โอ้กะจู๋ (พระราม 2)

Published on March 03, 2020

A New Branch in Rama 2

ได้เวลาขยายความอร่อยอีกครั้งสำหรับ โอ้กะจู๋ ร้านอาหารขึ้นชื่อของจังหวัดเชียงใหม่ รังสรรค์ความอร่อยด้วยวัตถุดิบคุณภาพจากฟาร์มผักออร์แกนิก ที่ไม่ว่าจะเปิดให้บริการสาขาใดก็มักได้รับการตอบรับที่ดีอยู่เสมอ โดยล่าสุดได้เปิดให้บริการเป็นสาขาที่ 10 แล้ว ณ บริเวณชั้น 1 ศูนย์การค้า SB Design Square สาขาพระราม 2  ซึ่งนับว่าเป็นการส่งต่อความรักความห่วงใยด้วยสารพัดเมนูผักออร์แกนิกสดใหม่จากฟาร์มยังผู้บริโภคใจกลางย่านพระราม 2 ให้ได้อิ่มอร่อยอย่างเต็มที่ โดยยังคงคอนเซ็ปต์ ‘อาหารที่ปลูกด้วยความรัก สดจากฟาร์มส่งถึงคุณ’ เช่นเดิม 

 

ป้ายหน้าร้านกับรูปปั้นใบหน้าของเหล่าผู้ก่อตั้งร้านโอ้กะจู๋

การเปิดให้บริการสาขาที่ 10 ได้จัดขึ้นเมื่อวันที่ 24 ก.พ. 2563 ที่ผ่านมา โดยได้รับเกียรติจากคณะประธานกรรมการ บริษัท ปลูกผักเพราะรักแม่ ได้แก่ คุณอู๋-ชลากร เอกชัยพัฒนกุล, คุณโจ้- จิรายุทธ ภูวพูนผล และ คุณต้อง-วรเดช สุชัยบุญศิริ รวมถึงกรรมการบริหาร ศูนย์การค้า SB Design Square คุณกฤตพงศณ์ ชวาลดิฐ  และ คุณธนทัต ชวาลดิฐ มาร่วมแสดงความยินดี พร้อมบันทึกภาพความประทับใจในระหว่างการปลูกต้นกล้วย ตามธรรมเนียมของทางร้านโอ้กะจู๋ 
 

บรรยากาศพิธีเปิด ซึ่งทางคณะผู้บริหารได้มีการปลูกต้นกล้วยตามธรรมเนียมของร้านโอ้กะจู๋

 

ร้านโอกะจู๋ สาขาที่ 10 เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการวันแรก เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2563 ที่ผ่านมา

From Farm To Table

จากนิยามของ 'ปลูกผักเพราะรักแม่' สู่ฟาร์มผักขนาดใหญ่ 4 แห่งในจังหวัดเชียงใหม่ ที่มีพื้นที่มากกว่า 200 ไร่ โอ้กะจู๋ยังคงพัฒนาพันธุ์ผักและส่งตรงความสดใหม่ถึงทุกสาขาภายใน 28 ชั่วโมงทุกวัน เพื่อให้ทุกคนได้รับสิ่งที่ดีที่สุดจากมือเกษตรกร เเละทานอาหารฟิวชันจานอร่อยที่ไม่ได้มีดีแค่ผัก แต่รวมทั้งความรัก คุณค่าความอร่อย สุขภาพที่ดีและมีความสุขทุกครั้งที่ได้ทาน

ผักและผลไม้ที่ทางร้านเลือกเสิร์ฟ ถูกปลูกด้วยวิธีแบบออร์แกนิกและเกษตรอินทรีย์ ส่งตรงจากฟาร์มโอ้กะจู๋ทั้ง 4 ฟาร์ม จึงมั่นใจได้ว่าสะอาด สดใหม่ ปราศจากสารเคมีและยาฆ่าแมลงในทุกกระบวนการผลิต ตั้งแต่การปลูก การเก็บเกี่ยว และล้างด้วยโอโซน จนกระทั่งส่งตรงความอร่อยถึงคนทาน รวมไปถึงการเลือกใช้วัตถุดิบคุณภาพ เช่น น้ำมันมะกอกชนิดบริสุทธิ์ิพิเศษ น้ำมันคาโนลาสำหรับทอด ฯลฯ เมนูอาหารของโอ้กะจู๋จึงไม่ได้ถูกใจเฉพาะสาย Vegetarian หรือคนรักสุขภาพเท่านั้น แต่ทุกเมนูยังครีเอตออกมาให้ทานง่าย ทานได้ทุกวัย และเชื่อว่าหากทุกคนได้ลองทานจะหันมาชอบทานผักโดยไม่รู้ตัวแน่นอน
 

โซนนั่งบริเวณด้านนอก

Homey & Greenery Vibes

ในส่วนของการดีไซน์ร้าน สำหรับสาขานี้ยังคงจำลองบรรยากาศของสวนผักและโรงเรือนปลูกผักมาไว้ภายในร้านอีกเช่นเคย พร้อมแบ่งโซนนั่งรูปแบบต่าง ๆ อย่างเป็นสัดส่วนเพื่อรองรับจำนวนลูกค้าที่เข้ามาทานได้อย่างทั่วถึง นอกจากนี้ ทางร้านยังเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์และวัสดุไม้ที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นเป็นกันเองในสไตล์ Homey พร้อมตกแต่งร้านด้วยไม้ประดับหลากหลายสายพันธุ์ที่ช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้ตัวร้านดูร่มรื่นสบายตามากยิ่งขึ้น

 

โซนนั่งบริเวณด้านใน

 

บรรยากาศความคึกคัก อบอุ่น และเป็นกันเองภายในร้าน

Let’s Choose Your Time and Feel the Taste

เมนูอาหารส่วนใหญ่ที่ทางร้านเสิร์ฟนั้นยังคงเน้นเป็นสลัดผักออร์แกนิกจานโต นอกจากนี้ ยังมีอีกหลากหลายเมนูซิกเนเจอร์และเมนูใหม่ซึ่งถูกครีเอตมาไว้เพื่อสาขานี้โดยเฉพาะ เริ่มต้นเรียกน้ำย่อยกันที่ สลัดผลไม้ (265 บาท) เมนูสลัดซิกเนเจอร์ของทางร้าน ซึ่งเหมาะสำหรับคนที่ไม่ทานผัก แต่รับรองได้ว่าคุณจะได้รับวิตามินอย่างครบถ้วน และอร่อยไม่เหมือนที่ไหนแน่นอน โดยสลัดผลไม้ของทางโอ้กะจู๋นั้นจะเสิร์ฟมาในลูกเมลอนที่ประกอบด้วย สตรอเบอร์รี แอปเปิ้ลแดง แอปเปิ้ลเขียว แก้วมังกร กีวี สาลี่ มะม่วง ลูกเกด อัลมอนด์ และวอลนัท (ผลไม้อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล) ให้ความชุ่มฉ่ำหอมหวาน ทานแล้วชื่นใจ

 

สลัดผลไม้ (265 บาท)

ส่วนคนที่ชอบทานผัก แนะนำให้ทาน สลัดผักพื้นบ้านแซลมอนซาชิมิอะโวคาโด (285 บาท) เมนูสลัดที่มีการรวมผักสลัดออร์แกนิกมากกว่า 8 ชนิด ควบคู่ไปกับผักพื้นบ้าน โดยคลุกเคล้ามาพร้อมกับแซลมอนซาชิมิ ข้าวโพดหวาน ฟักทอง ควีนัว 3 สี อะโวคาโด พริกหวาน ฟักทองญี่ปุ่น ต้นหอม ผักชี ก่อนจะเพิ่มความอร่อยด้วยการโรยหน้าด้วยสาหร่ายและงาขาว

 

สลัดผักพื้นบ้านแซลมอนซาชิมิอะโวคาโด (285 บาท)

รองท้องแบบเบา ๆ ด้วยเมนูสลัดต่าง ๆ กันไปแล้ว ใครที่กำลังมองหาเมนูพาสต้าไว้ทานเพื่ออิ่มท้อง ต้องลองสั่ง สปาเก็ตตี้คะน้าออร์แกนิกพริกแห้งเบคอนกรอบ (275 บาท) สปาเก็ตตี้ผัดพริกแห้งที่ผัดคลุกเคล้ากับเบคอนและคะน้าออร์แกนิกสดกรอบอร่อย ให้รสกลมกล่อม หอมพริกแห้งกำลังดี ทานแล้วไม่เลี่ยน 

 

สปาเก็ตตี้คะน้าออร์แกนิกพริกแห้งเบคอนกรอบ (275 บาท)

เพิ่มความอิ่มท้องขึ้นอีกนิดด้วยเมนู Fish Tacos Avocado (265 บาท) ปลากะพงทะเลที่คลุกเคล้าเข้ากับงาขาว แล้วนำไปทอดกรอบ เสิร์ฟทานคู่กับอะโวคาโด ซัลซ่า และผักเบบี้สลัดออร์แกนิก ห่อด้วยแผ่นแป้งตอติญ่า หากต้องการเพิ่มรสเปรี้ยว ให้บีบมะนาวตามลงไปเล็กน้อย เพื่อให้ได้รสชาติที่กลมกล่อมมากยิ่งขึ้น

 

Fish Tacos Avocado (265 บาท)

หรือจะเป็นเมนูสเต๊กอย่าง สเต๊กปลาแซลมอนผักโขมทรัฟเฟิลเสิร์ฟคู่ผักโขมสด (395 บาท) เนื้อปลาแซลมอนที่นำมาย่างจนได้ความนุ่ม ชุ่มฉ่ำกำลังดี โดยเสิร์ฟให้ทานคู่กับผักโขมครีมที่ผัดกับเห็ดทรัฟเฟิล หอมชวนทาน แล้วเพิ่มความอร่อยด้วยแผ่นโรตีที่ทางร้านนำไปอบจนได้ความกรอบนอกนุ่มใน ทานตัดรสชาติด้วยสลัดผักโขมออร์แกนิกและผลไม้สดตามฤดูกาล

 

สเต๊กปลาแซลมอนผักโขมทรัฟเฟิลเสิร์ฟคู่ผักโขมสด (395 บาท)

ท้าชิงความอร่อยตามมาติด ๆ ด้วย เลดี้ซี่โครงอ่อนซอสเชียงใหม่ (S 345 บาท / L 625 บาท) เมนูซิกเนเจอร์จานนี้มีความเป็นมาจากซี่โครงสะพานโค้งโอ้กะจู๋ ผ่านการคิดค้นมากว่า 2 ปี เพื่อให้ตัดทานได้ง่ายขึ้น โดยเป็นเลดี้ซี่โครงกระดูกอ่อนเนื้อนุ่ม หมักด้วยเครื่องเทศของทางภาคเหนือ ผ่านกรรมวิธี 2 ขั้นตอน และใช้เวลานานกว่า 8 ชั่วโมง เสิร์ฟความอร่อยมาพร้อมกับซอสเชียงใหม่ ที่มีกลิ่นหอมของขมิ้นและตะไคร้ ตามสูตรพิเศษของโอ้กะจู๋ที่ใครได้ลองต้องติดใจ

 

เลดี้ซี่โครงอ่อนซอสเชียงใหม่ (S 345 บาท / L 625 บาท)

จากนั้นปิดท้ายมื้อแสนอร่อยกันด้วยเมนูของหวานอย่าง ลอดช่องเส้นต้นข้าวสาลีอ่อนฯ (125 บาท) ขนมหวานสไตล์ไทย ๆ ที่ทางร้านนำมาประยุกต์ใหม่ ซึ่งวัตถุดิบส่วนใหญ่ล้วนทำมาจากธัญพืชออร์แกนิก อย่างตัวเส้นลอดช่องที่ทำมาจากต้นข้าวสาลีอ่อน ในน้ำกะทิหอม ๆ ที่มีเนื้อมะพร้าวอ่อนให้ทานด้วย โดยเสิร์ฟมาพร้อมกับไอศกรีมกะทิ น้ำตาลกะทิที่ใช้ราดลงบนตัวลอดช่อง และโรยตามด้วยผงมะพร้าวคั่วหอม ๆ ตัวเส้นลอดช่องให้รสสัมผัสคล้ายกันกับวุ้น อีกทั้งยังให้ความหอมหวานละมุนของกะทิสดแท้ ๆ ที่ผสานกันได้อย่างลงตัว

 

ลอดช่องเส้นต้นข้าวสาลีอ่อนฯ (125 บาท)

Start the Day with Your Favourite Drinks

หลังจากอิ่มอร่อยกันด้วยหลากหลายเมนูคาว-หวานกันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ในส่วนของเครื่องดื่มที่มาเติมเต็มความสดชื่นระหว่างวันก็ดีงามไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะเป็น Avocado Smoothies (125 บาท) สมูทตี้อะโวคาโดเนื้อเนียนนุ่ม ที่ทางร้านเลือกใช้เนื้ออะโวคาโดสดแบบล้วน ๆ จนได้ความเข้มข้น แล้วท็อปบนแก้วด้วยเนื้ออะโวคาโดหั่นชิ้นโตมาให้ตักทานควบคู่กัน แก้วนี้จึงเหมาะกับคนรักสุขภาพอย่างมาก

 

Avocado Smoothies (125 บาท)

หันมาเอาใจคอกาแฟด้วยเมนู Lavender Coconut Iced Coffee (155 บาท) น้ำมะพร้าวหอมผสมน้ำสกัดจากดอกลาเวนเดอร์ที่เสิร์ฟมาพร้อมกับเนื้อมะพร้าวอ่อนซึ่งทางร้านเสิร์ฟมาแบบเป็นลูกและนำไปวางลงบนแก้ว โดยด้านในถูกบรรจุช็อตกาแฟเอสเพรสโซไว้ ซึ่งวิธีการดื่มจะต้องใช้หลอดจิ้มลงในเนื้อมะพร้าว เพื่อให้น้ำกาแฟไหลลงไปผสมกับน้ำมะพร้าว จนได้ความกลมกล่อมหอมกรุ่นของกาแฟและความหวานของน้ำมะพร้าวที่ผสานรสชาติกันได้อย่างลงตัว

 

Lavender Coconut Iced Coffee (155 บาท)

สำหรับใครที่ชอบดื่มน้ำผลไม้ พลาดไม่ได้กับเมนู Watermelon Thyme (75 บาท) น้ำแตงโมสกัดเย็นที่เสิร์ฟมาแบบเป็นเหยือก พร้อมด้วยแก้วใบเล็กให้รินดื่มอย่างเต็มอิ่ม คล้ายการเสิร์ฟแบบรีฟีล โดยน้ำสกัดเย็นที่ได้ให้รสหวานอย่างเป็นธรรมชาติ หอมกลิ่นแตงโมชัดเจน เป็นเครื่องดื่มที่เรียกคืนความสดชื่นให้คุณได้เป็นอย่างดีเชียวล่ะ

 

Watermelon Thyme (75 บาท)

Info
Hours
Everyday : 10AM - 10PM
Price

฿฿฿฿ 501-1,000 บาทต่อคน

Address
SB Design Square สาขาพระราม 2, 33 ชั้น 1 ถนนพระราม 2 เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร
Map
Facilities
Suggest an Edit