Published on June 18, 2026

Where Wellness Meets Flavor

ชวนทุกคนไปใช้เวลาช้า ๆ ที่ กินข้าวกันมั๊ย Kinkaokummai ร้านอาหารสไตล์ Japanese Fusion Wellness Dining ที่เชื่อว่ามื้ออาหารควรช่วยเติมเต็มโมเมนต์ได้มากกว่าความอิ่มท้อง ผ่านการผสมผสานความประณีตแบบญี่ปุ่นเข้ากับเทคนิคการปรุงอาหารสไตล์ยุโรปร่วมสมัย จนเกิดเป็นประสบการณ์การรับประทานอาหารที่โดดเด่นทั้งเรื่องรสชาติ คุณภาพวัตถุดิบ และแนวคิดด้าน Wellness ที่ถูกถ่ายทอดออกมาอย่างสมดุล

 

บรรยากาศอบอุ่นสบายตาด้านในร้าน

Kinkaokummai คือร้านอาหารสไตล์ Japanese Fusion Wellness Dining ที่เชื่อว่ามื้ออาหารที่ดีควรช่วยเติมเต็มมากกว่าความอิ่ม โดยนำความประณีตของอาหารญี่ปุ่นมาผสานเข้ากับเทคนิคการปรุงอาหารสไตล์ยุโรปร่วมสมัย ภายใต้บรรยากาศอบอุ่นและผ่อนคลายที่ชวนให้ทุกคนได้ค่อย ๆ ใช้เวลาไปกับมื้ออาหารอย่างเต็มที่

 

มุมที่นั่งสบาย ๆ ให้เลือกนั่งกันตามชอบ

Slow Moments, Warm Spaces

ด้านบรรยากาศ ร้านถูกออกแบบภายใต้แนวคิด Slow Living ด้วยโทนสีอบอุ่น แสงไฟนุ่มสบายตา และพื้นที่สีเขียวที่ช่วยเติมความผ่อนคลายในทุกช่วงเวลา

ตั้งแต่มื้อเช้ากับ Japanese Wellness Breakfast ช่วงบ่ายที่เหมาะสำหรับ Brunch, Afternoon Tea และ Specialty Coffee ไปจนถึงช่วงค่ำที่เปลี่ยนบรรยากาศให้กลายเป็น Japanese Fusion Dinner Destination สำหรับการใช้เวลาร่วมกับครอบครัว คนพิเศษ หรือเพื่อนสนิทได้อย่างอบอุ่นและเป็นกันเอง

 

Balanced, Beautiful, Delicious

เริ่มต้นมื้อพิเศษด้วย Unagi no Houba Maki (480 บาท) เมนูที่สะท้อนความพิถีพิถันของทางร้านได้อย่างดี ผ่านการนำข้าวญี่ปุ่นมาห่อด้วยใบโฮบะ (Magnolia Leaf) พร้อมปลาไหลย่างหอม ๆ ก่อนเติมมิติของรสสัมผัสด้วยลูกเดือย ถั่วแระญี่ปุ่น และข้าวไรซ์เบอร์รี แล้วม้วนรวมกันเป็นคำพอดีที่อัดแน่นไปด้วยความหอม ความหนึบ และเท็กซ์เจอร์ที่หลากหลายในทุกคำ

 

Unagi no Houba Maki (480 บาท)

หรือจะเป็นอีกหนึ่งเมนูไฮไลต์อย่าง Golden Yuzu Turmeric Chicken (720 บาท) ไก่ตัวเล็กเนื้อนุ่มฉ่ำที่ผ่านการปรุงจนได้สีเหลืองทองสวยงามจากขมิ้น เสิร์ฟคู่ซอสรสชาติจัดจ้านสูตรเฉพาะของทางร้านที่ได้รับแรงบันดาลใจจากน้ำข้าวซอยของเชียงใหม่  เพิ่มมิติด้วยความสดชื่นของยูซุและเลมอนฝานที่ช่วยตัดเลี่ยนได้อย่างลงตัว ให้รสชาติกลมกล่อมและทานง่ายในทุกคำ

 

Golden Yuzu Turmeric Chicken (720 บาท)

อีกหนึ่งเมนูที่ไม่ควรพลาดคือ Japan Style Bak Kut Teh (580 บาท) เมนูซุปร้อน ๆ ที่นำแรงบันดาลใจจากบักกุ๊ดเต๋ภาคใต้ของไทยมาถ่ายทอดใหม่ผ่านมุมมองแบบญี่ปุ่น

ตัวน้ำซุปผ่านการเคี่ยวอย่างยาวนานจนได้รสชาติกลมกล่อมจากเนื้อหมู เห็ดเข็มทอง ฟองเต้าหู้ และผักนานาชนิด ก่อนเสริมความโดดเด่นด้วยโสมเกาหลีที่ช่วยเพิ่มทั้งความหอมและความลุ่มลึกให้กับรสชาติ จนกลายเป็นเมนูที่มอบทั้งความอร่อยและความอบอุ่นในชามเดียว

 

Japan Style Bak Kut Teh (580 บาท)

ต่อด้วยอีกหนึ่งเมนูซิกเนเจอร์ที่ทางร้านอยากให้ลองอย่าง Seiro & Wagyu Ochazuke Ritual Set (1,290 บาท) เซ็ตที่เปิดโอกาสให้เราได้ค่อย ๆ สนุกกับอาหารในหลายรูปแบบภายในจานเดียว

ภายในเซ็ตประกอบด้วยเนื้อวากิวและผักตามฤดูกาลที่นำไปนึ่งในเซโรอิ (Seiro) เพื่อคงความชุ่มฉ่ำและรสชาติของวัตถุดิบเอาไว้ได้อย่างเต็มที่ ก่อนเสิร์ฟบนข้าวญี่ปุ่นร้อน ๆ พร้อม Black Truffle ที่ช่วยเพิ่มความหอมและมิติของรสชาติให้โดดเด่นยิ่งขึ้น

ความน่าสนใจของเมนูนี้อยู่ที่การได้ลิ้มลองถึง 2 สไตล์ในจานเดียว เริ่มจากการทานเป็นข้าวหน้าเนื้อวากิวก่อน แล้วค่อยรินซุปโอฉะสึเกะรสเข้มข้นพร้อมไข่แดงเนื้อเนียนนุ่มลงไป เปลี่ยนเป็นโอฉะสึเกะร้อน ๆ ที่ให้รสสัมผัสละมุนและกลมกล่อมขึ้นอีกระดับ เรียกได้ว่ายิ่งค่อย ๆ กิน ก็ยิ่งได้ค้นพบเสน่ห์ของรสชาติในแต่ละคำ

 

Seiro & Wagyu Ochazuke Ritual Set (1,290 บาท)

Fukahire Ramen (1,580 บาท) ก็เป็นอีกเมนูที่ทางร้านภูมิใจนำเสนอ เมนูนี้คือ ราเมนสุดพรีเมียมที่มาพร้อมหูฉลามชิ้นสวยขนาด 180 กรัม เสิร์ฟพร้อมเส้นกลูเตนฟรี บ็อกฉ่อย และน้ำซุปสูตรต้นตำรับที่เคี่ยวจนได้รสชาติกลมกล่อม หอมละมุน และเข้ากันได้ดีกับเนื้อสัมผัสนุ่มหนึบของหูฉลาม จนกลายเป็นหนึ่งในเมนูไฮไลต์สำหรับสายราเมนที่อยากสัมผัสประสบการณ์ที่แปลกใหม่

 

Fukahire Ramen (1,580 บาท)

ปิดท้ายด้วยเมนูของหวานสุดพรีเมียมอย่าง Matcha Garden Tiramisu (390 บาท) ทีรามิสุชิ้นสวยเนื้อนุ่มฉ่ำที่ผสานความเข้มข้นของมัทฉะเข้ากับครีมชีสเนื้อเนียน เลดี้ฟิงเกอร์ และลิเคียวร์อย่างลงตัว ให้รสชาติหวานละมุนสลับกับความขมปลายลิ้นของมัทฉะคุณภาพสูง กลายมาเป็นสัมผัสและรสชาติสุดละมุนทานได้เพลิน ๆ

 

Matcha Garden Tiramisu (390 บาท)

หรือใครชอบความคลาสสิก ลองสั่งเป็น Shingen Mochi Tiramisu (380 บาท) ทีรามิสุแบบดั้งเดิมที่เพิ่มลูกเล่นด้วยโมจิเนื้อนุ่มและผงคินาโกะหอม ๆ ที่ผสมผสานเข้ากับครีมชีส เลดี้ฟิงเกอร์ และลิเคียวร์ ได้เป็นรสชาติที่ลงตัว เป็นการปิดท้ายมื้ออาหารได้อย่างสมบูรณ์แบบ

 

Shingen Mochi Tiramisu (380 บาท)

สำหรับใครที่กำลังมองหาสถานที่สำหรับใช้เวลาคุณภาพกับมื้ออาหารดี ๆ ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่นและผ่อนคลาย Kinkaokummai พร้อมชวนทุกคนมา “กินข้าวกันมั๊ย” ตั้งแต่เช้าจรดค่ำ พร้อมลิ้มลองหลากหลายเมนูที่ใส่ใจทั้งรสชาติและสุขภาพ ในพื้นที่ที่ออกแบบมาให้ทุกมื้อเป็นช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนอย่างแท้จริง

 

บรรยากาศแสนอบอุ่นยามเย็น

Info
Hours
Everyday : 8AM - 12AM
Price

฿฿฿฿ 501-1,000 บาทต่อคน

Address
ซอยสุขุมวิท 31 เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร
Map
Mass Transit

BTS พร้อมพงษ์

Facilities
Suggest an Edit