Pizza Massilia Ruam Rudee

Published on April 26, 2016

Ruam Rudee Pizzeria

ใครที่เคยติดใจกับพิซซ่าฟู้ดทรัก Pizza Massilia สาขาแรกในย่านสีลม ตอนนี้ได้มาเปิดเป็นร้านใหญ่ที่ซอยร่วมฤดี โดยเชฟสัญชาติอิตาเลียน Luca Appino แห่งร้าน La Bottega di Luca กับ Fred Meyer แห่งร้าน Issaya Siamese Club มาครีเอทเมนูพิซซ่าสไตล์อิตาเลียนแท้ ๆ ให้คนกรุงเทพฯ ได้ลิ้มรสกัน 
 

เตาที่อิมพอร์ตมาจากต่างประเทศ

Baroque Chic Style

ร้านสาขานี้ตั้งอยู่กลางใจเมืองในซอยร่วมฤดี เมื่อก้าวเข้ามาจะพบกับเตาที่อิมพอร์ตมาจากต่างประเทศซึ่งเป็นจุดเด่นและเคล็ดลับความอร่อยของร้าน สาขานี้เป็นร้านใหญ่ที่มีทั้งโซนอินดอร์ที่ตกแต่งอย่างหรูหรา มีทั้งโต๊ะใหญ่ที่เหมาะสำหรับมาดินเนอร์กันเป็นครอบครัว และโต๊ะในมุมส่วนตัวสำหรับใครที่มากันสองคน ทางร้านใช้วอลเปเปอร์ลวดลายสีสันสด ตกแต่งด้วยกระเบื้องสีทองแผ่นเล็ก ๆ และเฟอร์นิเจอร์สไตล์ Baroque Chic ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะ เก้าอี้ โคมไฟ ผ้าม่าน รูปภาพ ที่สามารถคุมโทนได้อย่างดี ร้านยังมีโซนเอ้าท์ดอร์อีกกว่าสิบโต๊ะสำหรับคนที่อยากดินเนอร์พร้อมสัมผัสบรรยากาศของกรุงเทพฯ และมีเพลงที่เปิดคลอเบา ๆ ดีไซน์โดย DJ Clement จากปารีสที่ช่วยให้บรรยากาศของร้านมีกลิ่นอายของยุโรปมากขึ้น
 

บรรยากาศภายในห้องอาหาร

 

เมนูอาหารของร้านนี้ครีเอทโดยเชฟสัญชาติอิตาเลียนมากประสบการณ์ เชฟ Luca Apino ที่เพิ่มเมนูของฟู้ดทรักเดิมออกไปให้มีความน่าสนใจมากขึ้น โดยมีทั้งเมนูเรียกน้ำย่อย เมนูหลัก พิซซ่าสไตล์ดั้งเดิม ของหวาน และบาร์เครื่องดื่มที่มีไวน์ลิสต์และค็อกเทลให้เลือกมากมาย โดยสาขานี้ได้เชฟ Flavio มาดูแลประจำทุกวัน
 

เชฟ Flavio

Traditional Ingredients From Europe

เริ่มต้นด้วย Traditional Italian Cold Cuts (590 บาท) เชฟคัดเลือกเฉพาะเนื้อคุณภาพดีที่นำเข้ามาจากอิตาลี ไม่ว่าจะเป็น ซาลามี หรือ พาร์มาแฮม จานนี้เสิร์ฟมาคู่กับขนมปัง Foccaccia โฮมเมดที่มีกลิ่นหอมจากโรสแมรี่ นอกจากนั้นยังมีเกลือจากเทือกเขาหิมาลัยที่เป็นเคล็ดลับของทางร้านมาให้ปรุงรสเพิ่มได้เองตามชอบอีกด้วย แนะนำให้ลอง Octopus Carpaccio (390 บาท) ปลาหมึกยักษ์สด ๆ ที่นำเข้ามาจากสเปน สไลด์เป็นชิ้นบาง ก่อนผ่านการ slow cooked เป็นเวลากว่า 10 ชั่วโมงจนได้รสสัมผัสกรุบกรอบ เข้ากันกับรสเปรี้ยว ๆ ของเดรสซิ่งเลม่อน ก็เป็นอีกหนึ่งเมนูเรียกน้ำย่อยได้อย่างดี
 

Traditional Italian Cold Cuts (590 บาท)

 

Octopus Carpaccio (390 บาท)

Classic Napoli Pizza

ถ้าใครชอบพิซซ่าสไตล์คลาสสิกต้องลอง Four Cheeses (590 บาท) เชฟเลือกมะเขือเทศ Piennolo วางบนแป้งพิซซ่าที่ผ่านการนวดและขึ้นรูปด้วยมือ แล้วใช้ชีสสี่ชนิดคือ Taleggio Cheese, Gorgonzola Cheese, Smoked Scamoza Cheese ที่ให้รสชาติเหมือนชีสมอสซาเรลล่าแต่หอมกว่า และ Toma Cheese ที่ต้องใช้เวลากว่าหนึ่งปีในการทำ ก่อนจะนำไปอบด้วยความร้อนสูงในเตาเป็นระยะเวลาไม่นาน แป้งพิซซ่าจึงออกมากรอบอร่อยไม่เหมือนใคร
 

Four Cheeses (590 บาท)

From Authentic Wood Fired Oven

แป้งที่ใช้ทำพิซซ่าเป็นแป้งนำเข้าจากต่างประเทศ ก่อนจะนำมาหมักกับยีสต์แล้วทิ้งไว้เป็นเวลานาน 72 ชั่วโมงก่อนเสิร์ฟ ใครชอบพิซซ่าชีสนุ่ม ๆ มัน ๆ ต้องสั่ง Burratta & Bufalina (590 บาท) เพราะเมนูนี้เด่นด้วยชีส Burratta และ Bufalina ที่ทำจากนมควายจึงให้รสชาติครีมมี่ ออกนม ๆ นุ่ม ๆ ไม่เปรี้ยวจนเกินไป เมื่อทานกับซอสมะเขือเทศออแกนิกและน้ำมันมะกอกแล้วรสชาติออกมาลงตัวพอดี สำหรับคนชอบทานเนื้อต้องลอง Tomahawk (100g/390 บาท) เนื้อวัววากิวจากออสเตรเลีย ที่เสิร์ฟมาในชิ้นใหญ่โดยมีน้ำหนักขั้นต่ำชิ้นละ 1 กิโลกรัม สามารถเลือกความสุกได้ตามชอบ ถ้าเลือกแบบ Rare ที่ไม่สุกมาก เนื้อด้านในจะยังฉ่ำ ๆ อยู่ เคล็ดลับอยู่ที่การเลือกใช้เนื้อคุณภาพดี ก่อนจะนำไปสไลด์เป็นชิ้นขนาดกำลังดี แล้วนำไปย่างในเตาพิเศษของทางร้านที่สามารถเก็บความร้อนไว้ได้นานกว่าเตาปกติ จึงทำให้ใช้เวลาในการย่างไม่มากแต่ได้เนื้อที่สุกกำลังดีหอมอร่อยและยังคงรสชาติดั้งเดิมของวัตถุดิบไว้ได้ครบถ้วน
 

Burratta & Bufalina (590 บาท)

 

omahawk (100g/390 บาท

นอกจากไวน์หลากหลายชนิดที่นำเข้ามาจากยุโรปแล้ว ที่นี่ยังมีบาร์ค็อกเทลเล็ก ๆ ไว้ให้บริการอีกด้วย สำหรับค็อกเทลสูตรซิกเนเจอร์ของที่นี่ แนะนำ Bizu Bizu (220 บาท) ที่มีส่วนผสมของ Beefafter กับ Richard ตกแต่งด้วย Rosemary ที่มีกลิ่นหอมอ่อน ๆ 
 

Bizu Bizu (220 บาท)

Info
Hours
Everyday : 5PM - 11:30PM
Price

฿฿฿฿ 501-1,000 บาทต่อคน

Address
15/1 ซ.ร่วมฤดี แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร
Map
Mass Transit

BTS เพลินจิต

Facilities
Suggest an Edit