Jazz-Era Glamour in a Hidden Corner of Dusit
BKK. ชวนคุณไปเช็กอินบาร์แจ๊สดีไซน์เก๋เปิดใหม่ Deco Bar & Bistro บรรยากาศคลาสสิกที่พาเสน่ห์ของยุค Art Deco กลับมาเล่าใหม่ผ่านงานดีไซน์ ดนตรี และอาหารแบบร่วมสมัย ภายใต้บรรยากาศที่ทั้งหรูหราและอบอุ่นในเวลาเดียวกัน ตัวบาร์ซ่อนอยู่ภายในโรงแรมริมแม่น้ำเจ้าพระยาอย่าง The Siam Hotel Bangkok โดยหยิบเอากลิ่นอายของช่วงปี 1920s มาเป็นแกนหลักของคอนเซ็ปต์ ตั้งแต่เส้นสายเรขาคณิต เฟอร์นิเจอร์โทนเข้ม ไปจนถึงของตกแต่งวินเทจที่ถูกเลือกมาอย่างตั้งใจ ทุกองค์ประกอบช่วยสร้างฟีลเหมือนกำลังนั่งอยู่ในแจ๊สเลานจ์ยุคเก่า ที่ยังคงความเนี้ยบแต่ไม่รู้สึกเกร็งจนเกินไป
Art Deco Meets Jazz Culture
สำหรับบรรยากาศภายในร้าน เบื้องหลังงานออกแบบครั้งนี้ได้ คุณกฤษดา สุโกศล แคลปป์ มาร่วมสร้างบรรยากาศของบาร์ให้เต็มไปด้วยเสน่ห์แบบยุค Jazz Age โดยมีไฮไลต์เป็น “Sousaphone” เครื่องเป่าลมทองเหลืองขนาดใหญ่สีทองที่ตั้งเด่นอยู่กลางพื้นที่ แสดงแทนการใช้ประติมากรรมแบบดั้งเดิม ตัวเครื่องดนตรีทองเหลืองชิ้นนี้ไม่เพียงทำหน้าที่เป็นจุดโฟกัสของห้อง แต่ยังสะท้อนคาแรกเตอร์ของ Deco Bar ได้อย่างชัดเจน ทั้งความดรามาติก ความสนุก และจังหวะที่มีชีวิตชีวาเหมือนวงแจ๊สยุคแรก ๆ
อีกมุมที่น่าสนใจคือ Erte Lounge เลานจ์เล็ก ๆ ที่ได้แรงบันดาลใจจาก Erte หรือ Romain de Tirtoff ศิลปินคนสำคัญของยุคอาร์ตเดโค ภายในจัดแสดงภาพถ่ายลิมิเต็ดจากคอลเลกชันหายาก ถ่ายทอดความหรูหราและความเฟื่องฟูของยุคแจ๊สผ่านงานศิลปะและบรรยากาศที่ดู Cinematic มากเป็นพิเศษ ยิ่งเมื่อรวมกับเสียงเพลงแจ๊สในช่วงค่ำ ก็ยิ่งทำให้พื้นที่นี้มีความรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในอีกยุคหนึ่ง
Classic Bistro with a Contemporary Twist
ในส่วนของอาหาร ที่ Deco Bar & Bistro เลือกหยิบเอากลิ่นอายของ European Bistro มาตีความใหม่ โดยยังแทรกอิทธิพลของวัตถุดิบและรสชาติจากหลายวัฒนธรรมเข้าไว้ด้วยกัน เมนูจึงมีทั้งความ familiar และความสนุกในจานเดียว
เริ่มต้นมื้อด้วย Ocean Trout Crudo (450 บาท) เมนูผสานเสน่ห์ของเอเชียนและอิตาเลียน โดยเชฟใช้ปลาเทราต์สดที่ให้ความรู้สึกสดชื่นตั้งแต่คำแรก ตัวปลาเนื้อเนียนตัดรสชาติด้วย Ponzu Horseradish ที่เพิ่มทั้งความเปรี้ยวบาง ๆ และกลิ่นเผ็ดปลายลิ้นแบบพอดี เสริมด้วย capers ที่ช่วยดึงรสให้มีมิติมากขึ้น ก่อนปิดท้ายด้วย Rice Paper Crackers ที่เติม texture กรุบเบา ๆ ให้จานนี้มีทั้งความละมุน ความสด และความสนุกในทุกคำแบบกำลังดี
สำหรับสายซีฟู้ด ชวนลอง Andaman Sea Bass Fillet (720 บาท) ปลากะพงเนื้อแน่นจากทะเลอันดามันที่เสิร์ฟมาแบบเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยรายละเอียด ตัวปลาให้รสหวานธรรมชาติและสัมผัสนุ่มกำลังดี ทานคู่กับ White Bean Salad ที่เพิ่มความสดชื่นและ texture เบา ๆ ก่อนตัดรสด้วย Tahini Yoghurt Dressing ที่มีทั้งความครีมมี่ เปรี้ยวนิด ๆ และกลิ่นถั่วบาง ๆ ช่วยให้จานนี้บาลานซ์ออกมาได้กลมกล่อม กินง่าย แต่ยังมีเลเยอร์รสชาติให้ค่อย ๆ สนุกไปในแต่ละคำ
ต่อกันด้วยของหวานที่พาอารมณ์กลับไปสู่ความคลาสสิกแบบมีเสน่ห์ อย่าง Soft Chocolate ( 410 บาท) ที่ให้สัมผัสเข้มข้นนุ่มละลาย ตัดด้วย torched meringue หอมกลิ่นไหม้อ่อน ๆ เพิ่มเลเยอร์ด้วย Sea Salt Caramel และ Honeycomb Orange ที่ช่วยเติมทั้งความหวาน ความเค็ม และกลิ่นซิตรัสแบบพอดี จานนี้เลยให้ฟีล comforting แต่ยังซ่อนความ sophisticated เอาไว้
อีกหนึ่งเสน่ห์ที่ทำให้ค่ำคืนของที่นี่น่านั่งยาวขึ้น คือเมนูค็อกเทลที่หยิบเอากลิ่นอายของยุค Prohibition มาเล่าใหม่ผ่านมุมมองร่วมสมัย ยุคที่ Speakeasy Bars กลายเป็นพื้นที่ลับสำหรับการสังสรรค์ และงานผสมเครื่องดื่มถูกขับเคลื่อนด้วยทั้งความคิดสร้างสรรค์ ความละเอียด และเสน่ห์ของการซ่อนเรื่องราวไว้ในทุกแก้ว
เริ่มจาก Deco Whisper (420 บาท) ค็อกเทลที่ให้ฟีลละมุนและโรแมนติกตั้งแต่หน้าตาไปจนถึงรสชาติ ตัวแก้วผสานสุราข้าวไทยเข้ากับ Pink Moscato เพิ่มความหอมหวานด้วย Lychee Cotton Candy จนได้คาแรกเตอร์ที่ทั้ง Floral, Soft และมีกลิ่นอายแบบไทย ๆ ซ่อนอยู่แบบพอดี ดื่มง่ายแต่ยังคงกลิ่นอายความเก๋ในสไตล์ของบาร์ยุคแจ๊ส
ส่วนแก้วถัดมาเป็น Green Gatsby (420 บาท) จะให้ความสดชื่นอีกแบบ ด้วยการเลือกใช้ Gin จากอุบลราชธานีมาผสมกับ Cucumber Liqueur และ Elderflower ได้รส Crisp เบา ๆ มีกลิ่นดอกไม้และความเฟรชที่ดื่มแล้วรู้สึกสะอาด เหมือนค็อกเทลที่เหมาะจะค่อย ๆ จิบไปพร้อมเสียงแจ๊สและบรรยากาศยามค่ำคืนของย่านนี้







