วังหิ่งห้อย

Published on March 04, 2018

An Enchanted Dining Experience

วังหิ่งห้อย ชวนทุกคนมาเปิดประสบการณ์การทานอาหารแบบ Fine Dining ใกล้ชิดธรรมชาติ พร้อมชมหิ่งห้อยนับร้อยภายใต้บรรยากาศภายในร้านอันเป็นเอกลักษณ์ ดั่งตกอยู่ในมนต์สะกดของความสวยงามที่ยากจะหาได้จากกรุงเทพฯ ให้คุณดื่มด่ำกับความโรแมนติกนี้ไปพร้อมกับทานอาหารที่เปลี่ยนคอนเซ็ปต์ตาม 'ธาตุแห่งชีวิต' ดิน น้ำ ลม ไฟ ตลอดระยะเวลา 18 เดือน (เท่ากับวงจรชีวิตของหิ่งห้อย) โดยในช่วงครึ่งปีแรกนี้ เป็นช่วงเวลาของธีม 'น้ำ' พื้นที่เศษ 3 ส่วน 4 ของโลก ซึ่งโอบอุ้มและไหลผ่านพื้นที่ต่าง ๆ หล่อเลี้ยงชีวิตผู้คนมาหลายช่วงอายุ อีกทั้งยังมาพร้อมกับ นิทรรศการธาตะวารี (Aqua Elemental Exhibition) เติมเต็มความสุนทรีย์ให้ค่ำคืนของคุณอย่างสมบูรณ์

 

พื้นที่ป่าจำลองใจกลางร้าน แสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ

Back To Nature

จุดเริ่มต้นของ วังหิ่งห้อย เกิดจากแนวคิดที่ต้องการนำเอาความเป็นธรรมชาติและความเป็นเมืองมาอยู่ร่วมกัน เริ่มจากการออกแบบที่ผสมผสานไลฟ์สไตล์คนเมืองให้รวมเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ เน้นใช้วัสดุสีดำทึบ และเสาต่าง ๆ ที่เผยให้เห็นเนื้อไม้ โซนที่นั่งรับประทานอาหารคล้ายกับตู้ปลาที่ภายนอกเป็นสวนหย่อมขนาดเล็ก ให้ความเป็นป่าอย่างมากที่สุด ส่วนด้านในเป็นห้องกระจกสำหรับลูกค้าที่ต้องการรชมหิ่งห้อยในยามค่ำคืน ถือเป็นร้านอาหารที่เปิดพื้นที่ให้คนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ ก่อนจะขยับขยายไปยังส่วนอื่น ๆ ทั้งในส่วนของ Sport Complex และ Community Mall ที่จะทยอยเปิดให้ทุกคนได้ใช้บริการในอนาคต

 

การออกแบบที่ผสมผสานไลฟ์สไตล์คนเมืองให้รวมเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ

ขณะเดียวกัน ยังได้ตื่นตาไปกับ Aqua Elemental นิทรรศการธาตะวารี ซึ่งจัดแสดงในพื้นที่ Glow Museum ที่ทางร้านตั้งใจมอบประสบการณ์ให้แขกทุกคนได้ประทับใจ โดยทุก ๆ 4 เดือนจะล้อไปตามธีมแต่ละช่วงของธาตุแห่งชีวิต นั่นคือ ดิน น้ำ ลม ไฟ ซึ่งนอกจากแขกทุกคนจะได้อิ่มท้องไปกับคอร์สเมนูอาหารที่ทางร้านตั้งใจนำเสนอแล้ว ยังจะได้สัมผัสและเสพความอาร์ตเหล่านี้อย่างเต็มอิ่ม ครบทุกสุนทรียรส ดั่งคำว่า An Enchanted Dining Experience

 

Aqua Elemental นิทรรศการ ธาตะวารี

Thai Cuisine & Organic Ingredients

อย่างที่ทราบกันดีว่าทางร้านเสิร์ฟอาหารไทยในรูปแบบ Thai Inspired Cuisine ซึ่งคอร์สเมนูของทางร้านในเดือนกุมภาพันธ์นี้ เป็นในส่วนของธีมน้ำที่มีชื่อว่า Blue Planet ราคาท่านละ 2,590++ บาท (จับคู่กับค็อกเทล +550 บาท) กับเซ็ตเมนูอาหารไทยรูปแบบใหม่ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากอาหารไทยสูตรดั้งเดิม นำมาตีความใหม่พร้อมใส่ความคิดสร้างสรรค์ลงไปในทุกกระบวนการประกอบอาหารและการให้บริการ ครีเอทเมนูโดย เชฟนิค-ณัฐพล ภวไพบูลย์, เชฟอ๊อฟ-ณัฐวุฒิ ธรรมพันธ์ และเชฟอ้น-สุวิจักขณ์ แก้วสิริมงคล โดยทางทีมเชฟได้เลือกใช้เฉพาะวัตถุดิบออร์แกนิกจากท้องถิ่นไทย ผ่านการนำเสนอที่ผสมผสานความคิดสร้างสรรค์เข้าไปในแต่ละจานอย่างมีเอกลักษณ์ ตามการเสิร์ฟแบบสากล

 

บรรยากาศในช่วงกลางคืน

ทุกเมนูล้วนมีรสชาติไทยร้อยเปอร์เซ็นต์ เพียงแต่การนำเสนอจะเป็นแนวทวิสต์ เปลี่ยนจากสิ่งที่ทานกับข้าวให้เป็น Single Dish ซึ่งในคอร์สมีทั้งหมด 9 เมนู เริ่มจากการเสิร์ฟ Welcome Drink แก้วสีฟ้าสดใส ก่อนจะไปต่อที่เมนู Starter อย่าง Stone and Ripple มันฝรั่งบนจานที่มีลวดลายคล้ายก้นหอย ห่อหุ้มน้ำพริกอ่องไว้ด้านใน ตกแต่งด้วยเบคอนกรอบและดอกไม้อย่างสวยงาม เป็นจานเรียกน้ำย่อยได้อย่างดี

 

Stone and Ripple

Log of Life สายบัว Infuse กับ Mackerel Coconut Curry ส่วนหนึ่งอีกชิ้นเป็นแกงส้มท็อปด้วยไข่ปลาเคียวและไข่ปลา Mackerel

 

Log of Life

ถัดมาเป็นเมนูที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากปะการัง Spicy Coral เป็นแคบหมูกับ Homemade Chilli Cream Sauce ที่มีส่วนผสมของมายองเนส พริก น้ำมันงา และไข่กุ้ง

 

Spicy Coral

สำหรับเมนูนี้คือ Tako Picasso (Pairing with Wang Cocktail) ปลาหมึกกล้วยสอดไส้ข้าวกระเทียมดอง ท็อปด้วยหอมเจียวและซอสพริกแห้ง

 

Tako Picasso

จากนั้นต่อด้วยเมนู Appetizer อย่าง Lonely Island เกาะร้างที่มีความอุดมสมบูรณ์ วัตถุดิบที่ถูกนำมาใช้คือ ฟัวกราส์ ซึ่งผ่านกรรมวิธี Hamhoc Terrine หรือทำให้สุกด้วยการใช้ความเย็น ท็อปด้วย Cilantro Chili Garlic Lime Dressing และ Poppadom หรือข้าวเกรียบอินเดีย

 

Lonely Island

ก่อนที่จะเข้าสู่เมนูอื่น ๆ พักเบรคด้วย Lunar River สลัดผลไม้รวม ที่เสิร์ฟมาพร้อมกับเลมอนครีมชีส และ Lemon Icy Rock

 

Lunar River

แล้วต่อด้วยเมนูซุป ซึ่งทางเชฟได้เลือกนำเสนอ Lanna Lake เมนูที่ได้แรงบันดาลใจมาจากข้าวซอย ถ่ายทอดความอุดมสมบูณ์ของลำน้ำ โดดเด่นด้วย Pork Tenderlion ที่นำไปซูวี แล้วเสิร์ฟกับ Cutterfish Noodle แล้วราดด้วยซุปข้าวซอย ท็อปด้วยปลากะพงทอดกรอบ และกระเทียมโทนดอง

 

Lanna Lake

เข้าสู่ช่วงจานหลักที่มีให้เลือก 3 เมนู ได้แก่ Pacific Cruise (Pairing with Ping Cocktail), Local Splash (Pairing with Yom Cocktail) และ Eclipse (Pairing with Nan Cocktail) ในครั้งนี้ทางร้านขอนำเสนอเป็นเมนู Eclipse (+600 บาท) (Pairing with Nan Cocktail) ซึ่งเชฟนำขาแกะไปกริลล์บนกระทะ เสิร์ฟกับข้าวที่หุงด้วยน้ำอัญชัน ท็อปด้วยเนื้อมะเขือยาวผัดกับลูกเกด ตกแต่งด้วย Feta Cheese ราดซอส Lamb Juice พร้อมจับคู่มากับ Nan Cocktail ค็อกเทลที่ได้แรงบันดาลใจมาจากต้นกำเนิดของแม่น้ำน่าน โดยแก้วนี้ประกอบไปด้วยเกลือสินเธาว์ ส้มสีทอง และเหล้าไทย มีรสชาติเค็มเล็กน้อย เสิร์ฟมาในกระติบข้าวเหนียว พร้อมพริกคั่วงา และโรยหน้าด้วยช็อกโกแลต ดื่มแล้วเข้ากันดีกับเนื้อแกะทีเดียว

 

Eclipse (Pairing with Nan Cocktail)

หรือจะเลือกจานหลักเป็น Pacific Cruise (Pairing with Ping Cocktail) ล็อบสเตอร์อบกับแกงฉู่ฉี่ในกระทงใบตอง ใส่ฟัวกราส์และองุ่นสไลซ์บาง เสิร์ฟมาพร้อมกับ Chickpea Purée และซีเรียลกรุบกรอบ

 

Pacific Cruise (Pairing with Ping Cocktail)

ปิดท้ายคอร์สแสนอร่อยนี้ด้วยเมนูของหวานอย่าง Blue Planet โมจิสอดไส้งาดำ โรยผงชินนามอน จันทน์เทศ ในน้ำ Eggnog ที่ให้สีฟ้าสดใสจากดอกอัญชัน

 

Blue Planet

Info
Hours
Everyday : 6:30PM - 12AM
Price

฿฿฿฿฿฿ มากกว่า 2,000 บาทต่อคน

Address
สนามกอล์ฟ R.C.A Driving Range ถนนกำแพงเพชร 7 เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร
Map
Mass Transit

MRT เพชรบุรี ทางออก 1

Facilities
Suggest an Edit