Published on November 19, 2018

Thai-Inspired Nordic Cuisine

ปัจจุบันอาหารสไตล์นอร์ดิก ได้กลายมาเป็นอีกหนึ่งเทรนด์ของวงการอาหารโลก ที่หลากหลายประเทศนำเอาเทคนิคการทำอาหารของกลุ่มประเทศแถบสแกนดิเนเวียหรือยุโรปเหนือ มาประยุกต์ให้เข้ากันกับเมนูอาหารสไตล์ต่าง ๆ ภายใต้แนวความคิดที่เรียบง่าย สดใหม่ เน้นการใช้วัตถุดิบท้องถิ่นตามฤดูกาล โดยฝีมือของ เชฟเฟ-รุ่งทิวา ชุ่มมงคล หัวเรือใหญ่ของห้องอาหาร Front Room ผู้มากด้วยประสบการณ์การทำงานในห้องอาหารระดับมิชลินสตาร์และห้องอาหารที่มีชื่อเสียงในฝั่งยุโรป

เชฟเฟเติบโตมาในครอบครัวชาวเหนือผู้มีใจรักในการทำอาหาร จึงทำให้รู้จักวัตถุดิบท้องถิ่นของไทยอยู่มาก และได้คัดสรรวัตถุดิบที่โดดเด่นมาผสานเข้ากับเทคนิคการทำอาหารที่สั่งสมประสบการณ์มารังสรรค์เป็นเมนูสุดพิเศษสไตล์นอร์ดิก-ไทย ในรูปแบบของการ Sharing แบ่งปันความอร่อยและความสุขให้แก่กัน ผ่านเมนูอาหารสุดพิเศษที่ทีมเชฟตั้งใจเสิร์ฟให้ทุกคนได้แวะมาลิ้มลองความอร่อย 

 

ดินเนอร์ท่ามกลางบรรยากาศสุดโรแมนติก โดยทางมัณฑนากรได้แรงบันดาลใจมาจากประเพณียี่เป็ง หรือการลอยโคม

Contemporary Design and Streamlined Scandinavian Interior

สำหรับห้องอาหาร Front Room ดีไซน์ออกมาในรูปแบบร่วมสมัย โดยฝีมือของนักออกแบบชื่อดังชาวฮ่องกง มร. อังเดร ฟู ที่แฝงกลิ่นอายของความเป็นไทย เน้นใช้งานไม้ในการตกแต่ง พร้อมเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์โทนสีเทาปนเขียวมะนาวอมมัสตาร์ดในสไตล์สแกนดิเนเวียน ให้ความรู้สึกโปร่ง โล่ง และสบาย สำหรับแขกที่เข้ามาร่วมรับประทานอาหารมื้อพิเศษ และอีกหนึ่งไฮไลต์ของห้องอาหารแห่งนี้คือโคมไฟขนาดใหญ่ ที่ได้รับแรงบันดาลใจในการดีไซน์มาจากประเพณียี่เป็ง หรือประเพณีลอยโคมของทางภาคเหนือ เพิ่มเสน่ห์ของห้องอาหารแห่งนี้ด้วยโซนครัวที่เปิดโล่ง พร้อบมอบประสบการณ์ให้กับทุกคนที่แวะเวียนเข้ามาได้ร่วมสนุกไปกับการรังสรรค์เมนูของทีมเชฟได้อย่างสมบูรณ์

 

ตกแต่งห้องอาหารด้วยธีมสีที่คุมโทนไปในทิศทางเดียวกัน เรียบหรู ดูสบายตา และสอดแทรกความเป็นไทย

 

มุมโซฟาสุดส่วนตัวที่สามารถชมทัศนียภาพภายนอกและทานอาหารมื้อพิเศษไปพร้อม ๆ กัน

ในส่วนของโซนที่นั่ง ทาง Front Room ก็ได้จัดสรรไว้อย่างเป็นสัดส่วน ทั้งโซนที่นั่งด้านนอกที่มีการออกแบบให้ดูโปร่งโล่งสบาย ล้อมรอบด้วยกระจกใส สามารถชมวิวย่านราชประสงค์ให้ได้เพลินตาระหว่างทานอาหาร และโซนห้อง Private สุดส่วนตัวสำหรับผู้ที่สำรองที่นั่งมาทานอาหารกันแบบเป็นกลุ่ม

 

บรรยากาศภายในห้องทานอาหารแบบ Private

 

โซนครัวเปิดที่เผยให้เห็นการรังสรรค์เมนูแสนอร่อยของเชฟ

Sharing Happiness with Special Dishes

นอกจากคอร์สเมนูอาหารเลื่องชื่อ ที่ทำให้ใคร ๆ ต่างตกหลุมรักอาหารสไตล์นอร์ดิก-ไทย กันมาแล้ว ทางห้องอาหารจึงถือโอกาสเพิ่มเติมความสุขให้ทุกคนที่เข้ามาทานอาหารได้ร่วมแชร์ความอร่อยกับกลุ่มเพื่อน ครอบครัว และคนที่รัก ด้วยเมนู A La Carte แสนอร่อยที่ยังคงเอกลักษณ์ในการนำเสนอวัตถุดิบท้องถิ่นไทย รังสรรค์แต่ละเมนูผ่านกรรมวิธีการปรุงสไตล์นอร์ดิกให้ได้รสชาติที่แปลกใหม่ เพื่อที่คนทานจะได้รู้สึกสนุกไปกับการทานอาหารมื้อพิเศษ ลิ้มลองความอร่อยในทุก ๆ จาน


เริ่มต้นกันที่เมนูทานง่ายอย่าง Mælk (550 บาท) ที่แปลว่า 'นม' ในภาษาเดนมาร์ก เป็นหนึ่งในเมนูยอดฮิตจากคอร์สอาหาร ที่ทางห้องอาหารนำมาเสิร์ฟในรูปแบบของ A La Carte โดยเมนูนี้เชฟได้นำหอยเชลล์ตัวใหญ่ไปเซียร์ในกระทะ แล้วฝานแบ่งออกเป็นชิ้น ก่อนจะนำมาวางลงบน Caramelized Milk Skin หรือนมสดที่เชฟนำมาเคี่ยวจนเหลือแต่โปรตีน ตัดเป็นแผ่นพอดีคำ ลักษณะคล้ายแป้ง Tacos แล้วราดด้วยซอสสูตรพิเศษ หอมกลิ่นสมุนไพรแบบไทย ๆ วิธีทาน แนะนำให้ห่อทานในหนึ่งคำเพื่อลิ้มรสความอร่อยแบบครบรส

 

Mælk (550 บาท)

ตามมาด้วยการลิ้มลองเมนูอาหารจานถัดมา อย่าง Atlantis Laks (420 บาท) สำหรับจานนี้เชฟใช้เทคนิคแบบ Cold Smoke โดยการนำ Salmon Trout จากนอร์เวย์ ไปรมควันในอุณหภูมิที่ต่ำกว่า 45 องศา ทำให้ได้กลิ่นหอมและยังคงความชุ่มฉ่ำเอาไว้ จากนั้นสอดไส้ด้วยแครอทอบ เสิร์ฟมาพร้อมกันกับซอสสูตรพิเศษของเชฟที่ทำจากแครอทคั้นสด ก่อนจะ Infuse กับโรสแมรีและฝรั่ง รวมถึงมายองเนสที่ทำขึ้นจากข้าวคั่ว Infuse ในน้ำมัน และซอสเปลือกส้มเช้งสีเขียว ทุกส่วนผสมแนะนำให้ทานพร้อมกันเป็นคำ ๆ จะได้รสชาติที่มีหลากหลายมิติ ลิ้มรสความอร่อยที่ลงตัวมากยิ่งขึ้น

 

ทีมเชฟตั้งใจรังสรรค์ความอร่อยในทุก ๆ เมนู เพื่อให้ได้รสชาติที่ดีที่สุด

 

Atlantis Laks (420 บาท)

หรือจะลองเป็นเมนูที่ให้กลิ่นอายของความเป็นอาหารเหนือ ผสมผสานกับอาหารสแกนดิเนเวียอย่าง Mulberry Silk (380 บาท) ที่นำเสนอความอร่อยด้วย Flat Bread หนึ่งในอาหารหลักของชาวยุโรปที่นำมาผสมกับข้าวเม่าไทย เสิร์ฟในลักษณะของขนมปังกรอบ ทาด้วยมายองเนสสูตรพิเศษที่มีส่วนผสมของหนอนไหมผัดกับเครื่องแกง ท็อปด้วยผลมัลเบอร์รีดองเค็ม เพื่อตัดรสชาติของมายองเนส เมนูนี้เสิร์ฟมาพร้อมกันกับซุปที่สกัดจากสมุนไพรไทยหลากหลายชนิดและโรสแมรีที่มาช่วยเพิ่มรสชาติและกลิ่นหอม ๆ เมื่อเทซุปร้อน ๆ ลงไป เป็นการเพิ่มอรรถรสในการทานอาหารมื้อนี้ได้เป็นอย่างดี 

 

Mulberry Silk (380 บาท)

 

ซุปสมุนไพรที่ให้กลิ่นหอมสดชื่น

ต่อด้วยเมนูที่หนักท้องขึ้นมาอีกนิดกับ Backyard Chicken (800 บาท) อกไก่ที่นำไปซูวีจนได้เนื้อไก่นุ่ม ๆ ก่อนจะนำไปเซียร์ลงในกระทะเพื่อเพิ่มความหอม เมนูนี้เสิร์ฟเคียงคู่มาพร้อมกับฟักทองเซียร์หั่นชิ้น ฟักทองดองที่สไลซ์และพับมาอย่างสวยงาม พร้อมตกแต่งด้วยฟักทองพูเร เห็ด Morel ที่ราดตามด้วยซอสสูตรพิเศษซึ่งมีส่วนผสมของข่า ทานพร้อมกันจะได้รสชาติที่เข้ากันได้อย่างลงตัว

 

Backyard Chicken (800 บาท)

อีกหนึ่งเมนูไฮไลต์ที่พลาดไม่ได้คือ Born in Chiang Rai, Braised in Bangkok (900 บาท) เนื้อหมูออร์แกนิกจากฟาร์มในจังหวัดเชียงราย ที่ใช้ความพิถีพิถันในการทำเป็นพิเศษ ด้วยการนำเนื้อหมูติดซี่โครงไปซูวีนานถึง 2 วันจนได้เนื้อหมูนุ่ม ๆ จากนั้นนำไปผ่านกรรมวิธีเฉพาะของทางร้านจนได้หนังหมูที่กรอบ ราดด้วยซอสรสชาติเข้มข้น เสิร์ฟมาพร้อมกับสลัดคีนัวคลุกเคล้ากับบัลซามิกทับทิม หัวขึ้นฉ่ายฝรั่งหั่นบาง และผักดองตามฤดูกาลที่มาช่วยตัดรสชาติกันแบบพอดิบพอดี 

 

Born in Chiang Rai, Braised in Bangkok (900 บาท)

อิ่มอร่อยกันต่อกับเมนูของหวานน่าลองอย่าง Rosella Hibiscus (350 บาท) ไวท์ช็อกโกแลตมูสที่นำไป Infuse กับโรสแมรี แล้วราดตามด้วยซอสไวท์ไวน์ น้ำกระเจี๊ยบสีแดงสดที่ตัดกับสีของไวท์ช็อกโกแลต ก่อนจะสอดไส้ด้วยไวท์ไวน์เจลที่ Infuse กับชมพู่ แล้วตกแต่งด้วยแก่นตะวันผสมกระเจี๊ยบ ขึ้นรูปเป็นผีเสื้อสีสันสดใส ที่โรยหน้ามาด้วยผงไวท์ช็อกโกแลตและผงกระเจี๊ยบ เป็นการปิดท้ายมื้อสุดพิเศษนี้ได้อย่างน่าประทับใจ

 

Rosella Hibiscus (350 บาท)

Info
Hours
Everyday : 5:30PM - 10:30PM
Price

฿฿฿฿฿฿ มากกว่า 2,000 บาทต่อคน

Address
Waldorf Astoria Bangkok ชั้น Lower Lobby 151 ถนนราชดำริ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร
Map
Mass Transit

BTS ราชดำริ

BTS ชิดลม

Facilities
Suggest an Edit