Burmese Modern Brunch & Dining Restaurant in Bangkok
ชวนสัมผัสประสบการณ์ทานอาหารรูปแบบใหม่ ๆ เอ็นจอยมื้ออาหารไปพร้อมซึมซับวัฒนธรรมการกินของชาวพม่า ใจกลางย่านเพชรบุรีตัดใหม่ที่ ‘HNINN - Contemporary Brunch & Dining’ ร้านอาหารพม่าที่เปลี่ยนภาพจำจานอาหารแบบเดิม ๆ เพิ่มเติมเป็นความอร่อยที่ยกระดับให้มีความร่วมสมัยยิ่งขึ้น
สำหรับที่มาของชื่อร้าน ‘HNINN’ ซึ่งอ่านออกเสียงว่า ‘นีน’ ในภาษาพม่านั้น แปลว่า ‘หิมะ’ มาจากการนำนามสกุลของครอบครัว คุณ Snowy เจ้าของร้านอาหารแห่งนี้ และพี่น้องทั้ง 3 คนของเขาที่เกิดในช่วงฤดูหนาว มาตั้งเป็นชื่อร้าน เปรียบเสมือนคำสัญญาว่าทางร้านอาหารจะดูแลลูกค้าทุกคนด้วยความใส่ใจและอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว
Where Heritage Meets Contemporary Cuisine
ร้าน HNINN มาพร้อมความตั้งใจดีในการถ่ายทอดมรดกทางวัฒนธรรมอาหารพม่าแบบดั้งเดิมมาผสมผสานเข้ากับความโมเดิร์นและเทคนิคตะวันตก สามารถรับประทานได้ตลอดทั้งวัน (All-day Dining) ตั้งแต่เช้าจรดค่ำ เพื่อให้เข้าถึงลูกค้าทุกกลุ่ม ทุกเพศ ทุกวัย ทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ โดยยังคงรากเหง้าของวัตถุดิบและรสชาติดั้งเดิมไว้ แล้วปรับรูปลักษณ์และการนำเสนอให้ทันสมัย สวยงาม และชวนรับประทาน ภายใต้การดูแลของ เชฟ Arkar ดีกรีแชมป์ MasterChef Myanmar Season 2 เพื่อให้อาหารทุกจานเข้าถึงง่าย ถ่ายรูปสวย แต่ยังคงรสชาติความเป็นต้นตำรับอาหารพม่า ทั้งในส่วนของเครื่องแกงและวัตถุดิบต่าง ๆ ไว้ได้อย่างสมบูรณ์
Every Corner Carries a Story of Comfort
ทางร้านพร้อมเสิร์ฟรสชาติแห่งความภาคภูมิใจในรูปลักษณ์ใหม่ที่ทันสมัย ท่ามกลางบรรยากาศอันแสนอบอุ่น ผ่อนคลาย ตกแต่งอย่างเรียบง่าย โปร่งสบาย เสมือนได้ทานข้าวที่บ้านเพื่อน อีกทั้งยังเป็นร้านอาหาร Pet-Friendly ที่พร้อมต้อนรับน้อง ๆ สี่ขา (ด้วยเมนูไอศกรีมและขนมสำหรับน้องหมาน้องแมว ไว้คอยให้บริการ) ให้มาใช้เวลาดี ๆ ร่วมกัน
โดยเปิดโซนนั่งรับประทานอาหารให้ได้เอ็นจอยมื้ออาหาร ทั้งบริเวณชั้น 1 และชั้น 2 ให้เลือกสรรมากมายตามอัธยาศัย ขณะเดียวกันมีหลากหลายมุม Photogenic ให้ได้ถ่ายภาพสวย ๆ ซึ่งปรับเปลี่ยนไปตามเทศกาลต่าง ๆ สามารถรองรับได้มากถึง 50 คน นอกจากจะเปิดให้บริการในลักษณะของร้านอาหารแล้ว ช่วงกลางคืนทางร้านยังปรับมู้ดเป็นบาร์ที่พร้อมเสิร์ฟค็อกเทลให้ได้แฮงเอาต์ชิล ๆ อีกด้วย
The Must-Try Dishes
เมนูส่วนใหญ่ของทางร้านได้รับการรังสรรค์โดยเชฟดีกรีแชมป์ MasterChef Myanmar Season 2 มาพร้อมความคิดสร้างสรรค์ในการยกระดับอาหารพม่าให้ดูร่วมสมัย เข้าถึงได้ง่ายมากขึ้น ภายใต้คอนเซ็ปต์หลักในสไตล์ Contemporary หรือความร่วมสมัยที่ผสมผสานความเป็น Modern และความเป็นสากลเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว โดยแม้รูปลักษณ์จะดูทันสมัยและมีความเป็น Instagrammable แต่ทว่ายังคงยึดถือรสชาติและวัตถุดิบดั้งเดิมของพม่าเอาไว้เช่นเดิม ก่อนจะปรับให้เป็นสูตรเฉพาะของ HNINN เพื่อมอบประสบการณ์พิเศษให้เหล่านักชิมได้ลิ้มลองความอร่อยในแบบที่ไม่เหมือนใคร
ครั้งนี้ทางร้าน HNINN ได้เริ่มต้นเสิร์ฟความอร่อยด้วยเมนูเรียกน้ำย่อยอย่าง Nan Gyi Thoke Dumpling (350 บาท) สำหรับเมนูนี้ได้แรงบันดาลใจมาจาก Nan Gyi Thoke อาหารเช้าของชาวเมืองมัณฑะเลย์ โดยคำว่า Nan Gyi คือ เส้นกลมใหญ่ และ Thoke คือ สลัด ก่อนจะนำมาตีความใหม่ในรูปแบบของเกี๊ยว เพื่อให้ได้ลิ้มรสชาติทั้งหมดในหนึ่งคำ ประกอบด้วยแกงไก่ น้ำมันพริก แป้งถั่วเหลือง หัวหอมซอย และโรยด้วยเส้นกรอบด้านบน กลายเป็นเกี๊ยวไก่สไตล์มัณฑะเลย์ที่ถูกดีไซน์ใหม่พอดีคำ เคียงคู่มากับเครื่องเคียงและซอสสูตรเฉพาะ ให้รูปลักษณ์เหมือนราวิโอลีของอาหารอิตาเลียนแต่ได้รสชาติอาหารพม่าแท้ ๆ
ส่วนใครที่เป็นสายเฮลท์ตี้ อาจลองสั่งเป็นจานสลัดกับเมนูซิกเนเจอร์ที่ชื่อว่า HNINN’S Laphet Thoke (450 บาท) สลัดใบชาหมักรสเข้มข้น ซึ่งถือเป็นอาหารประจำชาติของพม่าด้วยเช่นกัน โดยนำใบชามาทำเป็นสลัด คลุกเคล้ากับถั่วหรือธัญพืชชนิดต่าง ๆ และซอสสูตรพิเศษของทางร้าน ให้รสชาติเข้มข้นเป็นเอกลักษณ์ที่ผสมผสานรสเปรี้ยว เค็ม มัน และเท็กซ์เชอร์กรุบกรอบอย่างลงตัว
จุดเด่นของสลัดจานนี้คือ การคลุกเคล้าด้วยมือ โดยที่ร้าน HNINN จะผสมใบชากับผักสด เพื่อเพิ่มความสดชื่นและเนื้อสัมผัส มีพนักงานมายืนผสมเครื่องปรุงต่าง ๆ ของสลัดถึงที่โต๊ะ พร้อมอธิบายวัตถุดิบ ส่วนผสมถึง 15 อย่าง บอกได้คำเดียวว่าสลัดจานนี้อร่อยสมกับที่เป็นอาหารประจำชาติจานเด็ดอย่างแท้จริง
ต่อเนื่องความอร่อยด้วยเมนู Tofu Nway (350 บาท) อีกหนึ่งเมนูอาหารเช้าจากรัฐฉาน ทำจากเต้าหู้ถั่วลูกไก่เนื้อนุ่มลื่น เสิร์ฟคู่กับเส้นก๋วยเตี๋ยวตามแบบดั้งเดิม พร้อมเติมความร่วมสมัยด้วยการใช้เส้นราเมนนุ่ม ๆ เข้ากันดีกับเต้าหู้หวานละมุน เนื้อฉ่ำ ๆ (สามารถเลือกวัตถุดิบได้ 3 แบบ ได้แก่ เนื้อไก่, เนื้อหมู และวีแกน) ที่ให้ความอร่อยแบบครบรส เคียงคู่ความอร่อยมากับปาท่องโก๋ฉีกและน้ำมันพริกเผาตัดรสเลี่ยน
หรือจะจัดเต็มด้วยอาหารจานหลักอย่าง C Chat Khout Swal with Duck Confit (500 บาท) เป็ดกงฟีต์กับเส้นพาสต้า Tagliatelle ที่ทางร้านเลือกใช้แทนเส้นบะหมี่ ซึ่งชาวพม่านิยมรับประทานกับไก่นึ่ง ซี่โครงหมูนึ่ง หรือเป็ดนึ่ง ทางร้านจึงเลือกสร้างความแตกต่างที่ร่วมสมัยให้เมนูนี้น่าสนใจมากขึ้น ด้วยการเลือกใช้เป็ดกงฟีต์ที่ปรุงในรูปแบบอาหารฝรั่งเศส เพื่อให้ได้เนื้อสัมผัสที่กรอบนอกนุ่มใน เพิ่มความพรีเมียมให้มากกว่าที่เคย
ท้าชิงความอร่อยด้วยเมนู Australian Beef Burmese Curry with Butter Beans Rice (720 บาท) แกงเนื้อวัวออสเตรเลียที่ตุ๋นจนเปื่อยด้วยเทคนิคการแกงพม่าโบราณ เสิร์ฟคู่กับข้าวอบเนยถั่ว ซึ่งปกติคนพม่าจะรับประทานเฉพาะในงานเทศกาลสำคัญเท่านั้น ให้รสสัมผัสหอมมัน นุ่มนวล ที่พิเศษกว่าข้าวสวยทั่วไป
หลังอิ่มท้องกับสารพัดเมนูบรันช์เรียบร้อยแล้ว แนะนำให้สั่งหมวดของหวานมารับประทานกัน มาถึงที่ HNINN ทั้งทีต้องลอง HNINN’S Bread with Coconut Milk Curdles (220 บาท) ขนมปังเนื้อนุ่มราดซอสกะทิ โรยด้วยเกล็ดมะพร้าวกรอบและเบิร์นคาราเมลหอม ๆ ให้รสหวานมันเค็มแบบดั้งเดิม เพิ่มเติมด้วยการตกแต่งจานในสไตล์โมเดิร์นได้อย่างน่ารักน่าทาน
จากนั้นปิดท้ายมื้อกันด้วย 2 เครื่องดื่มสุดคลาสสิกตามธรรมเนียมการกิน-ดื่มของชาวพม่ากับเมนู HNINN’S Burmese Ceylon Tea (150 บาท) ชาซีลอนหรือชานมร้อนรสละมุนที่มีเนื้อสัมผัสของแผ่นนม (Milk Skin) ลอยอยู่ด้านบนให้ได้เคี้ยวแบบเพลิน ๆ และ Burmese Brulee Hot Milk Tea (100 บาท) ชานมร้อนรสละมุนที่ให้ความหอมมันของครีมชีสด้านบน ใครได้ลองดื่มเป็นต้องติดใจ !
หากอยากมาลองเปิดประสบการณ์ทานอาหารพม่าในมุมมองใหม่ที่เต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์และความภูมิใจในวัฒนธรรม ที่ร้าน HNINN แห่งนี้ พร้อมต้อนรับทุกคนด้วยรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ที่ถูกยกระดับให้เข้าถึงง่าย ทันสมัย เต็มไปด้วยเรื่องราววัฒนธรรมการกินให้ได้สัมผัสและได้รับความประทับใจกลับไปอย่างแน่นอน








