The Journey of De Tummour

จากร้านอาหารอีสานชื่อดังแบรนด์ Tummour (ตำมั่ว) ที่หลายคนคุ้นเคย ณ วันนี้ได้ถูกยกระดับขึ้นอีกขั้นให้มีความหรูหรา ทันสมัย เข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่หลากหลาย และมีความเป็นนานาชาติมากยิ่งขึ้น ผ่านการปรับโฉมครั้งใหม่โดยใช้ชื่อว่า De Tummour (เดอ ตำมั่ว) ที่ยังคงความแซ่บของต้นตำรับอาหารอีสานแท้ไว้แบบเดิมแต่เพิ่มเติมความเป็นไทยลงไป โดยพร้อมให้บริการสาขาแรกแล้วที่ Gaysorn Village

De Luxury Issan

เมื่อภาพลักษณ์ของร้านถูกนำเสนอให้มีความไฮเอนด์มากกว่าที่เคย บรรยากาศภายในร้านของ De Tummour จึงมีการออกแบบให้มีความโปร่งโล่ง มุมนั่งเป็นสัดส่วน คุมโทนสีและงานดีไซน์ให้มีความร่วมสมัยในสไตล์ลอฟท์หน่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการเลือกใช้โทนสีดำให้สอดรับกับเฟอร์นิเจอร์เหล็กและไม้ การเลือกใช้โคมไฟเท่ ๆ การเพนท์ภาพฝาผนังด้วยภาพวาดและตัวอักษรภาษาอังกฤษ รวมไปถึงการใส่ใจในรายละเอียดเรื่องการตกแต่งด้วยสิ่งละอันพันละน้อยอย่างเครื่องจักสานของจังหวัดต่าง ๆ ที่บอกเล่าเรื่องราว สื่อถึงความเป็นร้านอาหารไทย-อีสานได้เป็นอย่างดี ภายใต้คอนเซ็ปต์ความเป็นบ้านของแบรนด์ตำมั่วที่มีมุมเอกลักษณ์อย่างประตู หน้าต่างแบบเปิดโล่งเพื่อให้ความรู้สึกสบาย ๆ สร้างความผ่อนคลายระหว่างมื้ออาหารได้ดี

ตำมั่ว (110 บาท)

Recommended Dishes : ตำมั่ว (110 บาท)

De Tummour Special Dishes

ในส่วนของเมนูอาหาร ที่นี่ไม่เพียงเสิร์ฟเฉพาะอาหารอีสานรสแซ่บที่ดัดแปลงมาจากอาหารลาว อาหารเวียดนามเท่านั้น แต่ยังเพิ่มความหลากหลายพร้อมเสิร์ฟความอร่อยด้วยเมนูอาหารไทยให้ได้ลิ้มลองอีกด้วย ประเดิมกันที่ซิกเนเจอร์เมนูอย่าง ตำมั่ว (110 บาท) ส้มตำรสจัดจ้านสูตรเฉพาะของทางร้านที่สามารถเลือกระดับความเผ็ดได้ว่าจะใช้พริกกะเหรี่ยงกี่เม็ด อีกทั้งยังเป็นเมนูที่รวมเอาวัตถุดิบขึ้นชื่อของแต่ละจังหวัดในไทยมาประกอบไว้ในจานนี้โดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นมะละกอเส้นกรอบจากดำเนินสะดวก มะนาวที่ให้น้ำเยอะ พริกกะเหรี่ยงที่ให้รสเผ็ดถึงใจ ปูจืดต้มสุกที่ไม่ทำให้ส้มตำเปลี่ยนรสชาติ ไปจนถึงน้ำปลาร้าสูตรเข้มข้นของตำมั่ว ทุกอย่างผสานรสชาติกันอย่างดิบดีสมกับที่เป็นจานเด็ดประจำร้านจริง ๆ

หมูยอทอด (120 บาท)

Recommended Dishes : หมูยอทอด (120 บาท)

ผัดหมี่มั่ว (แบบจาน 120 บาท)

Recommended Dishes : ผัดหมี่มั่ว (แบบจาน 120 บาท)

ตามมาด้วยเมนูทานเล่นอย่าง หมูยอทอด (120 บาท) ซึ่งเป็นหมูยอสูตรต้นตำรับของเวียดนามที่ส่งตรงมาจากจังหวัดนครพนม มีหลายรสชาติให้เลือกทาน อาทิ รสต้นตำรับ รสผักชีลาว รสกะเพรา โดยเนื้อหมูยอมีความหนา ความนุ่ม รสกลมกล่อมเป็นพิเศษ หากใครชอบทานเส้น ขอแนะนำ ผัดหมี่มั่ว (แบบจาน 120 บาท) ผัดหมี่ที่ De Tummour เลือกใช้เส้นหมี่ของกลุ่มชาวบ้านอำเภอพิมาย หรือที่นิยมเรียกกันว่าผัดหมี่โคราช ซึ่งให้ความเหนียวนุ่มมากกว่าเส้นชนิดอื่น ๆ ปรุงด้วยน้ำซอสปรุงรสสูตรเฉพาะของทางร้าน

ขาหมูตำมั่ว (390 บาท)

ขาหมูตำมั่ว (390 บาท)

อีกหนึ่งเมนูไฮไลท์ที่พลาดไม่ได้อีกเช่นกันคือ ขาหมูตำมั่ว (390 บาท) เป็นขาหมูที่ทางร้านคัดไซส์มาเป็นพิเศษ มีขนาดที่เท่ากันทุกขา พร้อมเพิ่มความสะดวกสบายในการทานด้วยแล่ส่วนเนื้อหนังมาให้ทานเรียบร้อย จานนี้เสิร์ฟคู่มากับน้ำจิ้มแจ่ว และน้ำจิ้มซีฟู้ดที่ทางร้านปรุงสดใหม่ทุกวัน

แกงเห็ดเผาะ (190 บาท)

Recommended Dishes : แกงเห็ดเผาะ (190 บาท)

ก่อนจะทิ้งท้ายด้วยเมนูแกงที่ให้ทุกคนได้ซดน้ำซุปร้อน ๆ คล่องคอระหว่างทานมื้อสุด
แซ่บแบบนี้กับ แกงเห็ดเผาะ (190 บาท) ปกติแล้วเห็ดเผาะจะมีจำหน่ายเฉพาะหน้าฤดูกาลเท่านั้น แต่สำหรับที่นี่มีให้ลูกค้าได้ทานกันตลอดทั้งปี ความพิเศษของเมนูนี้อยู่ที่การผสมผสานระหว่างวัตถุดิบไทยกับวัตถุดิบนานาชาติ เลือกใช้เนื้อปลาแซลมอนแบบไร้ก้างมาเป็นวัตถุดิบหลัก เพื่อคงความเป็นเดอ ตำมั่วไว้ แล้วปรุงรสให้แซ่บนัวด้วยน้ำปลาร้าสูตรเฉพาะ หรือจะเป็น แกงเห็ด 3 อย่าง (150 บาท) แกงเห็ดเพื่อคนรักสุขภาพที่ประกอบไปด้วยเห็ดหิมะ เห็ดหลินจือ และเห็ดชิเมจิ ส่วนวัตถุดิบอื่น ๆ ที่นำมาใช้เพิ่มรสชาติให้กับแกงถ้วยนี้คือ ใบมะดันที่ให้รสเปรี้ยวนิด ๆ เข้ากันได้ดีกับน้ำปลาร้าสูตรเฉพาะของตำมั่ว

น้ำลำไย (40 บาท)

Recommended Dishes : น้ำลำไย (40 บาท)

น้ำใบเตยหอม (40 บาท) และ น้ำกระเจี๊ยบ (40 บาท)

Recommended Dishes : น้ำใบเตยหอม (40 บาท) และ น้ำกระเจี๊ยบ (40 บาท)

Healthy Drinks

แน่นอนว่าหลังทานอาหารแซ่บ ๆ มา คงต้องหาเครื่องดื่มสมุนไพรเย็น ๆ มาดับความเผ็ดร้อนกันสักหน่อย ลองสั่ง น้ำลำไย (40 บาท) น้ำใบเตยหอม (40 บาท) และ น้ำกระเจี๊ยบ (40 บาท) ซึ่งทางร้านต้มเองทุกแก้ว รสหวานกำลังดี ดื่มแล้วสดชื่น อีกทั้งเวลาเสิร์ฟทางร้านจะใส่เท็กซ์เจอร์วัตถุดิบสดอย่างดอกกระเจี๊ยบ เนื้อลำไย และใบเตยหอมลงไปเป็นส่วนผสม และประดับตกแต่งแก้วไปในตัวด้วย นอกจากนี้ ที่นี่ยังเพิ่มเติมเมนูไอศกรีมกะทิที่เสิร์ฟพร้อมเมนูของหวานแบบไทย ๆ อาทิ บัวลอย กล้วยไข่เชื่อม และลอดช่องที่ทางร้านเลือกใช้ไอศกรีมกะทิแทนน้ำแข็ง ใครอยาก (ลอง) ทานต้องแวะมาเช็คอินที่ De Tummour เท่านั้น