beef Meat Lab อีกหนึ่งร้านสุด Hidden บนชั้นสองของโครงการ De For Rest ย่านถนนนางลิ้นจี่ กับบรรยากาศดี ๆ บน Rooftop ให้ความรู้สึกร่มรื่นใต้เงาต้นไม้ใหญ่ที่ปกคลุมอยู่ด้านบน ทำให้ที่นี่พิเศษกว่าที่อื่นภายใต้คอนเซ็ปต์ "Backyard Grill" ให้ได้ชวนกันมาอิ่มอร่อยกับอาหารคุณภาพดีในบรรยากาศสบาย ๆ กับกลุ่มเพื่อนและครอบครัว

 

บรรยากาศแบบ Roof Top ของร้าน

ทางร้านใช้เนื้อวัวคุณภาพดี ย่างกรุ่น ๆ บน Crystal Plate โดยสั่งทำพิเศษจากแร่ Quartz ที่มีคุณสมบัติทำให้เนื้อสุกพอดี ไม่ไหม้ ไม่ติดกระทะ แถมยังรักษาความฉ่ำของเนื้อไว้ได้เป็นอย่างดี ทานคู่กับเครื่องดื่มเย็น ๆ ท่ามกลางลมโชยอ่อน ๆ ถือเป็นช่วงเวลาพักผ่อนแสนพิเศษ 

 

บรรยากาศแบบ Roof Top ช่วงกลางคืนของร้าน

The Beef Story

สำหรับจานแรกแนะนำ Sweet Honey Marinated Australian Angus Tomahawk (1,890 บาท) เนื้อวัวออสเตรเลียสายพันธุ์แองกัสส่วนโทมาฮอว์ค หรือซี่โครงติดกระดูกส่วนที่ใหญ่ที่สุดของเนื้อวัว ที่เชฟจะย่างมาให้ ก่อนจะจัดวางลงบน Crystal Plate เพื่อคลุกเคล้ากับเนยอีกครั้ง โดยทางร้านจะทำมาให้ในระดับความสุก Rare และให้เราสามารถมาตั้งเตาปิ้งต่อ ตามความสุกที่เราต้องการได้ แต่แนะนำให้ทานแบบ Rare เพราะเนื้อจะมีความนุ่มที่พอดี

 

มุมย่างเนื้อที่ย่างสดใหม่ส่งกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วร้าน

 

 

Sweet Honey Marinated Australian Angus Tomahawk (1,890 บาท)

ลูกค้าสามารถเลือกรสชาติของเนยแท้ ๆ ได้ถึง 6 ชนิด ได้แก่แบบ Original ที่มีส่วนผสมของใบไธม์ และโรสแมรี่, Homemade Salted Butter เนยรสเกลือโฮมเมด ที่ได้รสเค็มเหมาะกับเนื้อริบอายและวากิว, Garlic Butter เนยผสมกระเทียม ช่วยตัดเลี่ยนได้ดี, Lemon Beer Butter (เพิ่ม 5 บาท) ให้ความฉ่ำและหอมเบียร์ เหมาะกับเนื้อชิ้นหนา ๆ Wasabi Butter (เพิ่ม 5 บาท) เข้ากันดีเมื่อทานกับเนื้อฮาริมะ และ Truffle Butter (เพิ่ม 8 บาท) ราคาไม่แพง ให้ความหอมของทรัฟเฟิล

 

เนยชนิดพิเศษทั้ง 6 ชนิดของทางร้าน

คั่นด้วยเมนูของ Green Oak Salad (179 บาท) สลัดกรีนโอ๊คสดกรอบ มาพร้อมผักหลากหลายชนิด เสิร์ฟมาพร้อมกับน้ำสลัดแบบญี่ปุ่นหอมกลิ่นน้ำมันงา 

 

Green Oak Salad (179 บาท)

ถัดมาเป็น Harima Wagyu A4 (1,150 บาท) เนื้อลายหินอ่อนส่งตรงจากญี่ปุ่น เนื้อละมุนนุ่มลิ้นเป็นที่สุด เหมาะกับการปิ้งบน Crystal Plate หวานฉ่ำ แนะนำให้ทานกับเกลือและพริกไทยจะได้สัมผัสกับความอร่อยของเนื้ออย่างสมบูรณ์แบบ จานนี้สามารถสั่งเครื่องเคียงแน่น ๆ ทั้งไชเท้าดอง (39 บาท) ที่ทางร้านทำเอง สลัดหอมใหญ่ซอสพอนสึ (49 บาท)  ซุปกิมจิ (79 บาท) และข้าวผัดกระเทียม (49 บาท) พร้อมมีน้ำจิ้มยากินิคุสูตรของทางร้าน ที่ปกติยากินิขุทั่วไปจะเคี่ยวสาเก แต่ของทางร้านเคี่ยวด้วยเบียร์ และแอปเปิ้ล

 

Harima Wagyu A4 (1,150 บาท)

สำหรับคนไม่ทานเนื้อลองสั่งขาหมูทอดชิ้นโตกับเมนู German Pork Knuckle with Sauerkraut (579 บาท) ขาหมูเยอรมันหนังกรอบแต่เนื้อด้านในนุ่มเปื่อย เสิร์ฟมาพร้อมกับน้ำจิ้มซีฟู้ดและผักกาดดอง Sauerkraut ที่ทางร้านทำเอง กับซอสฉ่ำ ๆ ให้ตักราดได้อีก 2 อย่าง

 

German Pork Knuckle with Sauerkraut (579 บาท)

หรือจะลองชิม Spicy Texas Pork Spare Ribs (455 บาท) ซี่โครงหมูอบชุ่มซอสสูตรลับเฉพาะของทางร้าน สูตรนี้ไม่มีที่ไหนแน่นอน เพราะไม่เน้นหวาน แต่เน้นไปที่ความเผ็ดสูตรต้นตำรับเนื้อนุ่ม หอมกลิ่นเครื่องเทศที่เคลือบอยู่บนชิ้นซี่โครง 

 

Spicy Texas Pork Spare Ribs (455 บาท)

For Seafood Lovers

สำหรับผู้ที่ชื่นชอบซีฟู้ดแนะนำ Lemon Butter And Sweet Basil Mussel Pot (345 บาท) เมนูที่ผสานความเป็นฝรั่งเศสเข้ากับความเป็นไทยได้อย่างลงตัว กับหอยแมลงภู่สดอบเนยเบียร์บัตเตอร์ของทางร้าน หอมกลิ่นเลมอนและซอสโหระพา เพิ่มกิมมิกความเป็นไทยด้วยการเสิร์ฟมาในหม้อใบเล็ก พร้อมเฟรนช์ฟรายให้ทานคู่กัน อีกจานคือ King Size Fresh Oyster (ตัวละ 129 บาท) หอยนางรมสดจากสุราษฎร์ธานี ตัวโตเนื้อหวาน เสิร์ฟพร้อมเครื่องเคียงแบบไทย ๆ

 

Lemon Butter And Sweet Basil Mussel Pot (345 บาท)

 

King Size Fresh Oyster (ตัวละ 129 บาท)

ส่วนอีกจานพิเศษของร้านต้องยกให้ Spicy Black Crab with Grilled Seaweed หรือกัปตันปูไข่ดองโนริ (399 บาท) ปูดองซีอิ๊วสูตรลับของทางร้าน ที่เชฟคัดปูทะเลสด ๆ ด้วยตัวเอง ทำให้ได้เนื้อปูหวาน ไข่แน่น ๆ นำมาดองในน้ำซอสเกาหลีและพริกกระเทียม เสิร์ฟพร้อมสาหร่ายย่าง แนะนำให้ทานแบบโอนิกิริ ด้วยการตักไข่ปูราดบนข้าวและห่อด้วยสาหร่าย สามารถเติมน้ำจิ้มซีฟู้ดเพิ่มรสชาติได้


 

Spicy Black Crab with Grilled Seaweed หรือกัปตันปูไข่ดองโนริ (399 บาท)

ปิดท้ายด้วยเครื่องดื่มที่ทางร้านแนะนำอย่าง Shandy (79 บาท) ที่มีส่วนผสมของ Carbonnated Lemonade ดราฟท์เบียร์และเลมอน ให้ความสดชื่นเข้ากันดีกับทุกเมนู ทำให้ช่วงเวลาอาหารของคุณพิเศษยิ่งขึ้น

 

Shandy (79 บาท)

Info
Hours
Open : 5PM - 12AM
Sat : 5PM - 12AM
Sun : 4PM - 11PM
Mon : 5PM - 12AM
Tue : 5PM - 12AM
Wed : 5PM - 12AM
Thu : 5PM - 12AM
Fri : 5PM - 12AM
Price

฿฿฿฿ 501-1,000 บาทต่อคน

Address
ชั้น 2 โครงการ De For Rest ถนนนางลิ้นจี่ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร
Map
Facilities
Suggest an Edit