Published on July 07, 2022

The Luxury Japanese Restaurant in Thonglor

เชื่อว่าหลายคนที่ชอบทานอาหารญี่ปุ่นอาจคุ้นหูกับชื่อร้าน Kitaohji (คิตะโอจิ) กันมาบ้างแล้ว ด้วยร้านนี้เป็นหนึ่งในร้านอาหารสไตล์ไคเซกิที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงในประเทศญี่ปุ่น โดยเปิดให้บริการมากถึง 11 สาขาทั่วประเทศ รวมถึงประเทศไทย ซึ่งเปิดให้บริการเป็นสาขาที่ 12 ซ่อนตัวอยู่ภายในซอยทองหล่อ 8 เป็นสาขาในไทยเพียงแห่งเดียว จากความร่วมมือกันระหว่างบริษัท Food Factors หนึ่งในบริษัทเครือสิงห์ คอร์ปอเรชั่น โดยทางทีมงานยังคงยึดถือนำเอกลักษณ์ของ Kitaohji มาเสิร์ฟความอร่อยที่ไทย ตามแบบต้นตำรับจากญี่ปุ่นไว้เช่นเดิม ภายใต้ชื่อ 'Kitaohji Ginza Thailand'

 

บรรยากาศด้านหน้าร้าน Kitaohji

สำหรับการออกแบบบรรยากาศร้านนั้น เป็นผลงานของบริษัท โนมูระ ของทางประเทศญี่ปุ่น ซึ่งนับเป็นหนึ่งในบริษัทด้านการออกแบบที่มีชื่อเสียงที่สุด และ Landmark สำคัญ ๆ สำหรับร้านนี้ ทีมงานได้มีการดึงเอาคาแร็กเตอร์ของบ้านสไตล์ญี่ปุ่นออกมาได้อย่างชัดเจน สมกับเป็นร้านอาหารสไตล์ไคเซกิ สร้างความตื่นตาตื่นใจนับตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้ามาบริเวณประตูใหญ่ ซึ่งถูกจัดออกมาในแบบสวนไผ่สไตล์ญี่ปุ่นสุดร่มรื่น ทางเดินเข้าร้านถูกปูด้วยหินกรวดสีขาวทอดยาวไปสู่ประตูบ้านที่คั่นด้วยผ้าม่านสีขาวประทับตราโลโก้ของร้าน ได้ฟีลบรรยากาศเหมือนอยู่ประเทศญี่ปุ่นกันเลยทีเดียว

 

สวนญี่ปุ่นบรรยากาศสุดร่มรื่นที่ถูกออกแบบไว้อย่างตั้งใจ เพื่อให้เป็นวิวสวย ๆ ระหว่างทานอาหาร

เมื่อเปิดประตูเข้ามาภายในร้านก็จะพบกับ Open Kitchen ในส่วนของ Grilled Station และ Sushi Bar ที่ทางร้านเลือกใช้ไม้สีอ่อนตามแบบฉบับของร้านอาหารญี่ปุ่น โดยมีการประดับตกแต่งด้วยของใช้อย่างพัดและไหสาเกที่นำมาเรียงกันเป็นชั้นกำแพงระหว่างทางเดินสู่ที่นั่งด้านใน แบ่งออกเป็น 2 ชั้นอย่างเป็นสัดส่วน

 

มุมที่นั่งภายในร้านมีให้เลือกหลากหลายแบบ

Traditional Delicacy

ทางร้านเน้นเสิร์ฟอาหารไคเซกิแบบดั้งเดิม ซึ่งถือเป็นอาหารชั้นสูงที่ต้องใช้ความสามารถและความประณีตบรรจงในการปรุงอาหารแต่ละจานออกมาให้สวยงามราวกับเป็นงานศิลปะ อีกทั้งยังต้องใส่ใจในการดึงรสชาติของวัตถุดิบตามฤดูกาลออกมาเป็นจานต่าง ๆ ภายในเซ็ตอาหารไคเซกิอีกด้วย ดังนั้นทุก ๆ จาน จะถูกผลัดเปลี่ยนเป็นเมนูใหม่ ๆ ให้ได้ลิ้มลองอยู่เสมอ โดยที่นี่มีเชฟ Junji Maeno เชฟจากประเทศญี่ปุ่นที่คอยดูแลคุณภาพและรสชาติอาหาร โดยเลือกปรุงอาหารจากวัตถุดิบเกรดพรีเมียมทั้งสิ้น อย่างเนื้อคุโระเกะวากิว ปูขน และปูทาราบะ ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักของเซ็ตอาหาร

 

อาหารทุกจานถูกรังสรรค์ความอร่อยอย่างพิถีพิถันและจัดเตรียมอย่างตั้งใจ โดยเชฟมากประสบการณ์

ครั้งนี้ขอแนะนำ Kitaohji Omakase Kaiseki (8,000 บาท) คอร์สที่ผสมผสานระหว่างโอมากาเสะและไคเซกิได้อย่างลงตัว พร้อมเสิร์ฟความพรีเมียมมาให้คุณได้ลิ้มลองกันอย่างจุใจ เริ่มกันที่ Seasonal Appetizer ซีซั่นนี้ทางร้านได้เสิร์ฟปูขน หรือ Kegani โดยเชฟจะแกะเนื้อปูมาให้ทานกันอย่างสะดวกสบาย เพียงใช้ตะเกียบคีบ โดยด้านในจะเป็นหัวไชเท้าที่ห่อเข้ากับเนื้อปูขน ทานคู่กับ Tosatsu Sauce 

 

Kitaohji Omakase Kaiseki (8,000 บาท)

 

Seasonal Appetizer

ต่อมาเป็น Sashimi 4 Kinds เซ็ตของซาชิมิที่โดดเด่นในเรื่องของคุณภาพปลา โดยเฉพาะมากุโระคุณภาพบลูฟินจากญี่ปุ่นที่คัดมาเฉพาะส่วนคามาชิตะโทโร่ หรือส่วนใต้คางปลาที่จะมีเพียง 5% เท่านั้น ให้เนื้อสัมผัสเนียนนุ่มละมุนละลายในปาก
 

Sashimi 4 Kinds

ต่อมาเป็น Small Meal ข้าวซูชิท็อปด้วยไข่ปลาแซลมอนเน้น ๆ และอูนิสายพันธุ์บาฟุน อีกหนึ่งไฮไลต์อยู่ที่ Snow Crab Shabu Shabu ชาบูปูหิมะหรือปูชูไว แต่ความอร่อยเด็ดที่สุดต้องยกให้กับน้ำซุปสูตรเฉพาะของ Kitaohji ที่เชฟเคี่ยวดาชินานถึง 6 ชั่วโมง จนได้น้ำซุปใส ๆ รสชาติกลมกล่อมที่ใครได้ชิมก็ต้องติดใจ

 

Small Meal

 

Snow Crab Shabu Shabu

ต่อมาเป็นอีกหนึ่ง Seasonal Dish ที่เชฟเลือกเสิร์ฟเมนูหอยเป๋าฮื้อที่เคี่ยวจนได้เนื้อสัมผัสนุ่ม ราดด้วยซอสอูมามิ ตกแต่งด้วยดอกเบญจมาศ วากาเมะ กระเจี๊ยบ และมันมือเสือให้ทานคู่กัน
 

Seasonal Dish

จานต่อมาเป็นเมนูย่างโดยกรรมวิธีพิเศษของทางร้าน เป็นการเสิร์ฟ Grilled Taraba King Crab Nodoguko ปูทาราบะไซส์ใหญ่ เนื้อหวานสดใหม่ ที่เคียงคู่มากับเนื้อปลากะพงคอดำ ที่ถือเป็นราชาของปลาเนื้อขาวที่มีไขมันแทรกพอดี ทำให้ได้เนื้อนุ่มพิเศษ เคียงด้วยยูซุโคโชะและมิโสะซอสสูตรของทางร้าน ที่มีส่วนผสมของไวน์แดง ช่วยดึงรสชาติของอาหารออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ

 

Grilled Taraba King Crab Nodoguko

ต่อมาที่ Roasted Dish เสิร์ฟมาเป็นฟักทองสายพันธุ์จากญี่ปุ่นที่คัดไซส์มาอย่างดี ดูกะทัดรัดสามารถทานได้ทั้งลูก ด้านในเป็นเนื้อวากิว A4 จากคาโกชิม่า ที่คลุกเคล้าเข้ากับซอสสุกี้ยากี้และไข่แดงให้ทานคู่กัน

 

Roasted Dish

ส่วน Chef’s Recommendation Dish ครั้งนี้เป็นเนื้อปลาแซลมอน มากุโระ และอาวาบิ หรือเป๋าฮื้อที่ผ่านขั้นตอนการอาบุริ หรือการเบิร์นด้วยเทคนิคพิเศษของเชฟ เสิร์ฟมากับพอนสึเจลลี่ซอส ท็อปด้วยคาเวียร์

 

Chef’s Recommendation Dish

ส่วน Dessert หรือเมนูของหวานในครั้งนี้ ทางร้านแนะนำเป็นเจลลี่จากไวน์ขาว เสิร์ฟมากับผลไม้ตามฤดูกาลอย่างส้มสดคุณภาพดีและองุ่นเกรดพรีเมียมลูกโต รสหวานฉ่ำ เป็นการล้างปากปิดท้ายมื้อพิเศษได้เป็นอย่างดี

 

Dessert

นอกจากเมนู Kaiseki Course แล้ว Kitaohji ยังมี Seasonal Menu ที่พร้อมนำเสนอความอร่อยในทุก 3 เดือน ซึ่งเดือนมิถุนายน - สิงหาคมนี้ ตรงกับช่วงฤดูร้อนของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นฤดูที่ดีที่สุดของการทานเนื้อ ทางร้านแนะนำเมนู A La Cart ที่น่าสนใจไม่แพ้กัน เหมาะสำหรับใครที่รักการทานเนื้อเป็นชีวิตจิตใจ ต้องไม่พลาดชิม Kobe Beef Chateaubriand ( 8,000 บาท) เนื้อโกเบที่ทางร้านเลือกเฉพาะวัวตัวเมียอายุไม่เกิน 3 ปี เพื่อให้ได้เนื้อสัมผัสนุ่มละลายในปาก มีมันแทรกพอดี โดยทางร้านจัดมาให้ชิมกันถึง 2 ส่วน คือส่วนของ Kobe Beef Sirloin และ Kobe Beef Chateaubriand Fillet ที่ให้เนื้อนุ่มเนียนละเอียด เสิร์ฟมากับเกลือและซอสของทางร้านให้ได้ลองทานกันถึง 3 แบบ

 

Kobe Beef Chateaubriand (8,000 บาท)

และไฮไลต์สุดท้ายต้องยกให้กับ Taraba King Crab (5,000 บาท) ราชาปูยักษ์ส่งตรงจากเกาะฮอกไกโด ผ่านการคัดสรรคุณภาพจากความพิถีพิถันและความสัมพันธ์อันดีของร้านและสมาคมเรือประมงที่เป็นแหล่งวัตถุดิบจากประเทศญี่ปุ่น ภายใต้น่านน้ำพิเศษที่มีความอุดมสมบูรณ์สูงสุด ซึ่งเรือประมงสามารถหาวัตถุดิบพิเศษนี้ได้เพียง 2 ลำเท่านั้น ทำให้ปูทาราบะของ Kitaohji มีขนาดใหญ่เป็นพิเศษ โดยเชฟจะย่างบนเตาถ่านแบบดั้งเดิมให้มีกลิ่นหอมอบอวล ให้รสหอมหวานที่มาพร้อมเนื้อสัมผัสนุ่มของเนื้อปูยักษ์ได้อย่างครบถ้วน เมนูนี้สามารถเลือกได้ว่าจะทานแบบนึ่งหรือย่าง ให้คุณได้สัมผัสเนื้อปูที่สดใหม่ เท็กซ์เจอร์นุ่ม ๆ เนื้อแน่น ๆ และได้รสหวานธรรมชาติแบบเต็มคำ

 

Taraba King Crab (5,000 บาท)

Info
Hours
Everyday : 11:30AM - 11PM
Price

฿฿฿฿฿฿ มากกว่า 2,000 บาทต่อคน

Address
212 ซอยทองหล่อ 8, ซอยสุขุมวิท 55 เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร
Map
Mass Transit

BTS ทองหล่อ

Facilities
Suggest an Edit