Published on February 11, 2019

Speakeasy Bar Inspired by Propaganda

Liberation บาร์คราฟต์ค็อกเทลสุดลึกลับที่ซ่อนตัวอยู่บนชั้น 4 ภายในโครงการพิมาน 49 มาพร้อมกับคอนเซ็ปต์น่าสนใจ  ซึ่งอาจเรียกได้ว่าเป็น Speakeasy Bar อีกแห่งของกรุงเทพฯ เพราะภายในบาร์นี้มีอะไรมากมายให้นักดื่มทั้งหลายได้ค้นหา เริ่มตั้งแต่ทางลับที่นำเข้าสู่บาร์ หากให้เล่าถึงความ ‘คราฟต์’  แล้วละก็ คงต้องเริ่มต้นกันด้วยเรื่องของแรงบันดาลใจที่ทางบาร์ได้ไอเดียมาจาก Propaganda  หรือโฆษณาชวนเชื่อของแต่ละประเทศในช่วงสงครามโลก จนถึงสงครามเย็นที่แฝงไปด้วยประเด็นการเมืองในยุคอดีต โดยได้ทีมงานจาก Rabbit Hole บาร์ยอดฮิตประจำทองหล่อ มาร่วมสานต่อโปรเจ็กต์ใหม่ นำทีมบาร์เทนเดอร์โดย คุณชาช่า - สุวิญชา สิงห์สุวรรณ ที่รับรองว่ายังไม่เคยมีใครได้ลองดื่มที่ไหนมาก่อนแน่นอน

 

Liberation

แม้คอนเซ็ปต์ของ Liberation จะดุดัน จริงจัง และเน้นหยิบยกประเด็นทางการเมืองมาเป็นกิมมิกของทางบาร์ แต่อีกนัยหนึ่งของ Liberation ก็สื่อความหมายถึง 'การปลดปล่อย' ที่มีส่วนช่วยให้เหล่านักดื่มนั้นได้ผ่อนคลายไปกับค็อกเทลแก้วโปรด ณ บาร์แห่งนี้

 

เรียบเท่แบบ Post Modern

 

บาร์ 360 องศา ให้คุณดื่มด่ำประสบการณ์ได้อย่างเต็มที่

แรงบันดาลใจเรื่องของการโฆษณาชวนเชื่อทางการเมือง ถูกถ่ายทอดผ่านสไตล์การตกแต่งแบบ Post Modern โดดเด่นด้วยโทนสีเข้มของวัสดุไม้และเฟอร์นิเจอร์กำมะหยี่เรียบหรู ท่ามกลางแสงไฟสลัว ๆ ที่ให้ความเป็นส่วนตัวไม่น้อยเลยทีเดียว ก่อนจะเสริมด้วยบรรยากาศความอบอุ่นให้คนดื่มได้รับชมลีลาการชงค็อกเทลของทีมบาร์เทนเดอร์ฝีมือดีอย่างใกล้ชิด บริเวณโซนบาร์กลมแบบ 360 องศา ท่ามกลางเสียงดนตรีที่ถูกเปิดคลอเคล้าเพื่อสร้างบรรยากาศระหว่างการดื่มค็อกเทล ซึ่งบางวันก็จะมี DJ มาร่วมสร้างความสนุกให้ทุกคนได้ดื่มด่ำประสบการณ์การดื่มคราฟต์ค็อกเทลในบาร์แห่งนี้กันอย่างเต็มที่

 

วัสดุไม้และเฟอร์นิเจอร์กำมะหยี่เรียบหรู

 

ด้านบนตกแต่งด้วยกระเบื้องสีดำ สะท้อนแสงไฟสลัว สร้างบรรยากาศให้ดูโรแมนติกมากขึ้น

Shhhzzz

อีกหนึ่งมุมไฮไลต์ของบาร์เห็นทีจะอยู่ที่รูปปั้นซึ่งแสดงท่าทางพร้อมสัญลักษณ์นิ้วชี้ที่ริมฝีปาก สื่อถึงการส่งสัญญาณเตือนให้เงียบ โดยรูปปั้นนี้ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่บนเคาน์เตอร์บาร์และตู้โชว์ คล้ายกับภาพ Propaganda งานออกแบบโปสเตอร์ Silence Means Security ระหว่างปี 1941-1945 ที่เป็นภาพทหารสาว G.I. ยกนิ้วชี้ขึ้นแนบริมฝีปากเชื้อเชิญว่า ‘สงบสิถึงจะปลอดภัย’ 

 

รูปปั้นที่เป็นเอกลักษณ์ของบาร์

Signature Drinks

15 Signature Drinks ทั้งหมดของทางบาร์ ล้วนถูกตีความมาจากโฆษณาชวนเชื่อทางการเมืองทั้งสิ้น เป็นค็อกเทลสไตล์ใหม่ที่บาร์เทนเดอร์ทั้ง 2 คนถนัด โดยมี คุณกอล์ฟ-กิติบดี ช่อทับทิม ผู้ชนะรางวัลรองอันดับ 1 World Class 2018 ในปีที่ผ่านมา และผู้เชี่ยวชาญในการเลือกใช้วัตถุดิบที่นำมาผสมกับเหล้าแบบต่าง ๆ รวมถึงเป็นผู้ที่ชอบทดลอง หาวิธีหรือแนวทางใหม่ ๆ ในการครีเอทรสชาติค็อกเทลให้มีมิติมากขึ้น นอกจากนี้ยังได้ คุณโจอี้-กฤษฏ์ ประกอบดี อดีตบาร์เทนเดอร์ จากร้าน Tropic City ที่มีความสามารถด้านการแปรรูปและเปลี่ยนวัตถุดิบไทยพื้นบ้านใกล้ตัวให้กลายเป็น Homemade Syrup แบบต่าง ๆ ให้ทุกคนได้รับประสบการณ์ในการดื่มที่แตกต่างไปจากเดิม

 

จากโฆษณาชวนเชื่อสู่คราฟต์ค็อกเทล

เริ่มที่เมนูแรก Chocolate Factory (390 บาท) ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจาก Women of Britain Come Into the Factories ในปี 1939-1945 ยุคที่ส่งเสริมให้ผู้หญิงเข้าไปทำงานในโรงงาน จึงต่อยอด ตีความออกมาในรูปแบบความสุขของการทำงานใน Chocolate Factory  โดยเลือกใช้ Pisco, Gin และ Cacao Butter มาแต่งกลิ่นค็อกเทลให้เป็นแบบ Fat Wash ก่อนจะท็อปบนด้วย Chocolate Garnish ที่มาเพิ่มรสสัมผัสให้กับเครื่องดื่มแก้วนี้

 

Chocolate Factory (390 บาท)

ต่อด้วย Gin Lane & Beer Street (390 บาท) ค็อกเทลที่หยิบยกเรื่องราวของภาพโฆษณา การโจมตีกันระหว่าง Beer และ Gin ในปี 1751 มาต่อยอดด้วยการรวมรสชาติระหว่าง 2 วัตถุดิบ London Dry Gin และเบียร์ Stout Wort ที่ทางร้านลงมือต้มมอลต์เอง และเพิ่มกิมมิกเล็ก ๆ ด้วยข้าวคั่ว ช่วยชูรสของเครื่องดื่มให้ไปในทิศทางเดียวกัน จนได้รสสัมผัสที่คุ้นเคยของส่วนผสมบางอย่างที่คนดื่มอาจคาดไม่ถึง 

 

Gin Lane & Beer Street (390 บาท)

Rebel’s (390 บาท) สำหรับแก้วนี้ ได้แรงบันดาลใจมาจากภาพของ Che Guevara นักปฏิวัติแห่งคิวบา ในช่วงปี 1968 ที่เรามักเห็นภาพสติ๊กเกอร์ของเขาติดอยู่บนรถบรรทุกเสมอ โดย Rebel’s ได้ผ่านการครีเอทออกมาในลักษณะของค็อกเทลสีเขียวสดใส พร้อมรสชาติที่ให้ความสดชื่นของเครื่องดื่มชูกำลังอย่าง Redbull ที่บาร์เทนเดอร์ได้นำมามิกซ์กันกับส่วนผสมของ Rum, Coconut Juice, Fresh Pineapple, นมสด แล้วเพิ่มความหอมด้วยกลิ่น Cinnamon ที่ช่วยให้ดื่มง่ายขึ้น ชวนผ่อนคลายไปกับการจิบค็อกเทล 

 

Rebel’s (390 บาท)

และเมนูสุดท้ายที่จะอยู่ใน Full Menu ทั้งหมดของทางร้าน เป็นการรวมกันของการครีเอทรสชาติใหม่ ๆ เข้ากับวัตถุดิบหลักที่ทางร้านเลือกมาแต่ละสัปดาห์ไม่ว่าจะเป็น นมแพะ แมงดา และอีกหนึ่งวัตถุดิบที่ทางร้านขอเก็บเป็นความลับไว้ก่อน โดยเมนูนี้ดัดแปลงมาจาก Classic Cocktail ที่ชื่อว่า Grasshopper Cocktail แต่เปลี่ยนจากส่วนผสมของครีมมาเป็นโยเกิร์ตที่ทำมาจากนมแพะสูตรโฮมเมด ที่ใส่ Lactic Acid เพิ่มเข้าไปเพื่อตัดความเลี่ยน ก่อนจะใช้ Mint liqueur มาช่วยเพิ่มสีสันสวยงามให้ค็อกเทลแก้วนี้น่าดื่ม อีกทั้งยังเพิ่มความละมุนละไมทั้งเรื่องของรสชาติและรสสัมผัสที่แปลกใหม่อีกด้วย

 

นมแพะ วัตถุดิบที่ทางร้านเลือกมาใช้ประจำสัปดาห์

 

อีกหนึ่งเมนูในพาร์ท Explorer ก่อนจะจัดเต็มด้วย Full Menu

Info
Hours
Everyday : 5PM - 2AM
Price

฿฿฿฿ 501-1,000 บาทต่อคน

Address
Liberation โครงการพิมาน 49 ช้ัน 4 เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร
Map
Mass Transit

BTS พร้อมพงษ์

Facilities
Suggest an Edit