A Cozy Homemade Pasta Experience in Bangkok Old Town
ชวนคนรักพาสต้าและผู้ที่หลงใหลในความคลาสสิกของย่านเมืองเก่าไปตามหาความอร่อยในสไตล์โฮมเมดกันที่ ‘Twist & Fork Pasta’ ร้านพาสต้าเส้นสดน้องใหม่ในย่านแพร่งภูธร (ใกล้กับศาลเจ้าพ่อเสือและศาลหลักเมือง) ที่พร้อมเสิร์ฟสารพัดเมนูพาสต้าสูตรเฉพาะของครอบครัวให้เหล่า Pasta Lover ได้ลิ้มลอง ท่ามกลางบรรยากาศสุดคลาสสิกของอาคารเก่าแก่ภายในย่าน เหมาะเป็นหมุดหมายปลายทางใหม่สำหรับจัดเป็น One Day Trip ที่สามารถเดินเที่ยว แวะไหว้พระ ชิมของอร่อย และชมตึกเก่าไปพร้อม ๆ กัน
ร้าน Twist & Fork Pasta แห่งนี้ อยู่ภายใต้การดูแลของ 'คุณเต๋า-เศรษฐสฤษดิ์ หวังวงศ์วัฒนา' และ ’คุณจิ๊บ-ศิวพร หวังวงศ์วัฒนา’ สองสามีภรรยาผู้คร่ำหวอดในวงการคาเฟ่-ร้านอาหารและอาหารสไตล์ตะวันตกมานานกว่า 10 ปี จากจุดเริ่มต้นของการเปิดร้านกาแฟในย่านท่ามหาราช ก่อนจะตัดสินใจย้ายกลับไปเปิดร้านเล็ก ๆ ที่บ้าน เพื่อให้เวลาและดูแลลูกสาววัยกำลังโตได้อย่างเต็มที่ ในที่สุดเมื่อจังหวะเวลาลงตัว ทั้งคู่ก็ได้มีโอกาสกลับมาเปิดร้านอีกครั้ง โดยคุณจิ๊บ ผู้เป็นเจ้าของร้าน รับหน้าที่เป็นเชฟผู้คิดค้นสูตรพาสต้าโฮมเมดอย่างมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ให้รสชาติถูกปากคนไทยและชาวต่างชาติเลยทีเดียว
Classic Art Vibes
ตัวร้านตั้งอยู่ภายในอาคารเก่าแก่ (สถาปัตยกรรมของตึกแถวแรกของกรุงเทพมหานคร) ยุคสมัยรัชกาลที่ 5 อายุกว่า 150 ปี ซึ่งทางร้านตั้งใจเก็บรักษาโครงสร้างและผนังเดิมเอาไว้ เพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสบรรยากาศของความคลาสสิกแบบออริจินัล ผสมผสานเข้ากับการตกแต่งสมัยใหม่ ด้วยรายละเอียดของงานศิลปะ ทั้งของเก่าและของใหม่ได้อย่างมีเสน่ห์ลงตัว ไม่บดบังกลิ่นอายของเมืองเก่า ด้วยการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่มีความเนี้ยบ มีดีเทลที่น่าสนใจ ถูกจัดวางให้ลงตัวมีมิติ เพื่อส่งเสริมไวป์ของมื้ออาหารให้พิเศษกว่าที่เคย
บริเวณชั้นล่างนอกจากจะแบ่งสเปซออกเป็นพื้นที่สำหรับนั่งรับประทานอาหารแล้ว ยังมีโถงกลางร้านที่เปิดช่องแสงธรรมชาติผ่านหลังคา ให้บรรยากาศโปร่งโล่งสบายตา ตามด้วยมุมจำหน่ายสินค้าที่ระลึกดีไซน์เก๋จากทางร้านและสินค้างานอาร์ตจากหลากหลายแบรนด์ไลฟ์สไตล์ที่มีวางจำหน่ายให้ได้เลือกช้อปติดไม้ติดมือกลับบ้าน
ในส่วนของพื้นที่ชั้น 2 ทางร้านออกแบบให้เป็น ‘Mini Gallery’ สำหรับจัดแสดงงานศิลปะหมุนเวียนของศิลปินต่าง ๆ โดยมีไฮไลต์คือโต๊ะอาหารไม้ยาวที่ทางร้านสั่งทำขึ้นมาใหม่เป็นพิเศษ เพื่อรองรับลูกค้ากลุ่มใหญ่ ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากภาพวาด The Last Supper เพื่อดึงสายตาให้มองเห็นเสน่ห์ของหน้าต่างบ้านเก่า พร้อมกิมมิกน่ารัก ๆ ที่ทางร้านเปิดโอกาสให้ศิลปินงานอาร์ตที่สนใจมาร่วมจัดแสดงงานภาพวาด The Last Supper ในสไตล์ของตัวเอง เพื่อนำมาประดับเป็นส่วนหนึ่งของสเปซแห่งนี้ ทำให้พื้นที่ภายในร้านดูมีชีวิตชีวาและมีเรื่องราวที่เชื่อมโยงกัน
นอกจากนี้ ทางร้านยังจัดสรรมุมเล็ก ๆ ไว้สำหรับเป็นที่จำหน่ายสินค้า กระเป๋า-เสื้อผ้าแบรนด์ไทย ให้ลูกค้าที่สนใจได้เลือกอุดหนุนในระหว่างเอ็นจอยมื้ออาหารกันแบบเพลิน ๆ อีกด้วย
The Dancing Spaghetti
คอนเซ็ปต์หลักของร้านเต็มไปด้วยมู้ดของความอบอุ่นและเรื่องราวของครอบครัว โดยเฉพาะสโลแกนสุดน่ารักอย่าง ‘The Dancing Spaghetti’ ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากงานเขียนเรียงความส่งคุณครูของ ‘น้องลิน หวังวงศ์วัฒนา’ ลูกสาววัย 7 ขวบ ของคุณเต๋าและคุณจิ๊บ โดยจินตนาการถึงชื่อร้าน Twist & Fork เปรียบเทียบการม้วนเส้นพาสต้าที่ดูสนุกสนานเหมือนกับการเต้นรำ จึงนำมาใช้เป็นสโลแกนหลักของร้าน นอกจากนี้ เมนูอาหารส่วนใหญ่ยังเกิดจากความรักและความใส่ใจที่คุณแม่จิ๊บ ตั้งใจคิดค้นและดัดแปลงสูตรอาหารให้ลูกสาวทานง่ายและได้ประโยชน์ทางโภชนาการควบคู่กันไป จนได้รสชาติเฉพาะตัวที่ถูกปากทั้งคนในครอบครัวและลูกค้าที่เข้ามารับประทาน
Where Every Dish is Crafted with Love
ด้านอาหาร จุดเด่นของที่นี่เน้นเสิร์ฟเมนูพาสต้าที่ผ่านการทดลองและปรับรสชาติมาให้ถูกปากคนไทย เป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร เริ่มต้นที่เมนูทานเล่นซิกเนเจอร์อย่าง Pate with Cheese Toast (175 บาท) ตับบดกับขนมปังปิ้งชีส โดยเมนูนี้เกิดจากความรักของคุณแม่จิ๊บ ซึ่งเธอนั้นพยายามคิดค้นสูตรตับบดแสนอร่อยให้ถูกปากลูกสาว จนกลายเป็นเมนูยอดฮิตที่ไม่ว่าใครมาแล้วต้องลอง !
ตามมาด้วย Ceasar Salad (155 บาท) สลัดซีซาร์ที่เพิ่มลูกเล่นด้วยการเปลี่ยนจากขนมปังกรูตองส์มาเป็นเกล็ดขนมปัง เพื่อให้ทุกคำที่ตักรับประทาน ได้สัมผัสถึงความกรุบกรอบของขนมปังไปพร้อม ๆ กัน
ถัดมาคือหมวดจานพาสต้าแนะนำ ได้แก่ Salmon Japanese Style Pasta (290 บาท) เส้นลิงกวินีที่เสิร์ฟมาคู่กับแซลมอนผัดซอสโชยุ เป็นพาสต้าสไตล์ฟิวชัน ผสมผสานกลิ่นอายสไตล์ญี่ปุ่น รสกลมกล่อม อุดมไปด้วยวัตถุดิบซีฟู้ดที่ทั้งอร่อยและมีประโยชน์ต่อสุขภาพ
หรือจะเป็น Creamy Penne with Ground Beef (290 บาท) เพนเน่ผัดครีมชีส เสิร์ฟพร้อมเนื้อโคขุนบด โดยทางร้านได้คัดสรรซอสรสเด็ดมาให้เลือก 4 แบบ ใช้เบสน้ำซอสจากชีสถึง 3 ชนิด ได้รสชาติกลมกล่อมที่ไม่เลี่ยน ยิ่งรับประทานคู่กับเนื้อโคขุนพรีเมียมยิ่งเข้ากัน
นอกจากทางร้านจะเน้นเสิร์ฟเมนูพาสต้าเป็นหลักแล้ว ยังมีหลากหลายเมนู Fusion คัดสรรวัตถุดิบจากหลากหลายภูมิภาคในไทยมาเสิร์ฟเอาใจคนที่ไม่ถนัดรับประทานอาหารตะวันตก เรื่อยไปจนถึงอาหาร Vegan-Vegetarian เพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าชาวต่างชาติด้วย
หลังจากอิ่มอร่อยกับเมนูอาหารคาวกันไปแล้ว ต้องห้ามพลาดสั่งของหวานและเครื่องดื่มมาเติมเต็มมื้ออาหารให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ภายใต้แนวคิด Less is More ที่ทางร้านเลือกเสิร์ฟเพียงไม่กี่เมนูเท่านั้น เพราะคัดสรรมาแล้วว่ารับประทานเข้ากันดีที่สุด กับเมนู Lemon Cheese Pie (125 บาท) เลมอนชีสพายสูตรโฮมเมดที่ได้ทั้งความเปรี้ยวและความหอมสดชื่นของเลมอน ช่วยตัดเลี่ยนปิดท้ายมื้ออาหารได้อย่างสมบูรณ์แบบ ควบคู่กับ Peach Tea (75 บาท) ‘ชาพีช’ เครื่องดื่มยอดฮิตตลอดกาลของทางร้านที่จับคู่กับเมนูพาสต้าแล้วช่วยส่งเสริมรสชาติกันได้อย่างลงตัว
Must Read!
- แนะนำให้เดินทางด้วยรถไฟฟ้า MRT แล้วต่อด้วยรถตุ๊กตุ๊ก เพื่อสัมผัสบรรยากาศคลาสสิกของย่านเมืองเก่า แต่หากนำรถยนต์ส่วนตัวมา สามารถจอดบริเวณหน้าร้านได้ 1-2 คัน หรือริมคลองหลอด (ถนนราชินี) แล้วเดินมาที่ร้านประมาณ 200 เมตร








